เมื่อเห็นปราณม่วงหงเิที่กำลังจะหลุดมือลอยหายไปต่อหน้าต่อตา ใบหน้าของคุนเผิงก็เปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำทันที
นี่มันจะปั่นหัวคนเกินไปแล้ว!
คนก่อนหน้านี้ล้วนได้รับปราณม่วงหงเิกันไปหมด พอถึงทีเขากลับไม่ได้เสียนี่ เล่าจื๊อ หยวนสื่อ หนวี่วา จุ่นถี เจียอิ่น คนพวกนั้นจะว่าอะไรก็ไม่ได้เพราะมีฐานะเป็ศิษย์ในสำนัก ทว่าหงอวิ๋นเองก็มิได้มีฐานะเป็ศิษย์เหมือนกับเขา แต่กลับได้ปราณม่วงหงเิไปหนึ่งสายด้วย
ไฉนพอถึงคราวเขา มันกลับกลายเป็ ‘หนึ่งทางรอด’ ที่ล่องลอยไปเช่นนั้น?
คุนเผิงรู้สึกแค้นเคืองใจยิ่งนัก ทว่าแม้จะโกรธเพียงใดเขาก็ไม่กล้าแสดงออกมาต่อหน้าปราชญ์ เขาทำได้เพียงจดจำความแค้นนี้ไว้ที่หงอวิ๋น เพราะเขารู้สึกว่าคนผู้นี้ต่างหากที่ขวางหนทางแห่งเต๋าของเขา หากไม่มีหงอวิ๋น ปราณม่วงสายนั้นย่อมต้องตกเป็ของเขาแน่นอน
ในขณะเดียวกัน ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ในตำหนักต่างก็พุ่งความสนใจไปยังปราณม่วงหงเิสายที่พุ่งไปยังเขาคุนหลุน ซึ่งรวมถึงตี้จวิ้นและสิบสองบรรพชนอู๋ด้วย
หงจวินมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับมีแผนการบางอย่าง
คิดจะหลุดพ้นจากการบงการของวิถี์และก้าวพ้นมหันตภัย มันไม่ใช่เื่ง่ายเพียงนั้นหรอก
เมื่อปราณม่วงหงเิสายนี้ไปถึงมือเ้า เื่ที่ว่าเ้าอยากจะเข้าสู่มหันตภัยหรือไม่ ย่อมมิได้ขึ้นอยู่กับความ้าของเ้าอีกต่อไป
หงจวินมองไปยังทิศทางของเขาคุนหลุนพลางครุ่นคิด เขาแอบลงมือบางอย่างกับปราณม่วงสายนั้น จงใจให้มันพุ่งตรงไปยังถ้ำพำนักของทงเทียน ทั้งยังปรับความเร็วให้ไม่เร็วนัก เพื่อให้ยอดฝีมือคนอื่น ๆ สามารถส่งจิตััตามไปได้ทัน
การที่หงจวินประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่าปราณม่วงนี้คือรากฐานแห่งการเป็ปราชญ์ ก็เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแย่งชิง ส่วนเื่หงอวิ๋นนั่นเป็เพียงผลพลอยได้
เหตุใดปราณม่วงสายสุดท้ายถึงต้องบอกว่าประทานให้แก่ผู้มีวาสนา?
นั่นก็เพื่อให้ทุกคนเกิดภาพมายาว่า ใครก็ตามที่แย่งชิงมันมาได้ สิ่งนั้นย่อมเป็ของคนผู้นั้นทันที หรือก็คืออนุญาตให้มีการเข่นฆ่าแย่งชิงได้อย่างถูกกฎนั่นเอง
ทว่าเขากลับส่งมันไปที่มือของทงเทียน เท่ากับว่าเขากำลังโยนเผือกร้อนให้ทงเทียนกลายเป็เป้าหมายของทุกคนทันที หากทงเทียนอยากจะมีชีวิตรอดท่ามกลางขุมกำลังต่าง ๆ ทางเดียวคือต้องเพิ่มความแข็งแกร่งและบรรลุเป็ปราชญ์ให้ได้ และทางเดียวที่ทงเทียนจะบรรลุปราชญ์ได้ ก็คือการก่อตั้งนิกายเจี๋ย
เรียกได้ว่าทุกย่างก้าวถูกหงจวินคำนวณไว้จนไม่เหลือทางรอด
หงจวินเผยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “การบรรยายเต๋าครั้งนี้จบสิ้นลงแล้ว อีกหนึ่งหมื่นปีข้าจะบรรยายวิถีแห่งปราชญ์ต่อไป”
สิ้นวาทะ ร่างของหงจวินก็เลือนหายไป
เนื่องจากทงเทียนไม่อยู่ในที่แห่งนี้ หงจวินจึงตัดสินใจยังไม่มอบสมบัติวิเศษในครานี้ เพราะของล้ำค่าอย่างกระบี่สังหารเซียนจะให้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่นมิได้เด็ดขาด
เมื่อหงจวินจากไป ทุกคนในวังจื่อเซียวก็อยู่นิ่งไม่ได้อีกต่อไป คนแรกที่ตอบสนองคือตี้จวิ้น
ตี้จวิ้นและตงหวงไท่อีกลายเป็ลำแสงพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเขาคุนหลุนทันที เพื่อไล่ตามปราณม่วงหงเิสายนั้น
ตี้เจียงเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า “ไป! อย่าให้ปราณม่วงสายนั้นตกไปอยู่ในมือของเ้านกกระจอกตี้จวิ้นได้เด็ดขาด!”
สิ้นเสียง สิบสองบรรพชนอู๋ก็พุ่งทะยานตามไปติด ๆ
เล่าจื๊อและหยวนสื่อสบตากันด้วยความกังวล “รีบกลับไปเร็ว เกรงว่าจักเกิดเื่ใหญ่เข้าเสียแล้ว”
ทั้งเผ่าอู๋และเผ่าปีศาจต่างมุ่งหน้าไปยังเขาคุนหลุน ซึ่งเป็ถ้ำพำนักของพวกเขาสามพี่น้อง หากเกิดการสู้รบกันขึ้น คนที่เสียเปรียบย่อมเป็ฝ่ายพวกเขาเอง ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองมีความรู้สึกว่าปราณม่วงสายนี้เก้าในสิบส่วนย่อมต้องตกเป็ของทงเทียนแน่นอน เพราะในฐานะทายาทที่แท้จริงของผานกู่เหมือนกัน พวกเขายังมีวาสนาได้ ทงเทียนย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่ได้รับ
ทั้งสองคนเร่งเดินทางกลับเขาคุนหลุนโดยไม่ชักช้าแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ
ภายในตำหนัก หนวี่วา จุ่นถี และเจียอิ่น ทั้งสามสบตากันครู่หนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไป
ทางด้านเจิ้นหยวนจื่อมองเห็นลางร้ายบางอย่าง เขาจึงรีบจูงมือหงอวิ๋น “รีบไปเถิด! ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะอยู่ได้นาน” ก่อนที่หงอวิ๋นจะทันได้ตั้งตัว เขาก็ถูกเจิ้นหยวนจื่อลากตัวมุ่งหน้าไปยังอารามอู่จวงทันที
คุนเผิงมองตามหลังหงอวิ๋นไปด้วยสายตาอาฆาต
ปราณม่วงหงเิ ข้าต้องได้มันมาครอง!
ตี้จวิ้นพวกนั้นข้าอาจจะแย่งไม่ไหว แต่ปราณม่วงของเ้าหงอวิ๋น ข้าเอาแน่!
ในขณะเดียวกัน สวีทงที่กำลังปิดด่านบำเพ็ญอยู่ในลานเต๋าแห่งปราชญ์ ยามนี้พลังของเขาได้มาถึงขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นกลางระดับสูงสุดแล้ว เหลือเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นปลาย ซึ่งอาจจะทะลวงขั้นได้ทุกเมื่อ
ทว่าปราณม่วงหงเิที่หงจวินโยนออกมานั้น ราวกับติดระบบนำทางเอาไว้ มันพุ่งตรงมายังถ้ำพำนักของทงเทียนและใกล้จะถึงที่หมายในอีกไม่ช้า โดยมียอดฝีมืออย่างตี้จวิ้น ตงหวง และตี้เจียง ไล่ตามมาติด ๆ
แม้จะเข้าสู่เขตแดนของเขาคุนหลุนแล้ว พวกเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือ แม้จะมีความเกรงใจสามวิสุทธิ์อยู่บ้าง ทว่านี่คือวาสนาแห่งการเป็ปราชญ์ ยามนี้เื่อื่นล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป
ตงหวงไท่อีเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเอ่ยเตือนตี้จวิ้นว่า “พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกว่าเื่นี้มีพิรุธ ปราณม่วงสายนี้พุ่งตรงไปหาทงเทียนอย่างชัดเจน หากพวกเราชิงมันมาได้ ท่านมรรคาจารย์จะโกรธหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำเตือน ตี้จวิ้นก็ลังเลไปครู่หนึ่ง แต่ความปรารถนาในอำนาจก็สยบความลังเลนั้นลงอย่างรวดเร็ว “ช่างมันเถอะ ท่านมรรคาจารย์กล่าวเองว่าผู้มีวาสนาล้วนสามารถรับไปได้ เช่นนั้นปราณม่วงนี้ก็มิใช่ของทงเทียนเพียงผู้เดียว
พวกเราเห็นอานุภาพของปราชญ์มาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องบรรลุเป็ปราชญ์ให้ได้ ขอเพียงได้เป็ปราชญ์ ตำแหน่งเ้าปกครอง์และพิภพย่อมตกเป็ของเผ่าปีศาจแน่นอน”
ตี้จวิ้นตัดสินใจทุ่มสุดตัว
ทว่ายามที่ปราณม่วงหงเิกำลังจะพุ่งเข้าสู่ลานเต๋าแห่งปราชญ์ของทงเทียน
ปัง!
ปราณม่วงสายนั้นกลับพุ่งเข้าชนกับม่านพลังที่มองไม่เห็นบางอย่าง จนถูกดีดกลับออกมานอกเขตลานเต๋าทันที
และเพราะถูกขวางกั้น ปราณม่วงสายนั้นจึงเริ่มบินวนไปรอบ ๆ ลานเต๋าแห่งปราชญ์ของทงเทียนราวกับแมลงวันหัวเขียวที่หลงทาง แต่กลับไม่สามารถหาช่องโหว่เพื่อแทรกซึมเข้าไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึง
แม้แต่ตี้จวิ้นและคนอื่น ๆ ก็ยังรู้สึกพูดไม่ออก
ให้ตายสิ นี่มันจะเกินไปหน่อยหรือไม่ ต่อให้บอกว่า ‘ผู้มีวาสนาจะได้’ แต่เ้าก็ไม่ต้องเสนอตัวให้เขาขนาดนั้นก็ได้ นี่มันติดระบบนำทางชัด ๆ !
พวกเราไล่ตามมาตั้งไกล เ้าไม่แม้แต่จะชายตาแล แต่ทงเทียนนั่นไม่เปิดประตูให้ เ้ากลับพยายามวนหาทางเข้าอยู่นั่นแหละ
สรุปคือพวกเรานี่ไม่ได้เป็แม้แต่ตัวสำรองเลยใช่หรือไม่?
ชั่วขณะนั้น ตี้จวิ้นและพวกพ้องต่างก็เริ่มรู้สึกว่า ปราณม่วงหงเิสายนี้ช่างดูไม่หอมหวานเอาเสียเลย
ทว่าในยามที่ปราณม่วงหงเิพุ่งชนม่านพลังของลานเต๋า เสียงของระบบก็ดังขึ้นข้างหูของสวีทงที่กำลังปิดด่านอยู่
[ติ๊ง! ตรวจพบว่ามรรคาจารย์หงจวินจงใจส่งปราณม่วงหงเิสายหนึ่งมาให้ถึงมือโฮสต์ จนเป็เหตุให้เผ่าอู๋และเผ่าปีศาจเกิดความริษยาและหมายปอง โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: เปิดลานเต๋าแห่งปราชญ์ ยอมให้ปราณม่วงหงเิเข้ามา รางวัล: เมล็ดพันธุ์มหาเต๋า]
[ทางเลือกที่ 2: หยุดการปิดด่าน ออกไปข่มขวัญฝูงชนและยึดเอาปราณม่วงหงเิมาครอง รางวัล: รากิญญาโกลาหล]
[ทางเลือกที่ 3: ปฏิเสธการออกจากด่าน ขับไล่ปราณม่วงหงเิออกไป รางวัล: เมล็ดพันธุ์มหาเต๋าแห่งพละกำลัง]
เมื่อเห็นตัวเลือกทั้งสาม สวีทงก็ตื่นจากการฝึกฝนทันที
นั่นไง หงจวินไม่ยอมปล่อยข้าไปจริง ๆ ด้วย
การกระทำของหงจวินในครั้งนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของสวีทงเลยแม้แต่น้อย เพราะเื่ราวที่เกี่ยวกับตัวเขานั้นมันพัวพันยุ่งเหยิงเกินไป...