บทที่ 11 ฝึกวิชา(ตอนต้น)
“เ้ามาแล้วรึ?” อเล็กซ์เอ่ยปากทักทาย เมื่อร่างของมีนปรากฏขึ้นณ ใจกลางวิหารเทพแห่งปัญญา
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” หญิงสาวตอบคำอีกฝ่ายด้วยความเคารพ
“ข้านึกว่า เมื่อเ้าเปลี่ยนอาชีพแล้ว จะออกไปท่องเที่ยวตามที่ใจปรารถนาเสียอีก”อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับผู้าุโที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา
“ตอนแรกหนูก็คิดไว้อย่างนั้นเ้าค่ะ เพียงแต่...หนูมีอะไรที่ไม่เข้าใจหลายอย่างหนูก็เลยอยากมาปรึกษาท่านอาจารย์ก่อนเ้าค่ะ” มีนตอบ
“ดีแล้วล่ะ หากเ้าสงสัยอะไรก็ให้มาถามข้าเถอะ ไม่ต้องไปดึงดันคิดเอาเองมันไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง” อเล็กชื่นชมในการตัดสินใจของผู้เยาว์
“ก่อนอื่น ข้าต้องขอชมเ้าก่อน ที่เลือกเปลี่ยนอาชีพได้ดี ตัวเ้ามีทักษะเกี่ยวกับภาษาเทพแล้วอาชีพสายเวทมนตร์ จึงเป็เส้นทางที่ถูกต้องสำหรับเ้า”
“ส่วนอีก 2 อาชีพที่เหลือนั่นข้าไม่ขอกล่าวถึงแล้วกัน เพราะข้าคิดว่ามันอาจจะสามารถช่วยให้เ้าใช้ชีวิตในโลกนั้นได้คล่องตัวขึ้น เพียงแต่...มันไม่ค่อยเหมาะสมกับตัวเ้าสักเท่าใดนัก”อเล็กซ์กล่าวแสดงความเห็นของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
“เอาล่ะ ทีนี้เ้ามีข้อสงสัยอะไรลองบอกมาสิแต่ถ้าจะให้ข้าเดา...คงเป็เื่เกี่ยวกับอาวุธของเ้า ใช่หรือไม่?” อเล็กซ์กล่าวดักทางศิษย์รักของตัวเองอย่างรู้ทัน
“ใช่เ้าค่ะ ท่านอาจารย์ทราบได้อย่างไรเ้าคะ? ว่าหนู้าถามเกี่ยวกับเื่นี้”มีนถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยไม่น้อย
“หึหึ” อเล็กซ์หัวเราะในลำคอ ก่อนไขข้อสงสัยให้มีนว่า“ก็เ้าเป็ศิษย์ของข้า...ข้าก็ต้องมีหน้าที่สอดส่องดูแลศิษย์ข้าสิการที่เ้าใช้ชีวิตอยู่โลกนั้น...มีหรือที่ข้าจะไม่รู้เพียงแต่...ข้าไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่ายวุ่นวายกับโลกนั้นอีก ทีนี้...เ้าเข้าใจหรือไม่?”อเล็กซ์เฉลยให้อีกฝ่ายได้เข้าใจเจตนาของตนมากยิ่งขึ้น
“เ้าค่ะ” มีนก็ตอบรับด้วยใบหน้าซึ่งยังแฝงไปด้วยความฉงนอยู่ แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรอีกฝ่ายต่อ
“เ้าอยากจะถามอะไรข้าล่ะ?” อเล็กซ์ถามขึ้นมาอีกครั้ง
“คือ...หนูอยากรู้ว่าทำไมหนูถึงได้รับอาวุธที่มีภารกิจแถมมาให้แบบนี้เ้าคะ? แล้วอาวุธชิ้นอื่นๆ ก็มีภารกิจมอบให้เ้าของเหมือนกันหรือเ้าคะ?” มีนถามเข้าประเด็นที่ตนอยากรู้ในทันที
อเล็กซ์ยิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวว่า“ก่อนที่ข้าจะตอบคำถามเ้า ข้าขอถามเ้าหน่อยว่า ตัวเ้ารู้หรือไม่?ว่าผู้ใดเป็คนมอบอาวุธชิ้นนี้แก่เ้า?”
“ยายป้ามหาภัยเ้าค่ะ” มีนตอบคำอีกฝ่ายอย่างฉะฉานในทันทีก่อนจะอธิบายความเพิ่มเติมให้แก่ผู้เป็อาจารย์ “เขาเป็แม่ค้าที่ชอบขายของราคาแพงให้แก่ผู้เล่นและพอผู้เล่นไม่ซื้อก็จะถูกสาปแช่งต่าง ๆ นานาดังนั้นผู้เล่นทั้งหลายก็เลยตั้งฉายาให้เป็ ‘ยายป้ามหาภัย’ เ้าค่ะ เพียงแต่...หนูเจอยายป้าฯแค่ครั้งเดียวตอนที่เขาขายไอเทมให้หนูเท่านั้นเ้าค่ะอีกทั้งก่อนหน้าที่หนูจะมาที่นี่ หนูก็พยายามตามหายายป้าฯเพื่อจะถามเื่ใบหอกนี้ แต่หนูก็ไม่เจอเขาอีกเลยเ้าค่ะ”
“อ้อ” อเล็กซ์รับคำหญิงสาวด้วยรอยยิ้มอันประหลาด
“แสดงว่า? เ้าไม่รู้ว่านางเป็ใคร” ผู้เป็อาจารย์กล่าวสรุป ก่อนจะตัดบทพร้อมกับเปิดเผยเบาะแสของหญิงสูงวัยผู้ลึกลับให้อีกฝ่ายได้ทราบอีกเล็กน้อย“แต่ก็ไม่เป็ไรหรอก...มันไม่จำเป็ที่เ้าจะต้องรู้ในตอนนี้เพียงแต่...ข้าจะบอกไว้ว่า ชิ้นส่วนของหอกที่อยู่ในมือเ้านั่นมันเป็สมบัติประจำตระกูลของนาง...ในเมื่อนางมอบให้เ้าก็แสดงว่านางคงจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวเ้า สำหรับตัวเ้าแล้ว ถือเป็วาสนาของเ้าอย่างยิ่ง...ที่ได้พบและได้รับเมตตาจากนาง”
“เอาล่ะ ทีนี้มาที่เื่อาวุธของเ้า”อเล็กซ์ตัดสินใจไม่เปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายให้หญิงสาวได้ทราบในตอนนี้ก่อนที่จะเริ่มต้นเล่าเื่ราวที่มาที่ไปของไอเทมในมืออีกฝ่ายโดยเริ่มจากการบอกเล่าตำนานของโลกใบนี้ให้ฟังอย่างช้า ๆ“จากที่ข้าเคยเล่าเื่ราวของโลกใบนี้ไปแล้วว่า เทพีผู้สร้างฯได้ทำการสร้างโลกใบนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยดินแดนทั้ง 5 ได้แก่ดินแดนแห่งเทพ ดินแดนแห่งมาร ดินแดนแห่งั ดินแดนแห่งสุญตา และสุดท้ายดินแดนแห่งมนุษย์นั้นในการเดียวกันเทพีผู้สร้างฯ พระองค์ยังได้สร้างไอเทมขึ้นมาจำนวน 10 ชิ้น โดยมอบให้แก่เผ่าพันธุ์เทพ มาร และัเป็ที่ระลึกเผ่าพันธุ์ละ 1ชิ้น”
“ส่วนไอเทมที่เหลืออีก 7 ชิ้น พระองค์ได้นำไปซ่อนเอาไว้ตามที่ต่างๆ ในดินแดนแห่งมนุษย์ เพื่อรอให้ผู้ที่เหมาะสมมานำมันไปใช้งานต่อไป...”
“แต่เมื่อเื่ราวความลับเกี่ยวกับไอเทมของเทพผู้สร้างฯที่ได้ซ่อนไว้ในดินแดนมนุษย์ไปถึงหูบรรดาเหล่าเทพ มาร และัพวกมันทั้งหมดต่างก็มีความ้าไอเทมเหล่านี้ เพื่อนำมาสร้างความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์ตนเองจนทำให้พวกมันทั้งสามต่างส่งกองกำลังของตน บุกข้ามมายังดินแดนมนุษย์เพื่อค้นหาและแย่งชิงไอเทมทั้ง 7 เอาไปเป็ของตนให้ได้มากที่สุด...”
“แต่สุดท้ายแล้ว...เผ่าพันธุ์ทั้งสาม พวกมันกลับสามารถแย่งชิงไอเทมฯมาอยู่ในได้แค่ฝ่ายละ 3 ชิ้นเท่านั้น(รวมไอเทมที่ตัวเองได้รับมาด้วย) และไอเทมชิ้นสุดท้ายที่ไม่มีผู้ใดได้ก็คือ {หอก (เทพเ้า) ทะเลดาว} ที่เ้าได้รับชิ้นส่วนของมันมานั่นแหละ...”
หญิงสาวรับฟังที่อีกฝ่ายบอกเล่าอย่างตั้งใจแต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังเต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่ออเล็กซ์เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามของอีกฝ่ายผู้เฒ่าจึงได้กระแอมออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะกล่าวอธิบายไขความกระจ่างให้อีกฝ่ายเข้าใจมากยิ่งขึ้น “หอกทะเลดาว ไม่ได้เป็ไอเทมที่ไม่มีใครอยากได้เพียงแต่...มันเป็ไอเทมที่ไม่มีผู้ใดตามหาเบาะแสเจอต่างหาก”
“เหตุก็เพราะว่า เ้าหอกเล่มนี้ เป็ไอเทมชิ้นแรกที่องค์เทพีฯบรรจงสรรค์สร้างขึ้นอย่างตั้งใจ เพียงแต่...เ้าไอเทมชิ้นนี้ กลับทรงพลังมากเกินไปจนพระองค์เกรงว่า หากปล่อยเอาไว้เช่นนี้ จะไม่มีผู้ใดในโลกสามารถควบคุมมันได้”
“แต่กระนั้น ด้วยความที่พระองค์ฯไม่ประสงค์ที่จะทำลายสิ่งที่พระองค์สร้างมากับมือดังนั้นองค์เทพีจึงทำการแยกชิ้นส่วนของหอกเล่มนี้ออกเป็ 3 ส่วนพร้อมกับนำไปซ่อนไว้ตามที่ต่าง ๆ ในดินแดนของมนุษย์นั่นเอง”
“ซึ่งพลังของหอกฯ หลังจากถูกแยกส่วนแล้ว กลับลดลงอย่างน่าใจหาย และเมื่อเวลาผ่านไปนานแสนนานดินแดนมนุษย์ได้ดูดซับพลังที่อยู่ในหอกไปจนหมด จนเสมือนว่ามันกลายเป็ไอเทมธรรมดาชิ้นหนึ่งที่ไม่เหลือร่องรอยของไอเทมเทพเ้าให้สืบสาวได้อีกด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรดาสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งหลาย ไม่สามารถหาไอเทมชิ้นนี้พบ...”
“ทั้งหมดนี้คือ ข้อมูลของไอเทมเทพเ้าทั้ง 10 ตามที่ข้ารู้มาส่วนที่เป็หลักใหญ่ใจความ ข้าได้รับรู้มาจากบันทึกความทรงจำที่ข้าได้รับมาจากเทพแห่งปัญญารุ่นก่อนหน้าและส่วนที่เหลือ...ก็เป็เื่ราวที่ตัวข้าได้ปะติดปะต่อมาจากบันทึกฯ รวมไปถึงตำราโบราณที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของทั้ง 4 ดินแดน (ไม่รวมดินแดนแห่งสุญตา) ที่ข้ารวบรวมมาด้วยตัวเองแม้มันอาจจะไม่ถูกต้องไปเสียทั้งหมดแต่เื่ราวก็คงไม่ได้แตกต่างจากคำที่ข้าได้กล่าวมามากนัก...”อเล็กซ์อธิบายเื่ราวให้มีนทราบ ก่อนจะออกตัวบอกถึงแหล่งที่มาของข้อมูลเพื่อให้หญิงสาวได้ทราบถึงระดับความน่าเชื่อถือในสิ่งที่ตนได้บอกกล่าวในครั้งนี้
“แล้วหนูจะตามหามันได้ไหมเ้าคะ? ถ้าได้...หนูต้องไปตามหาที่ไหน?และถ้าเจอมันแล้ว หนูจะมีพลังพอควบคุมมันได้หรือเปล่าเ้าคะ?”มีนถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกมาเป็ชุด
ได้ยินคำถามของอีกฝ่าย อเล็กซ์เผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมาก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวถึงความสำคัญของภารกิจนี้ “นั่นเป็สิ่งที่เ้าต้องทำเพราะตอนนี้เ้าได้ถือว่า ‘เป็นาย’ ของมันแล้ว ส่วนจะต้องไปตามหาที่ไหน? คำตอบก็อยู่ในคำใบ้ของภารกิจนั่นแหละแต่ข้าจะให้เบาะแสเพิ่มเติมกับเ้าอีกสักหน่อยสิ่งที่เ้าตามหา...มันอยู่ในทวีปแห่งน้ำนี่แหละและเ้าไม่ต้องกังวลว่าจะหามันไม่เจอ เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของเ้า คือกุญแจสำคัญที่จะพาไปหาชิ้นส่วนที่เหลือเอง...”
“อีกอย่างสาเหตุที่เ้าไปจุติในทวีปแห่งน้ำนั้น ไม่ได้เป็เพราะความบังเอิญแต่อย่างใดมันเป็เื่ของวาสนาที่ไม่อาจสรรหาเหตุผลใด ๆ มาอธิบายได้ ส่วนที่เ้าถามว่า เ้าจะสามารถควบคุมมันได้หรือเปล่า?นั่นยิ่งไม่ใช่ปัญหา...เพราะพลังดั้งเดิมของหอกได้สูญสลายหายไปเหมือนตะเกียงที่ใกล้ดับแสงอยู่แล้วการจะฟื้นพลังของมันให้กลับมาอีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและพลังของเ้าหลังจากที่มันได้พัฒนากลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งข้าคิดว่าตัวเ้าในตอนนั้น คงมีพลังเพียงพอจะควบคุมมันได้แล้วล่ะ”อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายตาแห่งความหวัง
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ ท่านอาจารย์ หนูพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วเ้าค่ะ”มีนกล่าวขอบคุณในคำชี้แนะของอเล็กซ์ก่อนจะวกกลับมาถามในประเด็นสำคัญอีกเื่หนึ่ง พร้อมกับเปิดรายการเควส “คำขอร้องจากาาปลาตีน”ให้อีกฝ่ายได้เห็น “หนูมีอีกเื่หนึ่งอยากถามเ้าค่ะ คือ...ภารกิจนี้ หนูต้องทำอย่างไรกับมันเ้าคะ?”
เมื่ออเล็กซ์ได้เห็นรายละเอียดของเควสตรงหน้าจึงส่งเสียงดัง “อ้อ” ก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวว่า “เ้าปลาตีนน้อยตัวนี้...มันช่างคิดนักนะ”
จากนั้นผู้าุโฯ จึงเริ่มเล่าเื่ราวปูมหลังเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์อันแสนประหลาดนี้ให้ผู้เยาว์ได้ทราบด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความรู้สึกเวทนาอยู่ไม่น้อย“ความจริงแล้ว...พวกมันเป็สัตว์อสูรที่ค่อนข้างอาภัพนะ เมื่อหลายล้านปีที่แล้วเ้าปลาตีนพวกนี้ เคยเป็สัตว์อสูรระดับสูงแห่งท้องทะเลเชียวล่ะแต่ติดอยู่ที่นิสัยของพวกมัน ซึ่งชอบอยู่อย่างสันโดษและไม่อยากมีเื่กับใครดังนั้นพวกมันจึงไม่เคยได้ลับคมด้านการต่อสู้ของตัวเองเลย เมื่อเวลาผ่านไป จากที่พวกมันเคยอาศัยอยู่ในท้องทะเลลึกอย่างยิ่งใหญ่กลับถูกสัตว์อสูรรุ่นหลังไล่ล่าจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาอยู่ตามป่าชายเลนอย่างที่เ้าเห็นนี่แหละ”
จากนั้นชายชราจึงเปลี่ยนมาเป็ถามหญิงสาวว่า “เ้าคิดว่าที่พวกมันถูกไล่ล่า เป็เพราะสาเหตุใด?”
“ไม่ทราบเ้าค่ะ” มีนตอบพร้อมทำหน้าสงสัย
อเล็กซ์ส่ายหน้าพร้อมกับเฉลยให้อีกฝ่ายฟังอย่างช้า ๆ“นั่นก็เพราะพวกมันมีทักษะลับอยู่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทักษะ [ผสานร่าง]ซึ่งเป็ทักษะที่มีในเฉพาะเผ่าพันธุ์ของพวกมันเท่านั้น ความสามารถของทักษะนี้จะทำให้เหล่าปลาตีนสามารถรวมร่างกันได้อย่างไม่จำกัดตามระดับของทักษะของพวกมัน โดยการรวมร่างในแต่ละครั้งจะทำให้ค่าสถานะพื้นฐานของพวกมันเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว ยกตัวอย่างเช่นการรวมร่างครั้งที่ 1จะมีพลังเพิ่ม 2 เท่า ครั้งที่ 2 จะเพิ่มเป็ 4 เท่า ครั้งที่ 3 เพิ่มเป็ 8 เท่า ครั้งที่ 4 เพิ่ม16 เท่า ครั้งที่ 5 เพิ่มเป็ 32เท่าเป็ต้น”
“เ้าคิดว่า หากพวกมันรวมร่างสัก 100 ครั้งพวกมันจะมีค่าสถานะเป็เท่าไหร่ล่ะ? ดังนั้นการทักษะนี้ของพวกมันจึงทำให้สัตว์อสูรอื่น ๆ ในท้องทะเล เกิดความรู้สึกหวาดระแวงจนนำไปสู่การรวมหัวกันไล่ล่าพวกมันในที่สุด...” อเล็กซ์กล่าวยิ้ม ๆทั้งเห็นใจทั้งสมเพชเื่ราวของพวกปลาตีนน้อยเหล่านี้ในเวลาเดียวกันก่อนจะออกความเห็นส่วนตัวให้แก่อีกฝ่ายได้คิดตาม “หากพวกมันมีนิสัยชอบการต่อยตีอีกสักนิดพวกมันก็จะยังคงครองความยิ่งใหญ่ และเป็าาของสัตว์อสูรแห่งท้องทะเลได้อย่างมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้นั่นแหละมั้ง?”
จากนั้นผู้เป็อาจารย์จึงวกกลับมาเข้าประเด็นในเื่ที่หญิงสาวถามอีกครั้ง“สาเหตุที่ข้าบอกว่า เ้าาาปลาตีนตัวนี้มันช่างคิดก็เพราะว่ามันคงจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ในตัวเ้า ก่อนที่มันจะสิ้นใจตายล่ะมั้ง? ดั่งคำโบราณที่ว่า คนก่อนตายมักจะมีดวงตาและสติอันแจ่มใส และด้วยเหตุนี้ ตัวมันจึงอยากฝากฝังเผ่าพันธุ์ฯโดยให้เ้าเป็ผู้ดูแลลูกหลานรวมไปถึงบริวารฯ แทนมันยังไงเล่า...”
“สำหรับเ้าแล้วภารกิจนี้ ข้าคิดว่าเ้าควรจะทำมันนะเพราะถึงอย่างไรเ้าปลาตีนน้อยเหล่านี้ หากเ้าได้ฝึกฝนมันดี ๆพวกมันจะกลายเป็กำลังสำคัญให้แก่ตัวเ้าได้ในอนาคต...”อเล็กซ์ให้คำแนะนำแก่หญิงสาว ก่อนจะอธิบายเกี่ยวกับวิธีการผ่านภารกิจที่ว่านี้“ที่เ้าต้องทำก็แค่...นำไข่ออกมา แล้วถ่ายพลังเวทของเ้าเข้าไป เมื่อถึงเวลา...พวกมันก็จะฟักออกมาเอง”
“ทางที่ดีเ้าควรจะถ่ายพลังเวทให้ไข่ในวิหารแห่งนี้เพราะว่าเมื่ออยู่ในวิหารฯ แหวนแห่งปัญญาจะแสดงผล ซึ่งมันจะช่วยให้เ้าสามารถถ่ายพลังเวทอย่างลื่นไหลไม่ติดขัด...”อเล็กซ์บอกกับหญิงสาวราวกับว่า มันเป็เื่ที่สามารถทำกันได้ง่าย ๆ
แต่ในความเป็จริงแล้วหากเปลี่ยนเป็ผู้เล่นมือใหม่รายอื่นที่บังเอิญได้รับภารกิจนี้พวกมันอาจไม่สามารถฟักไข่ของาาปลาตีนกลุ่มนี้ได้อย่างสะดวกง่ายดายเช่นหญิงสาวอย่างแน่นอนเพราะถึงอย่างไร การจ่ายพลังเวท “อย่างต่อเนื่อง” ให้แก่ไข่ทั้ง 12 ใบ ก็คือ “เงื่อนไขและหัวใจสำคัญ” ที่ซ่อนอยู่ในภารกิจนี้...
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์” มีนตอบกลับ
หลังจากจบเื่ภารกิจของาาปลาตีนอเล็กซ์ปั้นหน้าเคร่ง ก่อนจะเอ่ยปากกับลูกศิษย์ของตนด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “ทีนี้ข้ามีเื่ที่จะต้องต่อว่าเ้าหน่อย...”
“อะ...อะไรหรือเ้าคะ?” มีนตอบอย่างตะกุกตะกักหลังจากเห็นสีหน้าและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของผู้เป็อาจารย์
“เ้าก็รู้ว่า ข้าเป็อาจารย์ของเ้า และข้า...เป็คนสอนเื่ราวเกี่ยวกับเวทมนตร์ให้แก่เ้าเมื่อเ้าเลือกอาชีพในเส้นทางสายเวทมนตร์แล้ว ทำไมเ้าไม่รีบมาหาข้า? ห๊ะ?!” อเล็กซ์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เอ่อ...หนูผิดไปแล้ว หนูขอโทษเ้าค่ะ ท่านอาจารย์”มีนกล่าวด้วยสีหน้าสำนึกผิด
เมื่อเห็นสีหน้าราวกับหมาจ๋อยของอีกฝ่ายผู้เป็อาจารย์จึงเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็ปกติอีกครั้งก่อนจะกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงหลายส่วน“ข้าไม่ได้โกรธอะไรเ้าหรอก ข้าแค่อยากจะบอกเ้าว่า หากเ้า้าเรียนรู้ หรือมีความสงสัยอะไรเกี่ยวกับเวทมนตร์แล้วล่ะก็...เ้าไม่จำเป็ต้องไปถามผู้ใดให้เสียเวลาแต่ให้เ้าจงมาถามข้าโดยตรง เพราะข้าสามารถคลายทุกข้อสงสัยในศาสตร์แห่งเวทมนตร์ให้เ้าได้อยู่แล้ว”
“เ้าค่ะ ท่านอาจารย์ หนูจะจำไว้เ้าค่ะ” มีนตอบด้วยท่าทีอันกระดากเล็กน้อยเพราะถึงอย่างไร หากจะว่ากันตามตรงแล้วผู้ที่ชำนาญศาสตร์แห่งเวทมนตร์ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น “เทพแห่งปัญญา” อยู่แล้ว
“อันที่จริง เ้าไม่ต้องไปเสียเงินซื้อตำราทักษะเวทมนตร์หรอกเพราะข้าสามารถ ‘มอบ’ พวกมันให้เ้าได้อยู่แล้ว”อเล็กซ์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะกล่าววาจาพร้อมกับยื่นตำราทักษะเวทมนตร์บอลธาตุชนิดต่างๆ ที่เหลือให้หญิงสาว
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับ {ตำราทักษะเวทมนตร์ บอลอัสนี} จำนวน 1 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับ {ตำราทักษะเวทมนตร์ บอลแสง} จำนวน 1 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับ {ตำราทักษะเวทมนตร์ บอลแห่งความมืด} จำนวน 1 ชิ้น”
“ผู้เล่นมนตรา ได้รับ {ตำราทักษะเวทมนตร์ บอลิญญา} จำนวน 1 ชิ้น”
มีนถึงกับตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นตำราทักษะเวทมนตร์ที่ผู้เป็อาจารย์หยิบยื่นให้ก่อนจะคิดอย่างเสียดายว่าหากตนเองมาหาอเล็กซ์ก่อน...ก็คงไม่ต้องสูญเหรียญทองที่หามาอย่างยากลำบากไปโดยใช่เหตุเช่นนี้
“เรียกใช้งานตำราสิ” อเล็กซ์บอกกับหญิงสาวที่ยืนนิ่งเป็หุ่นพร้อมกับปากอ้าตาค้างไปด้วยความรู้สึกเสียดาย
จากนั้นมีนจึงเรียกใช้งานตำราทักษะเวทมนตร์ทั้งหมดที่อเล็กซ์มอบให้อย่างว่าง่าย...
หลังจากที่อีกฝ่ายเรียนรู้ทักษะในตำราเวทฯ จนหมดแล้วอเล็กซ์จึงพาหญิงสาวเข้าสู่คลาสเรียนของตนทันที “เอาล่ะทีนี้เ้าก็มีเวทมนตร์ธาตุพื้นฐานทั้งหมดแล้ว เ้าลองเปิดข้อมูล [บอลปฐี] กับ[เขี้ยวธรณี] ดูสิว่าเ้าสังเกตเห็นอะไรหรือเปล่า? และเ้าคิดว่าเวทมนตร์พื้นฐานกับเวทมนตร์ที่มีขั้นสูงกว่ามีความแตกต่างกันตรงไหน?”
“เ้าค่ะ” มีนรับคำพร้อมกับเรียกรายละเอียดข้อมูลทักษะฯขึ้นมาตรวจสอบตามที่อาจารย์ของตนบอกในทันที
ทักษะเวทมนตร์:[บอลปฐี] [ขั้นต้น 5/100]
- เวทมนตร์ธาตุดิน
- บอลปฐี (ทักษะเรียกใช้) เรียกบอลธาตุดินโจมตีศัตรู เป้าหมายเดี่ยวระยะห่างไม่เกิน 8 เมตร ความเสียหาย 100 หน่วย ใช้พลังเวท 50 หน่วย คูลดาวน์ 30 วินาที
เงื่อนไข:
- นักเวท
ทักษะเวทมนตร์:[เขี้ยวธรณี] [ขั้นต้น 1/100]
- เวทมนตร์ธาตุดิน
- เขี้ยวธรณี (ทักษะเรียกใช้) เรียกแท่งหินจากพื้นดินโจมตีศัตรูเป็วงกว้างระยะห่างไม่เกิน 10 เมตร ความเสียหาย 500 หน่วย ใช้พลังเวท 250 หน่วย รัศมีการทำลาย 1 เมตร คูลดาวน์ 5 นาที
เงื่อนไข:
- นักเวท
- [บอลปฐี] ขั้นต้น
“ต่างกันตรงค่าความเสียหาย การจ่ายพลังเวท และระยะเวลาคูลดาวน์เ้าค่ะ”มีนให้คำตอบแก่อีกฝ่ายตามที่ตัวเองเข้าใจ
“ถูกต้อง” อเล็กซ์ยืนยันคำตอบที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา ก่อนจะค่อย ๆอธิบายขยายความให้อีกฝ่ายได้ฟังอย่างตั้งใจ “นี่...คือเงื่อนไขของการเรียกใช้งานเวทมนตร์จากตำราทักษะฯเมื่อเ้า้าใช้เวทมนตร์ที่มีระดับชั้นที่สูงขึ้นจึงจำเป็ต้องหาตำราทักษะชนิดนั้นมาอยู่ในและต้องมีเงื่อนไขตามที่ตำราทักษะเล่มนั้นกำหนด จึงจะสามารถเรียนรู้ได้...”
“แต่นั่น...มันเป็เพียงการใช้งานเวทมนตร์ของมนุษย์หรือบรรดานักเวทในระดับทั่วไปเ้ารู้หรือไม่ว่า? สำหรับนักเวทที่เก่ง ๆหรือมีความชำนาญเวทมนตร์ในระดับหนึ่งแล้วพวกมันไม่จำเป็ต้องไปสนใจเงื่อนไขเ่าั้ให้วุ่นวายอีกทั้งระยะเวลาคูลดาวน์อะไรนั่น ก็แทบจะไม่ต้องไปใส่ใจเสียด้วยซ้ำ...”
จากนั้นผู้เป็อาจารย์เพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นอีกหลายส่วนเพื่อที่จะเน้นย้ำในส่วนที่สำคัญให้แก่หญิงสาว “เ้าลองสังเกตดูตำราทักษะฯในมือเ้าให้ดี ๆ สิ”
มีนหยิบตำราเวทมนตร์ขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดตามที่อเล็กซ์กล่าวย้ำอีกครั้งก่อนจะพบว่าตรงส่วนหัวของตำราทักษะเวทมนตร์จะมีอักขระภาษาเทพสีทองเขียนกำกับไว้ในทุกเล่ม...
“ไหนเ้าลองอ่านตำราบอลปฐีให้ข้าฟังหน่อยสิ...” อเล็กซ์บอกกับลูกศิษย์สาว
“ในนามของข้ามนตรา ขอใช้พลังเวท 50หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งพสุธาผู้สูงส่ง มาเป็พลังทำลายล้างศัตรูตรงหน้าด้วยก้อนพลังงาน บอลปฐี!!” มีนเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เขียนกำกับไว้ในตำราทักษะในมือ
ในเวลาเดียวกันกับที่หญิงสาวอ่านข้อความเ่าั้พื้นที่ว่างตรงหน้าก็ปรากฏลูกบอลสีน้ำตาลเรืองรองขนาดเท่ากำปั้นลอยโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าราวกับเป็เื่มหัศจรรย์และเมื่อสิ้นสุดคำกล่าวที่ว่า “บอลปฐี!!” ลูกบอลสีน้ำตาลตรงหน้ามันก็พุ่งตรงออกไปยังเบื้องหน้าของมีน ซึ่งเป็จุดเดียวกับที่อเล็กซ์ยืนอยู่ในทันที
วาบ...
อเล็กซ์สลายการโจมตีจากบอลปฐีของหญิงสาวทิ้งไปอย่างง่ายดาย
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตรา เรียนรู้ทักษะ [ทักษะร่ายเวท] [ขั้นไร้ระดับ] กรุณาตรวจสอบข้อมูลค่ะ”
“เ้าลองเปิดดูทักษะฯ ที่เ้าได้รับมาสิ...” อเล็กซ์กล่าวขึ้นมาในขณะที่อีกฝ่ายยังคงตกตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
ทักษะ [ร่ายเวท] [ขั้นไร้ระดับ]
- ร่ายเวท (ทักษะติดตัว)เมื่อร่ายบทเวทในการเรียกใช้เวทมนตร์ จะทำให้เวทมนตร์บทนั้นแสดงถึงพลังออกมาได้(โดยที่ไม่มีระยะคูลดาวน์)
เงื่อนไข
- นักเวท
- [อ่านภาษาเทพ] ขั้นต้น
- [พูดภาษาเทพ] ขั้นต้น
โดยไม่เสียเวลา...อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาว ก่อนจะเดินนำหน้าอีกฝ่ายไปยังห้องหนึ่งซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของตัววิหารฯ “ก่อนที่ข้าจะสอนอะไรต่อ...เ้าจงตามข้ามา”
“เ้าค่ะ” มีนรับคำ พร้อมกับเดินตามอเล็กซ์เข้ามาในห้องอย่างว่าง่ายโดยห้องที่ว่านี้กลับเป็ห้องโถงกว้าง ซึ่งมีขนาดประมาณสนามฟุตบอล และใจกลางห้องมีเพียงหุ่นฟางตัวหนึ่ง...ตั้งอยู่เท่านั้น
“เอาล่ะ ที่นี่คือห้องฝึกทักษะฯ เ้าสามารถเข้ามาใช้งานและฝึกฝนทักษะต่าง ๆได้ที่ห้องนี้ เมื่ออยู่ที่นี่ ผู้ใช้งานจะสามารถเรียนรู้ทักษะได้เร็วขึ้น 2เท่า และมันยังสามารถรองรับพลังทำลายสูง ๆ ได้อย่างสบายอีกทั้งมันยังสามารถเรียกสัตว์อสูรจำลองในระดับต่าง ๆมาช่วยให้เ้าฝึกใช้งานทักษะในรูปแบบต่าง ๆ ได้อีกด้วยในด้านการฟื้นฟูพลังชีวิตและพลังเวทมนตร์ ห้องแห่งนี้ จะช่วยให้เ้าสามารถฟื้นฟูพลังได้เร็วขึ้นกว่าในตัววิหารฯถึง 5 เท่า ซึ่งก็หมายความว่า อัตราการฟื้นฟูในห้องแห่งนี้จะอยู่ในระดับที่สูงกว่าดินแดนของมนุษย์ถึง 50 เท่า...”อเล็กซ์แนะนำการใช้งานห้องฝึกทักษะให้หญิงสาวได้ฟังอย่างคร่าว ๆก่อนจะกล่าวถึงสาเหตุที่ตัวเองไม่ได้แนะนำห้องนี้ให้แก่อีกฝ่ายใน่ก่อนหน้านี้“สาเหตุที่ข้า ยังไม่ได้พาเ้ามาที่นี่ในตอนก่อนหน้านี้ก็เพราะว่าข้าใช้ห้องนี้เป็ห้องเก็บหนังสือส่วนตัวของข้า แต่เมื่อข้ารับเ้าเป็ศิษย์ฯข้าก็จำเป็ต้องโยกย้ายพวกมันไปไว้ยังสถานที่อื่นเพื่อให้เ้าได้ใช้สถานที่แห่งนี้ในการฝึกฝนนั่นเอง”
“เมื่อมันเป็ห้องฝึกฝนฯ แน่นอนว่า เ้าสามารถเข้ามาใช้งานมันได้ตลอดเวลา...อย่างไม่มีข้อจำกัดเ้าเข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ขอบพระคุณนะเ้าคะท่านอาจารย์”มีนกล่าวด้วยท่าทีสำนึกในความเมตตาของอีกฝ่าย
“ทีนี้...เ้าลองเอาตำราทักษะเขี้ยวธรณีออกมา แล้วลองเอื้อนเอ่ยบทร่ายเวทฯโจมตีเข้าใส่หุ่นฟางตัวนั้นดู ซึ่งข้าได้ตั้งค่าให้หุ่นฟางตัวนั้นมีพลังชีวิต 10,000หน่วย มีพลังป้องกันทุกอย่างเป็ 0 หน่วย ในขณะที่เ้าร่ายเวทฯข้าอยากให้เ้าจับสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมันให้ดี”อเล็กซ์เริ่มพาหญิงสาวเข้าสู่บทเรียนแรกในทันที
“อ้อ!! เกือบลืมไป...แล้วเ้าก็นำแหวนฝึกทักษะฯ ออกมาสวมด้วย” อเล็กซ์กล่าวกำชับ
{แหวนฝึกทักษะ} ระดับ C
- การเรียนรู้ทักษะทุกชนิดเพิ่มขึ้น3 เท่า
- ค่าประสบการณ์ที่ได้จากการสังหารสัตว์อสูร จะลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง
- น้ำหนัก: 1
เงื่อนไข
- เมื่อสวมใส่แล้ว จะไม่สามารถถอดออกได้เป็เวลา 1 วัน
หลังจากที่มีนได้สวมใส่แหวนฝึกทักษะตามที่อาจารย์ของตนบอกแล้วจึงนำตำราทักษะเขี้ยวธรณีออกมาและเริ่มเอื้อนเอ่ยบทร่ายที่สลักไว้ตรงส่วนบนของตำราเล่มนั้นทันที
“ในนามของข้ามนตรา ขอใช้พลังเวท250 หน่วย อัญเชิญพลังเทพแห่งพสุธาผู้สูงส่งมาเป็พลังทำลายล้างศัตรูตรงหน้าเป็วงกว้างในรัศมี 1 เมตรด้วยแท่งหินจากพสุธา เขี้ยวธรณี!!” มีนเอื้อนเอ่ยบทร่ายตามข้อความในอักขระภาษาเทพสีทองที่สลักอยู่ในตำราฯ
วาบ...บรึ้ม!!
วงเวทสีน้ำตาลอ่อนขนาดประมาณ 1 เมตร ปรากฏอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวในระยะ 10 เมตรก่อนที่มันจะมีแท่งหินโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินในรัศมีของวงเวทนั้น เพียงแต่...
จุดที่วงเวทและหนามหินโผล่ขึ้นมานั้น มันห่างจากเป้าหมายซึ่งเป็หุ่นฟางตัวนั้น...อยู่ไกลโข
เมื่ออเล็กซ์เห็นเช่นนั้น จึงเอ่ยปากแนะนำเพิ่มเติมให้แก่นักเวทมือใหม่ผู้นี้อีกครั้ง“เ้าต้องทำการกำหนดเป้าหมายเอาไว้ด้วย ไม่เช่นนั้น...ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็ดังเช่นที่เ้าเห็นนี่แหละ”
“ไม่ว่าจะกำหนดเป้าหมายด้วยสายตา หรือกำหนดด้วยจิตััพวกมันล้วนแต่มีความสำคัญในบทร่ายแทบทุกบทเลยก็ว่าได้เพียงแต่...หลักการทำงานของมันจะต่างกันเล็กน้อย”
“การกำหนดเป้าหมายด้วยสายตาเ้าจะสามารถล็อกตำแหน่งของวงเวทโจมตีได้จากสิ่งที่มองเห็นไม่ว่าเป้าหมายจะอยู่ไกลเกินขอบเขตที่ได้ระบุไว้ในบทเวทฯ ขอเพียงเ้ามีพลังพอจ่ายและสามารถกะระยะได้อย่างแม่นยำ วิธีการนี้...ย่อมทำให้ตัวเ้าสามารถร่ายเวทโจมตีเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย”
“ส่วนกำหนดเป้าหมายด้วยจิตัั คือการล็อกตำแหน่งของวงเวทโจมตีตามเป้าหมายที่เ้าััรับรู้ซึ่งการค้นหาระบุตำแหน่งของเป้าหมายฯไม่ว่าเ้าจะใช้วิธีการใดในการััถึงตัวเป้าหมาย เ้าจะสามารถกำหนดให้ตำแหน่งของวงเวทไปปรากฏในจุดที่เป้าหมายอยู่ได้ถึงแม้ว่าในขณะนั้นเ้าจะมองไม่เห็นตัวเป้าหมายนั้นเลยก็ตาม...”ผู้เป็อาจารย์อธิบายถึงความแตกต่างของการกำหนดเป้าหมายในแต่ละแบบก่อนจะกล่าวเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย “ซึ่งส่วนใหญ่เหล่านักเวทขั้นสูงมักจะใช้วิธีการแบบหลังในการโจมตีศัตรูมากกว่า เพราะมันเป็การโจมตีศัตรูได้ โดยไม่จำเป็ต้องมองเห็นร่างของเป้าหมายขอเพียงแค่เ้าััได้ถึงตัวตนและสามารถระบุตำแหน่งของศัตรูฯ เ้าก็จะสามารถกำหนดตำแหน่งให้แก่วงเวทของเ้าได้...ในทันที”
“เอาล่ะทีนี้เ้าลองกล่าวบทร่ายดูใหม่อีกครั้งโดยใช้สายตากำหนดเป้าหมายไปที่หุ่นฟางตัวนั้น...”อเล็กซ์แนะนำอีกฝ่ายให้กำหนดเป้าหมายตามที่ตนบอก
จากนั้นวงเวทสีน้ำตาลอ่อน ก็ปรากฏขึ้นด้านใต้ของหุ่นฟางอย่างพอเหมาะพอเจาะ...
บรึ้ม!!
เสียงที่ดังสนั่นและแสงสว่างวาบจากแรงะเิของบทเวทเขี้ยวธรณีก็เกิดขึ้นโดยมีจุดศูนย์กลางเป็หุ่นฟางที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก่อนจะปรากฏตัวเลขค่าความเสียหายจำนวน 500 หน่วย ให้เห็นตามมาติดๆ
“อีกที” อเล็กซ์บอก
บรึ้ม!! >> 500
“อีกที”
บรึ้ม!! >> 500
“เอาล่ะ ทีนี้ เ้าลองจ่ายด้วยพลังเวท 500 หน่วยดูสิ”ผู้เป็อาจารย์เริ่มให้หญิงสาวฝึกประยุกต์ใช้งานบทร่ายฯให้แตกต่างจากข้อความที่ปรากฏในตำราทักษะฯ
บรึ้ม!! >> 1,000
“อีกที”
บรึ้ม!! >> 1,000
“อีกที”
บรึ้ม!! >> 1,000
จากนั้นมหกรรมการทดสอบการร่ายเวทเขี้ยวธรณีในรูปแบบต่าง ๆจึงเกิดขึ้นอย่างยาวนานนับชั่วโมงเลยทีเดียว
“อีกที”
บรึ้ม!! >> 800
“อีกที”
บรึ้ม!! >> 1,200
“เอาล่ะเ้าเห็นอะไรบ้าง?” อเล็กซ์เอ่ยปากถามขึ้นมาหลังจากที่มันรู้สึกพอใจในผลงานการร่ายเวทของลูกศิษย์คนนี้แล้ว
“มันไม่ติดคูลดาวน์เ้าค่ะ” มีนตอบ
“อะไรอีก?” อเล็กซ์ถาม
“เราสามารถกำหนดค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ปริมาณพลังเวท ระยะทางหรือแม้แต่ขอบเขตการแสดงผลของมันลงไปในคำร่ายได้ด้วยค่ะ” มีนตอบ
“ดีมาก...เ้าเริ่มเข้าใจการทำงานของเวทมนตร์มากขึ้นหน่อยหนึ่งแล้วและที่ข้าจะบอกก็คือ เวทมนตร์ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่า มัน ‘เถรตรง’ และมีความ ‘ยุติธรรม’ มากที่สุดนั้นก็เป็จริงตามที่เขาว่านั่นแหละ ถึงกระนั้น แม้ว่ามันจะค่อนข้างมีรูปแบบที่ตายตัว และเฉพาะเจาะจงตามเงื่อนไขฯแต่มันก็ยังมีความยืดหยุ่นในตัวมันเองอยู่ด้วย...”
“การทดสอบในวันนี้ เป็แค่บทเรียนพื้นฐานอันเล็กน้อยเท่านั้นเ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก เมื่อรู้แบบนี้แล้ว...เ้ายัง้าจะเรียนเวทมนตร์อยู่อีกหรือเปล่า?”อเล็กซ์กล่าวสรุปบทเรียน ก่อนจะเอ่ยปากถามหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับแฝงความคาดหวังในคำตอบของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วย
ในเวลานี้ มีนรู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์เวทมนตร์ไม่น้อยอีกทั้งการเรียนรู้ด้วยวิธีนี้ ยังทำให้ตนรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับความมหัศจรรย์และความแฟนตาซีของโลกแห่งนี้อย่างช่วยไม่ได้เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงรีบตอบคำถามของอเล็กซ์ในทันทีว่า “หนูคิดว่าหนูรู้สึกชอบมันนะเ้าคะ”
เมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย อเล็กซ์รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะกล่าวกับหญิงสาวด้วยความยินดีว่า “ข้าดีใจที่เ้าตอบแบบนี้เพราะฉะนั้น...ต่อจากนี้ไป ข้าจะตั้งใจอบรมสั่งสอนเ้าและข้าจะทำให้เ้าได้เป็สุดยอดนักเวทแห่งยุคสมัยเลยทีเดียว ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ ท่านอาจารย์” มีนตอบพร้อมกับยกมือไหว้อเล็กซ์
“เอ่อ...ท่านอาจารย์เ้าคะ หนูมีเื่สงสัยอยู่นิดหนึ่งเ้าค่ะ”
“คือ...ทำไมนักเวทคนอื่น ๆ เวลาเรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์จึงมักจะมีไม้เท้าหรือคทาเวทมนตร์มาถือเอาไว้ในมือ แต่...เมื่อครู่ตอนหนูร่ายเวทออกมาหนูไม่เห็นต้องมีไม้เท้า หรือคทาเวทมนตร์ใด ๆ เลยนี่เ้าคะ?” มีนถามด้วยความสงสัย
“ถามได้ดี”
“ถ้าอย่างนั้น...เ้าลองเอาคทาเวทมนตร์ที่เ้ามีอยู่ ขึ้นมาถือไว้ดูสิ”อเล็กซ์กล่าวกับหญิงสาวผู้มากด้วยความสงสัย
............