ดักปล้นชิงทรัพย์คนทั่วไปก็นับว่าแย่แล้วมาปล้นรองประมุขที่ปกครองเขตนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
“ข้าเข้าใจแล้วทำไมถึงไม่มีใครมารายงานเื่นี้กับท่านเลยผู้ดูแล” ม่านหลงที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานเอ่ยขึ้นดวงตาสีม่วงมองไปยังลูกชายของผู้ดูแลเมืองที่ตอนนี้ถูกจับนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าม่านหลงเดิมทีการดักปล้นถือเป็การก่อความเดือดร้อนและมีโทษถึงขั้นตัดแขนตัดขาตามกฎหมายที่ถูกบัญญัติเอาไว้คิดว่าเป็ใครมาจากไหนถึงได้กล้าทำเช่นนี้
“ได้โปรดอภัยด้วยลูกชายข้าไม่ได้ตั้งใจจะปล้นท่าน….”
“ไม่ได้ตั้งใจ?เขาพาคนมามากมายเพื่อรุมกระทำชำเราข้า ยังจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจอีกรึ?”มองยังไงถึงได้บอกว่าไม่ได้ตั้งใจอีกฝ่ายยังพูดว่าจะเอาเขาไปขายเสียด้วย
“ระเื่นั้น….”
“หากเขายอมเลิกราั้แ่ที่อยู่โรงเตี๊ยมข้าคงไม่ติดใจเอาความอะไรแต่ทว่าเขากลับพาพรรคพวกมาดักปล้นข้าที่นอกเมืองเท่านั้นยังไม่พอยังคิดที่จะเอาข้าไปขาย ทำการกระทำที่เป็การดูิ่ข้าคิดว่าเป็ลูกชายของผู้ดูแลเมืองแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นรึ จำได้ว่าวันที่ท่านขึ้นรับตำแหน่งผู้ดูแลเมืองท่านสัญญากับประมุขว่าจะดูแลเมืองนี้อย่างดีที่สุดแต่ไยกลับปล่อยให้ลูกชายนำคนของตัวเองไปดักปล้นชาวเมืองเช่นนี้!” มือเรียวตบโต๊ะดังป้าบจนถ้วยชากระเด็นออกจากโต๊ะคนสนิทมองมือที่ตบลงบนโต๊ะนั้น แก่แล้วก็ถนอมร่างกายเสียหน่อยเถอะ ตบไปแรงขนาดนั้นมือไม่เจ็บแล้วหรอกรึ
“โทษของการดักปล้นเป็อย่างไรท่านย่อมเข้าใจดีในฐานะรองประมุขแห่งอู่ตู๋ข้าจะจัดการให้เด็ดขาดกล้าดีอย่างไรสร้างความวุ่นวายภายในเมืองเช่นนี้”
“ท่านไม่มีหลักฐานมิใช่รึไยใส่ความกันเช่นนี้!” ผู้ดูแลไม่ยอมแพ้ ม่านหลงจึงโยนของสิ่งหนึ่งลงตรงหน้าชายแก่
“เท่านี้ยังไม่พออีกรึมันไม่ใช่ป้ายประจำตัวของลูกชายท่านหรอกรึ” สิ่งที่ม่านหลงโยนมาเป็ป้ายประจำตัวที่ลูกชายของผู้ดูแลห้อยเอาไว้แล้วม่านหลงคว้ามาได้ตอนที่กำลังชุลมุนกันเมื่อคืนคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าตาเฒ่านี่จะไม่ยอมจำนนแม้ว่าจะมีหลักฐาน แต่แล้วอย่างไรยิ่งดิ้นรนมากเท่าไหร่ยิ่งมีหลักฐานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้โทษหนักขึ้นเท่านั้น
“คิดว่าข้าไม่มีหลักฐาน?ไยกล้าคิดเช่นนั้น รองประมุขเช่นข้าจะทำแบบเดียวกับที่ท่านและลูกชายของท่านทำรึ?ที่ข้าไม่เปิดเผยหลักฐานทั้งหมดเพราะเห็นแก่หน้าท่านรู้หรือเปล่าว่ายิ่งมีหลักฐานมากเท่าไหร่โทษของพวกท่านก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นนี่ไม่ถือว่าข้าปราณียอมลดโทษให้หรอกรึ?” หรือหากจะให้เปิดหลักฐานที่มีเขาก็จะเอาออกมาให้ได้ดูหรือหากอยากได้พยานด้วยก็ใช่ว่าเขาจะไม่มี
“ที่ลูกชายท่านกล้าทำเช่นนี้เพราะท่านเริ่มทำให้เขาเห็นแล้วยังคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะมาเรียกร้องความเป็ธรรมให้ลูกชายด้วยรึ?”เพราะการเลี้ยงดูอย่างผิดๆถึงได้เป็แบบนี้แล้วยังไม่สนใจที่จะดูแลชาวเมืองตามที่รับปากเอาไว้อีก
“เื่ที่สามที่ข้าจะมาแจ้งนับั้แ่นี้ตระกูลของท่านไม่มีสิทธิ์ที่จะนั่งในตำแหน่งผู้ดูแลของเมืองนี้อีกต่อไปแค่การที่ท่านคิดว่าพวกเราไม่รู้เพราะอยู่แต่ในป่าก็มากพอที่จะทำให้ท่านหลงผิดและพาตัวเองไปสู่จุดจบแล้ว”คนสนิทสั่งให้คนนำตัวสองพ่อลูกออกไปท่ามกลางเสียงร้องโวยวายขอความเป็ธรรมม่านหลงยกมือขึ้นนวดขมับ เขาไม่ชอบเสียงกรีดร้องพวกนี้เลย มันน่ารำคาญสิ้นดี
“แต่งตั้งผู้แลคนใหม่เลยไหมขอรับ”
“ยังก่อนให้คนของเรามาปราบปรามพวกโจรกับแก้ปัญหาภายในเมืองให้เรียบร้อยก่อนส่งไปเมืองอื่นๆด้วยหากจะต้องเสียเวลาตรวจสอบแล้วก็ตรวจสอบเมืองทั้งหมดเลยก็แล้วกัน” ออกมาฟังข่าวแต่ละครั้งก็มีเื่ให้ม่านหลงต้องจัดการอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคราวก่อนที่ออกมาก็มาวุ่นวายอยู่กับการแต่งงานที่ล่มไม่เป็ท่าเพราะเ้าบ่าวมีชู้และหนีตามกันลำบากม่านหลงต้องตามตัวมาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อสรุปแล้วยังลามปามไปจนถึงต้องหาเ้าบ่าวคนใหม่ให้ด้วย
โลกภายนอกมันวุ่นวายเสียปานนี้ม่านหลงไม่เห็นอยากจะออกมาเลย
“ข้าว่าท่านต้องมีอะไรกับโลกภายนอกเป็แน่มาแต่ละครั้งก็ไม่เคยเลยที่จะไม่มีเื่”
“ข้ามาของข้าดีๆข้าไม่ได้อยากเจอเสียหน่อย” มีอะไรก็คุยกันดีๆไม่ได้รึทำไมต้องใช้กำลังให้ปวดหัว
“เจ็บมือไหมขอรับข้าเอายามาด้วย”
“แค่นี้เอง”
“แต่ทายาแก้ปวดไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย”
“แล้วเ้าจะถามข้าทำไม”ม่านหลงเท้าคางในระหว่างที่คนสนิทกำลังทายาให้ตบโต๊ะแค่นั้นไม่เจ็บเลยสักนิด จำเป็ต้องทายาด้วยรึ
เ้าเด็กนี่คิดว่าเขาแก่ถึงขั้นไหนกัน
“ท่านแก่แล้วระวังกระดูกเสียหน่อยเถอะขอรับ”
“แก่ที่ไหนกัน”
“ก็แก่แล้วจริงๆนี่”
“ปากเสีย”ม่านหลงนึกสงสัยแล้วว่าท่านเทพเซี่ยหนิงเฉิงกับท่านเทพเซียวซูเจี้ยนรับมือกับสถานการณ์ที่มีคนพูดว่าตัวเองแก่ยังไง
แต่ดูจากอายุของท่านเทพทั้งสองแล้วพวกเขาคงจะยอมรับอย่างว่าง่ายเสียด้วยกระมัง
การแต่งตั้งผู้ดูแลคนใหม่จะแต่งตั้งหลังจากที่ตรวจสอบเมืองทั้งหมดจนครบแล้วระหว่างนี้ม่านหลงจะให้คนของอู่ตู๋มาดูแลที่นี่เป็การชั่วคราวแต่คิดว่าไม่เกินหนึ่งเดือนคงจะหาข้อสรุปได้เขาต้องรายงานเื่นี้ไปถึงอวี๋เหมาฉาที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ด้วย
“จริงสิ”ม่านหลงนึกขึ้นได้ คนสนิทจึงเลิกคิ้วเพื่อถามว่าม่านหลงจะพูดอะไร
“หลายวันก่อนที่ร่างกายของพวกเราแปรปรวนมีใครเข้าไปที่เรือนของข้าหรือเปล่า” คนสนิททำตาโตรองประมุขถามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน
“หรือว่าท่านจะ...!”
“ไม่ใช่ข้าแค่อยากรู้ว่ามีใครไปแถวนั้นหรือเปล่า ความทรงจำข้ามันขาดๆหายๆกลัวว่าจะเผลอไปทำอะไรใครเข้า” ม่านหลงแก้ต่างแม้ว่าจะเป็เขาเองก็ตามที่โดนกระทำถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องรับผิดชอบอีกฝ่ายอย่างเต็มความสามารถ
แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ถึงขั้นอยากจะแต่งงานกับเขาหรอก
ใครเขาจะอยากแต่งงานกับคนแก่กันรูปลักษณ์ภายนอกปกปิดได้แต่ปกปิดอายุที่แท้จริงไม่ได้โดยเฉพาะคนสนิทของเขาที่มองข้ามเื่รูปลักษณ์ภายนอกแล้วคิดถึงอายุของม่านหลงเป็หลักดังนั้นเลยมองว่าเขาแก่แล้วจ้องแต่จะให้เขาอยู่ที่เรือนเพราะกลัวว่าเขาจะไปเป็ลมที่ไหน
มีคนห่วงใยมันก็ดีแต่จะให้ห่วงจนเกินเหตุก็ไม่ได้
“เื่นั้นข้าก็บอกท่านไม่ได้วันนั้นข้าก็อยู่ที่เรือนเช่นกันแต่หากจะให้ข้าเดาคงไม่มีใครเข้าไปถึงเขตเรือนของท่านในวันนั้นยิ่งคนของเรายิ่งเป็ไปได้ยากเพราะต้องอยู่ที่เรือนกันหมด” เดิมทีม่านหลงก็คิดเช่นนั้นแต่ทว่าก็มีคนเข้ามาในอาณาเขตของเขาจริงแล้วจะเป็ใครไปได้ถ้าไม่ใช่คนของอู่ตู๋ที่เขาอนุญาตให้เข้าออกอาณาเขตได้
ต้องมีบางคนที่เดินไปถึงที่นั่นในวันนั้น
“หรือว่าวันนั้นท่านจะถูกทำอะไรเข้า!”
“ทำไมถึงไม่ใช่ข้าที่ทำ”
“อย่างท่านจะทำอะไรใครไหวขอรับ”ม่านหลงยกมือขึ้นดีดหน้าผากคนพูดมาก ทำไมเขาจะทำอะไรใครไม่ได้แล้วใช่ว่าเมื่อคืนเขาจะจัดการโจรพวกนั้นไม่ได้ด้วยหากไม่มีคนเข้ามายุ่งเสียก่อน
นี่เขาต้องตามหาทั้งคนที่ร่วมหลับนอนกับคนที่ช่วยเหลือเขาไปพร้อมๆกันงั้นรึ
หลังจากที่จัดการเื่ของสองพ่อลูกผู้ดูแลเสร็จแล้วม่านหลงก็เขียนสารไปถึงประมุขถึงเื่ที่เกิดขึ้นแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะส่งสารงูตัวเล็กๆที่คุ้นตาดีก็เลื่อยมาม้วนตัวอยู่ที่โต๊ะที่ม่านหลงนั่งอยู่
รู้สึกว่าประมุขจะมีเื่ไหว้วานเขาถึงได้ส่งสารมาถึงเขาก่อน
งูตัวเล็กนี้เป็งูส่งสารของอวี๋เหมาฉาที่มักจะใช้ติดต่อสื่อสารกับม่านหลงปกติแล้วอวี๋เหมาฉาไม่ค่อยจะส่งสารมาถึงเขาเว้นแต่จะมีเื่จำเป็เขาปลดสารที่ติดมากับตัวงูเพื่อดูว่าอวี๋เหมาฉาส่งสารอะไรมาก่อนจะขมวดคิ้วเป็ปมแล้วยกมือขึ้นกุมขมับ
เื่สำคัญไม่เคยใส่ใจไม่เคยที่จะนึกถึงเป็เื่แรก
ในสารเขียนเอาไว้ว่ามีสมุนไพรอันตรายที่ยังไม่ได้เก็บกลับมาไว้ที่พรรคอยู่ห้าถึงหกชนิดให้ม่านหลงไปเก็บกลับมาก่อนที่จะมีใครไปเจอม่านหลงคิดแล้วก็อยากจะสาปส่งไปพร้อมกับสายลมเื่สำคัญแบบนี้เพิ่งจะมาบอกอย่างนั้นรึแล้วยังเขียนเอาไว้ในสารเสียด้วยว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกเื่นี้สมุนไพรอันตรายย่อมต้องขึ้นชื่อเื่พิษอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ยังดีที่อวี๋เหมาฉาไม่ลืมที่จะแนบแผนที่เก็บสมุนไพรมาด้วยมิเช่นนั้นเขาจะสาปอีกฝ่ายจริงๆ
สมุนไพรอันตรายมิใช่ว่านึกอยากจะเจอก็เจอบางชนิดตามหาทั้งชีวิตก็ยังรู้เพียงแค่ที่เกิดคร่าวๆนอกจากว่านฮวาจะทำหน้าที่รวบรวมสมุนไพรหายากและคอยตรวจสอบสมุนไพรอันตรายแล้วอู่ตู๋เองก็ต้องคอยเก็บสมุนไพรที่อันตรายและขึ้นชื่อเื่พิษกลับมาด้วยเช่นกันแน่นอนว่าสมุนไพรแต่ละชนิดมีระดับที่จัดเรียงเอาไว้ในส่วนของสมุนไพรอันตรายมีเพียงประมุขเท่านั้นที่สามารถปรุงหรือใช้งานมันได้และต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของฝ่าาเท่านั้น
ทั้งๆที่เป็แบบนั้นแต่อวี๋เหมาฉากลับบอกเขาว่าตัวเองเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่เก็บสมุนไพรพวกนั้นกลับมาเื่นี้ควรจะทำให้เรียบร้อยก่อนแต่งงานอีกมิใช่รึ
แน่นอนว่าม่านหลงเพิ่มเติมสารที่จะส่งไปให้อวี๋เหมาฉาเป็คำบ่นของเขาอีกหนึ่งแผ่นก่อนจะให้งูน้อยเอาไปส่งให้ตอนนี้ไม่รู้ว่าท่องเที่ยวกันไปถึงไหนยังดีที่ยังมีสามัญสำนึกในการคิดถึงเื่นี้ให้ออกว่าควรจะจัดการให้เรียบร้อยแม้ว่ามันจะลำบากเขาก็เถอะ
สมุนไพรอันตรายคนที่เก็บมันกลับมาได้ในตอนนี้ก็มีเพียงม่านหลงที่เป็รองประมุขเท่านั้นดังนั้นเขาจึงต้องกลับไปที่พรรคเตรียมตัวและอุปกรณ์ที่จะเก็บสมุนไพรพวกนั้นกลับมาทันทีแล้วยังไม่สามารถให้คนไปด้วยได้เพราะมันอันตรายเกินไป
อีกอย่างเขาไม่อยากต้องมาคอยตามดูคนมือซนที่อยากจะหยิบจับของแปลกตาสักเท่าไหร่ด้วย
“จะไปคนเดียวหรือขอรับ”แต่ก่อนที่จะไปไหนได้ม่านหลงก็ต้องบอกคนสนิทเอาไว้เสียก่อนว่าจะไปไหนมิเช่นนั้นเ้าเด็กนี่จะต้องไปตามเขากลับมาแน่
“เก็บสมุนไพรอันตรายมันยังเกินกำลังของคนในพรรคเกินไปแม้แต่เ้าเองก็วางใจให้ไปด้วยไม่ได้” ม่านหลงให้เหตุผลเขาแก่ไม่ใช่ว่าเขาจะดูแลตัวเองไม่ได้เสียหน่อย
“ใช้เวลาแค่ไหนขอรับ”ม่านหลงมองแผนที่ ถ้าเร่งมือหน่อยก็ใช้เวลาหนึ่งวันเท่านั้นสมุนไพรอันตรายปล่อยไว้นานไม่ได้ดังนั้นเขาจะออกจากเมืองแล้วกลับไปที่พรรคจากนั้นก็จะออกเดินทางไปเก็บสมุนไพร
โชคดีที่สมุนไพรพวกนั้นอยู่ในเขตของอู่ตู๋จะมีบางชนิดที่ข้ามเขตไปถึงถังเหมินแต่เื่นั้นส่งสารแจ้งประมุขเยว่ก็ไม่มีปัญหาแล้ว
“หนึ่งวันก็เรียบร้อย”
“หากภายในเที่ยงคืนท่านไม่กลับมาข้าจะให้คนออกค้นหาท่าน”ม่านหลงกลอกตา เ้าเด็กนี่เอะอะก็จะให้คนตามหาเขา
“ก็ได้ๆข้ายอมเ้าแล้ว เที่ยงคืนก็เที่ยงคืน” ไม่คิดบ้างรึว่าเขาอาจจะอยากพักผ่อนระหว่างทางเฮ้อ
หลังจากที่ยกเื่ต่างๆให้คนสนิทดูแลม่านหลงก็กลับไปที่พรรคชาวเมืองต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีคนของอู่ตู๋มาที่นี่ข่าวลือของอู่ตู๋นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับคนภายนอกยามเมื่อเห็นคนที่แต่งกายด้วยชุดสีม่วงและสวมเครื่องเงินเช่นชนเผ่าพื้นเมืองพวกเขาก็รีบหลีกลี้หนีห่างในทันที
ก็ดีม่านหลงจะได้ไม่เสียเวลาอธิบายแล้วคนของอู่ตู๋ก็ไม่ได้ชอบชาวเมืองที่ทำตัววุ่นวายและพยายามเข้าไปในอาณาเขตของพวกเขาด้วย
หากคนต่างไม่ชอบกันแล้วต่างคนต่างอยู่เื่มันคงง่ายขึ้น
ม่านหลงใช้เวลาเตรียมตัวไม่นานในการเตรียมของสำหรับเก็บสมุนไพรอันตรายคนในพรรคที่รู้ว่าม่านหลงจะไปที่ไหนก็อยากจะไปด้วยแต่ม่านหลงห้ามเอาไว้และขู่เอาไว้ด้วยว่าหากเขารู้ว่ามีคนแอบตามมาเขาจะสั่งกักบริเวณและสั่งห้ามปรุงพิษเป็เวลาหนึ่งเดือนจากนั้นม่านหลงก็ออกเดินทางไปเก็บสมุนไพรรอบๆเขตของอู่ตู๋
เขตในการปกครองของอู่ตู๋กินพื้นที่ค่อนข้างมากยิ่งด้วยเป็พื้นที่ป่าหากคนที่ไม่ชำนาญเดินเข้ามาต้องเสียเวลาหลายวันแน่นอนกว่าจะเดินไปถึงแต่ละจุดที่สมุนไพรขึ้นอยู่ในแผนที่แต่อย่างที่บอกว่าอู่ตู๋นั้นเชี่ยวชาญป่าแถบนี้ทั้งหมดดังนั้นต่อให้ต้องหลับตาเดินม่านหลงก็สามารถไปถึงจุดหมายได้อย่างง่ายดาย
การเก็บสมุนไพรอันตรายแม้จะไม่ยากเท่าสมุนไพรต้องห้ามแต่ใช่ว่าจะสามารถประมาทได้จะต้องใช้ลมปราณในการเก็บห้ามแตะต้องโดยตรงผนึกลงกล่องและลงผนึกไว้รอบกล่องอีกหนึ่งชั้นจากนั้นก็จะนำไปใส่ไว้ในหีบที่ลงผนึกเอาไว้อย่างดีที่พรรคป้องกันคนนำไปใช้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
เพราะต้องเก็บสมุนไพรด้วยวิธีเดิมซ้ำๆถึงห้าชนิดม่านหลงจึงรู้สึกเหนื่อยมากแล้วยังต้องเผาชุดที่ใส่อยู่ทิ้งเพราะละอองพิษที่กระจายอยู่รอบๆสมุนไพรอันตรายมีความเข้มข้นของพิษสูงมากจึงไม่สามารถสวมชุดนั้นได้ต่อ แม้แต่เื่ประดับเงินที่ไว้ใส่สำหรับตรวจสอบพิษยังกลายเป็สีดำคล้ำจนดูไม่ได้
หากมิใช่เพราะว่าม่านหลงฝึกวิชามากับอวี๋เหมาฉาโดยตรงเขาคงไม่มีลมหายใจอยู่ั้แ่สมุนไพรชนิดที่สามแล้วเมื่อเป็เช่นนี้จะให้คนในพรรคมาด้วยได้อย่างไร
เหลือต้นสุดท้ายที่อยู่ในเขตของถังเหมิน
การที่จะส่งสารไปถึงประมุขเยว่ให้ได้รวดเร็วจนอนุญาตภายในวันนี้ได้นั่นคือต้องพึ่งคนของถังเหมิน
ดังนั้นทันทีที่ม่านหลงข้ามเขตป่าของอู่ตู๋มาที่ถังเหมินคนที่เฝ้ายามอยู่ก็ปรากฏตัวมาให้เห็นในทันที
นึกๆดูแล้วก็น่ากลัวอยู่เหมือนกันที่จู่ๆพวกเขาก็ปรากฏตัวมาอยู่ตรงหน้าแบบนี้ม่านหลงเคยชินก็จริงแต่บางครั้งก็อดใไม่ได้เขาไม่เคยได้รับหน้าที่ให้มาเฝ้าที่เขตรอยต่อระหว่างสองพรรคมาก่อนหน่วยลับทำหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของผู้เป็นายเท่านั้นจึงไม่ได้รับหน้าที่ในส่วนนี้
“โปรดแจ้งธุระที่ท่านมาที่นี่ด้วยขอรับ”ต่อให้เป็รองประมุขก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกถังเหมินตามใจชอบม่านหลงชอบถังเหมินก็ที่ตรงนี้ จริงจัง หน้าที่และภารกิจต้องมาก่อนทุกสิ่ง
“ข้าได้รับคำสั่งจากประมุขให้มาเก็บสมุนไพรอันตรายในเขตของถังเหมินข้านำสารที่ประมุขส่งมาและสารขออนุญาตมาแล้ว รบกวนท่านช่วยนำส่งให้ประมุขเยว่ด้วย”ม่านหลงก็ทำตามกฎที่วางเอาไว้อย่างเคร่งครัดเขาเตรียมสารขออนุญาตมาด้วยแล้วดังนั้นไม่มีอะไรต้องกังวลเว้นแต่วันนี้ประมุขเยว่จะไม่อยู่ที่พรรคเขาจึงต้องรอจนกว่าประมุขเยว่จะเห็นสารขออนุญาต
เพราะคนเฝ้ายามจะไม่ปล่อยให้เขาเข้าไปในเขตอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะเห็นตราประทับอนุญาตจากประมุข
ดังนั้นหากจะมาที่ถังเหมินจะต้องส่งสารล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันเผื่อว่าประมุขจะไม่อยู่ที่พรรค
หลังจากที่รออยู่ประมาณครึ่งชั่วยามจนม่านหลงเก็บสมุนไพรแถวๆนั้นจนโล่งเตียนในที่สุดก็มีการตอบกลับมาจากประมุขเยว่ว่าอนุญาตให้เขาเข้ามาเก็บสมุนไพรในเขตของถังเหมินได้แล้วยังส่งคนมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย
ถึงม่านหลงจะคิดว่าไม่จำเป็แต่ทว่าก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจของประมุขน้อยที่ส่งคนมาอำนวยความสะดวกให้
เพราะคนคนนั้นเป็คนที่ได้รับการยกเว้นจากม่านหลงอย่างไรเล่า
เป็ที่ถูกใจของรองประมุขแห่งอู่ตู๋แบบนี้นับว่าลำบากอีกฝ่ายแล้ว
คนที่ประมุขเยว่เฟยหลิงส่งมาเพื่อมาดูแลม่านหลงในระหว่างที่กำลังเก็บสมุนไพรคือหนุ่มน้อยหน่วยลับที่ม่านหลงถูกใจเขานักหนานั่นอย่างไรกับคนอื่นม่านหลงคงจะปฏิเสธน้ำใจอย่างสุภาพแต่ในเมื่อส่งคนที่อยากเจอมาม่านหลงจะรับน้ำใจไว้ด้วยความยินดี
ถึงแม้อีกฝ่ายที่อยู่ในหน้าที่จะไม่เอ่ยปากพูดกับเขาเหมือนที่ผ่านมาก็ตาม
แต่ไม่เป็ไรตราบเท่าที่ถูกใจยังไงก็อภัยกันได้
“หากมีเื่ใด้าความช่วยเหลือรองประมุขสามารถบอกกับเขาได้ขอรับ”คนที่ทำหน้าที่รับสารจากม่านหลงไปทีแรกเอ่ยบอกเพราะหน่วยลับที่ถูกส่งมาดูแลนั้นไม่เอ่ยปากพูดอะไรกับแขกเลยม่านหลงพยักหน้าเข้าใจแค่อยู่ข้างๆให้คนแก่กระชุ่มกระชวยม่านหลงก็ไม่มีเื่ต้องขอความช่วยเหลือแล้ว
ไม่เสียแรงที่นั่งรอถึงครึ่งชั่วยาม
ระหว่างทางที่เดินไปเก็บสมุนไพรพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกันต้องบอกว่าเป็ม่านหลงคนเดียวที่พูดเพราะอีกฝ่ายไม่พูดตอบกลับมามีเพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้นแต่ก็ยังเดินตามมาเงียบๆโดยที่ไม่ได้เร้นกายอย่างที่หน่วยลับทำทำให้ม่านหลงไม่ต้องเดินเหงาคนเดียวภายในป่าที่ไม่ค่อยได้มา
ป่าภายในถังเหมินแตกต่างจากอู่ตู๋ตรงที่ไม่มีสัตว์พิษมากเท่าไหร่และอากาศค่อนข้างเย็นมากนอกจากนั้นรอบๆป่ายังมีหมอกบังตาจางๆที่เป็กลไกการป้องกันพรรคหมอกนี้มีส่วนผสมของสมุนไพรชนิดหนึ่งที่จะทำให้เห็นภาพหลอน ทำให้ผู้ที่บุกรุกเข้ามามองเห็นภาพที่น่ากลัวจนต้องล่าถอยออกไปเองหรือหากไม่ยอมถอยถังเหมินก็มีวิธีที่เรียบง่ายที่จะกำจัดผู้บุกรุกออกไป
จะมีอะไรนอกจากการสังหารให้เสร็จเื่เสร็จราว
นอกจากประมุขเยว่จะให้คนมาอำนวยความสะดวกแล้วเขายังมอบเครื่องหอมชนิดหนึ่งที่จะทำให้หมอกบังตาไร้ผลแต่ทว่าม่านหลงไม่ได้รับอนุญาตให้ถือเอาไว้เองดังนั้นถุงเครื่องหอมนี้จึงอยู่กับร่างสูงที่เดินตามเขาอยู่เพราะแบบนั้นอีกฝ่ายจึงไม่ได้เร้นกายแต่เปลี่ยนเป็เดินอยู่ใกล้ๆเขาแทน
ไม่ได้ถือเองก็ดีจะได้มีคนถือให้ นับว่าเป็การแลกเปลี่ยนที่ไม่เลว
พรึ่บ!
“หืม?”ม่านหลงส่งเสียงอย่างแปลกใจที่จู่ๆคนที่เดินตามเขาอยู่ก็คว้าตัวเขาไปข้างๆก่อนที่จะปล่อยมืออย่างรวดเร็วม่านหลงมองไปยังจุดที่เขากำลังจะเดินไปเมื่อครู่ตรงนั้นมีกับดักที่วางเอาไว้สำหรับดักจับผู้บุกรุกอันที่จริงม่านหลงก็เห็นอยู่ว่าตรงนั้นมีกับดัก แต่จงใจเดินไปยังกับดักเองเพราะอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะช่วยเหลือเขาหรือเปล่าแล้วยังเป็การทดสอบไปในตัวว่าอีกฝ่ายมีไหวพริบกับสิ่งที่อยู่รอบๆมากแค่ไหน
ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็หน่วยลับของท่านย่าแต่ดูเหมือนม่านหลงจะคิดผิดดูจากลักษณะการเคลื่อนไหวและการระวังตัวเองที่สูงเกินกว่าหน่วยลับทั่วไปม่านหลงก็คิดว่าเขาน่าจะเป็หน่วยลับของประมุขเยว่เอง จากััเมื่อครู่รวมถึงแรงที่ใช้ดึงเขาทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายก็คือคนที่ช่วยเขาเอาไว้เมื่อวาน
ทำไมถึงได้ย้อนกลับมาช่วยเขากันนะมีธุระที่ต้องไปทำไม่ใช่หรอกรึ
ตอนนี้ก็รู้ตัวคนที่ช่วยเขาเอาไว้แล้วอีกคนที่ยังเหลืออยู่ก็คือคนที่เขาร่วมหลับนอนกันในคืนนั้น
คิดถึงเื่นี้ขึ้นมาม่านหลงก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับให้ตายสิ คนที่ถูกใจกับคนที่ร่วมหลับนอนเป็คนละคนแบบนี้ก็พาเขากลับไปที่พรรคไม่ได้แล้วน่ะสิ น่าเสียดายจริงๆเชียว
เพราะเห็นท่าทางของม่านหลงที่เปลี่ยนไปร่างสูงที่เดินอยู่ข้างๆก็คล้ายจะเอ่ยปากถามแต่ม่านหลงสังเกตเห็นอาการของเขาก่อนจึงชิงพูดเพื่อที่จะไม่ให้อีกฝ่ายต้องลำบากใจพูดออกมาเอง
“ข้าแค่คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ไม่มีอะไรหรอก” เป็เื่ที่น่าเสียดายมากเสียด้วย เฮ้อ
หลังจากที่เดินมาสักพักพวกเขาก็มาถึงสมุนไพรอันตรายที่ต้องเก็บม่านหลงชั่งใจอยู่เล็กน้อย หลังจากที่เก็บสมุนไพรและผนึกลงกล่องแล้วบนร่างของเขาจะมีละอองพิษติดอยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ทั้งนั้นเมื่อเป็เช่นนี้หลังจากที่ม่านหลงเก็บสมุนไพรเสร็จแล้วหน่วยลับหนุ่มน้อยก็ต้องอยู่ห่างจากเขาไปเกือบๆสิบหรือยี่สิบก้าวเลยทีเดียว
กว่าจะหาโอกาสได้เจอหน้าคนที่ถูกใจกลับต้องมีเื่มาขัดขวางเสียนี่
“หลังจากที่ข้าเก็บสมุนไพรแล้วจะมีละลองพิษอยู่บนตัวข้าเ้าต้องอยู่ห่างจากข้าอย่างน้อยยี่สิบก้าวเพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามเ้าเข้าใกล้ข้าอย่างเด็ดขาดมิเช่นนั้นข้าจะไม่รับประกันชีวิตของเ้า”อยู่ให้เขาได้ดูเป็อาหารตาไปอีกนานๆหน่อยเถอะนะ
อีกฝ่ายคล้ายจะบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้แต่ม่านหลงก็เอ่ยดักเขาเสียก่อน
“เื่นี้เ้าคัดค้านไม่ได้ข้าบอกอย่างไรก็ต้องทำตามนั้น สมุนไพรอันตรายมีละอองพิษที่เข้มข้นแม้เป็ข้าก็ยังได้รับผลกระทบอยู่บ้างแต่ทว่าไม่ถึงตายกลับกันหากเ้าได้รับผลกระทบโอกาสที่จะตายมีสูงมากหลังจากที่ข้าเก็บสมุนไพรแล้วข้าจะวิ่งกลับไปยังทางเดิมที่เรามาเพื่อไม่ให้หมอกนี้มีผลกับข้าเื่รายงานกับคนเฝ้ายามข้าก็ฝากเ้าบอกกับพวกเขาด้วยก็แล้วกัน” เดิมทีหากเป็คนที่มีพลังปราณสูงเช่นม่านหลงหมอกบังตาแค่นี้นับว่าไม่มีผลเลยแม้แต่น้อยแต่กระนั้นการที่จะไม่แสดงออกให้รู้สึกว่าตัวเองเป็ภัยกับถังเหมินก็สำคัญเช่นกันดังนั้นม่านหลงจึงเลือกที่จะแสดงออกว่าหมอกนี้สามารถมีผลกับทุกคนไม่มีข้อยกเว้นส่วนหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือว่าคนมีพลังปราณสูงก็สามารถผ่านเข้าออกถังเหมินได้โดยง่าย
นี่คงเป็เื่เดียวที่น่ารำคาญที่สุดในการอยู่ในตำแหน่งรองประมุขไม่ว่าม่านหลงจะทำอะไรจะต้องคิดให้รอบคอบก่อนเสมอว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรตามมา การทำตามใจตัวเองเป็สิ่งต้องห้ามหากคิดว่ารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ไหวก็อย่าได้ทำอะไรตามอำเภอใจอย่างเด็ดขาด
เมื่อไหร่จะได้พักเป็เื่เป็ราวสักทีนะ