บทที่ 6
ศิษย์อันดับสาม จิ้นสิง (ต่อ)
ณ เรือนฟางหรง
เรือนฟางหรงตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสำนัก เป็ที่พำนักของเยว่ฉี ภายในเรือนนี้เจ็ดส่วนเติมเต็มไปดอกดอกไม้นานาพันธ์ส่งกลิ่นหอมอบอวนไปทั่วเรือน เหล่าผีเสื้อบินว่อนราวถูกกักขังจากกลิ่นมวลไม้ เยว่ฉีเห็นเงาตะคุ่มของแนวไม้สั่นไหวไปมาคล้ายมีอะไรเคลื่อนผ่าน นางจึงตามเงานั้นมา จนได้มาพบกับศิษย์พี่ใหญ่ และศิษย์น้องเล็กิหลัน หางตานางเลือบเห็นเงาตะคุ้มข้างพุ้มไม้ด้านหน้าพอเพ่งดูจึงพบกับจิ้นสิง เขาลอบแอบมองทั้งสองคนนั้นอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ใจเยว่ฉีพลันนึกถึงเื่ที่จิ้นสิงทรยศสำนักเข้ากับพรรคมาร ถึงแม้นางจะไม่มั่นใจว่าเป็เื่จริงหรือไม่ แต่ก็เฝ้าระวังไว้เป็ดีที่สุด นางเริ่มเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของจิ้นสิงก็นึกกังวลขึ้นหลายส่วน เยว่ฉีไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ของจิ้นสิงเลยสักครั้ง สายตาดุดันนั้นมีทั้งความเกลียดชังทั้งความริษยา นิ้วมือทั้งสิบกำเข้าหากันแน่น รังสีอำมหิตแผร่กระจายจนเยว่ฉีรู้สึกกดดัน นางรู้เพียงว่าถ้าไม่รีบห้ามจิ้นสิงอาจเกิดเื่ไม่ดีขึ้นก็ได้ จึงเอ่ยเรียก
“จิ้นสิง เ้ามาทำอะไรตรงนี้” จิ้นสิงหันมาตามเสียงสายตาดุดันจ้องมองเยว่ฉีอย่างไม่ลดละ ชั่วลมหายใจใบหน้าเขาก็กลับมาเป็เช่นเดิม
จิ้นสิงยกยิ้มก่อนเอ่ยตอบ “ศิษย์พี่รอง ดึกแล้วท่านมาทำอะไรที่นี้” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาช่างอ่อนโยน เป็น้ำเสียงที่เยว่ฉีคุ้นเคย
“ข้าถามเ้าอยู่ เ้ามาทำอะไรที่นี้”
“ข้าแค่ตามมาขอโทษศิษย์น้องเล็ก ตอนกลางวันข้าสร้างเื่ให้นาง”
“เช่นนั้นทำไมถึงมิเข้าไปเล่า” เยว่ฉี ใจดีสู้เสือ จิตใต้สำนึกนางหวาดกลัวจิ้นสิง แต่ยังยิ้มสู้ตอบกลับด้วยคำพูดอ่อนโยน
“เข้าไปตอนนี้......เห็นที่ศิษย์พี่ใหญ่จะหาเื่ลงโทษข้าได้” จิ้นสิงพูดพร้อมปรายตาส่งสัญญานให้เยว่ฉีดู
“ศิษย์พี่ใหญ่หาใช่คนจิตใจคับแคบไม่ เหตุใดเ้าจึงเอ่ยเช่นนั้น” ความทรงจำหนึ่งของนางศิษย์พี่ใหญ่จิตแตกดับเพราะจิ้นสิง ถึงนางจะไม่มั่นใจแต่การที่จิ้นสิงกล่าวให้ร้ายศิษย์พี่ใหญ่ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก เยว่ฉีหลงลืมความหวาดกลัวเมื่อครู่จนสิ้น น้ำเสียงจึงฟังดูเกี้ยวกราดขึ้นหลายส่วน
จิ้นสิงเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเยว่ฉี จึงเดินเข้าไปใกล้นางมากขึ้น “ศิษย์พี่รอง ท่านเป็อะไรไป ข้าก็พูดเล่นเหมือนเช่นเคย” จิ้นสิงตอบอย่างมึนงง เพราะนางไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้
เยว่ถอยหลังออกห่างจากจิ้นสิง เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยจิ้นสิง อาจเป็เพราะ่นี้ข้าฝันร้ายมายาวนานเหลือเกิน จิตใจพลันสับสนมึนงงไปเสียหมด ทำให้เ้าลำบากใจแล้ว” เยว่ฉีพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ เมื่อครู่นางทำเกินเหตุจริงๆ
“ไว้วันหลังข้ามาขอโทษศิษย์น้องเล็กใหม่ก็แล้วกัน” จิ้นสิงพูดจบก็โบกมือไปมาให้เยว่ฉี พร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนเช่นเคย
เยว่ฉีเห็นจิ้นสิงจากไปแล้วจึงหันกลับมามองทุ่งราบแต่ก็ไม่พบทั้งสองคนนั้นแล้ว จึงตัดสินใจเดินตามทิศทางที่จิ้นเดินไปเมื่อครู่
“ทิศใต้ หรือจะเป็น้ำตก ศิษย์น้องน้องเล็กชอบไปที่นั้นเป็ประจำ” ด้วยความไม่ไว้ใจจิ้นสิง จึงลอบแอบตามไป ครู่ใหญ่จึงถึงน้ำตก น้ำตกที่มีหมอกปกคลุมตลอดปีไม่เคยจางหาย ศิษย์น้องเล็กชอบมาแช่กายที่นี้ยิ่งนักครั้งนี้ก็เช่นกัน เยว่ฉีคาดการไว้ไม่ผิดจิ้นสิงตามศิษย์น้องเล็กมาที่แห่งนี้จริงๆด้วย นางแอบซุ่มอยู่ตรงโขดหินใกล้ๆแอ่งน้ำนั้น ได้ยินเสียงบทสนทนาชัดเจน
“โคมเฟินซิ้น แย่แล้ว” เยว่ฉีหวาดหวั่นยิ่งนัก เพราะเหตุใดมิอาจทราบได้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับนาง่นี้ล้วนเป็ปริศนา เยว่ฉีล่วงรู้แผนการของสองคนนั้นแล้วก็คิดไม่ตก ควรจะทำเช่นไรดีเยว่ฉีจมอยู่กับความคิดตนเองเดินวนไปมาไร้จุดหมาย
“เยว่ฉีเ้าเป็อะไรไป” เสียงสุขุมดังเรียกสตินาง
“ศิษย์พี่ใหญ่” ผู้มาเยือนทำให้นางได้สติขึ้นอีกครั้งพลันมองรอบข้าง เห็นเรือนไม้หลังใหญ่หลังหนึ่งรอบๆดูโล่งเตียนไร้สิ่งใดประดับดาใดๆมีเพียงโต๊ะนั่งหยกสีนวลกลางลานกว้าง พื้นโรยด้วยหินกรวดเนื้อนวลใสก้อนเล็กดูแล้วไร้สีสันแต่ในยามค่ำคืนหินกรวดเล่านั้นกลับสะท้อนแสงจันทร์ส่องประกายระยิบระยับทั้งสวยงามทั้งองอาจเหมือนกับเ้าของเรือนนี้ เว้นเสียแต่เสาชิงช้าที่ตกแต่งด้วยเถาวัลย์ประปรายดอกไม้หลากสีนั้นชั่งดูไม่เข้ากับเ้าของเรือนเสียเลย เยว่ฉีถอดใจให้กับความไม่ได้เื่ของตน เหตุใดนางถึงเดินมาเรือนเฟยหรงซึ่งเป็ที่พำนักของศิษย์พี่ใหญ่หยางเกาได้
“มีเื่อันใดบอกกล่าวข้าหรือ” หยางเกาทักท้วงหลังเห็นนางนิ่งเงียบ
“ข้า......คือว่า” เยว่เอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน
“หาได้มีเื่อันใดไม่ ข้าเพียงเดินรับลมไปเรื่อยพอรู้ตัวอีกทีก็เดินมาเรือนเฟยหรง รบกวนศิษย์พี่ใหญ่แล้ว” เยว่ฉีบอกปัดนางอยากได้เวลาคิดทบทวนสักนิดจึงไม่พร้อมบอกหยางเกา เื่นี้ถ้าจัดการไม่ดีต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน
“กลับไปพักผ่อนเถิด” หยางเกาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมหันหลังเดินกลับเข้าไปในเรือน เยว่ฉียื่นมองหยางเกาจนเข้าเรือน
เยว่ฉียกนิ้วเรียวนวดขมับเบาๆ ความดึงเครียดทำให้นางปวดศีรษะ เนิ่นนานจึงตัดสินใจได้จึงเอ่ยกับตนเองด้วยเสียงแ่เบา “ข้าคงต้องไปเรือนจิวหรงเสียหน่อยแล้ว” เยว่ฉีไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนตัดสินใจจะถูกต้องหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำการอะไรเลยนางก็วุ่นวายใจไม่จบสิ้น เรือนจิวหรงอยู่ทางทิศเหนือของสำนักเป็ที่พำนักของิหลัน เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นเยว่ฉีก็หายตัวไปที่นั้นทันที
ณ เรือนจิวหรง
สภาพเรือนนอนช่างแตกต่างจากเรือนอื่นยิ่งนัก อันที่จริงเรือนจิวหรงนี้ดูไม่เหมือนเรือนนอนเลยสักนิด เหมือนโรงหลอมศัสตราวุธเสียมากกว่า ถึงแม้่หลังท่านอาจารย์สั่งห้ามไม่ให้ิหลันสร้างศัสตราวุธทุกชนิด แต่นางก็หาได้ทำลายเตาหลวมพวกนี้ทิ้งไม่เตาหลอมพวกนี้เปรียบเสมือนลูกๆนางจึงลงมือทำลายไม่ลง ิหลันยกข้ออ้างมากล่าวมากมายจนท่านอาจารย์ยอมจำนน
เยว่ฉีประเมินบริเวณโดยรอบก็ส่ายหน้าไปมาช้าๆ สภาพเรือนเต็มไปด้วยสิ่งของเกะกะไม่เป็ระเบียบ เยว่ฉีพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนะโเรียกิหลันจากนอกเรือน “ศิษย์น้องเล็ก”
เสียงเรียกดังก้องกังวาลชัดเจน แต่ก็ไร้เสียงตอบกลับ เยว่ฉีจึงะโเรียกใหม่อีกครั้ง “ศิษย์น้องเล็กเ้าหลับแล้วหรือ”
ด้านิหลันนางได้ยินเสียงของเยว่ฉีั้แ่รอบแรกแล้ว แต่ด้วยกำลังศึกษาวิธีสร้างโคมเฟินซิ้นจึงร้อนรนหาที่ซ่อนตำราอย่างลนลาน
เสียงใสะโกลับ “รอข้าสักครู่” เมื่อิหลันหาที่ซ่อนได้แล้ว จึงรีบเปิดประตูเรือนด้วยความกระวนกระวาย นางเจอเยว่ฉีใบหน้าเคร่งเครียดรออยู่ที่หน้าประตู
“ข้ามีเื่สำคัญบอกกล่าวกับเ้า เข้าไปคุยข้างในได้หรือไม่”
“เหตุใดจะมิได้เล่า เชิญพี่สาว” ิหลันตอบกลับเสียงใส นางเอ่ยเสียเชื้อเชิญเยว่ฉีเข้าไปภายในเรือน
เวลาอยู่ด้วยกันิหลันมักจะเรียกเยว่ฉีว่าพี่สาว บางครั้งอารมณ์ดีหน่อยก็จะเรียกพี่สาวแสนสวย นางและเยว่ฉีมักไม่สนกฎข้อห้ามเล็กน้อยของสำนักจึงเรียกขานชื่ออย่างสนิทสนมเช่นนี้เสมอมา
ิหลันเดินนำเยว่ฉีเข้ามาในเรือนพร้อมเอ่ยเสียงสดใส “พี่สาว ระวังเหยียบแมงป่องหิมาลัยที่ข้าเลี้ยงไว้ มันพึ่งหลุดออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน” ด้วยความห่วงเยว่ฉี ิหลันจึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
“อืม” เยว่ฉีตอบรับเสียงเรียบ เพียงครู่ก็มาถึงห้องรับรอง
“พี่สาวเชิญนั่ง” ิหลันพูดพร้อมใช้แขนกวาดสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะทิ้งลงข้างๆ
เยว่ฉีเห็นการกระทำของิหลันแล้วรู้สึกเหนื่อยใจ นางคงละเลยน้องสาวคนนี้มากนัก ทั้งความเป็อยู่ทั้งกริยาของิหลันช่างถดถอยเสียเหลือเกิน เห็นที่คงต้องดูแลน้องสาวคนนี้ให้มากขึ้นเสียแล้ว เยว่ฉีนึกคิดสายตาก็มองตรงไปยังิหลัน
ิหลันงุนงงเหตุใดเยว่ฉีถึงจ้องนางเช่นนั้น ตรึกตรองเพียงครู่ก็นึกขึ้นได้ “จริงสิ เวลามีผู้มาเยี่ยมเยือน ควรต้องมีน้ำชาต้อนรับ” ิหลันเอ่ยพลันเนรมิตชุดน้ำชาขึ้นมาตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นไอร้อนลอยล่องออกจากปากกาน้ำชา
“ยามปกติข้ามิค่อยมีสหายมาเยี่ยมเยือนเลยหลงลืมไป ” ิหลันเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มแป้น
เยว่ฉีมองิหลันแล้วส่ายหน้าช้าๆนางคงต้องใช้เวลาสั่งสอนิหลันสักพัก ตอนนี้นางมีสิ่งจำเป็ต้องกล่าวกับิหลันจึงพักเื่นั้นไว้ก่อน
“ตำรานั้นอยู่ที่ใด” เยว่ฉีเข้าเื่
“ตำราอะไรหรือ” ิหลันใจเต้น แต่ก็ตอบกลับด้วยเสียงปกติ พลันยกน้ำชาขึ้นดื่มอึกใหญ่
“ตำราวุธศาสตรห้วงทิวาวาร ตำราต้องห้ามที่ถูกเก็บไว้ในเขตอาคมต้องห้ามของท่านอาจารย์” เยว่ฉีเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม
ิหลันได้ยินเช่นนั้นถึงกลับสำลักน้ำชาออกมา “ที่แท้พี่สาวก็รู้อยู่แล้ว ข้าอุตสาเอาไปซ่อนกลัวท่านจะเห็น” ิหลันเอ่ยเสียงอ่อย
เยว่ฉีถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับมองไปรอบๆห้องรับรองที่มีทั้งก้อนหินใหญ่ เศษเหล็ก เขาสัตว์ และอะไรอีกมากมายจนนางแยกประเภทไม่ได้ เยว่หน้้ามาองิหลันอีกครั้งเอ่ยเอ่ยเสียงดุ “ไยต้องเอาไปซ่อนเล่า แค่เขวี้ยงออกไปสักทีของเรือนข้าก็หามิเห็นแล้ว รกเสียขนาดนี้” เยว่ฉีอดเอ็ดเื่ไม่เลยจริงๆ
ิหลันหัวเราะอย่างขัดเขิน มือหมุนจอกน้ำชาเล่นพรางเอ่ยหลบสายตา “ฮ่าๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น” อันที่จริงนอกจากห้องที่ใช้หลับนอนแล้วห้องอื่นนางหาสนใจไม่ อีกอย่างคนที่มาเยือนเรือนนี้มีเพียงจิ้นสิง เขาไม่เคยกล่าวทักท้วงอะไรนางเลยไม่รู้ว่าประมาณไหนที่แปลว่ารก
“ตำราเล่า เอาออกมาให้พี่” เยว่ฉีทักท้วงต่อ
ิหลันเดินหายเข้าไปมุมหนึ่งของเรือนแล้วกลับออกมาพร้อมกับตำรา
“พี่สาวคนดี เื่นี้มีใครรู้บ้าง”
“มีเพียงข้า น้องเล็กเ้ารู้หรือไม่ ว่าการสร้างศาสตราวุธต้องห้ามเป็เื่ร้ายแรงนัก” เยว่ฉีกล่าวเสียงจริงจัง
“ข้ารู้ๆ พี่สาวคนดีอย่าบอกท่านอาจารย์น่ะ” นางเอ่ยพร้อมขยับตัวเข้าใกล้เยว่ฉีเตรียมยื่นมือเข้าไปกอด แต่เยว่ฉีกลับลุกขึ้นออกจากเรือนจิวหรงทันที
เยว่ฉีเดินถึงประตูเรือนจึงกลับหันมาเอ่ยกับิหลัน
“ตำราก็คืนแล้ว ข้าจะถือว่าเื่นี้มิเคยเกิดขึ้น” เสียงเรียบเอ่ยจบก็หาบวับไปทันที
ิหลันเบาใจขึ้นหลายส่วนหลังจากเยว่ฉีเอ่ยบอกจะไม่เอาเื่ แต่ก็ไม่ได้คลายสงสัยเสียทีเดียวเหตุใดเยว่ฉีถึงรู้เื่นี้ได้ ตอนที่นางคุยกับจิ้นสิงก็ไม่น่าจะใช่ เพราะประสาทรับรู้ของจิ้นสิงดีเลิศ เขาคงรู้ตัวั้แ่เยว่ฉีก้าวเท้าเข้ามาแล้ว ด้วยความกังวลใจนางจึงรีบไปปรึกษากับจิ้นสิง
ณ เรือนเหวินหรง
ที่นี้เหมือนสวนสนุกย่อมๆ มีแต่เครื่องเล่นวางเกะกะเต็มไปหมด ท่อนไม้วางเกลื่อนกลาดไร้ระเบียบแต่ก็ยังดูสะอาดตากว่าเรือนจิวหรงเป็เท่าตัว
ิหลันยืนอยู่หน้าประตูเรือนชั่งใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ เหตุเพราะเฉว่สั่งห้ามนางเข้าเรือนบุรุษยามวิกาล อีกทั้งยังข้อห้ามอีกมากมายของสตรีที่เยว่ฉีย้ำเตือนตลอด ิหลันสบัดศีรษะไล่คำพูดของเยว่ฉีออกไปก่อนชั่วคราว นางมีเื่สำคัญต้องพูดคุยกับจิ้นสิง “เ้าหาง..........ล..ลู่” นางะโเรียกยังไม่จบคำประตูก็เปิดเสียแล้ว
ิหลันเดินเข้ามาภายในเรือนประตูก็ปิดลง “เ้าอยู่ไหน ข้ามีเื่ต้องคุยกับเ้า” ิหลันะโไปมองหาไป
“หอนอนเรือนใน” เสียงของจิ้นสิงตอบกลับมาตามสายลม
ิหลันได้ยินชัดเจนจึงรีบหายตัวไปยังที่หมายทันที นางและจิ้นสิงมักไปมาหาสู่กันเสมอั้แ่เด็ก การที่อีกฝ่ายรุกล้ำเข้าไปในหอนอนถือเป็เื่ปกตินัก
ภายในห้องนอนนี้โล่งเตียนมีเพียงเตียงสีขาวที่ปูด้วยขนจิ้งจอกนุ่ม ข้างเตียงมีเพียงมุกราตรีส่องให้แสงสว่างในยามค่ำคืนเท่านั้น จิ้นสิงตั้งใจจัดห้องนี้ให้เหมือนห้องนอนของิหลันทุกประการไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ตอนนี้จิ้นสิงนอนเอนกายพิงพำนักที่หัวเตียง ผมปล่อยสยายกายท่อนบนเปลือยเปล่าไรสิ่งปิดบัง ยังดีที่ท่อนล่างใส่กางเกงสีขาวผ้าโปร่งแลดูเบาสบาย มืออีกข้างก็ถือตำราอ่าน
“คิดถึงข้าหรือ” จิ้นสิงรับรู้การมาของนางจึงเอ่ยขึ้น ทั้งที่ตายังจับจ้องตำราไม่ห่าง
“ศิษย์พี่รองเอาตำราไปแล้ว”
จิ้นสิงหยุดอ่านตำราแล้วเงยหน้าคุยกับนางอย่างจริงจัง “อย่าได้เป็กังวล ข้าคัดลอกไว้แล้ว”
“ข้ามิ้า......สร้างโคมนั้นแล้ว” ิหลันเอ่ยปฏิเสธจิ้นสิงด้วยความหนักใจ นางจำวิธีสร้างได้ขึ้นใจ แต่การมาครั้งนี้เพียงเพราะ้ายุติข้อตกลงกับจิ้นสิงเท่านั้น
จิ้นสิงได้ยินเช่นนั้นก็วางตำราพลันเอามือกอดอกส่วนหลังก็พิงหัวเตียงเช่นเดิมแล้วกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ “กังวลเื่ศิษย์พี่รองหรือ ถ้ากังวลเื่นั้นข้าจะไปคุยให้นางไม่มีทางไปโวยเ้าแน่ ข้ารับรอง”
“แล้วศิษย์พี่ใหญ่เล่า ชั่วข้ามคืนทุ่งราบกลับมาเขียวขจี ต้องซักไซ้ข้าแน่”
“เหอะ หยางเกายิ่งจัดการง่ายเสียยิ่งกว่า” จิ้นสิงตอบด้วยเสียงมั่นใจคล้ายกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขาไม่มีทางเกิดปัญหาขึ้นแน่
ิหลันเห็นท่าทีมั่นใจของจิ้นสิงใจก็โอนเอียงอีกครั้ง จึงเอ่ยถามกลับให้แน่ชัด “จัดการเช่นไร ข้ามิ้าโดนลงโทษเพิ่มหรอกน่ะ”
จิ้นสิงยกยิ้มก่อนเอ่ย “สิ่งใดก็ตามที่เกิดจากการย้อนเวลาของโคมเฟินซิ้นโดยใช้เืเสือขาวล่อเลี้ยงแทนพลังเซียน ก็ยอมตรวจจับไอเซียนมิได้ เช่นนี้แล้วหยางเกาจะว่าเ้าได้อย่างไรเล่า”
“ข้ออ้างเ้าข้อนี้ เห็นทีข้าคงได้ปลูกเพิ่มอีกสิบลี้เป็แน่” ิหลันตอบอย่างเหนื่อยใจ ทำไมนางจะไม่รู้เล่าว่าถ้าใช้โคมเฟินซิ้นศิษย์พี่ใหญ่ไม่มีวันตรวจไอเซียนได้แน่นอน แต่ที่นางโดนลงโทษไม่ใช่เพราะพลิกลิ้นหลอกลวงหรือ ไม่ไหวๆไม่คุ้มค่าเสียจริง
“ถ้าคิดได้แค่นี้ คงมิใช่ข้าแล้ว” จิ้นสิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียกนางให้มานั่งที่เตียง
มือหนาตบลงที่เตียงเบาๆส่งสัญญาณให้ิหลันเข้ามานั่งลงใกล้ๆตน เสียงทะเล้นออกจากปากเชิญชวนให้สนใจ “ข้ามีคำพูดเพียงหกคำ หึๆ คำพูดหกคำนี้จะทำให้ศิษย์พี่ใหญ่มิถือสาหาความเ้าอีกต่อไป”
ิหลันได้ยินเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปหาจิ้นสิงที่เตียงด้วยความสงสัย นางไม่ระวังตัวจึงถูกจิ้นสิงดึงลงมาที่อ้อมอกเปลือยเปล่ามือพลันกอดนางไว้แน่นจากด้านหลัง
“หยุดกอดข้าเสียที บอกมาเร็วเข้า” ครั้งนี้ิหลันไม่ขัดขืนเพราะขัดขืนไปก็สู้จิ้นสิงไม่ได้ เปลืองแรงเสียเปล่าๆ อีกอย่างพี่น้องกอดกันก็เป็เื่ปกติ นางจึงนิ่งรอฟังอย่างตั้งใจ
จิ้นสิงเห็นนางนิ่งเฉยก็ยกยิ้ม เขาเคลื่อนหน้าลงวางคางลงบนไหล่นางแล้วเอ่ยเสียงแ่เบาที่ข้างหู “ _ _ _ _ _ _”
ิรับรู้ถึงลมหายใจที่รดต้นคอ แต่ก็ไม่ได้ดึงความสนใจนางมากพอเท่ากับคำพูดที่จิ้นสิงบอก ิหลันถามกลับด้วยความสงสัย “คำพูดแค่นี้หรือ ดูช่างธรรมดาเสียจริงเ้าคงมิได้หลอกข้าหรอกน่ะ”
จิ้นสิงอมยิ้ม เขาไม่สนใจคำถามของิหลันอีกต่อไป ั์ตาเหยี่ยวที่ยามปกติดูลึกลับกลับกลายเป็หวานหยาดเยิ้ม จิ้นสิงเผลอเอ่ยเสียงแ่เบา “หอมจัง” เวลานี้กลิ่นกายที่หอมรัญจวนของิหลันทำให้เขาคลั่งไคล้ อีกทั้งร่างกายที่อ่อนนุ่นของนางเขาก็ยากที่จะหยุดยั้งอารมณ์คิดเลอะเลือนได้ ร่างกายชายหนุ่มหลงไหลนางจนสิ้นสติ ใบหน้าที่วางอยู่บนไหล่นางเริ่มซุกซนอย่างคุมไม่อยู่ คอระหงเย้ายวนจิ้นสิงขบต้นคอิหลันอย่างบ้าครั้ง ย้ายไปตรงไหนก็ทิ้งรอยแดงไว้คล้ายกับอดกลั้นมานานแสนนาน
ิหลันใกับการกระทำของจิ้นสิงจึงพยายามดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดของเขา แต่ยิ่งดิ้นมากเท่าใดเสื้อผ้ายิ่งหลุดรุ่ยเผยให้เห็นสัดส่วนนางเท่านั้น ถึงปากจะเอ่ยห้ามเสียงดังซ้ำไปซ้ำมาก็ไม่เป็ผล
ิหลันเริ่มดิ้นหนีสุดกำลัง จิ้นสิงเลยจับนางกดลงที่เตียงขึ้นนั่งค่อมทับร่างน้อยไว้ มือหนาทั้งสองจับกุมข้อมือิหลันไว้แน่น ตอนนี้ิหลันนอนนิ่งหยุดดิ้นรนจึงเผยภาพตรงหน้าให้เขาเห็นอย่างชัดเจน เนินอกที่กระเพื่อมตามลมหายใจถี่ของิหลัน และยังรอยแดงดั่งดอกท้อที่เขาสร้างไว้ช่างดึงดูดจนไม่อยากละสายตา
จิ้นสิงค่อยๆก้มลงไปประทับรอยจูบที่ริมฝีปากนาง แต่ก็ตั้งชะงักเพราะเสียงิหลันดึงสติเสี้ยวสุดท้ายของเขากลับมาได้ทัน
“ศิษย์พี่สามปล่อยข้า” ิหลันตื่นกระหนกอย่างถึงที่สุด นางรู้สึกหวาดกลัวจิ้นสิงยิ่งนัก
จิ้นสิงหลังจากได้สติจึงหยุดลุกล้ำร่างกายิหลัน ปล่อยนางออกจากพันธนาการตน ดวงตาแดงก่ำเอ่ยด้วยเสียงที่รู้สึกผิด
“ข้าขอโทษ ิหลัน ข้า..........ข้า...” จิ้นสิงเหมือนน้ำท่วมปากเอ่ยคำใดไม่ได้
ิหลันเมื่อหลุดจากจิ้นสิงได้แล้วก็รีบถอยห่างออกจากเตียง มือน้อยรีบดึงเสื้อคลุมชั้นนอกมาปิดบังร่างกาย ิหลันเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา น้ำตาไหลพราก “สิ่งที่ท่านกระทำมันใช้สำหรับคนรักที่ครองคู่กันแล้ว แต่ท่านควรรู้ไว้เถิดข้ามิเคยคิดจะครองคู่กับท่านศิษย์สาม” ร่างกายนางเต็มไปด้วยร่องรอยที่จิ้นสิงฝากไว้ ใช่นางจะไม่รู้ว่าสิ่งที่จิ้นสิงทำไปเมื่อครู่คืออะไร
จิ้นสิงนั่งลงบนเตียงเขาก้มหน้ามองพื้น ผมที่ปล่อยสลวยบดบังใบหน้าไว้มิด หลังจากที่เขาได้ยินที่ิหลันเอ่ยก็หัวเราะขึ้นในลำคอ น้ำใสเลือนหยดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้บุรุษร่างใหญ่หลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ จิ้นสิงเอ่ยกับิหลันด้วยเสียงเหนื่อยล้า “มิเคยคิดครองคู่หรือ สัญญากันแล้วแท้ๆเหตุใดถึงลืมเลือนไปจนสิ้น แล้วเหตุกลับเป็ข้าที่จดจำได้เพียงผู้เดียว” จิ้นสิงเอ่ยจบก็เงยหน้ามองิหลัน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วนางหายไปจากห้องโดยไม่ได้บอกลา
“ข้ารักเ้าเหลือเกินิหลัน”