บทที่ 19 ได้โปรดเถอะพระเ้า
คำกล่าวเมื่อครู่มีความเคร่งขรึมและจริงจัง ประโยคนั้นทำให้นายกเทศมนตรีแทบจะคุกเข่าลง ชาวเมืองต่างอ้าปากค้างและดูสับสนอย่างเห็นได้ชัด
นายกเทศมนตรีถามรัว ๆ ว่า “สมคบคิดครั้งใหญ่? อะไรนะ... อะไรนะ... แผนการสมรู้ร่วมคิดอะไร?”
ร็อบบ์จึงเริ่มอธิบาย “ดูที่หลุมฝังศพว่างเปล่าหลายสิบแห่งเ่าั้สิ มันแสดงให้เห็นว่าโครงกระดูกนับสิบถูกขโมยไปเมื่อสองสามวันก่อนที่ฉันจะมาที่เมืองเวสต์วินด์”
“ใช่!” นายกเทศมนตรีพยักหน้า “แน่นอน เราเห็นอย่างนั้น”
ชายหนุ่มจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันเล่าเื่เมื่อคืนให้คุณฟังไปแล้ว คู่ต่อสู้คือผู้ใช้ความตาย ลองคิดดูสิ ผ่านมาหลายวันแล้วที่ผู้ใช้ความตายขโมยโครงกระดูกมากมายไป โครงกระดูกนับสิบเหล่านี้จะกลายเป็อะไร”
นายกเทศมนตรีถึงกับตกตะลึง “คุณหมายความว่าพวกเขาได้รับการขัดเกลาให้เป็ทหารโครงกระดูกของอันเดธงั้นเหรอ?”
“ใช่” ร็อบบ์ค่อย ๆ อธิบายให้ฟัง “เห็นได้ชัดว่าหลังจากผ่านไปหลายวัน ผู้ใช้ความตายได้ร่ายเวทมนตร์ปลุกชีพเข้าไปในร่างพวกมัน ทำให้ไม่ใช่โครงกระดูกที่ไร้ประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็อันเดธ! ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ความตายยังคงไม่สาแก่ใจ มันยังแอบขโมยกระดูกอยู่เรื่อย เมื่อคืนถ้าฉันไม่ลงมือ เหล่าโครงกระดูกหลายสิบคงผุดจากพื้นดินแล้วเดินไปหาผู้ใช้ความตายด้วยตัวเองแล้ว คุณแน่ใจเหรอว่ามันจะมีทหารโครงกระดูกแค่สิบตน…บางทีอาจมีเป็ร้อยเป็พันเลยแหละ”
นายกเทศมนตรีเริ่มพิจารณาอย่างจริงจังถึงความสำคัญของเื่นี้ หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว ใบหน้าจึงเปลี่ยนสีไปทันที
“โอ้ ผู้ใช้ความตายคนนี้้าทำอะไรกันแน่ เป็ไปได้ไหมว่า…”
ร็อบบ์พยักหน้าเบา ๆ “คุณเดาถูก เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้ความตายกำลังวางแผนการสมคบคิดครั้งใหญ่ เขากำลังสร้างกองทัพแห่งความตาย แน่นอนว่าจุดประสงค์ของการสร้างกองทัพนี้มีเพียงประการเดียว นั่นคือเพื่อกวาดล้างเมือง …ด้วยเื! หรือเพื่อยึดครองดินแดน! บางทีอาจกำลังเตรียมการโค่นล้มอาณาจักรเวทมนตร์แห่งแกร อาณาจักรอัศวินแห่งนอร์มา หรือเดินทัพไปทางตะวันออกสู่อาณาจักรมนุษย์แห่งต้าถัง ชิงที่ราบภาคกลาง พิชิตโลก และรวมพลังกับปีศาจ…”
บลัฟ บลัฟ! ด้วยความกลัวว่าเื่จะไม่บานปลายมากนัก เขาจึงฉวยโอกาสนี้นำพาไปสู่หนทางที่เลวร้ายที่สุด อย่างไรก็ตามไม่จำเป็ต้องเปลืองน้ำลายไปกับการพูดจาเหลวไหล หากการวิเคราะห์เช่นนี้ไม่ถูกต้อง ชายหนุ่มก็พูดได้ว่าตนเป็หัวขโมยจริง ๆ แต่มันก็มีเหตุผลที่จะบอกว่าสิ่งเหล่านี้คือสีสันที่แท้จริงของนักต้มตุ๋น
หัวใจของนายกเทศมนตรีวูบไหวราวกับว่าเห็นทหารผีดิบกลุ่มหนึ่งกวัดแกว่งมีดฆ่าตัวเอง ทำให้สีหน้าของเขาดำคล้ำลงไปหลายระดับ “คุณพ่อ คุณพูดถูก! นี่ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ที่กลุ่มชาวเมืองหรือนักผจญภัยจะแก้ไขได้ เื่นี้ได้ต้องรายงานขุนนางโดยเร็วที่สุดเพื่อส่งกองกำลังไปจัดการ”
“อืม คุณฉลาดมาก” ร็อบบ์ตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “ไปขอให้พวกขุนนางจัดการดีกว่า”
ในใจของชายหนุ่มลิงโลดอย่างมีความสุข การหลอกลวงจบลงแล้ว! จากนี้ก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเหล่าขุนนางให้กังวลใจแทน พวกเขาคงนำกองทหารเข้าไปในแนวเขาสนดำและออกค้นหาผู้ใช้ความตายคล้ายกับคนโง่ เพราะไม่รู้ว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ฉันเคยทำเื่โง่ ๆ แบบนี้มาหลายครั้งแล้วในเกม แต่ตอนนี้ฉันได้เบิกเนตรแล้วล่ะ!
ดังนั้น…
นายกเทศมนตรีจึงรีบเขียนจดหมายถึงขุนนาง ขณะเดียวกันเหล่าชาวเมืองก็แยกย้ายกันไปหลังจากร่ำไห้เสร็จ ในไม่ช้า ลิลเลียนที่ออกไปสอบถามข่าวก็กลับมารายงานร็อบบ์ว่า “นายกเทศมนตรีได้ส่งมอบจดหมายให้พ่อค้ากับกองคาราวานนำไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของไบรต์โร้ด โดยจ่าหน้าซองถึงท่านดยุคผู้ยิ่งใหญ่แห่งไบรต์โร้ด”
ไบรต์โร้ดเป็เมืองทหารที่สำคัญทางชายแดนตะวันตกของอาณาจักรเวทมนตร์แห่งแกรน บริหารบ้านเมืองโดยดยุคที่มีชื่อเสียงนามว่า ‘หยิงซี’ ไม่ว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ เมืองต่าง ๆ และปราสาททั้งหลายล้วนอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของเขา
หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในเมืองเวสต์วินด์ หยิงซีจะเป็ผู้รับผิดชอบ เขาจะไม่มาด้วยตนเอง แต่จะส่งผู้ใต้บังคับบัญชานำทีมเล็ก ๆ ไปตรวจสอบสถานการณ์กันก่อน
แน่นอนว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับร็อบบ์ ตราบใดที่เขาไม่ไปก็มีคนไปจับหัวขโมยนั่นอยู่ดี
ทั้งเมืองกลับมาเงียบสงบ และร็อบบ์ก็เริ่มี้เีอีกครั้ง!
“นายท่าน วันนี้ฉันอยากเรียนรู้วิธีทำอาหารที่คุณทำเมื่อวาน” ลิลเลียนซื้อเนื้อมาสองชิ้นด้วยท่าทางเขินอาย “ฉันทำซุปนั่นไม่ได้เื่เลย และฉันต้องเป็คนดูแลเื่อาหารการกินของคุณ ก็เลยอยากศึกษาวิธีการทำอาหารที่คุณชอบ... ขอคำแนะนำหน่อยได้ไหมคะ”
ซวยแล้ว! ฉันเก่งแต่ในเกมน่ะสิแม่เ้า!! ร็อบบ์ต้องใช้สมองคิดหาวิธีอย่างหนัก จนในที่สุดก็คิดหาวิธีการทำสเต๊กได้ “ขั้นแรก ใช้ไม้ตีเนื้อให้นุ่ม ต่อมาหั่นเห็ดเป็ชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปผัดกับเกลือและพริกไทยเพื่อทำเป็ซอสเห็ด จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อนปาดเนยลงไปรอสักพักให้ละลาย แล้วนำเนื้อลงกระทะจนสุกประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขั้นตอนสุดท้ายก็ราดซอสลงไป... อะ… อืม ประมาณนั้นแหละ”
“ซะ... ซับซ้อนขนาดนั้นเลยเหรอ?” หญิงสาวแทบไม่เชื่อหู “เมื่อวานฉันเห็นว่าคุณใช้แค่เนื้อวัว เห็ด และเกลือเองนี่นา ดูแล้วก็ไม่น่ายาก? แต่ทำไมตอนนี้ถึงมีขั้นตอนมากมายผุดขึ้นมา ไหนจะวัตถุดิบแปลก ๆ นั่นอีก?”
ร็อบบ์เริ่มงอแงหนักและตอบกลับไปว่า “ฉันก็ใช้เวทมนตร์น่ะเซ่! คุณใช้เวทมนตร์ได้มะ? หืม?!”
ลิลเลียนส่ายหัวอย่างน่าเวทนา “...ไม่เ้าค่ะ”
“เอาล่ะ งั้นก็ทำตามขั้นตอนนี้แหละ อย่าให้ขาดตกบกพร่องเชียวล่ะ”
หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ตรงเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารงก ๆ อย่างน่าสงสาร
ร็อบบ์นั่งอยู่ที่ลานหน้าบ้านด้วยความมึนงงและเกียจคร้าน ทว่าจู่ ๆ ก็พบชาวเมืองวัยกลางคนผู้หนึ่งชะเง้อหน้ามองเข้ามาในโบสถ์ ดูเหมือนอยากจะเข้ามาแต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ…
ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงะโถามไปว่า “เฮ้! คุณเป็ใคร มาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หน้าบ้านฉันน่ะ?!”
ชาวเมืองคนนั้นสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงะโ แต่ตอนนี้ร็อบบ์เห็นเขาแล้วจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้มหน้าจนคางแทบชิดคอแล้วพูดว่า “ฉันมาสารภาพบาปน่ะ แต่กลัวนิดหน่อยก็เลยอยู่แต่ข้างนอก ไม่กล้าเข้าไป”
“โอ้ สารภาพบาปเหรอ?” ร็อบบ์รู้ทันทีว่าคงต้องได้นั่งอยู่ในห้องเล็ก ๆ หูก็ฟังเื่เล่าจากเหล่าผู้คนที่มาแล้วล่ะ ชายหนุ่มไม่เคยทำอาชีพนี้ในเกมมาก่อน เขาจึงนึกสนใจและอยากเล่นแทบใจจะขาดแล้ว!
เขาสลัดความี้เีทิ้งไปอย่างรวดเร็วและดีดตัวขึ้นจากม้านั่งหิน “ดีมาก! ไม่ต้องกลัว! มีเพียงการสารภาพบาปต่อเทพเ้าเท่านั้นที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตต่อไปได้ มาเริ่มกันเลย!”