ยามบ่ายคล้อย แสงตะวันเริ่มอ่อนแรงลง ทอดเงาทาบทับโรงเตี๊ยมรักพักใจให้ดูสงบเงียบกว่ายามค่ำคืน บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความลับที่เพิ่งผ่านพ้นไป กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าปนเปกับกลิ่นกายของผู้หญิงที่ยังคงลอยอยู่ในอากาศ เป็เครื่องเตือนใจถึงคืนแห่งการพิชิตที่เพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อไม่นานมานี้
อาหลางยังคงทำหน้าที่เสี่ยวเอ้ออย่างขยันขันแข็ง มือเรียวเช็ดถูโต๊ะไม้กลางโรงเตี๊ยมอย่างพิถีพิถัน ทุกการเคลื่อนไหวดูเป็ธรรมชาติและไม่น่าสงสัย ราวกับเป็เพียงคนรับใช้ธรรมดาที่ทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์ แต่ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายอย่างสำรวจตรวจตรา ราวกับกำลังค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ ในใจของเขายังคงมีความพึงพอใจจากการล่าครั้งล่าสุด แม่นางเว่ยได้ออกเดินทางไปแล้วพร้อมกับร่องรอยแห่งการที่เขาได้ฝากฝังไว้ทั้งบนร่างกายและในจิตใจของนาง
เขาหยิบผ้าขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดโต๊ะไม้อีกครั้ง แม้ว่าโต๊ะนั้นจะสะอาดอยู่แล้วก็ตาม การทำงานเป็เพียงการปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขา ขณะที่ใจคิดถึงเสื้อตัวในสีแดงเข้มที่เขาได้เก็บไว้เป็ที่ระลึก ชิ้นผ้าเล็กๆ นั้นยังคงมีกลิ่นกายของแม่นางเว่ยอบอวลอยู่ เป็หลักฐานของชัยชนะครั้งใหม่ที่เขาได้รับ
ทันใดนั้น เสียงเท้าม้าดังก้องขึ้นจากภายนอก ตามด้วยเสียงสนทนาเบาๆ ที่ดังมาจากหน้าโรงเตี๊ยม อาหลางหยุดการเช็ดโต๊ะ หูที่ไวต่อเสียงของเขาจับได้ว่ามีผู้คนกำลังเข้ามาใกล้ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูหน้าด้วยความสนใจ สัญชาตญาณของนักล่าที่เคยผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนานบอกเขาว่าแขกคนใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
ประตูโรงเตี๊ยมเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของบุรุษสตรีคู่หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับสายลมเย็นเยียบที่พัดพาเอาความลึกลับเข้ามาด้วย แสงแดดยามบ่ายที่ส่องเข้ามาจากด้านหลังทำให้เงาของทั้งคู่ทอดยาวเข้ามาในโรงเตี๊ยม สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและน่าค้นหา
อาหลางสังเกตทันทีว่าทั้งสองคนนี้มิใช่นักเดินทางธรรมดา ท่าทางการเดิน การแต่งกาย และพลังที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายล้วนบ่งบอกถึงความเป็จอมยุทธชั้นสูง เขาแสร้งทำเป็ไม่สนใจ หันกลับไปเช็ดโต๊ะต่อ แต่สายตาแอบเหลือบไปมองคู่แขกใหม่อย่างระมัดระวัง
ฝ่ายชายคือจอมยุทธหนุ่มผู้สง่างาม รูปร่างสูงโปร่งประมาณสามสิบต้นๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มีคิ้วดำคมกริบและดวงตาที่เปล่งประกายแห่งปัญญา สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดี ปักลวดลายเมฆาอย่างประณีตด้วยด้ายทอง ท่าทางองอาจผึ่งผายบ่งบอกถึงชาติตระกูลและวิชาฝีมือที่มิได้ด้อยไปกว่าผู้ใด ดาบยาวที่คาดเอวมีลวดลายแกะสลักอย่างวิจิตร แสดงให้เห็นว่าเป็อาวุธชั้นดี เขากุมมือสตรีข้างกายอย่างทะนุถนอม ราวกับนางคือสมบัติล้ำค่าที่ต้องถนอมไว้เหนือสิ่งอื่นใด
แต่สิ่งที่ทำให้อาหลางต้องชะงักไปชั่วขณะคือฝ่ายหญิงที่เดินเข้ามาคู่กับเขา นางคือแม่นางเหยา นักฆ่าสาวผู้เลื่องชื่อในยุทธภพ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการลอบสังหารและการต่อสู้ด้วยอาวุธลับ อาหลางเคยได้ยินชื่อของนางมาแล้วหลายครั้ง แต่นี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวจริง
แม่นางเหยาสวมชุดรัดรูปสีนิลสนิทที่ทำจากผ้าไหมพิเศษ ขับเน้นเรือนร่างอรชรให้ดูเย้ายวน ทว่าแฝงไว้ด้วยความอันตราย ชุดนั้นออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและคล่องตัว มีช่องซ่อนอาวุธเล็กๆ กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ นางมีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาจันทรา ผิวขาวเนียนเหมือนหยก ใบหน้าเรียวสวย จมูกโด่ง และริมฝีปากสีแดงอ่อนที่ดูเย้ายวน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเ็าและว่างเปล่า ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดสามารถสะท้อนเข้ามาในห้วงลึกของจิตใจได้
อาหลางสังเกตเห็นว่านางซ่อนกริชเล่มเล็กคมกริบไว้ภายใต้ชุดที่รัดรูปนั้นอย่างแเี ตำแหน่งที่ซ่อนอาวุธแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ท่าทางของนางดูระแวดระวังตัวตลอดเวลา สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์และหาทางหนีที่ไล่ในทุกย่างก้าว ลักษณะนี้เป็สัญชาตญาณของนักฆ่าที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
สิ่งที่แปลกคือท่าทางระหว่างทั้งสองคน แม้แม่นางเหยาจะเป็นักฆ่าที่เ็าและไม่ไว้ใจใคร แต่นางกลับยอมให้จอมยุทธหนุ่มผู้นี้กุมมือราวกับคู่รักทั่วไป ความขัดแย้งนี้ทำให้อาหลางเกิดความสงสัยอย่างรุนแรง นักฆ่าสาวผู้เยือกเย็นเช่นนาง เหตุใดจึงยอมให้ผู้ชายคนหนึ่งเข้าใกล้ได้ขนาดนี้? มีความลับอะไรซ่อนอยู่เื้ัความสัมพันธ์ที่ดูผิดปกตินี้?
อาหลางแสร้งทำเป็ไม่สนใจ หันกลับไปเช็ดโต๊ะต่อ แต่ในใจกลับเกิดความสงสัยและความตื่นเต้นอย่างรุนแรง ความสงสัยผลักดันให้เขาแอบหยิบศิลาเนตรมารสีม่วงเข้มขึ้นมาจากกระเป๋าเล็กที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อ ก้อนหินลึกลับนั้นเปล่งแสงสีม่วงเข้มเบาๆ เมื่อัักับมือของเขา เขาแอบส่องมองแม่นางเหยาอย่างลับๆ พยายามจะไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ทันใดนั้น แสงสีม่วงเข้มจากศิลาเนตรมารก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แสงนั้นเข้มข้นและสดใสจนเกือบจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พร้อมกับข้อความที่ปรากฏขึ้นในจิตของอาหลางอย่างชัดเจน ราวกับเสียงกระซิบจากเบื้องลึกของจิติญญาของแม่นางเหยาเองที่ดังก้องขึ้นในหัวของเขา
**'โหยหาการถูกสยบด้วยพันธนาการที่แ่า'**
อาหลางถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ต้องใช้สมาธิอย่างมากจึงจะไม่แสดงอาการใออกมา รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเขาอีกครั้ง ความลับนี้ช่างย้อนแย้งกับอาชีพนักฆ่าที่้าความอิสระและรวดเร็วเสียนี่กระไร นักฆ่าผู้ซึ่งชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ต้องเคลื่อนไหวอย่างอิสระดุจสายลม ต้องรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เหตุใดจึงมีความปรารถนาที่จะถูกพันธนาการอย่างแ่า? ความปรารถนาที่ขัดแย้งกันเช่นนี้ ยิ่งทำให้อาหลางรู้สึกท้าทายและอยากจะค้นหาความจริงเื้ัดวงตาที่เ็าคู่นั้น
เขาแอบสังเกตท่าทางของแม่นางเหยาอย่างละเอียด นางเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะผ่อนคลาย แต่อาหลางที่มีประสบการณ์ในการอ่านภาษากายของผู้คนสังเกตเห็นความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวเผิน มือของนางที่ถูกกุมโดยจอมยุทธหนุ่มดูเหมือนจะสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่จากความกลัว แต่เป็การสั่นที่เกิดจากการกลั้นความปรารถนาบางอย่างที่รุนแรง
จอมยุทธหนุ่มนำแม่นางเหยาเดินเข้ามาหาโต๊ะที่อยู่ในมุมโรงเตี๊ยม ตำแหน่งที่สามารถมองเห็นทางเข้าออกได้ชัดเจน และหลังชิดกับผนัง เป็ตำแหน่งที่นักฆ่ามักจะเลือกนั่งเพื่อความปลอดภัย เขาดึงเก้าอี้ให้นางนั่งด้วยท่าทางสุภาพ แต่อาหลางสังเกตเห็นว่ามือของเขาแตะไหล่ของนางนานกว่าที่จำเป็ และนางก็ไม่ได้หลีกหนี
"เ้าของร้าน" จอมยุทธหนุ่มเรียกด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและมีอำนาจ "จัดอาหารและเหล้าดีๆ มาเสิร์ฟ เราเดินทางมาไกล"
อาหลางโค้งคำนับอย่างสุภาพ "ครับท่าน ข้าจะไปแจ้งให้เ้าของร้านทราบทันที" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ต่ำต้อยและเรียบง่าย ปกปิดตัวตนที่แท้จริงไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะที่เขาเดินผ่านไปใกล้โต๊ะของทั้งสองคน อาหลางได้กลิ่นหอมจางๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของแม่นางเหยา กลิ่นหอมของดอกบัวที่ผสมผสานกับกลิ่นกายธรรมชาติของผู้หญิง แต่ที่น่าสนใจคือเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของความตึงเครียดทางเพศที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงบเงียบภายนอก
เมื่อเขาเดินผ่านไป แม่นางเหยาเงยหน้าขึ้นมองเขาชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาเ็าคู่นั้นกวาดผ่านใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว แต่อาหลางรู้สึกได้ถึงการประเมินที่เกิดขึ้นในสายตานั้น นางกำลังประเมินว่าเขาเป็ภัยคุกคามหรือไม่ เป็สัญชาตญาณของนักฆ่าที่ต้องระวังทุกคนที่เข้ามาใกล้
อาหลางเดินเข้าไปในครัวเพื่อจัดเตรียมอาหาร แต่ใจคิดถึงสิ่งที่เพิ่งค้นพบ ความปรารถนาที่ขัดแย้งของแม่นางเหยาทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่ไม่ใช่เหยื่อธรรมดาที่เขาเคยพบ นี่คือความท้าทายที่แท้จริง
เขาเริ่มจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม เลือกเฉพาะของดีที่สุดในโรงเตี๊ยม ปลาสดที่นำมาจากลำธารใกล้เคียง ผักใบเขียวที่เก็บมาใหม่ๆ และเหล้าองุ่นแก่ที่มีอายุหลายสิบปี แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขาได้เติมสมุนไพรพิเศษลงไปในเหล้าอย่างระมัดระวัง สมุนไพรที่จะช่วยลดการระแวดระวังและเพิ่มความไวต่อการัั
ขณะที่เขาทำอาหาร อาหลางได้ยินเสียงสนทนาเบาๆ จากโต๊ะของแขกทั้งสอง เสียงของจอมยุทธหนุ่มดังขึ้นเป็ระยะ พูดเื่การเดินทางและภารกิจที่ต้องทำ แต่เสียงของแม่นางเหยากลับเงียบขรึมเป็ส่วนใหญ่ ตอบเพียงสั้นๆ และเบาๆ
"เหยา นางดูเหนื่อยล้า พักผ่อนสักครู่เถอะ" เสียงของจอมยุทธหนุ่มดังขึ้นด้วยความเป็ห่วง
"ข้าสบายดี" เสียงของแม่นางเหยาตอบกลับ เ็าและไม่มีอารมณ์ แต่อาหลางที่มีหูไวสังเกตเห็นความสั่นเทาเล็กน้อยในน้ำเสียงนั้น
เขาจัดอาหารและเครื่องดื่มใส่ถาดอย่างประณีต แล้วเดินออกไปเสิร์ฟ เมื่อเขาเข้าใกล้โต๊ะ เขาสังเกตเห็นว่าแม่นางเหยานั่งตัวตรงและแข็งทื่อ มือทั้งสองวางบนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบ แต่นิ้วมือกำเป็กำปั้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความตึงเครียดภายใน
"อาหารและเครื่องดื่มของท่าน" อาหลางกล่าวขณะวางจานอาหารลงบนโต๊ะ เขาเริ่มต้นด้วยจานปลาย่างที่มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน ตามด้วยผักผัดที่ยังคงกรอบสดใหม่ และสุดท้ายคือเหล้าองุ่นแก่ในขวดเซรามิกสวยงาม
เมื่อเขาเทเหล้าใส่ถ้วยของทั้งสองคน อาหลางแอบสังเกตปฏิกิริยาของแม่นางเหยา นางมองเหล้าในถ้วยด้วยสายตาที่ระแวดระวัง เป็สัญชาตญาณของนักฆ่าที่ต้องระวังสารพิษ แต่เมื่อจอมยุทธหนุ่มยกถ้วยขึ้นดื่มก่อน นางจึงค่อยๆ ยกถ้วยตามไป
"เหล้านี้หอมมาก" จอมยุทธหนุ่มชื่นชมขณะดื่มเหล้าอีกอึก "รสชาติกลมกล่อมและหวานหอม"
แม่นางเหยาจิบเหล้าเพียงเล็กน้อย แต่อาหลางสังเกตเห็นว่านางกลืนลงไปแล้ว สมุนไพรพิเศษเริ่มทำงานแล้ว แม้จะเป็ปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะเริ่มส่งผลต่อระบบประสาท
"ข้าจะไปเตรียมห้องพักให้ท่าน" อาหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ท่านคง้าพักผ่อนหลังจากการเดินทางอันยาวไกล"
"ได้ จัดห้องที่ดีที่สุดให้เรา" จอมยุทธหนุ่มสั่งขณะหยิบเนื้อปลาใส่ปาก "และให้แน่ใจว่าไม่มีใครมารบกวน"
อาหลางโค้งคำนับแล้วเดินออกไป แต่เขาไม่ได้ไปเตรียมห้องพักจริงๆ แต่ไปซ่อนตัวในมุมที่สามารถมองเห็นโต๊ะของแขกทั้งสองได้ เขา้าสังเกตปฏิกิริยาของแม่นางเหยาเมื่อสมุนไพรเริ่มออกฤทธิ์
ไม่นานนัก เขาเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่าทางของแม่นางเหยา ท่าทางที่แข็งทื่อเริ่มผ่อนคลายลง การหายใจเริ่มลึกขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือดวงตาที่เคยเ็าเริ่มมีแววที่แปลกใหม่ แววของความปรารถนาที่ถูกปลดปล่อยออกมา
จอมยุทธหนุ่มดูจะไม่สังเกตการเปลี่ยนแปลงนี้ เขายังคงพูดคุยเื่การเดินทางและกินอาหารอย่างเป็ปกติ แต่แม่นางเหยาเริ่มมีปฏิกิริยาที่แตกต่างออกไป นางเริ่มจิบเหล้ามากขึ้น และสายตาเริ่มเลื่อนไปมองรอบๆ โรงเตี๊ยมอย่างไม่มีจุดหมาย
"เหยา นางไม่เป็ไรใช่ไหม?" จอมยุทธหนุ่มถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง
"ข้า... ข้าแค่รู้สึกอุ่นเล็กน้อย" แม่นางเหยาตอบด้วยเสียงที่เริ่มแหบแห้ง มือของนางเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย
อาหลางรู้ว่าถึงเวลาแล้ว เขาเดินออกจากที่ซ่อนและเข้าไปหาโต๊ะของแขกทั้งสอง "ท่าน ห้องพักเตรียมเรียบร้อยแล้ว ข้าจะนำท่านไปดูหรือไม่?"
"ได้ เราไปกันเถอะ" จอมยุทธหนุ่มลุกขึ้นยืนและช่วยพยุงแม่นางเหยา "เหยาดูเหนื่อยล้ามาก ต้องพักผ่อน"
แม่นางเหยาลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบากเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างดูไม่มั่นคง และเมื่อจอมยุทธหนุ่มพยุงนาง ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อยจากการัั
อาหลางนำทั้งสองคนขึ้นไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยม ผ่านทางเดินที่มีห้องพักหลายห้อง เขาเลือกห้องที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ห้องที่มีหน้าต่างมองเห็นวิวูเา และที่สำคัญคือมีทางลับที่เขาสามารถเข้าออกได้โดยไม่ถูกสังเกต
"นี่คือห้องที่ดีที่สุดของเรา" อาหลางกล่าวขณะเปิดประตูห้อง "มีเตียงใหญ่สำหรับพักผ่อน และอ่างอาบน้ำสำหรับชำระล้างความเหนื่อยล้า"
ห้องพักตกแต่งอย่างหรูหรา มีเตียงใหญ่ที่ปูด้วยผ้าไหมสีทอง ม่านบังหน้าต่างทำจากผ้าโปร่งสีขาว และโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกใสขนาดใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าอบอวลอยู่ในห้อง สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเร้าอารมณ์
จอมยุทธหนุ่มพาแม่นางเหยาเข้าไปในห้องและให้นางนั่งลงบนเตียง "พักผ่อนเถอะ เหยา ข้าจะไปจัดการเื่ม้าและสัมภาระ"
แม่นางเหยาพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาที่เคยเ็าเริ่มมีแววที่หวั่นไหว "ไป... ไปเถอะ ข้าจะพักผ่อน"
เมื่อจอมยุทธหนุ่มออกไปจากห้อง อาหลางยังคงยืนอยู่ที่ประตู "ท่าน้าให้ข้าเตรียมอะไรเพิ่มเติมหรือไม่?" เขาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
แม่นางเหยามองเขาด้วยสายตาที่เริ่มมีความปรารถนา สมุนไพรทำให้การควบคุมตนเองของนางเริ่มหลุดลื่น "ไม่... ไม่ต้อง ข้าแค่้า..." นางหยุดพูดกลางคำ ราวกับไม่รู้ว่าตนเอง้าอะไรกันแน่
อาหลางเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูเบาๆ "ท่านดูไม่สบาย ให้ข้าช่วยดูแลหรือไม่?"
ความลับของแม่นางเหยาช่างน่าสนใจยิ่งนัก ราวกับบทเพลงที่บรรเลงด้วยทำนองที่ขัดแย้งกัน แต่กลับสร้างความดึงดูดใจอย่างประหลาด อาหลางรู้ดีว่าเหยื่อรายใหม่นี้ไม่ใช่เื่ง่าย แต่ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นการล่าครั้งใหม่นี้อีกครั้ง