ตอนที่ 30 : บรรลุสัจธรรมแห่งจิต
รันฟงเทียนกำหมัดที่สั่นเครือ และรู้สึกเกิดอาการชาที่กำปั้นของเขา... จึงยกมือขึ้นมาดู มีรอยแดงก่ำปรากฏ เป็จุดวงกลมขนาดเล็ก จากนั้นเขาก็เหลือบไปมอง ที่หลุมตรงด้านหน้า... แล้วก็เริ่มขมวดคิ้ว พร้อมกับอุทานออกมาว่า
“เป็ไปไม่ได้!!! นั่นคือสัตว์อสูรที่มีอยู่ เพียงแค่ในตำนานเท่านั้น” สัตว์ประหลาดตัวนี้ มีขนาดยาวกว่า 3 เมตร ตัวหนาประมาณ 40 เิเ
“ศิษย์น้อง... เ้าว่าอะไรนะ สัตว์อสูรในตำนาน??? มันคือตัวอะไร??? ” ฮวาไฉ่ลี่ถามอย่างสงสัย เมื่อนางเห็นรูปลักษณ์ของสัตว์ประหลาดตัวนี้ นางรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ เพราะลักษณะของมันคล้าย ๆ กับสัตว์ประเภทอสรพิษ สีดำมันวาว ดูน่าขยะแขยง เกล็ดของมันแข็งแกร่งทนทานมาก... แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังคงเป็สตรี... โดยสตรีส่วนใหญ่มักจะไม่ถูก กับสัตว์เลื้อยคลานอยู่แล้ว
“เอ่อ... ข้าจะกล่าวอย่างไรดีล่ะ เอาเป็ว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ ข้าเคยเห็นแต่ในหนังสือโบราณ เล่มหนึ่งของท่านอาจารย์ ในนั้นมีภาพที่คล้ายมันอยู่ ถ้าใช่จริง ๆ ก็นับว่าเราเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว” รันฟงเทียนกล่าวตอบอย่างเคร่งขรึม
รันฟงเทียนพยายามนึกถึงรายละเอียด ภายในความทรงจำของเขา... หนังสือโบราณที่เขาเคยอ่าน ตอนอาศัยอยู่บนทวีปชีฟง ระบุลักษณะของสัตว์อสูรชนิดหนึ่ง ที่แม้แต่ในทวีปชีฟง ยังแทบไม่มีเหลืออยู่เลย ซึ่งก็คือ สัตว์อสูรัสุบิน มันเป็สัตว์ผสมระหว่าง ัน้ำพิภพ กับ ม้าน้ำพันลาย
สัตว์อสูรัสุบิน มีลักษณะคล้ายอสรพิษ... ศีรษะของมันเป็ั เกล็ดมีสีดำมันวาว ทอประกาย มืดหม่น และเมือกเหนียวมีพิษกัดกร่อน เคลือบที่เกล็ดของมันอีกชั้นหนึ่ง หางมีลักษณะเป็ปล้องคล้ายค้อน มีขนาดใหญ่กว่าศีรษะของมันเล็กน้อย การเคลื่อนที่รวดเร็วเสมือนดั่งม้าน้ำ และที่สำคัญมันจะไม่อาศัยอยู่เพียงตัวเดียว
“เทียนเอ๋อ... ตกลงมันคือตัวอะไรกันแน่” เชี่ยหลีเนียงรีบถามขึ้นอีกครั้งเนื่องจากเห็นเขานิ่งไป
“เฮ้อ!!! เหมือนว่าข้าจะรู้แล้ว ว่ามันคือตัวอะไร... สัตว์ประหลาดตัวนี้ คือ สัตว์อสูรโบราณ เรียกว่า ัสุบิน!!! ระวังพิษที่เมือกของมันให้ดี ๆ มันจะทำให้เราเกิดอาการชาได้ และที่สำคัญที่สุด ก็คือพวกมันมักจะอยู่รวมกันเป็ฝูง ถ้าหากอาหารเพียงพอ มันจะสามารถขยายพันธุ์ไปได้อย่างรวดเร็ว เ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ มันน่าจะเป็เพียงวัยทารกเท่านั้น” รันฟงเทียนรู้สึกตัวขึ้นจึงรีบอธิบายให้ทุกคนฟัง
รันฟงเทียน เหลือบดูที่ฝ่ามือของตนอีกครั้ง รอยแดงนี้คงเกิดจาก พิษกัดกร่อนที่เมือกของมัน ถ้าเป็คนธรรมดาหรือชาวยุทธ์ระดับล่าง พิษที่ได้รับจากเมือก จะแล่นเข้าทั่วทั้งร่าง ส่งผลทำให้เป็อัมพาตทันที หากปล่อยไว้เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนที่โดนพิษจะเสียชีวิตได้... เขาจึงหันไปมองชายชรากับเด็กหนุ่ม และสังเกตเห็นว่า ชายชรานั้นถูกพิษของมันเข้าให้แล้ว
เชี่ยอิงอิงสังเกตเห็นรอยแผล บนแขนของชายชรา จึงเดินตรงไปหาพวกเขา พร้อมกล่าวขึ้นว่า “พวกท่านเป็อะไรหรือไม่??? แล้วชาวบ้านคนอื่นยังปลอดภัยดีหรือไม่??? ”
“ท่านจอมยุทธ โปรดช่วยหมู่บ้านของเราด้วยเถิด... สัตว์อสูรพวกนี้ บุกเข้ามาสังหารผู้คนในหมู่บ้าน โดยที่พวกเราไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ทำให้นักรบของเรา ตายกันคนแล้วคนเล่า พวกเขาทั้งหมดคอยถ่วงเวลาให้คนแก่ เด็กและสตรี หนีออกมาก่อน ข้าก็ไม่ทราบได้ว่า มีคนรอดมากน้อยเพียงใด” ชายชรากล่าวออกมาอย่างช้า ๆ ขณะมีโลหิตไหล ออกมาจากาแ บนท่อนแขนของเขา ซึ่งนอนนิ่งหมดสภาพอยู่ที่พื้น โดยมีมือของหลานชายกุมแน่นอยู่
ฮวาไฉ่ลี่มองไปทางทิศตะวันออก พร้อมกล่าวว่า “เห็นทีว่าเรา จะมาไม่ทันเสียแล้ว เพราะข้าััถึงกลิ่น โลหิตที่รุนแรงยิ่ง โชยมาจากทางนั้น” นางยกนิ้วชี้ขึ้น ซึ่งทางนั้นก็คือ ทางไปหมู่บ้านสายหมอกพอดี
“ท่านปู่... ข้าพอจะมีวิชาแพทย์ติดตัวอยู่บ้าง ให้ข้าลองตรวจสอบ อาการาเ็ของท่านก่อนเถอะ” รันฟงเทียนกล่าวแล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ ชายชรา และจับไปที่ข้อมือของเขา เพื่อตรวจชีพจรดู...
ขณะที่รันฟงเทียน กำลังตรวจสอบชีพจรอยู่นั้น ก็มีเงาสีดำปรากฏขึ้น ทางด้านหลังของเขา... เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลันสังเกตเห็นว่า มีสัตว์ประหลาด กำลังพุ่งเข้าหาพวกเขา จึงะโออกไปขวางเอาไว้... เด็กหนุ่มกางท่อนแขนออก จนสุดทั้งสองข้าง พร้อมกับหลับตาลง เขารู้สึกแค่ว่าอยากจะปกป้อง คนที่ตนรักเป็ครั้งสุดท้าย ด้วยชีวิตของเขาเอง
“ไม่!!! เจียนเฉินนนน...!!!” ชายชราเห็นหลานชายของตน กำลังจะถูกสัตว์ประหลาดกิน เขาพยายามลุกขึ้น ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี และผลักรันฟงเทียน กับหลานชายของเขา ให้พ้นทางออกไป แต่ทว่าความจริงอันโหดร้ายนั้น ชายชราไม่สามารถขยับตัว ได้อย่างที่ใจคิด ได้แต่เฝ้ามองดู ่เวลาสุดท้ายของหลานชาย ที่กำลังจะโดนกิน เขาทำได้แค่เพียง ร้องะโออกไปเท่านั้น
ในขณะนั้นเอง... ได้มีเชือกสีเขียวอ่อนมาพันรัด สัตว์ประหลาดเอาไว้ได้ทัน และยังกระชากมันลงไปกระแทกกับพื้น ทางด้านหลังของสัตว์ประหลาด ปรากฏร่างของหญิงสาวถือแส้สีดำ ที่ปลายของแส้มีพลังปราณสีเขียวอ่อน บิดรวมกันเป็เชือกยาว ตรึงสัตว์ประหลาดเอาไว้
หญิงสาวคนนั้น คือ เฉิงชิงชิง นางใช้กระบวนท่าพันธนาการผนึกอสูร จาก เคล็ดวิชาไหมพฤกษา ปราณสีเขียวอ่อนกระจายออก เป็เส้นเชือกหลายสิบเส้น พุ่งตรงเข้าบิดพันบีบรัดสัตว์ประหลาดจนแน่น เกล็ดสีดำของมันพลันแตกออก แล้วหลุดร่วงทีละเกล็ด เผยให้เห็นถึง ิัด้านในสีแดงอ่อน...
สัตว์ประหลาดเริ่มกัด ลงบนเส้นเชือกสีเขียว พยายามฉีกกระชากออก... ด้วยเรี่ยวแรง อันมหาศาลของมัน เส้นเชือกที่สร้างจากพลังปราณบริสุทธิ์ เริ่มปริแตกเกิดรอยขนาดเล็กค่อยๆ ขยายมากขึ้น ก่อนจะขาดออกจากกัน
เฉิงชิงชิง เร่งพลังปราณระดับ 2 ขอบเขตก่อเกิดิญญาขึ้น กระแสพลังปราณสีเขียวะเิ ออกจากร่างของนางอย่างรุนแรง พุ่งเข้ามาช่วยซ่อมแซม รอยปริแตกของเชือก จากนั้นนางจึงใช้ “วิชาแส้ทะลวงศูนย์”
ปลายของแส้ พุ่งเข้าหาสัตว์ประหลาดเป็แนวเส้นตรง เสมือนหอกที่พุ่งทะยาน เพื่อทำลายล้างศัตรู... ปลายแส้นั้น พุ่งผ่านเข้าไปในปาก ของสัตว์ประหลาดทันที จังหวะนั้นเอง เฉิงชิงชิงตวัดแส้ขึ้นเล็กน้อย ทำให้ปลายแส้ที่แข็งประดุจคมหอก เปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงเข้าสู่สมองของมัน ในที่สุดก็ทะลุออกมา จากศีรษะของสัตว์ประหลาด... ตายทันที!!!
“แม่นางชิงชิง ฝีมือของเ้าพัฒนารุดหน้าขึ้นมาก... ยินดีด้วย” รันฟงเทียนกล่าวพร้อมยิ้มให้นาง
เด็กหนุ่มลืมตาขึ้น เห็นสัตว์ประหลาด ที่กำลังจะกินเขานั้น กลายเป็ศพนอนแน่นิ่งอยู่ด้านหน้า เขาจึงถอนลมหายใจ และหันกลับมาหารันฟงเทียน จากนั้นก็คุกเข่าลงกับพื้นดิน พร้อมกล่าวขึ้น
“ท่านจอมยุทธได้โปรดช่วยท่านปู่ด้วย ข้าขอสัญญาว่าจะรับใช้ท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
รันฟงเทียนเหลือบมองไปที่เด็กหนุ่ม และพยักหน้าให้เขา แล้วหยิบชุดเข็มหยกทองขึ้นมา ปักลงไปที่ชีพจรของชายชราทั้งหมด 21 จุดทั่วร่างกาย จากนั้นจึงเริ่มถ่ายพลังปราณบริสุทธิ์ของเขา ผ่านเข็มหยกทอง เพื่อสกัดกั้นพิษของัสุบิน ไม่ให้มันกระจายตัวไปมากกว่านี้ เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น เขาก็นำเข็มหยกทองออกและกล่าวขึ้นว่า
“เฮ้อ... ข้าทำการสกัดพิษไม่ให้กระจายตัวแล้ว แต่นี่เป็การรักษาแบบชั่วคราวเท่านั้น ยังไม่อาจขจัดมัน ออกจากร่างของปู่เ้าได้ เพราะพิษชนิดนี้มีความพิเศษ ข้า้าของเหลว ในไข่ของัสุบิน มาสกัดเป็โอสถแก้พิษ...”
“อืม... เข้าใจแล้ว แต่ก่อนอื่นพวกเรา ควรเข้าไปในหมู่บ้านกันก่อน เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และช่วยเหลือผู้รอดชีวิต เพราะอาจจะมีคนที่โดนพิษอีกก็ได้... ไปกันเถอะ” เชี่ยหลีเนียงกล่าวขึ้นเพื่อดึงความสำคัญ ของเหตุการณ์ที่ควรทำก่อน
รันฟงเทียนพยักหน้าและช่วยประคองชายชรา พวกเขาเริ่มเดินทางเข้าสู่หมู่บ้าน ระหว่างทางพวกเขาเห็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ของมนุษย์ กระจัดกระจายอย่างน่าสยดสยอง มีแม้กระทั่งแขนของเด็กเล็ก ๆ แววตาจากบรรดาสาว ๆ ที่อยู่ด้านหน้าของเขา มองด้วยความโกรธเกรี้ยว และโศกเศร้าอย่างถึงที่สุด
เมื่อรันฟงเทียน ได้เห็นสายตาของพวกนาง ก็เข้าใจถึงความรู้สึกของแต่ละคน ว่าคงจะไม่มีใคร้า ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น... เขาได้แต่ถอนลมหายใจ คิดขึ้นในใจว่า ถึงแม้การที่สัตว์อสูรชนิดนี้สังหารผู้คน เพื่อนำไปเป็อาหารก็ตาม และอาจดูโหดร้ายไปบ้าง ในมุมมองของมนุษย์ แต่ความเป็จริงแล้ว... มนุษย์เองก็สังหารสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อนำมาเป็อาหารเช่นกัน ไม่ได้ต่างอะไรกับสัตว์อสูรเท่าไรนัก เป็ธรรมดาของกฎแห่งป่า ซึ่งแฝงไปด้วยความโหดร้ายอยู่เสมอ
จู่ ๆ แสงสีขาวในจิติญญาของเขาก็สว่างวาบขึ้น... ความเข้มข้นมากกว่าเดิมสองเท่า รันฟงเทียนพลันรู้สึกว่า ประสาทััของเขา นั้นเฉียบคมขึ้น ระยะการรับรู้ภัยอันตรายก็ขยายออกไปด้วย เขารู้สึกแปลกใจมาก หรือนี่ก็คือ!!!การบรรลุสัจธรรมแห่งจิต มันเกิดขึ้นได้อย่างไร...
รันฟงเทียนพยายามทบทวน สภาวะจิตใจที่เกิดขึ้นนี้ เขาเริ่มคิดถึงในสมัยก่อนตอนอาศัยอยู่บนทวีปชีฟง “ข้าอ่านหนังสือโบราณมาก็ตั้งเยอะ เข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากมาย กลับไม่เคยแม้แต่จะเข้าใกล้ การบรรลุสัจธรรมแห่งจิตมาก่อนเลย เพราะเหตุใดกันแน่... หรือว่าข้า... ได้เห็นและัักับ่ชีวิต ที่อยู่บนดาวโลก ทำให้มุมมองที่มีต่อสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงไป ต้องใช่แน่... ข้าเข้าใจแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”
การบรรลุสัจธรรมแห่งจิต นอกจากประสาทััทั้งหมดจะยกระดับขึ้น ยังช่วยให้การป้องกันจากสิ่งรุมเร้าที่ก่อกวนจิตใจ ยกระดับสูงขึ้นอีกด้วย
พวกเขาเดินเข้ามาในหมู่บ้านสายหมอกระยะหนึ่งแล้ว ก็ยังคงไม่พบเห็นผู้รอดชีวิตอยู่เลย สิ่งที่พวกเขาััได้มีแต่เพียงกลิ่นที่เหม็นคาวของโลหิต ฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาบริเวณ และเศษซากศพของมนุษย์เป็จำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีศพของเด็กทารกรวมอยู่ด้วย
เมื่อฮวาไฉ่ลี่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด จู่ ๆ นางก็ทรุดลงกับพื้นดิน ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ น้ำตาเริ่มไหลออกมาอย่างมิยอมหยุด พร้อมพึมพำว่า
“ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านสายหมอกแห่งนี้ เป็ความผิดของข้าเอง ที่ไม่สามารถตรวจสอบให้ละเอียดเพียงพอ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้... ถ้าข้าอดทนเฝ้ารออยู่แม้เพียงอีกแค่สักหนึ่งวัน ชาวบ้านก็คงไม่ต้องล้มตายเป็จำนวนมากขนาดนี้...”
รันฟงเทียนเห็นนางเป็แบบนั้น ก็ถอนลมหายใจและเดินตรงเข้าไปปลอบนางพร้อมกล่าวขึ้นว่า “มันมิใช่ความผิดของท่านหรอกศิษย์พี่หญิง เหตุที่ัสุบินมันเลือกบุกเข้ามาในหมู่บ้านสายหมอกวันนี้ เป็เพราะพวกมันไม่สามารถััได้ถึง กระแสพลังปราณที่สูงกว่าพวกมันได้...”
“ัสุบินฝูงนี้ มันคงจับจ้องหมู่บ้านสายหมอก มาสักระยะหนึ่งแล้วอย่างแน่นอน พวกมันคงเฝ้ารอคอย วันที่พวกศิษย์พี่หญิงออกไปจากหมู่บ้าน จึงเริ่มบุกก็เท่านั้น แม้พวกมันจะเ้าเล่ห์ไปบ้าง แต่นั่นก็คือกฎของธรรมชาติ ซึ่งผู้ที่แข็งแกร่งจะกลืนกินผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ หากว่าเราอยากเอาชีวิตรอด จากกฎของธรรมชาตินี้ ก็คงมีเพียงแต่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น” รันฟงเทียนกล่าวพร้อมกับหันไปมองพวกนางทุกคน เพื่อสอนหัวใจสำคัญในการเข้าใจถึงสรรพสิ่ง เพื่อในสักวันหนึ่งพวกนางอาจจะบรรลุสัจธรรมแห่งจิตได้