สามวันต่อมา
หม่อสาขานัดรุ่นน้องมาพบกันเป็ครั้งที่สองเพราะรุ่นพี่แต่ละคนต้องพาเด็กใหม่ลงทะเบียนเรียนเทอมแรก บรรยากาศในห้องคอมของคณะจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายั้แ่เช้า
หลังจากได้รับคำแนะนำคร่าว ๆ แล้วว่าจำเป็ต้องเลือกวิชาหลักตัวไหนบ้างและเลือกวิชารองตัวไหนเพื่อเรียนปีแรกก่อน นรินทร์และดรัลก็นั่งประจำหน้าจอคอมพร้อมเช็กความเร็วเน็ตของตัวเองเพราะไม่อยากพลาดวิชาที่หมายตาเอาไว้
ร่างบางนั่งข้างพี่หม่อคนหนึ่งที่ใส่หน้ากากกับหมวกแก๊ปด้วยท่าทีหวาดระแวงนิดหน่อยพลางขยับเข้าหาดรัล แต่พอได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็จำได้ว่าเป็คนที่เคยยื่นลูกอมให้เขาในวันแรกจึงเบาใจลงบ้าง
“สงสัยอะไรเหรอ” รุ่นพี่คนนั้นเอ่ยปากถามเพราะเห็นรุ่นน้องมองตัวเองราวกับพิจารณาอะไรบางอย่าง
“วันนั้น ขอบคุณจริง ๆ นะครับ” นรินทร์หยิบกระเป๋าแล้วควานหาของที่มักเก็บไว้กับตัวแล้วยื่นให้รุ่นพี่ใจดีที่อุตส่าห์ช่วยเขาและให้คำแนะนำเื่วิชาเรียนทั้ง ๆ ที่ตัวเองเหมือนจะไม่สบาย “ผมก็ชอบกินลูกอมอันนี้เหมือนกัน”
“ขอบใจ” ดวงตาของเขาสบกับอีกฝ่าย นรินทร์จึงได้เห็นว่าคนตรงหน้ากำลังใส่คอนแทคเลนส์สีดำแต่ไม่เอ่ยปากถามอะไรออกไปอีกพลางมองดูเขาเขียนโน้ตลงในคู่มือลงทะเบียน
“พี่...” นรินทร์พึมพำเพราะเห็นลายมือนั้นแต่คิดว่าตัวเองอาจจะจำผิดไป
“นายพูดว่าอะไรนะ” เขาหันหน้ามามอง
“เปล่าครับ” ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธแล้วนั่งมองเขาเขียนรายละเอียดในหนังสือต่อจนกระทั่งถึงเวลาแปดนาฬิกาตรง
เสียงคลิ๊กเมาส์รวมถึงเสียงกดปุ่มรีเฟรชก็ดังรัว ๆ เพราะหน้าจอของใครหลายคนกำลังค้างหมุนติ้ว แต่นรินทร์กลับลงทะเบียนได้อย่างง่ายดายเพราะความช่วยเหลือของรุ่นพี่ผู้เชี่ยวชาญ
ครั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหล่าพี่หม่อก็พาน้องใหม่มานั่งในห้องประชุมเล็กของสาขา แล้วรุ่นพี่แต่ละคนก็สวมรอยเป็พี่รหัสปลอม ๆ เพื่อนำของจากพี่รหัสตัวจริงไปให้น้องของตัวเอง
กระนั้นพี่คนเดิมที่สวมคอนแทคเลนส์สีดำก็เดินถือถุงผ้าใบใหญ่มาหานรินทร์จนดรัลอดแปลกใจไม่ได้ ถามด้วยความสงสัยว่า“พี่อีกแล้วเหรอครับ”
พี่ปีสองที่ถือของมาให้ดรัลถึงกับหัวเราะลั่นเพราะคนที่ถูกถามคือเพื่อนสนิทของเขาเอง
นรินทร์รับถุงผ้ามาแล้วดูของข้างในที่มีทั้งหนังสือเรียนวิชาที่เพิ่งลงทะเบียนไป ปากกาสีสัน กระดาษโน้ต ขนมและลูกอมบ๊วยโบราณที่เขาชอบเป็พิเศษ
“อย่ากินเยอะล่ะ เดี๋ยวฟันผุ” คนตรงหน้าเอ่ยปากบอก น้ำเสียงยังคงแฝงความอ่อนโยนไม่เปลี่ยน
“ผมโตแล้วนะ” เขาเผลอเถียงกลับเพราะคิดว่าได้ยินคำว่าเด็กน้อยจากปากของรุ่นพี่ “ขอบคุณพี่มากนะที่เอาอันนี้มาให้” สายตาของเขามองไปรอบห้องเพื่อหาพี่รหัสตัวจริง แต่ว่าดูอย่างไรก็ไม่เห็นใครออกอาการพิรุธเลยสักคน “พี่ชื่ออะไรเหรอ”
“พายุ” เขาตอบทันควันจนเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หันมามองเพราะถูกแย่งชื่อเล่นไปต่อหน้าต่อตา “เมมเบอร์เอาไว้ไหม เผื่อมีอะไรสงสัยจะได้โทรมาถาม”
“ครับ” เขาหยิบมือถือของตัวเองออกมาแล้วเขียนชื่อไว้ว่า พี่พายุหม่อสาขา ก่อนจะลองโทรเข้า
เสียงเพลงมือถือดังขึ้นพลางแสดงหน้าจอชื่อนรินทร์ทำให้สายนทีใรีบปิดมือถือในทันทีเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขามีเบอร์อยู่แล้ว
คนชื่อพายุตัวจริงที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงกลั้นขำอยู่คนเดียวแล้วพูดชงไปว่า “จะดึกดื่นเที่ยงคืนก็โทรมาได้นะ คิดว่าเ้านี่เป็พี่รหัสไปเลยก็ได้ ใช้งานได้เต็มที่เพราะมันเต็มใจอยู่แล้ว”
“แล้วผมโทรหาพี่ได้ไหม” ดรัลได้ยินดังนั้นจึงถามพายุบ้าง
“นายก็โทรหาพี่รหัสนายดิ ให้เบอร์ไปแล้วนี่นา” พายุส่ายหน้าเพราะเื่ของเขามันคนละกรณีกับสายนทีอย่างสิ้นเชิง
“อ่อ” ดรัลพยักหน้า “พี่คนนี้กำลังจีบเพื่อนผมอยู่เหรอครับ” สายตาของเขามองมาที่สายนทีคล้ายจะเตือนบางอย่างแต่ไม่พูดเพราะถือเป็เื่ส่วนตัวของนรินทร์
“อย่าคิดมากนะนรินทร์ ไม่ใช่ว่าพี่จีบนายหรอก” สายนทีเอ่ยปากอธิบายเสียงนุ่มลึก “ก็แค่ทำหน้าที่แทนพี่รหัสนายเฉย ๆ”
“ใช่ ๆ เพราะพี่รหัสนายน่ะเป็พวกขวางโลก ดีแล้วล่ะที่พายุมาดูแลแทนน่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะทะเลาะกันจนลมจับไปข้างหนึ่งเลยก็ได้” เพื่อนของสายนทีพูดเป็ฉาก ๆ ให้รุ่นน้องทั้งสองเห็นภาพได้ชัดเจนว่าอย่าไปถามหาคนคนนั้นเลย มองคนตรงหน้านายดีกว่า
“ครับ” เขาทำหน้าตาใสซื่อ “ขอบคุณครับพี่พายุ”
“อื้อ” พายุตัวจริงเผลอพยักหน้าจนสายนทีรีบพูดเบี่ยงเบนความสนใจ “หนังสือพวกนี้หนักใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวพี่ถือไปส่ง เอ่อ คงมีคนมารับนายเหมือนวันนั้นหรือเปล่า”
นรินทร์พยักหน้า “อ๋อ วันนี้เพื่อนผมมีปฐมนิเทศคงยังไม่เลิกเร็วหรอกครับ”
“เพื่อนเหรอ” สายนทีทวนถาม แม้จะไม่ได้เจอกันนานแต่เขามั่นใจว่าคนที่เขาเห็นคือคณินอย่างแน่นอน แต่พอได้ยินว่านรินทร์บอกว่าเป็เพื่อนกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมา
ร่างบางพยักหน้า ไม่เข้าใจคำถามของเขา “เพื่อนกันั้แ่เด็กแล้วครับ แต่ผมชอบเอาแต่พึ่งพาเขาอยู่เรื่อยเลย”
นรินทร์เล่าเื่ราวของตนเองให้คนตรงหน้าฟังโดยไม่อึดอัดใจราวกับคลายช่องว่างที่มีระหว่างกันไปบ้างแล้ว
“งั้นไปรอที่ห้องสมุดกันดีไหม นายยังไม่เคยไปใช่ไหมล่ะ” สายนทีเอ่ยปากชวนด้วยความตื่นเต้น
“เหมือนโลกนี้มีกันอยู่สองคนเลยว่ะพี่พายุ” เพื่อนสายนทีกระซิบด้วยความหมั่นไส้แล้วดันร่างสูงให้รีบออกไปจากห้อง
จากนั้น ทั้งสองคนจึงพากันเดินเรื่อยเปื่อยไปที่ห้องสมุด ระหว่างทางสายนทีคอยแนะนำสถานที่ละแวกคณะให้นรินทร์ฟังเป็ระยะจนถึงห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย
“ห้องสมุดมีทั้งหมดหกชั้น ข้างบนสาม ใต้ดินอีกสาม” รุ่นพี่ยังคงอธิบายต่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย “หนังสือที่เกี่ยวกับวิชาเรียนอยู่ชั้นสองแล้วก็นิยายอยู่ชั้นสามใต้ดิน”
นรินทร์เอียงคอมองที่เห็นเขาอธิบายอย่างนั้น “พี่มาที่นี่บ่อยไหม”
“ก็มาบ้าง อ่านหนังสืออยู่หอทีไรชอบหลับทุกทีเลย” เขาบอกไปตามตรง “ข้างในมีร้านน้ำปั่นกับของว่างด้วยนะ อร่อยดี”
“พี่อยากกินอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” นรินทร์เอ่ยปากถามอีกครั้งหนึ่ง
“ไม่ได้หรอก จะให้รุ่นน้องเลี้ยงได้ไง” เขาส่ายหน้า
“พี่ช่วยผมตั้งหลายอย่าง” สายตาของเขามองไปที่ร้านน้ำปั่น ดูเมนูด้านหลังแล้วหันมาทำตาปริบ ๆ “พี่ไม่สบายอยู่นี่นา เอาไว้หายแล้วค่อยมาเนอะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้” สายนทียิ้มแป้นอยากรีบหายจากหวัดเร็วไวเพราะการนี้ “นั่งรอเพื่อนนายตรงนั้นสิ”
เขาพูดพลางชี้ไปที่เบาะนั่งสีโทนเข้มที่มีพนักพิงแล้วเดินนำไป นรินทร์จึงถือโอกาสหยิบหนังสือเรียนที่พี่รหัสฝากเอามาให้มาดูทีละหน้า แล้วหยิบหนังสือคู่มือของตัวเองออกมากางดูอะไรบางอย่าง คิดในใจว่า ลายมือพี่พายุเหมือนกับลายมือของพี่รหัสอย่างกับเป็คนเดียวกัน
ครั้นกลับมาที่บ้าน นรินทร์จึงเดินไปหยิบของในโต๊ะลิ้นชักมาดู กระดาษโน้ตใบนั้นมีลายมือใครบางคนเขียนอยู่ เขานำมาวางเทียบกับลายมือในหนังสือคู่มือและหนังสือเรียนพลันใจเต้นตึกตักมากกว่าเดิม “คงไม่ใช่พี่สายนทีหรอกมั้ง”