บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจบลง ทุกคนแยกย้ายกันกลับจวน เเน่นอนว่าซูเจินรับหน้าที่เดินมาส่งสนมลีที่จวนด้วย เพราะทางกลับนั้นเป็ทางเดียวกัน…ยิ่งไปกว่านั้นคือสตรีทั้งสองรู้สึกพิเศษมากกว่าปกติเพราะพวกนางนั้น มีองค์ชายทั้งสองเดินมาส่งด้วย
"เอาจริงๆนะ ฉันถามพวกนายแบบตรงๆเลย ไม่มีการมีงานทำบ้างหรอ มาเดินตามคนอื่นอยู่ได้"
"งานของข้ากับพี่รองก็คือ การดูแลชายาอย่างใกล้ชิดยังไงล่ะ"
"น้องสามพูดได้ถูกต้อง…ตอนนี้พวกข้าก็กำลังทำหน้าที่นั้นอยู่..ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพวกข้ากำลังทำงานอยู่เช่นกัน"
"ฉันก็เพิ่งรู้นะ ว่าหน้าที่ขององค์รัชทายาท คือการเดินตามผู้หญิงต้อยๆแบบนี้…ไม่เห็นจะเหมือนในหนังเลย"
"หนัง?..เ้าดูหนังได้ด้วยหรอ…?" อี้เฉียนมองไปที่เเขนของซูเจิน สลับกับเเขนของตัวเองอย่างงงๆ…ซูเจินเห็นอย่างนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่า หนังที่เขากับเธอคิดมันคนละอย่างกัน
"ช่างมันเถอะ พูดไปนายก็คงไม่เข้าใจหรอก สรุปจะเดินตามแบบนี้ทั้งวันเลยใช่ไหม?"
"เ้าไม่สบายอยู่ พวกข้าเป็สวามี ดังนั้นพวกข้าก็ต้องดูแล มันก็ถูกแล้วนี่ เ้าไม่เข้าใจตรงไหนหรือ?"
"โอเค…งั้นก็ตามให้พอ..เอาที่สบายใจเลย ไปกันเถอะสนมลี"
"นี่ซูเจิน…เ้าก็พูดกับองค์ชายอี้เกินไป ดูท่าองค์ชายทั้งสองเอ็นดูและเทิดทูนเ้ามากๆเลยนะ"
"เธอชอบไหมล่ะ จะแบ่งไปสักคนไหม ฉันรำคาญอยู่พอดี"
"ข้าไม่ได้้าเช่นนั้น..เ้าก็รู้.."
"ล้อเล่นหน่า…จะบอกอะไรให้รู้นะ…ที่ฝาแฝดนี่มาเดินตามฉันต้อยๆอยู่แบบนี้ ก็เพราะว่าเขาหวังอะไรบางอย่างในตัวฉันยังไงล่ะ"
"อะไรบางอย่าง….อะไรงั้นหรือ?"
"ลูก…เค้าสองคนวางแผนจะทำให้ฉันท้องให้ได้ เพราะเขาอยากได้ลูกยังไงล่ะ" สนมลีได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้…เเน่นอนว่าเสียงพวกเขาคุยกันนั้นไม่ใช่การกระซิบกระซาบเพราะฉะนั้น องค์ชายสองคนข้างหลังก็ได้ยินด้วยเช่นกัน พวกเขาเองก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ทำเอาซูเจินถึงกับหน้าเหวอไปเลย
"สนมลี นี่เธอขำอะไร…พวกนายด้วย..ฉันไม่ได้ตลกเลยนะเื่นี้น่ะ นั่นแน่ะ!!พูดแล้วยังจะขำไม่หยุดอีก ตกลงเธอขำอะไร"
"เ้าไม่รู้กฎการเป็ชายา/สนมของเมืองนี้เลยหรือ?"
"กฏบ้าบออะไรฉันไม่รู้หรอก…นี่ขนาดฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง ฉันยังไม่รู้เลย..เเต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ตอนนี้เลยก็คือ…เืฉันออกอีกแล้ว!!"
"อ่ะ..เช่นนั้นรีบไปที่จวนของข้า ข้าจะรีบหาสำลีหรือหมอนนุ่นมาให้เ้านั่ง..องค์ชายทั้งสองหม่อมฉันเกรงว่า……"
"พวกข้าจะไปด้วย" องค์ชายทั้งสองลั่นวาจาออกมาพร้อมๆกัน พวกเขาทำสายตาแน่วแน่และท่าทางที่จริงจังเพื่อเป็หลักประกันว่าพวกเขาจะไปด้วยและจะช่วยเหลือในทุกๆอย่าง ซูเจินไม่มีเวลาตัดสินใจแล้วเพราะตอนนี้เืของเธอได้ไหลเลอะลงมาตามต้นขาของเธอแล้ว สนมลีไปรอช้ารีบสาวเท้าเดินนำหน้า เเต่ทว่าซูเจินนั้นกลับยืนนิ่งไม่ยอมก้าวเดินจนสองแฝดที่เดินนำหน้าไปก่อนแล้วรู้สึกแปลกใจ พวกเขาถอยหลังกลับมาจุดที่เธอยืนอีกครั้งเพื่อไต่ถาม
"เหตุใดเ้าถึงไม่เดิน เ้ารีบมิใช่รึ?"
"นั่นสิ แล้วทำไมเ้าถึงต้องยืนตัวสั่นแบบนั้น เ้าหนาวรึ หรือว่าเ้าเริ่มมีไข้…หรือเ้า….."
"ฮึ้บ! ฟู่วว พอ!!...ฉันไม่สามารถเดินได้ในตอนนี้ เพราะถ้าฉันเดินเืมันก็จะยิ่งไหล..และที่ฉันตัวสั่นเพราะฉันกำลังอดทน อดกลั้น ต่อสู้กับมันอยู่"
"แล้วทำไมเ้าถึงไม่บอกแต่แรก น้องสาม!!"
"พะยะค่ะ!! เอ้า!ฮึ้บ!!" อี้เฉียนประคองตัวซูเจินในส่วนท่อนบน อี้เถียนรับหน้าที่รวบชุดและประคองส่วนล่าง พวกเขาสองคนพลิกตัวนางขึ้นและใช้แขนสองข้างยืดไปข้างหน้าทำเป็เกี้ยวให้ซูเจินนั่ง
"ย้า!! พวกนายจะทำอะไรเนี้ย?"
"ก็ช่วยพาเ้าไปที่จวนของสนมลี โดยที่ไม่ต้องเดินยังไงล่ะ ไปเร็วน้องสาม เร่งมือเข้า นางตัวซีดคล้ายเืนางจะหมดตัวเเล้ว เร็ว!!"
"ไม่ต้องห่วงท่านพี่ เชื่อใจข้าได้..เ้าพร้อมนะ!!"
"พร้อมอะไร พวกนายจะทำอะไรเนี้ย งื้อ..มันสูงนะ ฉันกลัวตก…เฮ้ๆๆๆอย่าวิ่งๆ…เืๆๆ..อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม!!..นี่ถ้าฉันหล่นลงไปหน้าทิ่มพื้น พวกนายรับผิดชอบไหวไหมเนี่ย ช้าๆๆหน่อยก็ได้" สองแฝดแบกซูเจินวิ่งนำหน้าสนมลีเเบบฉิวเฉียด..วินาทีนั้นนางรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์กำลังเร่งรีบ สนมลีไม่รอช้า ถลกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยพอให้วิ่งสะดวกจากนั้นนางก็สับขารัววิ่งตามสองแฝดไปติดๆอย่างกับเด็กน้อยเล่นกันก็ว่าได้…ครั้นมาถึงจวนสองแฝดก็ยังไม่ยอมวางซูเจินลง..พวกเขาเอาแต่ยืนหอบแฮ่กๆในท่วงท่าที่มือยังยืดตรงให้ซูเจินนั่งอยู่เพราะสนมลียังมาไม่ถึง…ตอนนี้สมาธิ จิตใจและสติล่องลอยหายไปหมดแล้วเพราะเธอสติหลุดให้กับการวิ่งขององค์ชายทั้งสองไปแล้ว
"มาเเล้ว ข้ามาแล้วซูเจิน..นี่หมอนนุ่น..เ้านั่งลงตรงนี้ได้เลย..องค์ชายทั้งสอง"
"แห่กๆๆ แห่ก…ห่ะ..เมื่อกี้เ้าว่ายังไงนะ ข้าไม่ทันได้ยิน?"
"นั่นสิ..แฮ่กๆ แฮ่กๆ ตอนนี้หูพวกข้าดับไปหมดแล้ว เฮ้อ เหนื่อย!!"
" เฮ้อ เฮ้อ! สนมลีบอกว่า ให้วางฉันนลงได้แล้ว" สองแฝดก้มตัวต่ำลงแล้วค่อยๆคลายมือออกเพื่อให้ซูเจินเดินไปนั่งที่หมอนนุ่น เเขนของพวกเขาทั้งสองยังปลอดภัยดีไม่มีอะไรเจอปนเพราะชุดที่ซูเจินใส่นั้นค่อนข้างหนาระดับหนึ่ง…พวกเขารีบนั่งพักหายใจหายคอให้สะดวก ในระหว่างนั้นสนมลีก็ได้นำน้ำชามาเสริฟให้พวกเขาดื่มแก้กระหายไปก่อน
"เ้าต้องนั่งหมอนนุ่นนี้ไปกี่วันกันหรือซูเจิน"
"ก็จนกว่าเืจะหยุดไหลหรือหายเป็ประจำเดือนนั่นแหละ"
"ข้าไปอ่านเจอในตำรามา โรคที่เ้าเป็ที่เมืองข้าเรียกมันว่าเสี่ยเย้ โรคพวกนี้สามารถรักษาให้หายได้ โดยการฝังเข็มยับยั้งจุดผิงและจุดเท๋า…เ้าก็จะไม่สามารถเป็โรคนี้ได้อีกเลย" ซูเจินถึงกับต้องใช้มือกุมขมับเพราะเธอไม่รู้จะอธิบายให้สองคนนี้ฟังได้ยังไง ว่าสิ่งที่เธอเป็นั้นมันไม่ใช่โรคร้าย แต่มันคือประจำเดือนที่ผู้หญิงทุกคนต้องเป็และสามารถหายได้เมื่อร่างกายถ่ายเืเสียจนหมด…บางครั้งซูเจินก็อยากจะเขกกะโหลกให้กับความไร้เดียงสา ของสองแฝดนี้ซะเหลือเกิน…แต่มาคิดได้อีกทีว่าโลกของเธอกับพวกเขามันต่างกัน เธอก็เลยต้องปล่อยเื่นี้ไป