ขณะที่เดินออกจากห้องโถงขนาดเล็กอันมีลักษณะแห่งความเป็ส่วนตัวเมื่อใช้จัดประชุมให้สัมภาษณ์และเดินฝ่าผู้คนในคาเฟ่
แครนซเล่อร์ออกไปสู่เคอร์เฟอสเตนดัมม์นั้นความรู้สึกเอิบอิ่มปราโมทย์บังเกิดอยู่ในจิตใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
ขณะยืนอยู่บนบาทวิถีอันเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความมีชีวิตชีวาในตอนบ่ายของวันปลายเดือนกรกฎาคมดร.ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ซึ่งบัดนี้...นับแต่ปีที่แล้วเป็ต้นมาคือเซอร์ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ตัดสินใจถ่วงเวลาการทำงานในชั้นต่อไปไว้เพื่อแสวงหาความรื่นรมย์จากการพักผ่อนสักชั่วระยะหนึ่ง
ครั้งนี้เป็ครั้งที่ 10 ในรอบ 5 ปีที่เขามาเยือนเยอรมันตะวันตกและรู้ดีว่าขณะนี้ตัวเขามาถึง่เวลาอันมีความสำคัญสูงสุดของงานชิ้นเอกในชีวิตของเขาแล้ว เขาได้มายืนอยู่ตรงจุดที่จะก้าวเข้าไปสู่การพิสูจน์ความจริงแห่งความลึกลับอันยิ่งใหญ่ซึ่งจะทำให้งานของเขาก้าวไปสู่ความสำเร็จอันมหาศาล มันเป็งานชิ้นที่จะสร้างความะเืให้เกิดขึ้นแก่ชาวโลกอย่างใหญ่หลวงทีเดียว
เขาตัดสินใจละทิ้งงานสอนวิชาประวัติศาสตร์ที่ไคร้สท์ เชิร์ช คอลเลจในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดเพื่อเขียนชีวประวัติอันน่าตื่นใจเื่นี้ขึ้น ตลอดระยะเวลา 40 ปีหลังจากที่อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์หมดอำนาจลงได้มีการขอร้องให้เขาเป็ผู้เขียนเื่ราวอันเป็ประวัติแห่งชีวิตของฟือห์เรอร์ท่านนี้มาโดยตลอด
และในที่สุดในหนังสือเล่มที่ 14 ของเขาซึ่งบางทีอาจจะเป็หนังสือเป็หนังสือเล่มที่มีความสำคัญสำหรับเขาอย่างที่สุดดร. แอชครอฟท์มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเขียนชีวประวัติของบุคคลสำคัญผู้นี้โดยใช้ชื่อหนังสือว่า “แฮร์ฮิตเล่อร์”
แต่เขาตระหนักั้แ่เริ่มต้นของการเขียนแล้วว่าในวัย 67 ปีนั้นเขาย่อมไม่สามารถจะทำการวิเคราะห์และเขียนเื่ดังกล่าวแต่เพียงลำพังได้ ดังนั้นเขาจึงชวนเอ็มมิลี่บุตรสาววัย 34 ปีซึ่งปัจุบันเป็อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดให้มาทำงานร่วมด้วย และนับแต่วาระแรกแล้วที่เขารู้ว่านี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดของตน
เอ็มมิลี่ แอชครอฟท์มีคุณสมบัติเป็เลิศสามารถเป็กำลังสำคัญในการช่วยเหลืองานของบิดาได้ นับแต่วันที่ภรรยาได้เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุจากการปีนเขาเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้วดร.แอชครอฟท์ก็ได้เลี้ยงดูลูกสาวเพียงลำพังมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อมาถึงเวลานี้จึงเป็สิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเติบโตขึ้นมาในท่ามกลางบรรยากาศของความเป็นักปราชญ์ห้อมล้อมหนังสือนับพันๆ เล่มเคยเดินทางไปประเทศต่างๆ อยู่เสมอจะกลายมาเป็นักประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับบิดา
เธอเองนั้นมีความชำนาญพิเศษเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบันของประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนีสามารถพูดภาษาต่างประเทศทั้ง 2 ภาษานี้ได้อย่างแคล่วคล่อง ขณะเดียวกันเธอก็มีความสนใจเป็พิเศษเกี่ยวกับเหตุการณ์อันเป็ชนวนให้เกิดาโลกครั้งที่ 2 และบทบาทแปลกๆ เป็ปมปริศนาที่อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์แสดงอยู่ในเื่นี้
ในระยะเริ่มต้นซึ่งอยู่ในขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์สถานการณ์เอ็มมิลี่ติดตามบิดาเดินทางไปยังกรุงเบอร์ลินถึง 2 ครั้ง และครั้งนี้ซึ่งเป็การเดินทางสู่นครหลวงของเยอรมันตะวันตกซึ่งน่าจะเป็ครั้งสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างที่สุดดร.แอชครอฟท์เดินทางมาเพียงลำพังโดยให้เอ็มมิลี่รวบรวมงานด้านเอกสารทั้งหมดอยู่ที่ อ๊อกซ์ฟอร์ดรอเวลาที่เขาจะกลับมาจัดการในขั้นสุดท้ายต่อไป
สำหรับงานในขั้นสุดท้ายของเขานี้คือการพิสูจน์ความลึกลับเกี่ยวกับความตายของอดอล์ฟ ฮิตเล่อร์กับ อีวา เบราว์ภรรยาของเขา ขณะนี้ร่างของคนทั้งสองถูกฝังไว้ในสถานที่ซึ่งเรียกว่าฟือห์เรอร์บังเกอร์อยู่ใกล้กับโอลด์ไรซ์ชานซีเลอร์เมื่อวันที่ 30 เมษายนปี 1945
เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาภายหลังจากที่ทำการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ในเยอรมันตะวันตกและได้สนทนากับพยานผู้รู้เห็นซึ่งยังมีชีวิตอยู่และในเยอรมันตะวันออกซึ่งได้ทำการตรวจเอกสารรายงานทางแพทย์และภาพถ่ายต่างๆ ที่ทางสหภาพโซเวียตได้จัดทำขึ้นไว้และเขาได้รับความอนุเคราะห์ในเื่นี้จากศาสตราจารย์ออตโ ต้ บลูบ๊าคผู้เป็ทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานดร.แอชครอฟท์พร้อมทั้งเอ็มมิลี่ก็พร้อมแล้วที่จะยอมรับในหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความตายอย่างแน่ชัดของฮิตเล่อร์
ภายหลังจากที่ได้เดินทางกลับมายังอ๊อกซ์ฟอร์ดซึ่งหนังสือชีวประวัติของฮิตเล่อร์ที่เขาเขียนขึ้นกำลังได้รับความนิยมจากผู้อ่านอย่างกว้างขวางและกำลังจะทำตอนสุดท้ายของงานชิ้นเอกชิ้นนี้อยู่จู่ๆ ดร.แอชครอฟท์ก็ได้รับจดหมายจากเบอร์ลินตะวันตกฉบับหนึ่งซึ่งสร้างความแปลกใจและกังวลใจให้เกิดขึ้นกับเขาเป็อย่างมากมันเป็จดหมายฉบับที่ได้รับโดยไม่คาดฝันและมันทำให้ต้องหยุดพักงานที่กำลังทำอยู่ลงกลางคัน
จดหมายฉบับนั้นเขียนขึ้นโดยบุคคลผู้อ้างว่าเขาชื่อดร.แม๊กซ เทียลและได้แนะนำตัวเองว่าเขาคือทันตแพทย์ประจำตัวฮิตเล่อร์ ดร.เทียลได้อ่านชีวประวัติของรัฐบุรุษคนสำคัญนี้จากหนังสือที่แอชครอฟท์เขียนขึ้นแล้วในฐานะที่เขาเป็บุคคลที่ได้ใกล้ชิดกับฮิตเล่อร์อย่างเป็การส่วนตัวและยังมีชีวิตอยู่ดร.เทียล้าให้หนังสือเล่มนี้มีข้อมูลที่ตรงต่อความเป็จริงกว่าหนังสือเล่มใดๆ ที่เคยมีผู้เขียนกันมาแล้ว
และ...ในตอนท้ายของจดหมายฉบับนี้ ดร.เทียลได้ทิ้งะเิลูกใหญ่ลงมา
เขากล่าวว่าประวัติทั้งหมดที่เขียนขึ้นเกี่ยวกับฮิตเล่อร์และอีวา เบราว์นั้นอาจจะผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ฮิตเลอร์กับอีวา เบราว์อาจมิได้ฆ่าตัวตายในฟือห์เรอร์บังเกอร์เมื่อปี 1945 ก็ได้ บุคคลทั้งสองอาจจะปล่อยข่าวนี้ออกมาเพื่อหลอกชาวโลกทั้งหลายก็ได้ เพราะบุคคลทั้งสองอาจจะยังมีชีวิตอยู่ และโดยความเป็จริงแล้ว ดร.เทียลมีหลักฐานที่จะพิสูจน์เื่นี้ได้ด้วย
หลังจากที่หายใแล้วดร.แอชครอฟท์เริ่มตรวจและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหลายที่เขาได้รับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เอ็มมิลี่ได้เตือนความทรงจำของเขาว่าบรรดาทฤษฎีและเงื่อนงำทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับฮิตเล่อร์และอีวานั้นรวมทั้งเื่ของบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับบุคคลทั้งสองดูจะเป็ข่าวที่ไม่เคยสิ้นสูญไปเลย และ ดร.แม๊กซ์ เทียลดูเหมือนจะเป็คนหนึ่งในจำนวนนั้นด้วย
เอ็มมิลี่ชี้ให้เห็นว่า ดร.เทียลคงเคยพยายามแสดงพยานหลักฐานที่ตนมีอยู่แก่นักเขียนชีวประวัติบุคคลสำคัญคนอื่นๆ มาแล้วและบุคคลเ่าั้อาจจะเห็นว่ามันเป็เื่ที่ไม่น่าสนใจก็เป็ได้ เอ็มมิลี่ขอร้องบิดาว่าไม่ควรให้ความสนใจในคนผู้นี้เช่นเดียวกัน ขอให้เขาโยนจดหมายฉบับนั้นทิ้งไปและลงมือทำงานร่วมกับเธอต่อไปเพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
แต่ทว่าข้อความในจดหมายฉบับดังกล่าวสร้างความข้องใจให้กับแอชครอฟท์มิรู้คลายตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเป็บุคคลที่ต้องทำงานอย่างสมบูรณ์แบบเสมอเขายอมทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำเพื่อเอาชนะสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาท้าทายความสามารถของเขาโดยตลอด
เขาหยิบจดหมายของ ดร.เทียลขึ้นมาอ่านทบทวนอยู่หลายครั้ง และแอชครอฟท์ก็เริ่มจะเชื่อถือในความจริงใจที่มีอยู่ในข้อความของจดหมายฉบับดังกล่าว สิ่งที่เขาต้องทำก็คือจะต้องรู้ให้ได้ว่า ดร.เทียลผู้นี้เป็บุคคลที่มีตัวตนจริงๆ เช่นที่ได้กล่าวอ้างมาในจดหมายหรือไม่เท่านั้น
ดร.แอชครอฟท์บังเกิดความอยากรู้ขึ้นมาว่า ดร.เทียลผู้นี้เป็ทันตแพทย์คนสุดท้ายของฮิตเล่อร์จริงหรือไม่? ซึ่งจากการใช้เวลาสืบสาวราวเื่อยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์แอชครอฟท์ก็ได้รับคำตอบที่้า ดร.เทียลเป็ทันตแพทย์ประจำตัวคนสุดท้ายของฮิตเล่อร์จริงๆ เป็ทันตแพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษแห่งกรุงเบอร์ลินและเคยให้การรักษาพยาบาลท่านฟือห์เรอร์ในระยะ 6 เดือนหลังของชีวิตของจอมเผด็จการชาวเยอรมันผู้นี้หลายครั้งยิ่งไปกว่านั้นตัว ดร.เทียล-เป็ผู้เขียนจดหมายฉบับนั้นขึ้นและทุกวันนี้เขายังมีชีวิตอยู่ในเบอร์ลินตะวันตก ประมาณ 80 ปี
ใต้ลายเซ็นของจดหมายฉบับนั้นดร.เทียลพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ชัดเจน...
ดร.ฮาร์ริสัน แอชครอฟท์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโทรศัพท์ไปตามหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว
ดร.เทียลเป็ผู้มารับโทรศัพท์ด้วยตนเอง น้ำเสียงของเขาลุ่มลึกหนักแน่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เป็บุคคลที่พูดจาเข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา มิได้มีท่าว่าความคิดอ่านจะแก่ชราไปตามอายุ...ใช่ เขามีหลักฐานเช่นที่เขียนไปในจดหมายทุกประการ... มิได้ เขาไม่้าพูดถึงข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเื่นี้ทางโทรศัพท์อย่างไรก็ตามเขายินดีต้อนรับดร.แอชครอฟท์ที่บ้านของเขาในกรุงเบอร์ลินและจะให้ดร.แอชครอฟท์ได้เห็นเอกสารหลักฐานเ่าั้ด้วยตนเองเพื่อตัดสินใจ