ยามเหมา( 5:00-06:59 ) โจวหยางิค่อย ๆ ลืมตาตื่นในยามเช้า หลุบตามองร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนมือเรียวหนาปัดปอยผมที่บดบังใบหน้าออกอย่างแ่เบาใบหน้าที่งดงามราวเทพเซียนไม่ปาน แก้มเนียนใสสีขาวอมชมพูระเรื่ออย่างเป็ธรรมชาติริมฝีปากอมชมพูอวบอิ่มน้ำ
แม้ไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าเขาคือลูกเสือดำตัวน้อยที่อยู่กับเขาตลอดเวลาจะกลายเป็ชายหนุ่มรูปงามที่มองยังไงก็เหมือนกับสตรีมากกว่าเพียงแต่เ้าตัวไม่มีหน้าอกแต่กลับมีทุกอย่างเหมือนกับบุรุษอย่างโจวหยางิทุกประการถ้ามองเผิน ๆ ผู้อื่นอาจจะคิดว่าอีกฝ่ายเป็บุรุษหาใช่อิสตรี
ทั้งที่ร่างกายเป็บุรุษเหมือนกันรูปร่างหน้าตากลับงดงามราวกับสตรี ถึงอย่างนั้นโจวหยางิก็คิดว่าเย่วชิงดูบอบบางน่าทะนุถนอมกว่าสตรีที่เขาเคยพบเจอเป็ไหนๆ
หากจับแรงจนเกินไปกลัวว่าผิวขาวใสจะบอบช้ำเอาได้บุรุษใดได้พบเห็นคงมีจำนวนไม่น้อยที่จะต้องลุ่มหลงกับความงดงามนี้จนอยากจะได้มา และมองข้ามเื่เพศสภาพนี้ทิ้งไป
ในแคว้นโจวแห่งนี้ไม่ได้มีกฎเื่ห้ามให้บุรุษรักกันพวกเขาสามารถรักกันได้และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในสังคมอย่างเปิดเผยโดยไม่มีใครมารังเกียจเพียงแต่คนกลุ่มนี้ยังมีไม่มากนักและไม่ค่อยเผยตัวสักเท่าไหร่
แต่ไม่ว่ายังไงโจวหยางิก็ไม่มีวันยกเย่วชิงไปให้ใครเด็ดขาด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจมาจากไหนก็อย่าได้คิดหวังจะมาแย่งคนของเขาไป หากว่ามันผู้นั้นยังรักตัวกลัวตายอยู่ก็อย่ามายุ่งหรือแม้แต่จะคิดก็ห้าม
“ อือ ”
“ ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เ้านอนต่ออีกหน่อยเถอะ ”
“ หยางิหรือ ” เย่วชิงขยับจะพลิกตัว งัวเงียยังตื่นไม่เต็มตายกมือขยี้ตาทั้งสองข้างพร้อมลุกขึ้นนั่ง โดยมีมือหนาคอยประคองเอวและหลังเอาไว้กลายเป็ว่าตอนนี้เย่วชิงนั่งอยู่ในอ้อมกอดของโจวหยางิ ภาพที่เห็นก็เหมือนคู่รักที่อิงซบกันอยู่บนเตียงนอนโดยที่สามีก็มองภรรยาด้วยสายตาที่รักใคร่เอ็นดู
“ อย่าขยี้ตา ” ร่างสูงกุมมือเล็กมาวางบนตัก ั์ตาสวยแดงเล็กน้อยจากการขยี้เย่วชิงเงยมองหน้าโจวหยางิแล้วกระพริบตาปริบ ๆ
อึกน้ำลายในปากเหนียวหนึบ ริมฝีปากแห้ง โจวหยางิเลียริมฝีปากอย่างคนกระหายน้ำ
ภาพตรงหน้าทำเอาองค์รัชทายาทหนุ่มถึงกับควบคุมสติไว้ไม่อยู่เสื้อที่ร่างบางสวมเมื่อคืนถอยร่อนลงมาจนถึงเอว เผยให้เห็นไปลาร้าเนียนขาว จนเขาอยากจะก้มลงไปสร้างรอยเอาไว้สักหลายๆ จุด เอวเล็กคอดบาง ดูเย้ายวน ทำเอาเืในกายของชายหนุ่มสูบฉีดไปทั่วร่างกาย โจวหยางิสูดหายใจเข้าลึกๆ กัดฟันกรามในปากแน่น เพื่อข่มอารมณ์ความ้าของตัวเอง
ไม่ได้ยังไม่ใช่ตอนนี้
เขายังมีเวลาอีกเยอะที่จะทำให้เย่วชิงรักเขาและยินยอมเป็ของเขาด้วยกายและใจ
ดวงตาคมกริบฉายแววชั่วร้ายวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็เรียบเฉยเหมือนเดิมรวดเร็วจนสังเกตไม่ทัน
“ ท่านตื่นนานแล้วหรือ ”
“ ข้าพึ่งตื่นก่อนหน้าเ้าไม่นาน ”
“ ท่านยังปวดหัวอยู่หรือไม่ ” เย่วชิงไม่เอ่ยปากเปล่า เอี้ยวตัวหันหน้ามาหาร่างสูงมือทั้งสองข้างจับไหล่กว้างเอาไว้ใช้หน้าผากตัวเองแตะที่หน้าผากอีกฝ่ายเพื่อวัดไข้
“ ไม่... ”
“ อืม ตัวก็ไม่ร้อนแล้วจริง ๆ ด้วย ”
โล่งอกไปทีในตอนที่ถอยห่างดวงตาสีน้ำเงินสดใสสบตากับสายตาคมกริบแวววาว เอ๊ะตัวก็ไม่ร้อนแต่ทำไมหน้าแดงได้ล่ะ
อ่าโจวหยางิเอ๋ยชาติก่อนเ้าทำบุญมาด้วยอะไรพระเ้าถึงได้ส่งเย่วชิงมาให้พร้อมกับลงโทษให้เขาทรมานอย่างนี้
แล้วทำไมร่างบางถึงได้ขยันยั่วเขานักนะเมื่อรู้หรือว่ายามเช้าของบุรุษแบบนี้ส่วนนั้นของเขาก็จะตื่นง่ายกว่าปกติยิ่งกับคนตรงหน้าด้วยแล้ว จะให้มันหลับอยู่ก็เหมือนจะด้านชา
ปกติเขาไม่ใช่คนที่รู้สึกอะไรกับเื่พวกนี้แต่กับเย่วชิงแล้ว โจวหยางิไม่รับประกันว่าจะอดทนได้จนถึงเมื่อไหร่หรือบางทีเขาอาจจะลองชิมเต้าหู้ก้อนนี้คำเล็ก ๆ ไปก่อน รอให้ถึงเวลาที่สมควร เขาจะกลืนกินเต้าหู้ก้อนที่ทั้งก้อนไม่ให้เหลือซาก
“ เย่วเอ๋อร์ ” กัดฟันเอ่ยอย่างใจเย็น
“ หื้ม ” เอียงคอมองร่างสูงตาแป๋ว
ร่างบางไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่ตนทำอยู่นั้นกำลังทำให้พยัคฆ์ที่จำศีลอยู่นานจ้องตาเป็มัน อยากจะขยำเนื้อสดตรงหน้ามากแค่ไหน
“ ใส่เสื้อให้มันดี ๆ ”
“ อ อ่อ ” เย่วชิงก้มมองตัวเองพบว่าเขาอยู่ในท่าล่อแหลมมาก โหนกแก้มร้อนฉ่าด้วยความเขินยังดีที่เสื้อปิดส่วนนั้นของเขาเอาไว้
“ เ้าหิวหรือไม่ ”
“ อื้อ หิว แต่ข้าขออาบน้ำก่อนได้หรือไม่ รู้สึกเหนียวตัว ”ไม่ได้อาบน้ำมานานแล้วอยากอาบน้ำให้สบายตัว
“ ได้ ข้าจะไปบอกให้นางกำนัลเตรียมน้ำอุ่นมาให้ เ้านั่งรออยู่ตรงนี่ก่อน ” โจวหยางหมองบอกกับร่างบางแล้วลุกขึ้นไปด้านนอก
ไม่นานร่างสูงก็เดินกลับมาเย่วชิงลุกขึ้นจากเตียง ทันทีที่ปลายเท้าัักับพื้นร่างของเขาก็ทรุดตัวลงแหมะกองกับพื้นโจวหยางิเห็นแบบนั้นก็ใเคลื่อนตัวไปรับไว้อย่างรวดเร็วรวบร่างบางไว้ในอ้อมกอดด้วยร่างกายยังปรับสภาพได้ไม่ดีนัก เย่วชิงรู้สึกว่าขาอ่อนแรงทำให้เมื่อครู่นั้นตนทรงตัวไม่อยู่
“ เย่วเอ๋อร์! เ้าเป็อะไรหรือไม่ ”
“ ข้าไม่เป็อะไร สงสัยว่าข้ายังไม่ชินกับร่างนี้น่ะ ”
“ ข้าให้นางกำนัลเตรียมน้ำอุ่นเสร็จแล้ว เ้าจะอาบเลยหรือไม่ ” ถามทั้ง ๆ ที่มือยังไม่ปล่อยจากเอวบาง
“ อือ หยางิท่านปล่อยข้าได้แล้ว ข้ายืนเองได้ ” เย่วชิงเอ่ยแม้ว่าตนจะชอบอยู่ในอ้อมกอดแสบอบอุ่นของร่างสูงแต่พอมาอยู่ในร่างนี้ตนก็อดที่จะรู้สึกเขินอายไม่ได้ เขาตัวเล็กมากเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของโจวหยางิ
“เ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ล้มเหมือนเมื่อครู่อีก”
“ แน่ใจ ปล่อยสิ ข้าจะไปอาบน้ำแล้ว ”
“ ให้ข้าอุ้มเ้าไปดีหรือไม่ ”
“ ไม่เป็ไร ข้าไปเองได้ ”
“ อืม ว่าแต่เ้าอยากให้ข้าช่วยอาบให้หรือไม่ ”โจวหยางิยังไม่ปล่อยร่างบางไป ร่างสูงยกยิ้มเ้าเล่ห์ พลางก้มหน้าลงใกล้ ๆ เย่วชิงแล้วแสร้งกระซิบข้างหูเบาๆ
“ ไม่ต้อง! ” เย่วชิงปฏิเสธเสียงแข็งใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย รีบผละตัวออกมาอย่างไวโจวหยางิเองก็ยอมปล่อยแต่โดยดีไม่ได้คิดจะรั้งตัวร่างบางเอาไว้
“ งั้นก็ตามใจเ้า แต่ถ้าเ้าเกิดเปลี่ยนใจ อยากให้ข้าเข้าไปช่วยอาบน้ำให้เมื่อไหร่ก็บอกข้าได้ตลอดนะ ”
ร่างบางที่โดนโจวหยางิหยอกเย้าไม่หยุดก็รู้สึกเขินอายแล้วเขาจะเขินอีกฝ่ายทำไมเนี่ย แม้ว่าพวกเราทั้งคู่จะเป็บุรุษเหมือนกัน แต่ด้วยสรีระทางร่างกายนั้นต่างกันมาก
เมื่อเทียบกับร่างโจวหยางิที่ทั้งตัวสูงและใหญ่ยิ่งนึกถึงส่วนนั้นของอีกฝ่ายจะมีขนาดใหญ่กว่าของเขามากแค่ไหน
อื้อไม่อยากจะคิดเลย ทำไมเขาถึงไม่มีอะไรสู้โจวหยาง ิได้เลยสักอย่างนะ
โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม
ถึงเมื่อก่อนเขาจะเป็หมอเห็นร่างกายคนอื่นมาเยอะก็ไม่รู้สึกอะไร มองว่าเป็กายเนื้อของมนุษย์เท่านั้นและเพียงทำตามหน้าที่ของตนให้ดีก็พอ แต่พอนึกถึงร่างกายของคนตรงหน้าหัวใจของเขากลับเต้นแรงผิดปกติเสียอย่างนั้น
โอ๊ย!หัวใจจะวาย
“ ท่าน! ใครเขา้าอาบกับท่านกัน " ร่างบางไม่อาจต้านทานชายหนุ่มตรงหน้าได้เลยยิ่งใบหน้าหล่อเหล่ากำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จนจมูกของเราทั้งสองเกือบจะติดกันอยู่แล้ว
“ มีคนอยากอาบน้ำกับข้าเยอะแยะไป ”คนที่จะมาเป็พระชายาขององค์รัชทายาทไม่ว่าใครก็ต่างไขว่คว้าอยากจะเป็กันทั้งนั้น
“ ข้าคนหนึ่งที่ไม่อยาก ”
“ ข้าจะคอยดู ”
ยิ่งเถียงก็เหมือนว่าตัวเองยิ่งแพ้ร่างบางจึงเงียบปาก ไม่รู้ทำไมเขาต้องแพ้ผู้ชายคนนี้อยู่เรื่อย
อย่าคิดว่าตัวเองหล่อแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือถึงได้มาทำให้หัวใจคนอื่นเขาเต้นแรงแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน ไม่ไหว ไม่ไหวถ้าเกิดหัวใจวายขึ้นมาใครจะมารับผิดชอบไหว
เย่วชิงไม่อาจสู้รับกับร่างสูงไปมากกว่านี้จึงหลบหลีกเดินไปหลังฉากกั้นเมื่อเขาอาบน้ำเสร็จก็กลับไปอยู่ในร่างเสือดำเหมือนเดิม เพราะไม่มีชุดให้ใส่จะใส่ชุดของโจวหยางิตัวเดิมก็ตัวใหญ่เกินไป เพียงแต่เขาไม่ได้กลับไปเป็ตัวเล็กอย่างที่เคย
โจวหยางิที่เห็นว่าเย่วชิงกลับมาเป็เสือดำโตเต็มวัยเหมือนครั้งแรกที่เจอก็ไม่ได้เอ่ยอะไรดีเสียอีกทจะได้ไม่มีใครเห็นร่างที่งดงามของอีกฝ่ายเก็บไว้ให้เขาเห็นเพียงผู้เดียวก็พอ คิดแบบนี้ชายหนุ่มก็อดรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา
“ พระสนมเพค่ะ พระสนม ”
นางกำนัลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในตำหนักของพระสนมหม่าฉีหลินนางเป็ลูกสาวของท่านเสนาบดีหม่าฉีเหวินหม่าฉีหลินถูกส่งตัวเข้าวังหลวงมาคัดเลือกเป็สนมของฮ่องเต้เมื่อหลายปีก่อน
นางถูกเลือกให้เป็หนึ่งในสามคนที่ได้ถวายตัวให้กับฮ่องเต้โจวเฟยหลงแต่ถึงจนบัดนี้แล้วนางยังไม่เคยได้ถวายตัวรับใช้ให้กับฮ่องเต้เลยสักครั้งเดียวคืนวันส่งตัวเข้าหอของนางตอนนั้นนางรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากสำหรับหญิงสาวที่พ้นวัยปักปิ่นมาไม่นานนั่งรอจนดึกเพื่อที่จะปรนนิบัติฮ่องเต้อย่างสุดความสามารถ และก้าวขึ้นเป็ที่โปรดปรานของพระองค์รอจนแล้วจนรอดฮ่องเต้ก็ยังไม่มา
หม่าฉีหลินจดจ่อที่บานประตูผ่านมานานประตูก็ถูกเปิดออก ยิ้มกว้างอย่างดีใจแต่ก็ยุบลงในพริบตา หึทุกอย่างที่คิดพังสลายหายไปทันทีที่เห็นคนเปิดประตูเข้ามากลับเป็นางกำนัลแทนทีจะเป็ฮ่องเต้นางกำนัลบอกว่าฮ่องเต้โจวเหยกลงเสด็จกลับไปแล้ว ไม่ได้มาหานางทั้งยังบอกอีกว่าให้นางนอนได้เลยไม่ต้องรอเพราะพระองค์จะไม่เสด็จมาที่นี่
เมื่อบอกเสร็จนางกำนัลก็เข้ามาช่วยปลดเครื่องประดับบนหัวผลัดเปลี่ยนชุดแล้วออกไปทิ้งนางไว้ในห้องหอคนเดียว ส่วนพระองค์นั้นเสด็จไปพักที่ตำหนักพระมเหสีโจวหนิงเฟิ่งแทนจึงทำให้นางเจ็บใจเป็อย่างมาก
“ เ้าจะส่งเสียงดังทำไม มีอะไรก็ว่ามา หากว่าเป็เื่ไร้สาระ ข้าจะสั่งให้นางกำนันตบปากเ้าซะโทษฐานที่ส่งเสียงดังรับกวนการพักผ่อนของข้า”หม่าฉีหลินเอ่ยดวงตาเฉี่ยวคมปรายตามองนางกำนัลร่างท้วมที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาโดนไม่ได้รับอนุญาต
“ เสือเพค่ะ เสือ ” นางกำนัลเอ่ยเสียงหอบเนื่องจากรีบวิ่งมาบอกข่าวกับผู้เป็นายให้ทราบ
“ เสืออะไรของเ้า ”
“ เสือขององค์รัชทายาทเพค่ะพระสนม ”
“ เื่นี้ข้ารู้แล้ว เ้าจะมาบอกข้าทำไม เสียเวลาพักผ่อนของข้าจริง ๆ ” หม้าฉีหลินเอ่ย เื่นี้ไม่ว่าใครในวังก็รู้กันทั้งนั้นไม่มีใครไม่รู้เื่ที่องค์รัชทายาทนำลูกเสือดำเข้าประชุมในท้องพระโรง
“ ไม่ใช่เพค่ะ คราวนี้เป็ตัวใหญ่เพค่ะ หม่อมฉันเห็นกับตาวันก่อนเป็เพียงลูกเสือตัวเล็กที่องค์รัชทายาทอุ้มอยู่ แต่วันนี้เป็ตัวใหญ่เพค่ะมันวิ่งเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ที่ฮองเฮาทรงปลูกเพค่ะ ” นางกำนัลเอ่ยจบก็นั่งหอบ
เมื่อครู่นางแอบไปดูว่าสถานที่จัดงานเลี้ยงของฮองเฮาที่จะจัดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้าว่าจัดเตรียมการไปถึงไหนแล้วโดยครั้งนี้ฮองเฮาโจวหนิงเฟิ่งเป็แม่งานและได้จัดงานที่สวนดอกไม้ส่วนตัวของพระองค์เองซึ่งเป็สวนดอกไม้ที่พระองค์ทรงหวงมากแต่กลับเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเยี่ยมชมในงานนี้
ด้วยฮองเฮาเป็คนที่ชื่นชอบดอกไม้รักสวยรักงามจึงนำมาปลูกที่หน้าตำหนักของตัวเอง สร้างเป็สวนดอกไม้ซึ่งไม่ใช่ว่าปกติจะเปิดให้ใครก็เข้าไปเยี่ยมชมได้หากไม่ได้รับอนุญาติเสียก่อนดอกไม้นั้นที่นำมาปลูกรวมไว้มีหลายสีหลายสายพันธุ์ที่พระองค์ทรงควานหามาทั่วทุกสารทิศและมีผู้นำมาถวายให้ก็รวมกันอยู่ในสวนแห่งนี้
“ หมายความว่ายังไง หรือว่าจะเป็คนละตัวกัน ” บางที่มันอาจจะมีสองตัวตัวนี้เป็แม่ตัวส่วนอีกตัวเมื่อวานจะเป็ลูก
แต่ถึงอย่างนั้นทำไมองค์รัชทายาทถึงได้ชอบพาเสือตัวนี้ตัวนั้นมาเดินเล่นในวังแบบนี้นักพระองค์ไม่กลัวว่ามันจะกินคนในวังหรืออย่างไร
แต่แบบนั้นก็ดีเหมือนกันฝ่าาคงก็กริ้วไม่น้อย หากเสือขององค์รัชทายาทสร้างเื่
“ หม่อมฉันเองก็ไม่ทราบเพค่ะแต่หม่อมฉันไม่เห็นลูกเสือดำอยู่กับองค์รัชทายาทนะเพค่ะ ”
“ แล้วคนอื่นไม่ใกันหมดหรือ ที่มีเสือตัวใหญ่วิ่งเล่นอยู่ทั่ววังหลวงมีใครเข้าไปจัดการมันหรือยัง ”
“ ใสิเพค่ะ นางกำนัลวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นแต่เพราะมีองค์รัชทายาทอยู่กับมันด้วย พวกทหารเลยไม่กล้าทำอะไรเพียงแค่คอยมองอยู่ห่าง ๆ ”
“ ดี งั้นข้าจะออกไปดูเสียหน่อย ” หม่าฉีหลินเอ่ยอย่างอารมณ์ดีนางก็ไม่ได้เจอหน้าองค์รัชทายาทมานานแล้ว จะออกไปเจอเสียหน่อย