เช้าวันต่อมา จ้าวเหม่ยอิงทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เตรียมเครื่องตัดเย็บและครีม แน่นอนย่อมไม่ใช่ครีมหอยหรือครัมบัวหิมะ เพราะให้เพื่อนไปหมดแล้ว
"ได้เวลาพิสูจน์การเติมของแล้วสินะ เธอดึงครีมกันแดดเคาน์เตอร์แบรนด์ออกมา แบรนด์นี้นักกอล์ฟแนะนำ เบสต์เซลเลอร์ตลอดกาล ดึงมาเลยสิบกระปุก เอาไนท์ครีมเดย์ครีม มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ และก็ครีมต่างๆ ที่เขาว่าของมันต้องมี
ถามว่าเธอใช้มั้ย บอกเลยว่าไม่ ไม่ได้ออกไปไหน แต่การนั่งอยู่หน้าไอแพด กับหน้าคอม วาดรูปบ้าง ทำแอดบ้าง ผิวก็เจอแสงจ้า ใช้กันแดดอย่างเดียว
แต่ที่ซื้อตัวเยอะเพราะเงินเหลือ และอยากเปลี่ยนนิสัยให้เรื่องการดูแลตัวเองด้วย ครีมนี่ที่รู้ก็เพราะพี่ดลซื้อมาให้บอกให้ทาแล้วก็คอยเตือนด้วยตอนนี้ไม่มีคนคอยเตือน ต้องมีวินัย ซื้อมาเยอะ
ตอนนี้ต้องหาคนช่วยใช้บางทีอาจมีหนทางทำการค้าได้ แต่พรีเซนต์เตอร์ คนไหนจะดีเท่าคนที่สวยอยู่แล้วอย่างแม่เซียวกับไป๋หลินเค้าหน้าเดิมสวยอยู่แล้ว แต่ผิวหยาบกร้านเพราะงานหนักผิวเดิมขาวแต่เงาแดดนั้นทำให้หมองมาก โดยเฉพาะพี่สามี หลังจากคลอดคงไม่ได้บำรุงแน่นอน น่าจะมีรอยแตก
แหมเสียดาย ถ้ามีกล้องถ่ายรูปจะได้ถ่าย before and after เอาเถอะ พยายามตีสนิทเพื่อล้วงข้อมูลดีกว่าตอนนี้เธอหยิบขนมออกมาด้วย เมื่อคืนคิดได้อีกอย่างว่าตอนนั้นไป๋หลาง อายุสามปีจะพอจำความได้มั้ยนะเพราะเจ้าเด็กคนนี้ฉลาดเกินอายุ ไม่ได้หวังมาก แต่เอาขนมออกมาเยอะๆ จะได้รู้ว่าเติมจริงมั้ย
"เติมจริงๆ ครับ"อดัมส์ถอนใจเมื่อรู้ความคิดของบัดดี้ตัวเองไม่ว่าชีวิตก่อนหน้าหรือตอนนี้ ยังไงก็ยังเป็นเด็ก
วิธีคิดที่ประหลาดอย่างนี้ก็คงมีแต่เด็กเท่านั้นล่ะมั้ง เอไอยังต้องเรียนรู้อีกมากจริงๆจัดของใส่ถุงแยกสองถุงแล้วก็ขนมถุงใหญ่อีกถุงก็เปิดประตูออกไป
"เอ เอากาแฟออกมาตอนนี้เลยดีมั้ยนะ" จ้าวเหม่ยอิงมองถุงขนมแล้วก็พึมพำว่าไปเรื่อยโดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนมายืนรออยู่ที่หน้าเรือนแล้ว
"อ้าว อรุณสวัสดิ์ค่ะ" จ้าวเหม่ยอิงยิ้มแย้ม
"พี่หลง" ไป๋หลงพูด
"ห๊ะ" จ้าวเหม่ยอิงไม่เข้าใจ หรือฟังผิดไป
"พี่หลง เธอบอกว่าไม่รู้จะเรียกพี่ว่ายังไงหลังแต่งงานแล้ว" ไป๋หลงเฉลย
"อ่อ....พี่...หลง" เฮ้ยทำไมเขินล่ะ จ้าวเหม่ยอิงไม่เขินเปล่ายังรู้สึกว่าหน้าร้อนไปถึงคอเลย
แต่สิ่งที่ไป๋หลงเห็นคือเธอหน้าแดงไปถึงคอ เสียงเรียกเบานั้นพุ่งเข้ามาที่หัวใจของเขาด้วยพานทำให้เขารู้สึกเขินไปกับเธอด้วย แย่แล้ว ไม่คิดว่าจะรู้สึกอย่างนี้เลยจ้าวเหม่ยอิงรีบวิ่งหนีไปทางหน้าบ้าน
"จะไปไหน" ไป๋หลงถาม
"ครัว" จ้าวเหม่ยอิงยังไม่หยุดเดิน
"ครัวอยู่ทางนี้" ไป๋หลงทักขึ้น
'โอ๊ยจะบ้าตาย ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว จ้าวเหม่ยอิง ตั้งสติ'
"เอ่อ บ้านมันกว้างน่ะค่ะ มืดด้วยเลยหลงทิศ" ยังจะแก้ตัว ทำท่าเก้ๆ กังๆ แล้วเดินดุ่มๆ ไปทางครัวโดยไม่มองอีกคน
ถ้าเงยหน้ามอง เธอจะเห็นว่าเขายิ้มสวยแค่ไหน
"อ้าวคุณแม่ ทำไมลุกออกมาแต่เช้ามืดล่ะคะ มองเห็นเหรอคะ" จ้าวเหม่ยอิงเข้ามาก็พบแม่สามีที่จุดเตาเตรียมหุงข้าวแล้ว
"สายตาแม่ดีขึ้นมากเลยลูกยังเห็นไม่ชัดก็จริงแต่เห็นชัดขึ้นมาก แล้วหนูเป็นอะไร ทำไมหน้าแดง โดนอะไรมา" แม่เซียวขนาดตาไม่ดียังเห็นความแดงบนใบหน้า
อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าตาดีแล้วจะเห็นชัดกี่ล้านพิกเซลกันนะ
"ลมด้านนอกแรงน่ะครับ"ไป๋หลงที่เดินตามภรรยาหมาดๆ ของเขาเข้ามาในครัวช่วยตอบให้
"อ้อ ผิวหนูบาง ถึงอากาศร้อนแต่มีลมและน้ำค้างอยู่นะ วันนี้อาจจะฝนตกอาหลงลูกต้องไปลงนาวันนี้เลยมั้ย" แม่เซียวถามที่จริงก็ยังอยากให้ลูกชายพักตามหมอสั่ง
แต่ลูกชายจอมดื้อก็ไม่ยอมหยุดสักวัน ดีที่แผลที่หน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ยังครับแม่ กะว่าจะไปต้นเดือนเลย ถ้าฝนยังตกก็ทำแค่งานเอกสาร" ไป๋หลงตอบ
"งานเอกสารอะไรคะ" ตอนที่ไป๋หลงคุยกับผู้ใหญ่บ้านเจียง เธอกลับออกมาพร้อมแม่เซียว และเขายังไม่มีเวลาบอกเธอ
"คือว่าตอนนี้ผมได้ปรับงานที่ทำให้ได้แต้มมากขึ้นและมีงานเสมียนของกองผลิตที่เขามอบหมายให้ทำด้วยน่ะ มีเงินเดือนให้ด้วย" ไป๋หลงอธิบาย ในขณะที่จ้าวเหม่ยอิงช่วยแม่เซียวเตรียมเครื่องปรุง
"อ้อ...เอ๊ะ" งานเอกสารที่กองผลิต นี่เก็บเอกสารพวกสำมะโนประชากรไว้ด้วยมั้ยคะ" จ้าวเหม่ยอิงตาเป็นประกาย
"ไม่หรอก เก็บแยกกัน" ไป๋หลงเห็นอาการตื่นเต้นของเหม่ยอิงก็นึกสงสัยขึ้นมา
"แต่เก็บอยู่ในอาคารเดียวกัน ต้องได้อนุญาตก่อนถึงจะสามารถเข้าไปค้นได้" ไป๋หลงปลอบใจเมื่อเห็นสีหน้าจ๋อยของเธอ
"เธออยากรู้เรื่องอะไรเหรอ" ไป๋หลงถาม
"เอ่อ ป่าวค่ะ คือฉันแค่อยากรู้เรื่องงานเอกสาร เพราะฉันอาจจะช่วยได้ " จ้าวเหม่ยอิงแก้ตัว เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะบอกเหตุผลที่ตามหาคนไม่ได้
"อืม ถ้าเธออยากช่วยฉันจะลองถามอาผู้ใหญ่ดูแต่คงต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก่อน ไม่นานหรอก"ไป๋หลงรับปากโดยไม่ถามอะไร เขาเองก็สงสัยตัวเองว่าทำไมไว้ใจเธอขนาดนี้
"ดีเลยทำงานที่เดียวกัน จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น" แม่เซียวแหย่
"ทำงานที่ไหนเหรอคะ" ไป๋หลินเข้ามาในครัวเตรียมน้ำร้อน
"พี่หลินมาพอดี ฉันเอานมผงมาให้พี่ชงให้ผิงผิงกินน่ะค่ะ อันนี้ของคุณแม่กับหลางหลางนะคะ" จ้าวเหม่ยอิงหยิบถุงนมผงออกมา
"เก็บไว้กินเองเถอะ มันมากไป"แม่เซียวดุ
ไป๋หลินนั้นดีใจที่จะมีของบำรุงให้ลูกสาว แต่พอเห็นแม่ปรามก็ชะงักมือที่จะมาหยิบถุงนมผงไป จ้าวเหม่ยอิงรีบหยิบแล้วยัดใส่มือพี่สามี
"หนูมีเยอะค่ะ ช่วยกินหน่อย กินคนเดียวไม่ทันหรอก ดูสิผิงผิง หลางหลางผอมนิดเดียว ไปไหนใครจะว่าหนูแย่งหลานแย่งน้องกินนะคะ อายเขาตายเลย" จ้าวเหม่ยอิงนั้นนอกจากจะเอาใจพี่สามี ยังให้กลับไปอ้อนแม่สามีด้วยทิ้งให้คนที่ควรจะถูกอ้อนมากที่สุดยืนหนาวเหน็บอยู่อย่างนั้น
"อ้อ แม่คะ หนูไม่แน่ใจเรื่องการยกน้ำชา ควรทำตอนนี้หรือหลังพิธีคะ"จ้าวเหม่ยอิงคิดจะอวดชาผู่เอ๋ออย่างดีที่เธอซื้อมา แต่กินไม่เป็นนั่นเอง
"เป็นคนขี้อวดเอาเรื่องนะบัดดี้เรา"อดัมส์พึมพำ ช่วงนี้เขาสังเกตตัวเองว่าพึมพำบ่อยมาก
"เอาไว้หลังพิธีดีมั้ยลูก ตอนนั้นมีผู้ใหญ่คนอื่นๆ ด้วย และบางทีคุณพ่อของหนูอาจจะมาได้ก็ได้" แม่เซียวเอ็นดูลูกสะใภ้คนนี้มาก
ส่วนตัวไป๋หลินนั้นกลับรู้สึกรู้สึกผิดลึกๆ และน้อยเนื้อต่ำใจด้วย แต่ว่าเธอนั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลย
"เดี๋ยวหนูเอาน้ำร้อนไปก่อนนะคะ เดี๋ยวผิงผิงตื่นมาไม่เจอใครจะร้องไห้"ไป๋หลิน
เด็กคนนี้กลัวที่สุดคือถูกทิ้ง เพราะตั้งแต่เกิดใครๆ ก็บอกว่า พ่อทิ้งแม่และเธอไปแล้ว ถ้าทำตัวไม่ดี แม่ก็จะทิ้งเธอด้วย
คำพูดไม่คิดของผู้ใหญ่ ที่เห็นว่าเล็กน้อย มันสร้างรอยแผลฝังลึกให้เด็กตัวเล็กๆ กลัวถึงคนพูดไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ไม่ใช่คนเดียว และครั้งเดียวที่พูด
บางทีก็พูดแม้อยู่ต่อหน้าไป๋หลินแต่เธอทำได้เพียงปลอบลูกว่าแม่จะไม่มีวันทิ้งลูก สถานภาพของเธอไม่อาจโต้เถียงใครได้เพราะถ้าเธอตอบโต้ เรื่องเดือดร้อนจะตามมาไม่หยุดหย่อนทำได้แค่อดทน และพยายามดึงลูกให้ห่างจากคนใจสกปรกให้มากที่สุด
"หรือน้องสะใภ้จะเอาไปใช้ก่อนมั้ยจ๊ะ"ไป๋หลินคิดขึ้นมาได้ว่าตอนนี้มีสมาชิกใหม่มือีกคน
"อ้อไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว" จ้าวเหม่ยอิงปฏิเสธ
"แล้วใช้น้ำร้อนที่ไหนล้างหน้า" ไป๋หลงขมวดคิ้ว เธอไม่ได้ออกจากเรือนเลยนี่นา ที่รู้เพราะเขามายืนรอเธอที่หน้าเรือนพักใหญ่
"คืออากาศร้อนน่ะค่ะ ฉันเลยใช้น้ำที่เหลืออยู่ในห้องน้ำ เมื่อคืน....เอ่อ...พี่หลงตักน้ำให้เต็มอ่าง และมีหลายถังเลยค่ะ" จ้าวเหม่ยอิงค่อนข้างรู้สึกจั้กกะจี๋เวลาเรียกเขาว่าพี่หลง
ไม่ใช่จ้าวเหม่ยอิงคนเดียวหรอก คนที่ถูกเรียกก็คันยิบๆ ในหัวใจ
"อ้อ ทีหลังใช้น้ำร้อนนะลูก อากาศมันเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นอะไรไปจะไม่คุ้ม"แม่เซียวติง
ที่จริงในเรือนใหญ่มีครัวเล็กๆอยู่แต่ด้วยความที่จ้าวเหม่ยอิงเพิ่งเข้าไปอยู่ เลยยังไม่ได้เอาฟืนไปวางไว้ให้
"ค่ะ คราวหน้าหนูจะระวัง แต่ที่จริงหนูชอบอาบน้ำเย็นมากกว่า"ประโยคหลังไม่ได้พูดออกไป เธอเป็นคนขี้ร้อน แล้วก็ขี้เกียจด้วย
อะไรที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเองก็มักจะไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ โดนดุบ่อยครั้ง แต่เพราะโดนดุนี่แหละความดื้อเลยทำตรงกันข้าม
ตอนนี้กลับมาดูแลตัวเองก็คงไม่มีใครคอยดุแล้วล่ะมั้ง ต่อไปอะไรที่ควรทำก็ควรจะรีบทำ อย่าปล่อยให้สายเกินไป
"ไม่เป็นไรหรอกนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต" แม่เซียวที่เห็นจ้าวเหม่ยอิงสีหน้าหม่นลงเลยปลอบใจ
"ค่ะ"เธอกลับมายิ้มและพยายามจะปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติ ใจเจ้ากรรม ยิ่งพยายามจะไม่คิด ห้วงคำนึงนั้นก็หาโอกาสแทรกเข้ามาได้ตลอดเวลาสิน่า
ไป๋หลินเดินยกอ่างน้ำร้อนออกไปสวนกับไป๋หลางที่เพิ่งตื่นก็วิ่งเข้าครัวเข้ามา เขาตื่นและไปดูพี่สะใภ้ก่อน แต่เห็นว่าไม่มีใครอยู่จึงวิ่งเข้าครัว
"หลางหลางระวังน้ำร้อน" ไป๋หลินเอ็ดน้องชาย
"ตามพี่มา"ไป๋หลงชวนน้องชายออกไปหาฟืนเตรียมไว้ใช้ในเรือนหลัก ในครัวจึงเหลือแม่ผัวลูกสะใภ้ที่ช่วยกันทำอาหาร
"คุณแม่คะ ทำไมพื้นที่บ้านเราถึงไม่ถูกแบ่งออกไปล่ะคะ ไม่มีคนอยากมาอยู่เหรอคะ" เธอเห็นบ้านคุณลุงคุณป้าที่มีคนพยายามเข้ามาอยู่ด้วยแต่เพราะได้ลูกศิษย์ช่วยเอาไว้จึงกันคนเหล่านั้นได้
"ทำไมจะไม่ล่ะ แต่พวกเขากลัวคำสาปของพี่ไป๋อวี้นั่นแหละ" เซียวหลานเฉลย
ชาวบ้านยังคงเชื่อเรื่องคำสาปอยู่ และมีข้อพิสูจน์ที่คนที่ลงมือฆ่าเขาก็มีอันเป็นไปทั้งบ้าน
"ที่จริงพื้นที่เกษตรกรรมที่พวกเขาเพาะปลูกกันอยู่เกินครึ่งก็เป็นที่ของบ้านเรา" แม่เซียวก็ได้แต่ทอดถอนใจ
การเห็นที่ของตัวเองถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา แถมยังต้องทนดูคนอื่นเข้ามาหาผลประโยชน์โดยที่ตัวเองไม่สามารถแตะต้องได้มันเป็นโลกแบบไหน ระบอบแบบไหนกันนะ ทำให้ตายก็ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
เช้านี้แม่เซียวทำอาหารง่ายๆ มีโจ๊กข้าวฟ่าง กับเครื่องเคียง จ้าวเหม่ยอิงเลยขอทำไข่เจียวเพิ่ม ซึ่งแม่เซียวก็ไม่ขัด
"เพราะตอนนี้ อาหารที่เถ้าแก่ต้วนให้มายังสามารถกินได้เป็นเดือน กับเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงที่จ้าวเหม่ยอิงเอามาไว้อีก ที่สำคัญ มันเป็นของที่ลูกสะใภ้หาเธอจึงมีสิทธิ์ที่จะใช้