ผู้อำนวยการเล่าให้ลีออนฟังว่าทั้งพ่อและแม่ของลีออนอยู่ในมิติแห่งนี้มาั้แ่เกิด ไม่ใช่คนที่มาจากมิติโลกมนุษย์เหมือนอย่างลีออน แต่ด้วยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่าง พ่อแม่ของลีออนตกอยู่ในอันตรายจึงมีความจำเป็ต้องฝากให้เฮลเลนผู้เป็เพื่อนสนิทของทั้งคู่พาลีออนหลบไปเลี้ยงดูที่มิติโลกมนุษย์เพื่อให้ปลอดภัยจากสถานการณ์เลวร้ายใน่เวลานั้น
แต่จาเฮรอสก็บอกรายเอียดเกี่ยวกับพ่อและแม่ของลีออนไว้แค่นั้น แม้ว่าลีออนจะพยายามขอร้องหลายครั้งแล้วก็ตาม ราวกับว่ามีความจำเป็บางอย่างที่ไม่อยากให้ลีออนรู้
“แล้วเื่ที่เธอตั้งใจมาที่นี่เพื่ออยากจะปรึกษาฉันล่ะ...คือเดี๋ยวฉันมีธุระต้องรีบไป...เธอคงเข้าใจนะ”
จาเฮรอสตัดบทสนทนาด้วยประโยคที่ทำให้ลีออนต้องเกรงใจ
เพื่อให้ไม่เสียโอกาสลีออนจึงตัดสินใจเปลี่ยนมาปรึกษาเกี่ยวกับเื่ราวของกิลด์ต่างๆ และแน่นอนลีออนยังต้องถามถึงเหตุผลของการใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ซึ่งเป็ประเด็นสำคัญ
“ฮ่าฮ่าฮ่า...เป็คำถามที่ดี...โดยเฉพาะสำหรับเด็กอายุสิบแปดอย่างเธอ...ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะพอใจของผู้อำนวยการจาเฮรอสดังขึ้นท่ามกลางบทสนทนา
ลีออนถามคำถามเดียวกับที่การ์เล็ตยังไม่ได้ให้คำตอบ ว่าทุกคนมาที่โลกมิติแห่งนี้เพื่อจุดประสงค์อะไรกันแน่
“มันไม่เกี่ยวหรอกว่าเธอจะอยู่โลกไหน แต่เธอจะใช้ชีวิตแบบไหนต่างหากที่เป็เื่สำคัญ”
จาเฮรอสพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะพอใจในบทสนทนาในครั้งนี้ระหว่างเขากับเด็กหนุ่มผู้มีความสงสัยที่ไม่ธรรมดา
“จริงอยู่...ที่โลกมิติแห่งนี้มีไว้รองรับผู้มีพลังพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมจนเป็การใช้อำนาจของพลังที่ได้มาในทางที่ผิด แต่ทุกคนในโลกมิติแห่งนี้ต่างก็มีความสามารถพิเศษเช่นกัน อาจจะมีประโยชน์และความสำคัญที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่สุดท้ายเื่ความสามารถพิเศษก็จะกลายเป็แค่เื่ปกติในโลกมิติแห่งนี้”
จาเฮรอสหยุดพูดชั่วคราว เมื่อเห็นว่าลีออนพยักหน้าเชิงเห็นด้วยและดูจะให้ความสนใจเป็พิเศษในเื่ที่เขากำลังพูดอยู่
“ทางเดินต่างหากที่สำคัญ...ไม่ว่าจะเป็โลกไหนมิติไหนก็ตาม ต่างก็มีผู้ที่เลือกจะพาตัวเองไปอยู่ในเส้นทางต่างๆ แตกต่างกันไป ใช้ชีวิตธรรมดาๆ รอให้วันตายมาถึงอย่างที่เธอบอก หรือจะคอยมุ่งแสวงหาอำนาจใช้ชีวิตที่มีอยู่เป็ไปตามที่ตัวเอง้า หรือจะผดุงความยุติธรรมเป็พระเอกซุปเปอร์ฮีโร่แบบในหนัง หรือจะเป็อะไรก็ตาม...ที่แต่ละคนอยากจะเป็”
ลีออนพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่จาเฮรอสพูดขึ้นมาเล็กน้อย และตั้งใจรอฟังประโยคถัดไป
“พูดสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือ เราทุกคนอาจจะเลือกเกิดไม่ได้...แต่ก็เลือกได้ว่าเมื่อเกิดมาแล้ว...เราจะทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดีขึ้น หรือแย่ลง หรืออยากจะใช้ชีวิตอย่างไร้ตัวตน...เพียงแค่รอวันตาย”
จบประโยคสรุปของผู้อำนวยการ ทำให้ลีออนประกายตาลุกวาว สิ่งที่ผู้อำนวยการจาเฮรอสคนนี้พูดเป็เื่ที่ใช้ได้กับทุกโลกมิติ
“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด...คือ...เธอต้องค้นหาตัวเองให้เจอ...ว่าเธอ...มีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด?”
ประโยคโบนัสพิเศษเพิ่มเติมเสริมไฟในจิตใจของลีออนให้ลุกโชติ่สว่างไสว ราวกับค้นพบจุดหมายปลายทางของชีวิต หลังจากนั้นลีออนก็เริ่มถามข้อมูลและเื่ราวต่างๆ ที่เขาได้อ่านจากหนังสือมาบ้างแล้ว รวมไปถึงสิ่งที่ยังสงสัยอยู่ เพื่อค้นหาเป้าหมายชีวิตที่แท้จริงของตัวเอง
ในเบื้องต้นลีออนได้รู้ว่าการเลือกสังกัดไปตามที่ต่างๆ นั้นไม่ได้มีความจำเป็หรือรีบร้อนแต่อย่างใด เขาจะยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ปราสาทผู้ฝึกตนแห่งนี้ไปก่อนก็ได้ แค่อาจจะต้องรับภารกิจไปทำเพื่อแลกกับค่าตอบแทนสำหรับใช้ชีวิตในปราสาทแห่งนี้ เช่นค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือจะออกไปล่าเหล่ามอนสเตอร์เพื่อเอาซากของพวกมันไปขายซึ่งถ้าโชคดีก็อาจจะได้ไอเท็มต่างๆ เป็รางวัลจากพวกเหล่ามอนสเตอร์ ซึ่งลีออนก็พอจะเคยได้รับข้อมูลเหล่านี้มาบ้างแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้ลีออนแปลกใจคือ ยังมีผู้คนบางส่วนเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายบนความสงบด้วยเหตุผลบางอย่าง โดยไม่เลือกในการสังกัดกับกิลด์หรือแม้แต่อาณาจักรใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่บางคนเคยเป็ถึงผู้ที่มีชื่อเสียงจากการเป็บุคคลสำคัญของสถานที่นั้นๆ มาก่อน แต่กลับเลือกที่จะปลีกวิเวกแยกตัวออกมาในท้ายที่สุด หรืออาจจะเป็เพราะเป้าหมายของพวกเขาได้หายไปจากชีวิตเนื่องจากเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างที่ยากจนเกินกว่าจะรับไหวก็เป็ได้
นอกจากนั้นในโลกมิติแห่งนี้ไม่ได้สงบสุขอย่างที่ลีออนคิด การที่ลีออนเพิ่งได้เข้ามาอยู่ในโลกนี้เพียงไม่กี่วันภายใต้การคุ้มครองของปราสาทผู้ฝึกตนซึ่งเป็เหมือนส่วนกลางที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย ทำให้เขายังไม่รู้ว่าในโลกมิติแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เื่อันตรายเช่นเหล่ามอนสเตอร์ร้ายที่อยู่เกลื่อนกลาดเท่านั้น ยังมีทั้งาแย่งชิงอาณาเขตระหว่างอาณาจักรที่อาจดึงเอากำลังคนจากกิลด์ต่างๆ มาเป็พันธมิตร หรือแม้กระทั่งคลื่นใต้น้ำจากองค์กรต่างๆ ที่มีวัตถุประสงค์บางอย่างแอบแฝงไว้อยู่ ไหนจะเหล่าบรรดากลุ่มผู้ร้ายที่รวมตัวกันเพื่อใช้กำลังแย่งชิงผลประโยชน์จากผู้อื่น รวมไปถึงดันเจี้ยนอีกมากมายที่ทยอยปรากฎขึ้นมาจากความบิดเบี้ยวของโลกมิติแห่งนี้
การสนทนาระหว่างลีออนกับผู้อำนวยการจาเฮรอสเต็มไปด้วยความเข้มข้นของเื่ราวมากมาย ช่างเป็่เวลาที่น่าประทับใจของทั้งสองฝ่าย ลีออนก็รู้สึกทึ่งในความรู้ความสามารถและให้ความเคารพจาเฮรอสเป็อย่างมาก ในขณะที่จาเฮรอสเองก็รู้สึกมีชีวิตชีวา ราวกับคุณปู่มือใหม่ที่เพิ่งได้หลานชายช่างพูดมาสืบทอดตระกูล
“เดี๋ยวฉันก็ต้องไปแล้วล่ะนะ ไว้มีเวลาก็แวะมาให้ฉันได้ทุกเมื่อเลย”
จาเฮรอสเตรียมบอกลา ในขณะที่ลีออนได้ยินแล้วก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง...ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางสิ่งที่ต้องพูดให้ได้
“คะ...คือว่า...”