เนื่องจากต้องไปพบหน้าท่านตาท่านยายที่จวนโหวเป็ครั้งแรกหลี่จิ้งถิงจึงถูกลู่ฮูหยินขัดเกลากิริยามารยาทขั้นพื้นฐานอย่างเข้มงวดนอกจากนั้นเื่การเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนางก็ถูกอีกฝ่ายปรับเปลี่ยนให้เข้าที่เข้าทาง จนมีรัศมีคล้ายคุณหนูสกุลสูงในเมืองหลวงอยู่ไม่น้อย
แต่ถึงกระนั้นอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ก็ยังดูไม่ค่อยพอใจแม้ยามนี้หลี่จิ้งถิงจะอยู่ในอาภรณ์ที่งดงามประณีตหรูหราแต่ภาพที่อยู่ในความคิดของลู่ฮูหยินกลับเป็ภาพของเด็กหญิงที่สวมใส่ชุดแบบเรียบง่าย ไม่ต้องดูสูงศักดิ์มากจนเกินไปถึงจะดูเหมาะสมยิ่งกว่า
ดังนั้นนางจึงแค่ชำเลืองมองหลี่จิ้งถิงแวบหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่เหมาะ ให้ช่างไปตัดชุดมาใหม่ชุดหรูหราที่ปักลวดลายเยอะ ๆ อาจยังไม่เหมาะสมกับเด็กสาววัยอย่างเ้า ไปเลือกผ้ามาใหม่อีกสักหกเจ็ดพับเอาที่สีสันสดใสสมวัยของเ้าสักหน่อย ในชุดก็ให้เย็บปักลายดอกไม้ให้เข้ากับเนื้อผ้า จะได้ดูแจ่มใสมีชีวิตชีวาส่วนเครื่องประดับก็อย่าเลือกเอาที่โดดเด่นจนเกินไป การแต่งกายทั่วทั้งร่างั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าทั้งหมดควรจะประสานเข้ากัน ดูแล้วไม่มากไม่น้อยจนเกินไปอย่าได้มีข้อผิดพลาดให้ผู้อื่นตำหนิได้แม้แต่น้อย เข้าใจหรือไม่”
หลี่จิ้งถิงกะพริบตาปริบๆ ขานรับเสียงละห้อย
“เข้าใจเ้าค่ะ”
ั้แ่เช้าจนตะวันเคลื่อนคล้อยนางต้องผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่สวมใส่อย่างครบถ้วนั้แ่หัวจรดเท้าไปมาไม่น้อยกว่าสิบชุดแล้ว
ในใจของหลี่จิ้งถิงนึกสนเท่ห์อยู่บ้างเหตุใดเกิดเป็สตรีสูงศักดิ์ชีวิตถึงได้ยุ่งยากนัก ทั้งที่เมื่อก่อนชีวิตประจำวันของนางนั้นง่ายดายมากแค่สวมเสื้อผ้าเท่าที่มี ผลัดเปลี่ยนซ้ำไปซ้ำมาอย่างเป็ปกติแต่ในสายตาของท่านป้าลู่ อาจจะมองว่าแปลกพิสดารมากเกินไปกระมัง
“เสี่ยวถิง”เสียงเรียกของท่านป้าลู่ทำให้นางหยุดความคิดลงชั่วคราว
“เ้าค่ะท่านป้า”
“ผงไข่มุกตลับนี้ป้าให้เ้าเอาไว้ใช้บำรุงผิวทุกห้าหรือเจ็ดวันก็ให้นำผงไข่มุกนี้ผสมกับน้ำผึ้งนำมาทาหน้าจะช่วยให้ผิวเ้าเปล่งปลั่งดูสดใส”
หลี่จิ้งถิงฟังลู่ฮูหยินบอกวิธีใช้ผงไข่มุกอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร่ำไห้ดีนางยื่นมือไปรับผงไข่มุก ที่น่าจะมีราคาค่างวดมหาศาลมาถือไว้อย่างว่าง่ายของมีค่าในมือของท่านป้าลู่ ที่ตอนนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือมาอยู่กับนางพอนับไปนับมาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
แต่...ช่างเถิดหลี่จิ้งถิงตระหนักได้ั้แ่แรกแล้วว่า การจะพูดปฏิเสธอดีตองค์หญิงใหญ่ผู้นี้นั้นเป็เื่ซึ่งปราศจากเหตุผล ท่านป้าลู่ยังคงมีนิสัยเคยชินกับการออกคำสั่ง หากเมื่อใดที่ไม่ได้ดั่งใจ นางมักจะส่งสายตาที่คล้ายจะบีบให้ยอมศิโรราบออกมาเมื่อพินิจพิเคราะห์ถึงความเหมาะสมแล้ว หลี่จิ้งถิงจึงยอมทำหน้าหนารับสิ่งของจากนางมาอย่างไม่ต้องพูดปฏิเสธให้มากความ
ลู่ฮูหยินเห็นหลี่จิ้งถิงยังคงรักษาสีหน้าสุภาพเรียบร้อยเอาไว้ได้แม้จะฝืนใจจำยอมสิ่งของจากนาง ก็รู้สึกประทับใจในตัวเด็กหญิงเพิ่มมากขึ้น
“เด็กดีเดี๋ยววันหลังป้าจะให้คนไปหาก้อนหยก มาไว้ให้เ้าใช้นวดหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเืลม ผิวพรรณของเ้าจะได้ดูผ่องใสเปล่งปลั่งแลดูมีเืฝาด”
หลี่จิ้งถิงลอบรำพึง‘นี่ยังไม่หมดอีกเหรอเนี่ย’
แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังควบคุมอารมณ์ได้ดีครั้นพอคิดถึง่เวลาที่ต้องเสียไปกับการประทินโฉม หลี่จิ้งถิงก็ค่อย ๆ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนเอ่ยถามท่านป้าลู่อย่างระแวดระวัง
“ข้าไม่นึกเลยว่าท่านป้าจะมีเคล็ดลับความงามมากมายถึงเพียงนี้ มิน่าท่านถึงได้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอแต่ว่าเคล็ดลับชั้นเลิศพวกนี้ ข้าฟังปราดเดียวก็รู้ว่ามิใช่เคล็ดลับของสามัญชนเกรงว่าจะถ่ายทอดให้เฉพาะคนในรั้วในวังเท่านั้น ท่านป้านำมาถ่ายทอดให้ข้าเรียนรู้ตามใจชอบเช่นนี้เกรงว่าข้าจะไม่คู่ควรนะเ้าค่ะ”
ไม่รู้ว่าลู่ฮูหยินจับน้ำเสียงที่แฝงเร้นอยู่ในถ้อยคำของหลี่จิ้งถิงได้หรือไม่นางจึงส่ายหน้าพร้อมพูด “เื่ที่ข้าถ่ายทอดให้เ้า เป็แค่เคล็ดลับเล็ก ๆสำหรับการดูแลผิงพรรณภายนอกเท่านั้น ถ้าจะให้ครบถ้วนตามตำรับต้องใส่ใจเื่การปรับธาตุจากภายในด้วยตัวข้าเองก็มีสูตรยาต้มเฉพาะตัว ที่กินเพื่อช่วยเสริมความงามอยู่ในนั้นมีสมุนไพรหลายตัวที่ดีต่อสุขภาพ เอาไว้ข้าจะสั่งสาวใช้ต้มให้เ้าได้ดื่มด้วย”
“เอ่อ...”
อดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ปรายตามองหลี่จิ้งถิงปราดหนึ่งในดวงตาทอประกายบางอย่าง
หลังจากอ้ำอึ้งไปพักใหญ่หลี่จิ้งถิงจึงพึมพำกล่าวตอบอย่างจนปัญญา “ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ”บนใบหน้าพริ้มเพราของนางฉายรอยกลัดกลุ้มจาง ๆ
ลู่ฮูหยินยิ้มบางๆ “เ้าอาจจะยังไม่เข้าใจในความหวังดีของข้า เพราะเ้าเพิ่งจะอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้นทว่าในความเป็จริง เ้าไม่อาจจะหยุดความงดงามของ่วัยสาวสะพรั่งเอาไว้ได้ตลอดเ้าลองนึกภาพว่าถ้าเ้าอายุเท่าข้า ทว่าบนใบหน้ายังคงอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง ไม่รู้ว่าเ้าในยามนั้นจะรู้สึกรื่นรมย์มากเพียงใด”
หลี่จิ้งถิงถอนหายใจแ่ๆ เฮือกหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยความกระดากอายน้อย ๆ “ต่อให้ข้าประทินโฉมจนงดงามก็ไม่มีผู้ใดมาชื่นชมเสียหน่อยนี่เ้าค่ะ”
“สตรีเราประทินโฉมให้งดงามมิได้หวังให้ผู้อื่นมาชมชอบแต่ทำเพื่อให้ตนเองมีความสุขต่างหากเล่า”
พอพูดจบท่านป้าลู่ก็สอนหลี่จิ้งถิงให้รู้ถึงวิธีการวางนิ้วมือลงบนใบหน้าเพื่อกดจุดเสียงเอ่ยเนิบ ๆ กับนิ้วมือที่พร่างพรมลงบนหน้าผากไล่ลงมาถึงปลายคางส่งผลให้สีหน้าของเด็กหญิงผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว
ลู่ฮูหยินก้มมองใบหน้าของดรุณีน้อยด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
แม้ในใจของหลี่จิ้งถิงจะบังเกิดความเสียดายเวลาในแต่ละวันที่ต้องสูญเสียไปในระหว่างขั้นตอนการประทินผิว แต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่า เื่ที่ได้เรียนรู้จากท่านป้าลู่นั้นนับเป็เื่ที่สิ้นเปลืองเวลาไปเสียทั้งหมดเพราะก็มีบางเื่ที่หลังจากได้รับการสอนสั่ง นางก็ปรารถนาที่จะได้เรียนรู้ต่อให้มากยิ่งขึ้นไปอีกแต่ก็ยังมีบางเื่ที่นางจำยอมต้องเรียนรู้ เพราะหวั่นเกรงในความไม่ธรรมดาของท่านป้าลู่นั่นเองพูดไปแล้วก็น่าขัน
“เอ่อจะว่าไปพักนี้ข้าไม่ค่อยเห็นท่านลุงกับพี่ชายเลย ไม่รู้ว่าพวกเขาไปไหนกันหรือเ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงแสร้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ แต่ในความเป็จริงนางกำลังจะล่อหลอกล้วงความลับจากอีกฝ่ายต่างหาก
นางรู้ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็สิ่งที่ไม่สมควร แต่ในสายตาของหลี่จิ้งถิงนางมองคนสกุลลู่เป็ผู้มีพระคุณเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความกังขาออกมา เนื่องจากตลอดการเดินทางเท่าที่เห็นสองสามีภรรยามักไม่ค่อยจะแยกจากกันจะมีก็เพียงแต่ลู่สิงเทียนที่มักจะปลีกตัวไปอ่านตำราอยู่เงียบ ๆ คนเดียว แต่ก็ยังอยู่ในระยะสายตาของบิดามารดา
แต่น่าแปลกเมื่อพวกเขาทั้งหมดนั่งรถม้าเข้าสู่ประตูเมือง จู่ ๆ พวกนางสองป้าหลานก็ราวกับถูกสองพ่อลูกทอดทิ้งลู่จางหย่งกับลู่สิงเทียนแยกออกไปอยู่อีกเรือนหนึ่ง โดยให้หลี่จิ้งถิงกับลู่ฮูหยินพักอยู่อีกเรือนหนึ่งดูภายนอกเหมือนกับทั้งสองเรือนแยกเป็เอกเทศจากกัน แต่แท้ที่จริงแล้ว กลับมีประตูลับที่สามารถเชื่อมต่อทั้งสองเรือนให้ไปมาหาสู่กันได้อย่างง่ายดาย
คราแรกหลี่จิ้งถิงพยายามโน้มน้าวใจตนเองว่าพวกเขาสองพ่อลูกอาจจะติดธุระสำคัญจริงๆ ก็ได้ แต่เมื่อมีเวลาคิดไตร่ตรอง นางก็พบเห็นสิ่งผิดปกติบางสิ่งบางอย่างเข้า ทันทีที่ค้นพบหลี่จิ้งถิงก็ค่อย ๆเชื่อมโยงปริศนา แล้วก็พบว่า ั้แ่ออกจากเรือนมา ครั้งนี้นับเป็ครั้งแรกที่พวกเขาหยุดพักยาวนานที่สุด
ถึงแม้ท่านลุงลู่จะเคยเอ่ยปากบอกนางว่าคนสกุลลู่ไม่ชอบการเดินทางอย่างเร่งรีบ นั่นเป็เพราะเมื่อก่อนพวกเขาล้วนใช้ชีวิตอยู่กับความยุ่งยากวุ่นวายดังนั้นเมื่อได้พบเจอกับความสงบสุขเรียบง่าย จึงอยากจะเก็บเกี่ยว่เวลาเ่าั้เอาไว้ให้นานที่สุด
ถ้อยคำของลู่จางหย่งในเวลานั้นทำให้หลี่จิ้งถิงที่ได้ฟังเชื่ออย่างสนิทใจ
ถ้าไม่บังเอิญในเวลาต่อมานางได้ไปล่วงรู้ว่า ในยามวิกาลเมื่อท้องฟ้ามืดสลัวท่านลุงลู่มักจะมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย หลี่จิ้งถิงเคยลอบสอบถามท่านป้าลู่นางเพียงตอบเสียงเรียบ ๆ ว่า เป็บรรดาเพื่อนฝูงเก่าแก่ของท่านลุงแวะมาพูดคุยเท่านั้น
ดวงหน้าเล็ก ๆ แฝงความงุนงงเมื่อได้รับคำตอบเหตุใดสหายของท่านลุงถึงได้ทำตัวราวกับกำลังลอบนัดพบปะกันเมื่อท่านป้าลู่เห็นสีหน้าประหลาดใจของนางก็พูดด้วยน้ำเสียงขรึม
“แเื่บางคนของท่านลุงเ้าไม่สะดวกปลีกตัวมาพบเขาในตอนกลางวัน จึงได้ทำให้ท่านลุงเ้าต้องเปลี่ยนมาต้อนรับแขกในยามค่ำคืนแทน หลายครั้งหลายหนเข้าจึงบังเกิดเป็ความเคยชิน เป็เพราะเ้ามาพำนักกับพวกเราไม่นานจึงได้ฉงนสงสัยเช่นนี้ แต่ป้ากับอาเทียนนั้นพบเห็นจนเคยชินเสียแล้วหล่ะ”
หลี่จิ้งถิงฟังแล้วก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง นั่นเป็เพราะนางสังเกตเห็นว่า บรรดาแเื่ที่มาเยี่ยมเยือนนั้นมีท่าทางเหมือนพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่า มีการติดต่อกับลู่จางหย่งด้วยการลอบเข้าออกที่ประตูด้านหลังเรือนแทนที่จะเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยทางประตูหน้า เด็กหญิงเคยลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามกับบรรดาผู้ติดตาม กลับพบว่าพวกเขาปิดปากได้แน่นสนิทนัก
หลี่จิ้งถิงจึงยิ่งแน่ใจว่าคงจะมีแค่ตนเองเพียงผู้เดียวที่ถูกปิดหูปิดตาไม่ให้รู้เื่รู้ราวอย่างเห็นได้ชัด
อดีตองค์หญิงฮุ่ยิ่คลี่ยิ้มด้วยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยนนางประจักษ์แจ้งแก่ใจดีถึงความอยากรู้อยากเห็นในตัวเด็กน้อยอย่างหลี่จิ้งถิง และย่อมรู้เท่าทันอุบายเล็กๆ น้อย ๆ ที่แฝงอยู่ในคำถาม ครั้นพอชายตาไปมองเห็นแววตาชอบกลของอีกฝ่ายก็นึกอยากจะหัวเราะออกมาทันใด
แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตากังวลใจและท่าทางราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ของหลี่จิ้งถิงลู่ฮูหยินก็สลัดความคิดอยากจะหัวเราะออกไป ขณะกำลังลังเลใจอยู่ว่าจะปกปิดเด็กหญิงต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ดีหรือไม่ทันใดนั้นเองก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาเสียงเรียกของเขาทำให้ลู่ฮูหยินหยุดชะงักนางพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงความรู้สึกออกมา
“คืนนี้งั้นหรือ”
“ขอรับ”
พอคนผู้นั้นพูดจบก็หยุดยืนนิ่งรอรับคำสั่งครั้นเห็นผู้เป็นายพยักหน้า เขาก็กล่าวลาแล้วรีบจากไปทันที
ผ่านไปสักพัก...
ในขณะที่หลี่จิ้งถิงกำลังสองจิตสองใจว่าในสถานการณ์ที่ดูผิดปกติและตึงเครียดเช่นนี้ จะเอ่ยปากถามเพื่อยืนยันข้อสงสัยออกไปเลยดีหรือไม่พอตั้งท่าจะพูดก็ได้ยินเสียงท่านป้าลู่ดังขึ้น
“เสี่ยวถิงคืนนี้ไม่ว่าเรือนทางโน้นจะมีเื่อะไรเกิดขึ้นป้าขอให้เ้าเก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในห้อง อย่าได้เปิดประตูออกมาเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”
แม้จะอยากรู้ว่าที่เรือนโน้นจะเกิดสิ่งใดขึ้นแต่หลี่จิ้งถิงก็ชั่งใจอยู่ประเดี๋ยวเดียว พอเห็นท่านป้าลู่มีสีหน้าเคร่งเครียด นางก็รีบพยักหน้ารับพลางกระซิบถามขึ้นทันใด
“ท่านป้าคิดว่าการซ่อนตัวเงียบๆ อยู่ในห้องนั้น จะทำให้ข้ากับท่านปลอดภัยแล้วหรือเ้าค่ะ”
หากเป็ยามปกติลู่ฮูหยินคงจะหลุดหัวเราะออกมาแล้ว แต่ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางได้ยินดังนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกหลายๆ เฮือก พลางสั่นศีรษะ
“ไม่ข้าเองก็ไม่แจ่มแจ้งในคำสั่งของท่านลุงเ้าเช่นกัน แต่ก็ไม่อาจพูดทำลายแผนการที่เขาตั้งใจตระเตรียมเอาไว้เพื่อพวกเราเป็อย่างดีก็เท่านั้น”
สองป้าหลานพากันถอนหายใจอย่างไร้สุ้มเสียง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สองพ่อลูกแอบหนีไปทำอะไรกันคะ อยากรู้ตามน้องด้วยเลยเนี่ย
มาร่วมติดตามความลับกันได้ในตอนต่อไปนะคะ
อย่าลืมกดหัวใจ กดติดตาม กดเพิ่มเข้าชั้นเอาไว้ด้วยน้า เรามาอัพเมื่อไหร่ทุกคนจะได้รับแจ้งในทันที