ตอนที่ 22 เด็กน้อยไม่รู้เื่รู้ราวนี่มีความสุขจริงๆ
เฉิงเวยกลืนน้ำลาย พยายามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายโมโห “เอ่อคือ... ถังอวี่ นาย...โกรธมากเลยเหรอ”
สีหน้าของถังอวี่ไม่ได้ดูดุร้ายอีกต่อไป แต่ยังคงเคร่งขรึมเป็อย่างมาก “เปล่า ทำไมฉันต้องโกรธด้วยล่ะ ฉันแค่กำลังขบคิดปัญหาอย่างหนึ่งที่ร้ายแรงมากๆ”
ขบคิดจนมองท่าทางแล้วเหมือนจะกินคนก็คงร้ายแรงมากจริงๆ เฉิงเวยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“บอกฉันได้ไหมว่านายกำลังคิดเื่อะไรอยู่”
ถังอวี่ดวงตาเป็ประกาย “ฉันกำลังคิดว่าฉันจะย้ายหอพักดีไหม!”
เฉิงเวยงงนิดหน่อย การย้ายหอพักเป็แค่ปัญหาเล็กน้อยไม่ใช่เหรอ ต้องคิดมากขนาดนี้เชียว เขาไม่เข้าใจจึงถามเื่ราวความเป็มากับถังอวี่ สุดท้ายก็มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเห็นใจ
“ถังอวี่ ฉันว่านายเลิกคิดเถอะ หอพักของทางเขตนั้นขอเปลี่ยนเองตามใจชอบไม่ได้”
ถังอวี่รู้สึกห่อเหี่ยวหมดแรงเหมือนลูกบอลลมรั่วทันที
“ถ้างั้นฉันทิ้งห้องนั้นไว้แล้วไปนอนเบียดกับนายได้หรือเปล่า” ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ แต่ก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ก็ได้นี่นา
คราวนี้เฉิงเวยยิ่งเห็นใจเขาเข้าไปใหญ่ เด็กน้อยไม่รู้เื่รู้ราวคือคนมีความสุขอย่างแท้จริง แต่ถึงแม้จะมีความสุขก็ไม่อาจปล่อยให้เขาทำผิดพลาดต่อไปได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อนที่เขารู้จักคนแรกหลังเข้ามาเรียนทำเื่ผิดพลาด เฉิงเวยจึงกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง “ไม่ได้อยู่แล้ว นายเองก็รู้ ว่าการเรียนการสอนของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งแทบเป็เหมือนกับกองทัพ หลังรายงานตัวเข้าเรียนสำเร็จแล้วพวกเราก็ถือว่าเป็ทหารคนหนึ่ง ถึงจะเป็แค่ทหารใหม่ตัวเล็กๆ แต่ในเมื่อเป็ทหารก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัย”
ถังอวี่ยิ่งท้อแท้หมดกำลังใจ หมายความว่าทำไม่ได้สินะ ถึงเขาจะไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วั้แ่ต้น แต่ก็ลองถามๆ ให้ตัวเองตัดใจยอมแพ้สักที
เฉิงเวยเห็นถังอวี่หน้าม่อยคอตกก็รู้สึกแย่ตาม จึงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของเขา “เราไปรับชุดนักเรียนกันก่อนดีกว่า แถวดูยาวมากจริงๆ”
ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเลยว่ากลุ่มนักเรียนชนชั้นสูงที่เมื่อครู่ยังซุบซิบเสียงจอแจเงียบลงั้แ่เมื่อไรไม่รู้ พวกเขาเบิกตากว้างจ้องมองมาที่ถังอวี่อย่างเหลือเชื่อ
ทั้งสองคนเดินมายังหางแถว เริ่มยืนต่อแถวอย่างเป็ระเบียบ สาเหตุที่ถังอวี่ไม่มาเข้าแถวก่อนหน้านี้ก็เพราะแต่ละคนจะต้องเข้าแถวรับชุดนักเรียนด้วยตัวเองเท่านั้น ต่อให้คนคนนั้นยังไม่มาก็ช่วยต่อแถวแทนเขาไม่ได้ แล้วหากเขามาถึง ถ้าคุณไม่ยกคิวให้เขาก็ต้องให้เขาไปต่อท้ายแถวใหม่ ถังอวี่จึงตัดสินใจรอเฉิงเวยมาก่อนแล้วค่อยไปเข้าแถวพร้อมกัน
แถวยาวมากจริงๆ นั่นละ กว่าพวกเขาจะรับชุดนักเรียนเสร็จก็ผ่านไปสองชั่วโมงแล้ว
เฉิงเวยมองถังอวี่ด้วยท่าทางอ้ำอึ้งเหมือนอยากพูดบางอย่าง
ถังอวี่สังเกตเห็น “มีอะไรเหรอ”
เฉิงเวยชั่งใจอยู่หลายรอบ ในที่สุดก็เอ่ยถามออกมา “ถังอวี่ นายไม่ได้ไปทำอะไรขัดใจใครเข้าใช่ไหม”
ถังอวี่หัวเราะ “จะเป็ไปได้ไง ฉันเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อวาน”
ก็จริง ถังอวี่กับตนเป็นักเรียนใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แต่เฉิงเวยค้นพบว่าตอนรับชุดนักเรียนเมื่อครู่นี้ หลังจากรุ่นพี่คนนั้นได้ยินถังอวี่รายงานชื่อแล้วสายตาที่มองอีกฝ่ายเหมือนไม่ค่อยเป็มิตรนัก
นั่นหมายความว่าตอนแรกรุ่นพี่คนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือถังอวี่
พอมองแบบนี้ก็เป็ไปได้ว่าเ้าตัวอาจไปทำเื่อะไรบางอย่างไว้แล้วถูกคนจำชื่อได้ เื่ที่ทำให้คนจำชื่อได้...เฉิงเวยคิดโยงคำพูดของถังอวี่ที่เพิ่งบอกว่าอยากย้ายหอพัก ถ้าอย่างนั้นก็คงมีแต่รุ่นพี่ป๋ายคนนั้นแล้วละ
“ถังอวี่ ต่อไปถ้ามีปัญหาอะไรก็มาหาฉันได้นะ!” เื่ไหนช่วยได้เขาจะช่วยแน่นอน! แต่ถ้าช่วยไม่ได้...เขาก็จะหาคนอื่นมาช่วย!
ถังอวี่งงงันไม่เข้าใจ ต่อไปเขาจะมีปัญหาอะไรงั้นเหรอ
เห็นสีหน้างุนงงปนไร้เดียงสาของถังอวี่ เฉิงเวยก็ได้แต่ถอนหายใจ เด็กน้อยไม่รู้เื่ราวอะไรเลยนี่มีความสุขจริงๆ!
ถังอวี่เดินตามเฉิงเวยสำรวจรอบโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งอย่างมึนๆ งงๆ ตลอดทั้งวัน ในที่สุดพิธีรับนักเรียนใหม่วันที่สองก็มาถึง