ทันทีที่ได้ล่วงรู้ความลับของพวกสมาคมแมงป่อง ตี้เฉินก็พลันนึกถึงเื่ที่ตนเองนั้นได้หวนกลับเข้าร่างของชายผู้นี้อย่างฉับพลัน พลางสบถขึ้นในใจ
“ หรือว่าข้าจะเป็ส่วนหนึ่งในการทดลองของพวกมัน ”
สีหน้าวิตกกังวล ใบหน้าที่ขาวเนียนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ใบหน้าของคนที่กำลังจมดิ่งลงสู่เหวลึก
“ ตี้เฉินท่านมีอะไรหรือเปล่า "
เป็หลินเซียวอีกครั้งที่ปลุกตี้เฉินขึ้นจากภวังค์
“ เอ่อข้าไม่มีอะไร ท่านคั่วเล่ย ท่านไม่เป็อะไรแล้วใช่หรือไม่ ”
“ ข้าไม่เป็อะไรแล้ว โอสถของเ้าทำให้ข้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ว่าแต่โอสถนั่น…”
คั่วเล่ยพูดพลางชี้ไปที่ถ้วยโอสถที่หลินเซียวถือไว้อยู่
“ นั่นคือโอสถที่ข้าคิดค้นขึ้นมาเองเป็โอสถที่มีฤทธิฟื้นฟูเืและทำให้เืลมไหลเวียนได้ดีขึ้น มันเรียกว่าโอสถห้ามเื ”
ตี้เฉินตอบกลับ
“ โอสถห้ามเือย่างนั้นหรีอ โดยปกติแล้วทหารมักจะใช้ผงดินและหญ้าดินบด แปะไว้ที่แผลสำหรับแผลที่ที่ถูกฟันและแทง โอสถห้ามเืของเ้านั้นถือว่าพลิกวงการแพทย์ได้เลยทีเดียวนะ ”
“ ท่านกล่าวเกินไปแล้วใต้เท้า ”
“ เอาเป็ว่าข้าอยากจะได้โอสถนี้เ้าช่วยผลิตส่งให้ข้าเดือนละพันขวดแล้วกันส่วนเื่ค่าใช้จ่ายเ้าก็คิดเงินมาได้เลย ”
“ ขอบคุณมากขอรับท่านคั่วเล่ย ”
โอสถห้ามเืเดิมทีเป็เพียงยาทาแผลธรรมดาที่หมอยาใช้สำหรับหยุดเืชั่วคราว แต่ถ้าหากเป็โอสถห้ามเืที่ผลิตขึ้นจากฝีมือของตี้เฉินแล้ว มันคือโอสถวิเศษที่ใคร ๆ หน้าไหน ก็อยากได้
“ เอาล่ะข้าอาการดีขึ้นแล้ว ข้าจะรีบนำศพของไอหมอนั่นไปตรวจสอบ เผื่อเราจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมาบ้าง ”
“ ขอรับท่านคั่วเล่ย ”
ตี้เฉินยกมือคารวะเพื่ออำลาคั่วเล่ยตามมารยาท ส่วนคั่วเล่ยนั้นก็หยิบพัดขนนกขึ้นมาเดินออกไปอย่างสบายใจ ก่อนที่ตี้เฉินจะนึกเื่อะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามขึ้น
“ ว่าแต่ทำไมพวกตระกูลลั่วถึงหมายจ้องทำร้ายเพียงแต่ท่าน ข้าจำได้ว่าเมื่อครั้งก่อนที่ท่าเรือ ก็มีชายคนหนึ่งที่แอบอ้างว่าเป็คนลอบวางเพลิงสมาคมของข้า นั่นก็เป็คนของตระกูลลั่วเช่นกัน เหตุใดมันถึงปรากฏตัวออกมาอีก ? ”
ตี้เฉินเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย แววตาของเขาดูจริงจัง และมีใบหน้าที่ไม่ได้แค่เอ่ยออกมาเล่น ๆ
“ นั่นเป็ความลับทางราชการ ข้าไม่สามารถบอกพวกเ้าได้จริง ๆ ข้าขอโทษพวกเ้าจริง ๆ นะที่ไม่สามารถตอบคำถามของเ้าได้ ถึงเ้าจะมีบุญคุณกับข้าก็ตาม ”
คั่วเล่ยหันกลับมาตอบด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกันราวกับว่านี่คือเื่คอขาดบาดตาย
“ หากเป็เช่นนั้นข้าก็คงไม่สามารถก้าวล่วงการทำงานของท่านด้วย โปรดอภัยให้ข้าด้วย ”
ตี้เฉินยกมือกล่าวคารวะที่ล่วงเกินต่อคั่วเล่ย
“ ไม่ต้องขอโทษข้าหรอกตี้เฉิน เป็ข้าต่างหากที่พาเ้ามาเจอกับเหตุการณ์ที่วุ่นวายเหล่านี้ ”
คั่วเล่ยก็ยกมือขึ้นคารวะเช่นกัน ก่อนที่จะหันไปหาทหารของเขาแล้วสั่งการ
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนแล้วกัน ทหาร แบกศพมันไป ! "
ด้วยความที่ตี้เฉิน้าล่วงรู้ว่าเหตุใดกันที่ทำให้เขาต้องกลับมาเกิดในร่างของชายผู้นี้ จึงไม่สามารถหยุดต่อมความกระเสือกกระสนอยากที่จะรู้ให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเขากลับมาในร่างนี้ได้อย่างไร
ตี้เฉินหยุดนิ่งไปสักครู่ก่อนที่ดวงตาของมันจะส่องประกายออกมาด้วยความเฉียบแหลมพร้อมกับยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก พลันรีบหันมาหาหลินเซียวที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ เอาล่ะหลินเซียว ข้าคิดว่าข้าไม่อยากประลองแล้วล่ะ ข้าอยากจะไปสืบข้อมูลอะไรเพิ่มอีกสักหน่อย เ้ากลับสมาคมไปแจ้งพ่อค้าด้วยว่าข้าอาจจะไม่อยู่ประมาณสองสามวัน ”
“ ให้ข้า..”
“ เ้ากลับไปเถอะหลินเซียวดูแลตัวเองด้วยข้ายื่นมือเข้ามาในเื่นี้แล้วสมาคมของเราอาจจะกำลังอยู่ในอันตราย ”
“ นายท่าน… ”
“ ว่าอย่างไรหลินเซียว ”
“ ข้ามีเื่จะบอกท่าน ”
ครั้นเมื่อนางพูดจบทั้งสองสายตาต่างจ้องมองตากันไม่ละหายไปไหน
“ เอ่อ เอาไว้ท่านกลับมาก่อนก็แล้วกัน ”
ก่อนที่นางจะเป็ฝ่ายหันหน้าหนีพร้อมกับส่งยิ้มเขิน ๆ ออกมา ตี้เฉินเองก็ยิ้มออกมาที่มุมปากเช่นกัน
“ ถ้าเช่นนั้นข้าไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย”
พูดเสร็จก็จัดแจงกระบวนท่าเหาะเหินเดินอากาศรวบรวมลมปราณไว้ที่ฝ่าเท้าให้มั่นแล้วจึงเหาะออกไปราวกับพญาอินทรีย์ พร้อมกับหลินเซียวที่โบกมือร่ำลาเขาอยู่เบื้องล่าง
เบาะแสเดียวที่ตี้เฉินพอจะนึกออกนั่นก็คือ ตลาดมืด สถานที่อโคจรที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่อย่างเมือง ซือเหนียง สถานที่ที่เป็แหล่งค้าขายสำคัญของพ่อค้าที่เดินมาจากต่างภูมิภาค
“ แกว้กกกก !!!”
เป็เสียงของเฉินยิ่น ลูกของเหยี่ยวสามตาที่ตี้เฉินได้เก็บมาเลี้ยง(ตอนที่14)ไว้ในห้วงมิติเซียนจนตอนนี้มันตัวโตเต็มวัย สูงขนาดเท่าคนและมีปีกที่ดูทรงพลังมาก ผิดแปลกก็แค่ดวงตาของมันที่มีถึงสามตา ตัวของมันใหญ่พอที่จะให้ตี้เฉินได้นั่งเป็ยานพาหนะแล้ว
“ จะเอาอย่างนั้นหรือเฉินยิ่น ”
“ แกว้กกกก !! ”
“ ก็ได้ ๆ ”
ตี้เฉินพูดพลางเปิดวงมิติเซียนเพื่อให้เฉินยิ่นได้บินออกมา โชคดีที่แถวนั้นไม่มีใครอยู่ มันจึงมีความสุขในการได้ออกมาท่องเที่ยวบนโลกที่แม่ของมันเคยอยู่เป็ครั้งแรก
“ แกว้กกกก !! แกว้กกกก !! แกว้กกกก !! ”
“ พอแล้วเฉินยิ่น พาข้าไปที่หน้าเมืองซือเหนียงก่อน แล้วเ้าจะไปบินเล่นที่ไหนก็ตามใจเ้า ”
เฉินยิ่นบินลงมาที่พื้นพลางก้มตัวลงพอให้ตี้เฉินได้เหยียบขึ้นบนหลังของมันได้
“ เอาล่ะไปกันเถอะ มาดูกันว่าเ้าจะบินได้เร็วขนาดไหน ”
“ แกว้กกกก !!! ”
ทันทีที่มันร้องเสร็จ ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือเมฆภายในไม่กี่ชั่วพริบตา นี่คือความพิเศษของเหยี่ยวสามตาที่มีปีกอันแข็งแกร่งทรงพลังที่ได้มาจากขนตามตัวของมัน
ภายในไม่กี่ชั่วอึดใจ ตี้เฉินและเฉินยิ่นก็มาถึงหน้าเมืองซือเหนียง กำแพงสูงห้าเมตร ลาดยาวล้อมรอบเมืองอันบ่งบอกว่าเมืองนี้มีการคุ้มกันที่แ่าอย่างมาก
“ เฉินยิ่นถ้าข้าผิวปากเ้าจงรีบมาหาข้าทันที ”
“ แกว้กกก ”
หลังจากที่เฉินยิ่นบินออกไป ตี้เฉินก็ค่อย ๆ เดินไปตามป้ายบอกทางเข้าเมือง ซือเหนียง ผู้คนและรถม้ามากมายต่อแถวเรียงรายกันเพื่อรอด่านตรวจคนเข้าเมือง มันเป็บรรยากาศที่ดูตึงเครียดเสียยิ่งกว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองของเมืองหนานโจวเสียอีก แต่ที่ผิดแปลกไปนั้นกลับมีเสียงะโโวยวาย อยู่ที่ทางเข้าเมือง
“ ช่วยด้วยยย !!! ”
เป็เสียงของหญิงสาวที่ะโร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับชายแก่ที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ข้าง ๆ ตี้เฉินเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งฝ่าผู้คนที่กำลังยืนมุงดูอยู่
“ ให้ข้าจับชีพจรของเขา”
“ ท่านเป็หมอใช่ไหม ได้โปรดช่วยพ่อข้าด้วย ข้าจะยอมแลกทุกอย่างที่ข้ามี ”
“ เ้าไปตั้งสติก่อน ข้าจะดูพ่อเ้าให้เอง ”
หญิงสาวเดินร้องไห้ฟูมฟายเดินไปที่ข้างหลังคอยยืนดูอาการพ่อของนาง
“ ชีพจร…ก็ปกติ”
“ ผลั่กกก ”
เป็หญิงสาวที่หยิบท่อนไม้ทุบเข้าที่ต้นคอของตี้เฉิน แต่ทว่าก็สายเกินไปตี้เฉินรู้ตัวเสียก่อน ไม้ท่อนนั้นไม่ได้ถูกทุบเข้าที่คอแต่เป็ท่อนแขนของตี้เฉิน
“ นี่เ้ารู้ได้ยังไงกัน ! ”
“ สาวน้อยชีพจรของพ่อเ้านั้นเป็ปกติดี เพียงแต่เขาได้รับยาพิษที่ทำให้เป็อัมพาต ดังนั้นข้าจึงสรุปได้ว่า เขาไม่ใช่พ่อของเ้า ถูกหรือไม่ ”
ทันทีที่พูดจบ ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างชักอาวุธออกมาราวกับจะไม่ให้ตี้เฉินหนีไปได้
“ ในเมื่อเ้ารู้ความจริงข้าก็คงปล่อยเ้าไปไม่ได้ ”
“ ใครบอกว่าข้าจะหนี เข้ามาพร้อม ๆ กันน่ะแหละ !! ”
ตี้เฉินพูดเสร็จพลางรวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายฝ่ามือ และจะได้ใช้กระบวนท่าที่ อุตส่าห์ซุ่มฝึกซ้อม มานานแรมเดือน
มันเป็หนึ่งในกระบวนท่า คัมภีร์หัตถ์เทวะ ที่มีรูปแบบการโจมตีที่เน้นไปทางความรวดเร็วในการโจมตี กับคนจำนวนเยอะ ๆ
“ ฝ่ามืออัสนี ”
ทันทีที่มวลลมปราณจำนวนมากแล่นผ่านปลายฝ่ามือ ก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นทันที กระบวนท่านี้มีความว่องไวอย่างสูงที่สุดจนผู้ที่มีระดับลมปราณเพียงแค่ระดับ ปราณนำวิถีลงไป จะไม่สามารถมองตามได้ทัน
กำปั้นของเขาทุบเข้าไปที่ท้องของชายฉกรรจ์ นับสิบคนอย่างรวดเร็ว จาก คนซ้าย ย้ายไปที่คนขวา จู่โจมเข้าจุดอัมพาตอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา ไม่กี่พริบตา
“ ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ผลั่ก ”
“ ขะ…ข้ายอมแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าเพียง้าทรัพย์สินของท่าน ดะ ได้โปรด ”
เป็หญิงสาวคนเดิมที่ก้มลงคุกเข่าด้วยอาการสั่นกลัวอย่างแท้จริง น้ำเสียงที่เอ่ยออกมา และจากการแต่งตัวแล้วก็บ่งบอกได้เลยว่าเป็คนยากจนที่้าเพียง ทรัพย์สินเงินทองและอาหารเท่านั้น