สายลมเย็นที่พัดโชยมาเอื่อยๆ สร้างความสดชื่นให้แก่หนุ่มสาวที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใน่เวลาบ่ายจัดๆ ของวันได้
“เขาเป็ยังไงบ้าง”
“ก็ยังโอเคอยู่จะว่าไปเขาก็ใช้ได้นะเ้านายเื่งานน่ะ สั่งให้ทำอะไรก็ทำไม่บ่นสักคำ”
นำชัยตอบด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ความรู้สึกในแง่ลบที่มีต่อเลโอนาร์โด้เริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นชายหนุ่มขยันขันแข็งในการทำงานแต่สิ่งที่เด็กหนุ่มถูกใจมากที่สุดก็คือการที่อีกฝ่ายไม่โต้เถียงและยอมทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่างนำชัยมองนายสาวทางหางตาแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อเพียงสั้นๆ
“แต่ชอบถาม”
“ถามอะไร” กานต์ระพีสงสัย แต่ก็เดาเอาเองว่าเลโอนาร์โด้คงจะถามถึงเื่ในฟาร์มอย่างที่เคยถามเธอเหมือนเดิมแต่แล้วคำตอบที่ได้รับกลับทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา
“ถามว่า...” นำชัยลากเสียงคำท้ายยาวๆ กระแอมเล็กน้อยก่อนพูดต่อด้วยเสียงที่ดัดแปลงไปจากเสียงเดิมของตนเอง“คุณตะวันอยู่ที่ไหนเหรอทำไมคุณตะวันไม่มาตรวจงานที่นี่บ้างล่ะ ชัยกับคุณตะวันสนิทกันมากไหมเวลาทำงานคุณตะวันดุมากหรือเปล่า และก็อีกเยอะแยะไปหมดจนจำไม่ไหวแต่มีอยู่คำถามหนึ่งที่เด็ดสุดๆ” เด็กหนุ่มยิ้มเ้าเล่ห์แล้วเอ่ยต่อ “คุณตะวันมีแฟนหรือยัง”
“แล้วตอบเขาไปว่ายังไง” เธอถามเสียงเรียบ หน้าตาเฉยเมยทว่าใจกลับเต้นแรงผิดปกติ
“โดยเฉพาะคำถามสุดท้ายใช่ม่ะ” นำชัยถามอย่างรู้ทัน
“เออ ตอบเขาไปว่ายังไงล่ะ”
“ผมตอบไปว่ายัง” เมื่อเห็นเ้านายทำหน้าประหลาดๆ จะเรียกว่ายิ้มก็ไม่ใช่แยกเขี้ยวใส่ก็ไม่เชิงและทำท่าจะง้างขาเรียวยาวขึ้นมาเตะ เด็กหนุ่มก็รีบพูดต่อว่า “แต่ผมก็ตอบไปอีกว่า ถึงจะยังแต่เ้านายก็มีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
กานต์ระพีหัวเราะพร้อมส่ายหน้าให้กับความกวนประสาทของนำชัยหัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่เริ่มกลับเข้าสู่จังหวะปกติ เธอก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ได้
“ตอบไปแบบนี้ก็ดีจะได้เลิกยุ่งวุ่นวายกับฉันเสียที”
“เอ...ดูๆ ไปแล้ว ผมว่าเขาสนใจเ้านายมากกว่าคุณจันทร์ซะอีกนะผมว่าที่เขาขอเข้ามาทำงานในฟาร์มเพราะ้าใกล้ชิดเ้านายแน่ๆ แล้วนี่เ้านายจะแกล้งใช้งานเขาอีกนานเท่าไร”
“ก็จนกว่าจะทนไม่ไหวแล้วขอเลิกทำไปเองแกต้องใช้เขาทำงานให้หนักๆ นะชัยเอาให้เหนื่อยจนรีบวิ่งแจ้นไปขอพ่อกับแม่เลิกทำงานไม่ทันเลย”หญิงสาวบอกเสียงกลั้วหัวเราะ
“ได้เลยเ้านายไฟเขียวมาอย่างนี้ไอ้ชัยจัดให้เต็มที่เลย”
“ว่าแต่ตอนนี้แกให้เขาทำอะไรอยู่ล่ะ”
“ทำปุ๋ยคอก”
กานต์ระพีกับนำชัยมองหน้ากัน จากนั้นทั้งเ้านายและลูกน้องก็พร้อมใจกันะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นทุ่งด้วยความสะใจ
ส่วนคนที่ทั้งสองพูดถึงนั้น ตอนนี้กำลังขนขี้วัวไปใส่บ่อที่เตรียมจะทำปุ๋ยคอกอยู่ การทำปุ๋ยคอกในฟาร์มเกิดจากแิของกานต์ระพีที่เห็นว่าในฟาร์มมีมูลสัตว์เยอะทุกๆวัน หญิงสาวจึงคิดแปรสภาพมูลสัตว์พวกนี้ด้วยการเอามาทำเป็ปุ๋ยคอกปุ๋ยที่ได้นั้นส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ใช้เองส่วนที่เหลือก็จะขายให้กับเกษตรกรที่้าในราคาไม่แพงนัก
เลโอนาร์โด้เดินมาหยุดพักที่มุมหนึ่งด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนจะใช้ท่อนแขนปาดเหงื่อที่ไหลย้อยตามใบหน้าออกไป กลิ่นเหม็นของขี้วัวเริ่มทำให้เขาปวดหัวขึ้นมานิดๆเนื่องจากไม่ชินกับงานพวกนี้แม้จะมีผ้าปิดจมูกแล้วก็ตาม
ชายหนุ่มกวาดสายตามองหาคนร่างบางทั่วบริเวณแต่ก็ไม่พบแม้เงาเขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางคิดในใจว่าไม่รู้ว่าเขาคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่ขอเข้ามาทำงานในนี้เพียงเพื่อหวังจะได้พบปะพูดคุยกับสาวที่ตัวเองพึงใจให้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆ ที่งานที่ทำอยู่ไม่ใช่งานคุ้นเคยแถมยังหนักหนาสาหัสอีกด้วย
แล้วเป็ไงล่ะ สิ่งที่เขาหวังไว้กลับไม่เป็ดังหวัง ั้แ่เช้าพอมาถึงฟาร์มกานต์ระพีก็ทิ้งเขาไว้กับนำชัยส่วนตัวนั้นเธอก็เดินหายไปอยู่ที่อื่นไม่ให้เขาได้เห็นหน้าอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ซึ่งเป็เวลาบ่ายสามโมงเข้าไปแล้วเขาก็ยังไม่ได้เจอเธออีก
เมื่อตอนทานอาหารกลางวันเขาคิดว่าจะได้พบเธอ แต่สุดท้ายก็แห้วเมื่อนำชัยมาบอกว่าหญิงสาวเข้าไปทำธุระในตัวอำเภอั้แ่ก่อนเที่ยงแล้ว และคงแวะทานข้าวเที่ยงที่นั่นเลย เฮ้อ...ทำไมทุกอย่างไม่เป็อย่างที่หวังเลยนะ
“อ้าวคุณ มัวยืนใจลอยอะไรอยู่ล่ะรีบๆ มาช่วยกันขนขี้วัวมาใส่บ่อสิ” คนงานชายคนหนึ่งะโบอกเลโอนาร์โด้จึงตื่นจากภวังค์ความคิด
“ครับๆ” ชายหนุ่มกล่าวพลางรีบเดินไปทำงานในส่วนของตนเองต่อเขาเทมูลสัตว์ถังสุดท้ายใส่ลงในบ่อที่มีแกลบเผาและรำอ่อนอยู่ จากนั้นก็ช่วยคนงานที่เหลือคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งสามอย่างให้เข้ากันก่อนจะถอยออกมายืนห่างๆ ให้คนอื่นทำในขั้นตอนต่อไป
เลโอนาร์โด้กวาดตามองไปรอบๆอีกครั้งแล้วก็นึกขึ้นได้ว่านำชัยหายตัวไป ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าหายตัวไปั้แ่เมื่อไร ‘ผู้คุม’ชายหนุ่มแต่งตั้งตำแหน่งให้กับเด็กหนุ่มอย่างขำๆ ถ้าให้เดาเขาคิดว่าป่านนี้ผู้คุมของเขาคงอยู่กับเ้านายใหญ่แน่ๆนี่คงจะไปรายงานผลสินะว่าวันนี้ใช้เขาทำอะไรบ้าง หึๆ ป่านนี้คงหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่อยู่ที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน
เขาพนันได้เลย!
เมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น..เลโอนาร์โด้ก็แทบจะปฏิเสธการทานอาหารแล้วขึ้นห้องอาบน้ำเข้านอนเลยทันทีเนื่องจากเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลียเต็มทนแล้ว ปฏิกิริยาของชายหนุ่มที่รีบกินข้าวแล้วเอ่ยขอตัวเข้านอนเลยสร้างความกังวลให้แก่ตรัย นิยาและศศิธรเป็อย่างมาก จะมีก็แต่เพียงกานต์ระพีเท่านั้นที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
หลังจากทานข้าวกันเสร็จแล้ว สมาชิกครอบครัวจารุกิตติ์ก็มานั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่นกันต่ออย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
“อารมณ์ดีจังนะตะวันวันนี้มีเื่อะไรดีๆ งั้นเหรอ” ศศิธรถาม เมื่อเห็นน้องสาวอารมณ์ดีผิดปกติก็อดถามไม่ได้
“เปล่านี่พี่จันทร์อารมณ์ดีอะไรกันก็ธรรมดานี่นา” หญิงสาวตอบ พลางใช้ช้อนส้อมอันจิ๋วจิ้มสับปะรดชิ้นเล็กขึ้นมาใส่ปากตาก็ดูละครในทีวีไปด้วย
“เอ...แต่แม่ก็ว่าวันนี้ตะวันดูอารมณ์ดีผิดปกติอย่างจันทร์ว่าจริงๆเหมือนกันนะ” นิยาเอ่ยขึ้นอีกคน
“ไม่มีอะไรทำกันหรือยังไงคะถึงได้มานั่งจับผิดอารมณ์ของตะวันกันเนี่ย” กานต์ระพีถามเสียงกลั้วหัวเราะพลางส่ายหน้าไปมา
“วันนี้ลูกให้เลโอทำงานอะไรบ้างล่ะทำไมเขากลับมาบ้านถึงได้ดูหมดเรี่ยวหมดแรงขนาดนี้เราใช้เขาทำงานหนักหรือเปล่าตะวัน” ตรัยถามเสียงขรึมพลางหรี่ตามองลูกสาวคนเล็กอย่างจับผิด กานต์ระพีหลบตาโดยการดูทีวีก่อนจะตอบเสียงเอื่อยๆว่า
“ไม่ได้ใช้เขาทำงานหนักอะไรเลยนะพ่อถ้าพ่อไม่เชื่อไปถามเ้าชัยมันดูก็ได้” หญิงสาวแอบไขว้นิ้วชี้กับนิ้วกลางที่ใต้หมอนอิงที่รองแขนอยู่“ตะวันแค่ให้เขาช่วยทำงานโน้นงานนี้อย่างละนิดละหน่อยเท่านั้นเองก็คนไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนวันแรกๆ ก็มีอาการแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ตะวันก็บอกพ่อกับแม่กับพี่จันทร์แล้วใช่ไหมว่าเขาไม่เหมาะจะทำงานในฟาร์มก็ยังดื้อดึงกันอยู่ได้” ได้ทีเธอจึงไม่รีรอที่จะทับถมคนทั้งสาม
“แน่ใจนะ” ศศิธรที่รู้จักนิสัยของน้องสาวดีถามย้ำอย่างไม่เชื่อถือ
“โธ่...ทำไมพี่จันทร์ถามตะวันแบบนี้ล่ะพี่เห็นตะวันเป็คนชอบโกหกหรือไง ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามเ้าชัยมันดูเลยเพราะตะวันให้มันคอยสอนงานให้อีตาเลโอ”
“ถามหรือไม่ถามเ้าชัยก็มีค่าเท่ากัน” ตรัยหัวเราะออกมานิยากับศศิธรก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย เพราะทุกคนรู้ดีว่ากานต์ระพีกับนำชัยนั้นสนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวกันมากแค่ไหน มีหรือที่ลูกพี่กับลูกน้องคู่ใจจะพูดจาขัดแย้งกันเอง
“พ่ออ่ะ” กานต์ระพีทำหน้างอเง้าใส่ ก่อนจะรีบเอ่ยขอตัวไปนอนเพราะไม่อยากอยู่เป็จำเลยให้คนทั้งสามซักไซ้อีกหญิงสาวเดินผ่านหน้าห้องนอนของเลโอนาร์โด้จึงแอบแนบหูกับบานประตูเพื่อฟังเสียงภายใน ซึ่งไม่มีเสียงใดๆที่บ่งบอกว่าคนข้างในห้องยังไม่หลับ มันเงียบกริบจนเธอเลิกแอบฟัง
“สมน้ำหน้า” กานต์ระพียืนแลบลิ้นให้คนที่อยู่ข้างในห้อง ก่อนจะเดินฮัมเพลงเบาๆอย่างอารมณ์ดีไปยังห้องนอนของตนเอง
แม้จะยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่มาก และยังปวดเมื่อยตามแขนตามขาไม่หายแต่เลโอนาร์โด้ก็ไม่คิดจะหยุดงานเพราะ้าใกล้ชิดกานต์ระพีถึงแม้จะมีโอกาสเกือบเป็ศูนย์ก็ตาม อีกอย่างเขาก็ไม่้าให้หญิงสาวคิดว่าเขาเป็คนไม่เอาไหนที่ทำงานหนักแค่นี้ก็ไม่ไหวเสียแล้ว
ชายหนุ่มแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของเธอยามเห็นเขาตื่นแต่เช้าและแต่งตัวเตรียมไปทำงานในฟาร์มได้
ตอนเช้าเป็่เวลาดีๆ ที่เขาได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอตามลำพังขณะเดินทางเข้าฟาร์มไปด้วยกันกานต์ระพีเปลี่ยนพาหนะที่ใช้จากม้าเป็รถจิ๊ปแทน เพราะมีเลโอนาร์โด้ร่วมเดินทางไปด้วยอีกคน ตลอดระยะทางที่นั่งอยู่ในรถด้วยกันนั้นชายหนุ่มพยายามชวนหญิงสาวคุยตลอดแต่เธอก็ใจแข็งเสียเหลือเกินเอาแต่นิ่งเงียบหรือถ้าพูดก็จะตอบเพียงแค่สั้นๆ เท่านั้น
ทำยังไงนะเขาถึงจะฝ่าด่านอคติที่มีในใจเธอไปได้
เมื่อมาถึงฟาร์มเขาก็ถูกส่งต่อให้กับผู้คุมทันทีราวกับเป็สิ่งของงานแรกของเขาในวันนี้คือขนน้ำนมดิบที่บรรจุอยู่ในถังเรียบร้อยแล้วขึ้นไปใส่ไว้บนกระบะท้ายรถปิ๊กอัพขณะที่กำลังขนอยู่นั้นเลโอนาร์โด้ก็ต้องใจเสียเมื่อเห็นกานต์ระพีเดินเคียงคู่มากับปองธรรมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แถมยังมีเสียงหัวเราะสดใสคลอเคล้าอยู่ตลอดเวลา
ชายหนุ่มเกิดความอิจฉาผู้จัดการหนุ่มขึ้นมาทันทีพร้อมกับคิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาได้รับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่สดใสจากเธอบ้าง แล้วภาพของหนุ่มสาวตรงหน้าทำให้เขานึกถึงคำพูดของนำชัยเมื่อวานนี้ขึ้นมาทันที
‘คุณตะวันมีแฟนแล้วหรือยังชัย’
‘ยัง แต่มีคนที่แอบชอบอยู่’
คำตอบที่ได้รับทำเอาเขาใจแป้วเสียงที่ถามออกไปจึงเบาหวิว
‘ใครเหรอ’
‘บอกไปคุณก็ไม่รู้จักหรอก’นำชัยบอกปัดคล้ายรำคาญ ‘อย่ามัวแต่ถามเลย รีบๆทำงานเข้าจะได้เสร็จไวๆ เดี๋ยวต้องไปทำงานอย่างอื่นต่ออีก’
ผู้ชายคนนั้น...คนที่กานต์ระพีแอบชอบอยู่อาจจะเป็ปองธรรมก็ได้พอคิดเช่นนี้แล้วความหดหู่ก็เข้าครอบงำจิตใจเขาทันที ใบหน้าคมสันจึงหม่นหมองลง ท่าทางที่กระฉับกระเฉงในตอนแรกก็เชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
เลโอนาร์โด้ชำเลืองหางตามองหญิงที่ตนเองพึงใจอีกครั้งก็พบว่าเธอยืนอยู่เพียงลำพังแล้ว และกำลังก้มหน้าก้มตาจดอะไรบางอย่างในสมุดบันทึกอย่างตั้งใจ
ชายหนุ่มอมยิ้มอย่างชื่นชมกับความขยันขันแข็งในการทำงานของกานต์ระพี งานในฟาร์มเป็งานที่หนักแต่เธอซึ่งเป็เพียงผู้หญิงบอบบางตัวเล็กๆเท่านั้นกลับสามารถทำได้แถมยังทำได้ดีอีกด้วย งานทุกอย่างในฟาร์มเป็ไปอย่างมีระบบระเบียบตามมาตรฐานสากล ที่สำคัญคนงานทุกคนในฟาร์มรักและเทิดทูนหญิงสาวกับครอบครัวเป็อย่างมากจนเขารู้สึกภูมิใจแทน
รถกระบะจากร้านขายอาหารสัตว์ชื่อดังของจังหวัดค่อยๆขับถอยหลังเข้ามาจอดใกล้ๆ กับอาคารเก็บของ ถุงอาหารข้นสำเร็จรูปสำหรับให้โคกินวางเรียงรายอยู่เต็มท้ายกระบะ กานต์ระพีหันมามองก่อนจะสั่งคนงานให้ช่วยกันขนลงจากท้ายรถ
“นี่บิลส่งของครับคุณตะวัน” คนส่งของนำใบเสร็จค่าสินค้าที่หญิงสาวสั่งซื้อมาให้ เธอรับมาดูก่อนจะจ่ายเงินตามราคาในใบเสร็จ จากนั้นก็ะโสั่งนำชัยว่า
“ชัยนับดูด้วยนะว่าครบตามจำนวนหรือเปล่า”
“ครับผม” เด็กหนุ่มรับคำแล้วปฏิบัติตามทันทีเลโอนาร์โด้ที่ขนถังน้ำนมดิบเสร็จแล้วก็มาช่วยขนของอีกแรงหนึ่ง กานต์ระพีหันมาเห็นเข้าก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวแต่พอชายหนุ่มหันมามองก็รีบหุบยิ้มทันที และทำหน้าเฉยเมยเหมือนเดิม
“ครบครับเ้านาย” นำชัยรายงาน
“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับคุณตะวัน เสี่ยโชคฝากมาบอกว่าถ้า้าสั่งซื้ออะไรอีกก็โทรไปที่ร้านได้เลยนะครับทางเรายินดีบริการส่งให้ถึงที่อยู่แล้ว” ลูกน้องเสี่ยโชคร้านค้าอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดบอกตามที่ถูกสอนมา กานต์ระพีส่งยิ้มให้เท่านั้นไม่พูดอะไรอีกอีกฝ่ายจึงเดินไปที่รถของตนเอง
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นพอดีหญิงสาวจึงกดรับสาย ขณะกำลังคุยอยู่นั้นคนขับรถปิ๊กอัพเกิดเข้าเกียร์ผิดกลายเป็เข้าเกียร์ถอยหลัง รถที่ควรจะพุ่งไปข้างหน้าจึงแล่นถอยหลังอย่างรวดเร็ว เลโอนาร์โด้เดินออกมาจากอาคารเก็บของพอดีเห็นเข้าก็ใ เพราะกานต์ระพียืนอยู่ในรัศมีของการถูกชนพอดีชายหนุ่มออกวิ่งสุดฝีเท้าพร้อมกับะโบอกให้เธอรู้ตัว
“ตะวันวิ่งออกมาเร็วเข้า!”
คนถูกเรียกยืนงงอย่างไม่เข้าใจเนื่องจากหันหลังให้รถอยู่แต่เสียงเครื่องยนต์ที่ได้ยินก็ทำให้เธอหันกลับไปมองก่อนจะตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท้ายรถกระบะเข้ามาใกล้มากจนกานต์ระพีคิดว่าต้องถูกชนแน่จึงหลับตาปี๋แล้วรอรับความเ็ปอย่างจำใจเพราะหนีไม่ทันเสียแล้ว
โครม!
เกิดเสียงดังขึ้นหลังจากที่หญิงสาวรู้สึกถึงแรงฉุดกระชากจากนั้นตัวเธอก็ไปปะทะกับความแข็งแกร่งอย่างหนึ่งเข้า
‘เราถูกชนแล้วงั้นเหรอเอ๊ะ...แต่ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลยล่ะ’
เลโอนาร์โด้ก้มมองคนที่ยืนหลับตานิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความโล่งอก ช่างโชคดีเหลือเกินที่เขาเข้าไปถึงเร็วและดึงตัวเธอออกมาได้ทันเวลา ชายหนุ่มมองร่างนุ่มที่ยังคงหลับตานิ่ง ก่อนจะยิ้มกริ่มพลางแอบสูดความหอมของเส้นผมสลวยอย่างชื่นใจ
หน้าผากมนลอยเด่นอยู่ตรงหน้าใกล้กับริมฝีปากของเขาเพียงคืบเดียวจนนึกอยากจะจุมพิตปลอบขวัญสักครั้งแต่ก็ไม่กล้า ร่างนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขนให้ความรู้สึกดีเหลือเกินจนเขาอยากกอดอยู่อย่างนี้นานๆ และคงจะสมใจถ้าไม่มีตัวมารมาขัดขวางเสียก่อน
“เ้านาย! เป็ยังไงบ้าง”นำชัยที่หายใแล้วรีบวิ่งมาดูอาการนายสาวด้วยความเป็ห่วง คนงานอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ก็รีบเดินเข้ามาดูเช่นกันรวมถึงไปดูคนขับรถกระบะด้วย
กานต์ระพีค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วก็ต้องนิ่งงันเหมือนถูกมนต์สะกดเมื่อสบตาเข้ากับั์ตาคม ซึ่งฉายแววห่วงใยระคนอ่อนหวานอย่างชัดเจนแก้มนวลร้อนผ่าวจนมีจุดสีแดงระบายไปทั่วหญิงสาวพยายามรวบรวมสติของตนเองก่อนจะกวาดตามองรอบๆ ตัว จึงพบว่ามีสายตาของคนงานนับสิบๆ คู่จ้องมาที่เธอกับเขา เมื่อหันมามองคนใกล้ชิดอีกครั้งแล้วเห็นสภาพของตนเองว่าเป็เช่นไรกานต์ระพีก็รีบดันตัวออกห่างจากอ้อมแขนอันแสนอบอุ่นทันทีด้วยความอับอาย
“เ้านาย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”นำชัยถามย้ำอีกที พลางกวาดตามองสำรวจร่างของนายสาวเพื่อหาาแ
“ปละ...เปล่า ฉะ...ฉันไม่...ไม่เป็อะไรแล้วคนขับรถล่ะ เป็ยังไงบ้าง”หญิงสาวกลายเป็คนพูดตะกุกตะกักไปชั่วขณะ
“ไม่เป็อะไรเลย มันแค่ใเท่านั้น” เด็กหนุ่มพูดจบ คนขับรถก็เดินเข้ามาพอดีหลังจากหายใแล้ว ซึ่งพอเดินมาถึงก็ยกมือไหว้ท่วมหัวและเอ่ยขอโทษขอโพยยกใหญ่
“ผมขอโทษครับคุณตะวันอย่าเอาเื่ผมเลยนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็อุบัติเหตุจริงๆ”
“ขับรถยังไงวะน้าขับรถเป็หรือเปล่าเนี่ย” นำชัยถามอย่างโมโหแทนลูกพี่
“ผะ...ผมขับรถเป็ครับตะ...แต่ผมเข้าเกียร์ผิด ผมขอโทษจริงๆครับ ผมเพิ่งขับรถเป็ไม่กี่เดือนนี้เอง ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
“อย่างนี้เขาเรียกว่าประมาทน้ารู้ไหมว่าถ้าคุณตะวันเป็อะไรไปน้าเดือดร้อนหนักแน่”
“พอเถอะชัย” กานต์ระพีปราม “น้าไม่ต้องขอโทษฉันแล้วล่ะฉันเข้าใจว่าน้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
“คุณตะวันไม่เอาเื่ผมใช่เปล่าครับ” คนส่งของของเสี่ยโชคเอ่ยถามหวั่นๆ ก่อนจะยิ้มออกเมื่อเ้าของฟาร์มสาวพยักหน้าให้
“ฉันไม่เอาเื่หรอกฉันไม่ได้าเ็ตรงไหนนี่นา น้ากลับไปได้แล้วล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
กานต์ระพีแทบจะยกมือรับไหว้ไม่ทัน เมื่ออีกฝ่ายไหว้ขอบคุณแล้วรีบเดินไปขึ้นรถทุกคนมองท้ายรถกระบะของร้านเสี่ยโชคที่ขับจากไป ต่างคิดตรงกันว่ากลับร้านไปคนขับรถคงโดนเล่นงานหนักแน่ๆ เพราะรอยยุบที่ท้ายกระบะรถที่ชนเข้ากับเสาปูนของอาคารนั้นไม่ใช่น้อยๆเลย
“ไม่มีเื่อะไรแล้วกลับไปทำงานกันต่อเถอะ” หญิงสาวบอกกับทุกคน แต่เมื่อเห็นเลโอนาร์โด้ขยับตัวจะไปก็รีบเรียกไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณเลโอ เอ่อ...คือ...ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้”
ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนถามให้แน่ใจ “คุณไม่าเ็ตรงไหนแน่นะครับตอนที่ผมดึงตัวคุณออกมาก็ค่อนข้างแรงทีเดียว ผมกลัวอยู่เหมือนกันว่าอาจทำให้ข้อเท้าคุณพลิกได้”
“ฉันไม่เป็อะไรจริงๆ ค่ะ” เธอยิ้มให้อย่างซาบซึ้งใจกับความห่วงใยของเขาทำให้คนได้รับรอยยิ้มหัวใจพองโตคับอก พลางร้องะโในใจอย่างยินดี
‘ได้แล้ว! เราทำได้แล้ว เราได้รอยยิ้มจากเธอแล้ว! ยะฮู้!’