กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลไปทั่วบริเวณใกล้เคียง อาทิ โรงเรียนเป็สถานที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง กลางแดดเปรี้ยงใน่เวลาบ่ายโมงชุลมุนวุ่นวายไปด้วยผู้คน เนื่องด้วยเกิดเหตุฆาตกรรมนักเรียนชายถูกยิงบริเวณศีรษะหนึ่งนัด ลำตัวอีกสองนัด ตึกร้างหลังโรงเรียนย่างภัตตาคารร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในตัวเมือง จากการสืบสวนของเ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ตายเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่ ย้ายเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ไม่ถึงปีก็สร้างปัญหาอย่างไม่หยุดหย่อนทั้งเื่ชู้สาว ลักทรัพย์ ชกต่อยเป็ประจำภายในโรงเรียน ถูกเรียกตัวเข้าห้องปกครองอยู่บ่อยครั้ง
คำให้การจากเพื่อนร่วมชั้นหรือแม้กระทั่งบุคคลในโรงเรียนเกือบทุกคนล้วนไปในทางเดียวกัน นั่นจึงเป็เหตุผลที่ว่าเหยื่อรายนี้มีศัตรูรายล้อมเนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าว
เมื่อเกิดเหตุการณ์การเสียชีวิต เื่ราวลับๆ บางอย่างได้ปะทุขึ้นมาอีกครา พบว่าก่อนหน้านั้นเป็เวลาหนึ่งปีผู้ตายเคยขึ้นศาลเนื่องจากมีคดีข่มขืนอนาจารเด็กอายุต่ำกว่าสิบปี ขณะอยู่ในศาลผู้ตายยังปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ก่อนศาลจะตัดสินว่าเขาบริสุทธิ์เพราะหลักฐาน พยาน สภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุไม่มากพอ นอกเหนือจากไม่มีพยานแล้วสิ่งที่สำคัญก็คือเหยื่อที่ถูกอนาจารรายนี้มีสติสัมปชัญญะไม่สมประกอบ
*************
เื่ราวได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวจากครอบครัวทรงอิทธิพล ตกลงทำตามเงื่อนไขนั่นคือสิทธิ์ในการเลือกโรงเรียนเพราะเป็อิสรภาพหนึ่งเดียวที่หล่อนมีโอกาสได้รับจากผู้เป็พ่อ รันเด็กนักเรียนหญิงหัวกะทิย้ายออกจากโรงเรียนในตัวเมืองเข้ามาศึกษาต่อยังโรงเรียนชนบท
หลังเกิดเหตุฆาตกรรมนักเรียนชายโดยมีครอบครัวของหล่อนอยู่เื้ัเกี่ยวพันไปยังเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องด้วยฐานะทางครอบครัวที่ร่ำรวย เพราะชีวิตที่อยู่สุขสบายบนกองเงินกองทองมาโดยตลอด พลอยส่งผลให้การใช้ชีวิตในชนบทไม่ได้ราบรื่นไปเสียทุกอย่าง
หญิงสาวต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต ทั้งเื่เรียน ชีวิตความเป็อยู่ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน รวมทั้งเพื่อนในโรงเรียนก็ด้วยเช่นกัน
วันแรกที่ย้ายเข้ามา รันได้ช่วยเด็กสาวคนหนึ่ง เธอล้มลงไปกองบนพื้นพร้อมจักรยานคันเก่า นักเรียนชายหญิง สามถึงสี่คนยืนหัวเราะกับการกระทำของตนราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทันใดนั้นหล่อนตัดสินใจสาวเท้าเข้าไปช่วยประคองอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล
เสียงกระซิบกระซาบดังระลอกเข้ามากำลังสาธยายถึงรัน เด็กนักเรียนคนใหม่ วันแรกที่ย้ายเข้ามาเธอแสดงออกอย่างชัดเจน และต่อต้านบุคคลที่ใช้ความอับอายรังแกผู้อื่น เื่ที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าเธอชื่อพลอยไพลิน เป็นักเรียนชั้นมอห้า และที่สำคัญพวกเขาเป็นักเรียนรุ่นเดียวกันอยู่ห้องเดียวกันด้วยซ้ำ
ทุกโรงเรียนล้วนเป็เื่ราวธรรมดาที่เด็กนักเรียนจะอยู่รวมกันเป็กลุ่มก้อน ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงเรียนชนบท พลอยไพลินกล่าวคำพูดมากมายให้เด็กใหม่อย่างรันรับรู้ กลุ่มอันธพาล กลุ่มเด็กที่มีฐานะทางบ้านค่อนข้างดี หรือจะเป็กลุ่มเด็กขยันเรียนชิงทุนการศึกษา กลุ่มเด็กกิจกรรม
"แล้วเธอล่ะ คิดว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน "
รันทักถามพลอยไพลินตามความเห็น หล่อนครุ่นคิดก่อนให้คำตอบ
" คงจะเข้าข่ายขยันเรียนน่ะ แต่จะว่าไปแล้วเมื่อมีคนถามแบบนี้เราก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วเป็เด็กกลุ่มไหน "
รันล่ะ พลอยไพลินเป็ฝ่ายถามบ้าง
" ที่เธอพูดมาน่ะ เดาว่าฉันไม่น่าจะเข้าได้ซักกลุ่ม หรือถ้าจะให้ต้องตอบขอเป็กลุ่มอันธพาลละกัน "
รันยิ้มเม้มปาก ทว่าอีกฝ่ายกลับนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยพูด
"เธอล้อเราเล่นอยู่รึเปล่า เธอนะกลุ่มเด็กอันธพาล "
หญิงสาวพยักรับเป็เชิงตอบ ก่อนยื่นมือรับขนมเค้กก้อนหนึ่งจากพลอยไพลิน ถือเป็สินน้ำใจตอบแทนสำหรับความช่วยเหลือ คนพูด พูดไปยิ้มไปว่าตัวเธอเองดีใจที่ได้รู้จักกับอีกฝ่าย นอกจากนี้หญิงสาวที่มีแววตากลมโตยังได้กล่าวถึงความใฝ่ฝันในอนาคต หล่อนอยากมีร้านขนมเบเกอรี่เป็ของตัวเอง ซึ่งเป็ความฝันนับั้แ่จำความได้
***********
สามวันให้หลังที่รันย้ายเข้ามาในโรงเรียนชนบท มีนักเรียนชายคนหนึ่งย้ายเข้ามาด้วยเช่นกัน เขาเป็ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ฮาโระโตะ ผมชื่อฮาโระโตะครับ
ภคินเด็กอันธพาลในห้องที่ใครๆ ต่างให้ความเคารพ เพราะว่าเ้าตัว มิเพียงแต่ไม่กลั่นแกล้งผู้หญิงและเด็กด้วยแล้ว เขายังคอยช่วยเหลือผู้ที่ถูกรังแกอีกต่างหาก รันทอดมองไปยังอีกฝ่าย เมื่อเด็กหนุ่มเรียกเด็กใหม่ฮาโระโตะเข้าไปนั่งโต๊ะที่ว่างข้างตัว
"ภคินเขาเป็คนใจดี แต่แค่เป็คนปากเสียน่ะ "
พลอยไพลินกระซิบให้รันฟัง และบอกความในใจว่าตัวเองรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเด็กใหม่ฮาโระโตะนั่นเสียจริง ก่อนจะหันกลับไปขีดเขียนการบ้านบนโต๊ะด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้
ฮาโระโตะหันมองคนที่ก้มหน้าก้มตาจดจ่อหนังสือบนโต๊ะ รันเห็นเช่นนั้น จึงจงใจสบตาอีกฝ่ายโดยตรง ยิ้มน้อยๆ ประดับบนสีหน้าเ็า แววตาฝ่ายชายเปลี่ยนไปแข็งกร้าวต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง รันยิ้มรับการกระทำของเ้าตัวที่แสดงออกมา เสมือนพวกเขาสามารถสื่อสารทางจิติญญาด้วยกันเอง ไม่ใช่เพียงพลอยไพลินเท่านั้นที่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาราวกับคนเคยรู้จัก รันก็ไม่ต่างกัน
*************
ชีวิตที่แสนธรรมดาของเด็กสาวดำเนินไปตามแผนการที่วางไว้ รันเริ่มคุ้นชินกับที่นี่ ทั้งเพื่อนร่วมห้อง สภาพแวดล้อม อาหารการกิน ชีวิตความเป็อยู่ หล่อนไม่ได้ติดต่อครอบครัวทางบ้านเป็เวลานาน ทว่ามีเพียงคนมารับส่งเด็กสาวทุกเช้าเย็นที่โรงเรียน
รัน ฮาโระโตะ ทั้งสองเริ่มเรียนรู้ทั้งกฎระเบียบในโรงเรียน และต้องทำการเลือกชมรมเพื่อเข้าเรียน หญิงสาวดีใจสุดขีดเมื่อพบว่ามีชมรมที่อยากจะเข้านั่นคือ ชมรมถ่ายรูปและศิลปะการวาดภาพ ในขณะที่เด็กหนุ่มได้ปฏิเสธและขอตั้งชมรมใหม่ขึ้นเอง
ทันทีที่ฮาโระโตะได้ทำการเปิดชมรมศิลปะการต่อสู้ และจับจ่ายค่าอุปกรณ์ด้วยตัวเองจนกลายเป็ที่ชื่นชมของใครหลายๆ คน แม้จะมีเสียงคัดค้านจากครูในโรงเรียน แต่ฮาโระโตะคงยืนยันคำพูด และทำเช่นนั้น จวบนานเข้าก็กลายเป็เื่ราวปกติในโรงเรียน ทว่าเื่ที่แปลกประหลาดก็คือ เด็กที่มีฐานะดีระดับนี้ถึงได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนชนบท จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง เธอััได้ถึงจุดประสงค์เลวร้ายที่อาจตามมา และสนใจอยากร่วมรับรู้คำถามข้อนี้
" ฮาโระโตะ !
ระหว่างที่เดินออกจากห้องวิชาการ รันที่ตามหลังชายหนุ่มมาติดๆ เรียกชื่อหวังชะลอฝีเท้าอีกคนลงบ้าง
" รอด้วยคนซิ "
ทาเคชิแสดงสีหน้าแปลกๆ เจือปนความแคลงใจ เขาพูดเสียงแข็ง
" ไม่เห็นต้องตามมาเลย "
เธอบอกเหตุผลของตัวเอง " ไหนๆ เราทั้งสองต้องไปที่สนามอยู่แล้ว ไปด้วยกันจะเป็ไรไป "
รันก้าวเท้าฉับไวเพื่อตามให้ทัน ระหว่างทางหญิงสาวชวนอีกฝ่ายสนทนาเพื่อสืบความจริงบางอย่าง เขาดูเหมือนจะระวังคำพูดคำจาเป็พิเศษ หากกระนั้นเมื่อเอ่ยชื่อพลอยไพลินชายหนุ่มแสดงออกอย่างชัดเจน มิหนำซ้ำไม่แม้จะปฏิเสธว่าชอบเธออีกด้วย
เย็นนี้เป็การซ้อมเล่นกีฬา ซ้อมกองเชียร์วันแรก พลอยไพลินนั่งอยู่ที่อัฒจันทร์ เพราะกำหนดการแข่งขันกีฬาสีที่ใกล้จะเข้ามาเยือนในต้นเดือนมกราคม สนามหญ้าเต็มด้วยผู้คนมากมาย ขอบนามก็เช่นกัน ทั้งคนซ้อมกีฬา ซ้อมกองเชียร์บนอัฒจันทร์ที่แบ่งแยกเป็สีชัดเจน
เธอเห็นรันเดินเคียงคู่มากับฮาโระโตะหลังจากที่ทั้งสองถูกเรียกตัวเข้าไปพบครูฝ่ายวิชาการ ่หลังเลิกเรียนของเย็นวันนี้ ภคินะโเรียกพลอยไพลินพร้อมโบกมือ ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปโดยไม่ทันระวัง ก่อนจะพบว่ามีลูกบอลกระเด้งมาโดนหน้าเ้าตัวเต็มๆ จนสลบไป
ความมืดได้เข้ามาเยือน แต่ทว่าตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้สติ รันจึงอาสาอยู่เฝ้าเพราะตัวเองต้องคอยรอรถมารับที่โรงเรียน ซึ่งต่างจากเพื่อนๆ คนอื่นที่ปั่นจักรยานกันกลับบ้านไปเป็ที่เรียบร้อย
เสียงถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เ้าของน้ำเสียงหลีกเลี่ยงความรู้สึกดังกล่าว โดยการก้มหน้ามองชายหนุ่มที่หลับสนิทคล้ายสิ้นลมหายใจบนเตียงอย่างพิจารณาถี่ถ้วน เขาคนนั้นเป็ชายผิวคล้ำสองสี คิ้วเข้มหนาขึ้นดกดำ สันจมูกโด่งพองาม ไม่ถึงกับผ่านมือหมอ ริมฝีปากบนใหญ่กว่าเล็กน้อย หากจะเปรียบเปรยริมฝีปากล่างด้วย รวมๆ แล้วหน้าดีเลยทีเดียว ขาดก็แต่นิสัยใจคอ คำพูดคำจาที่ดูจะห้าวหาญไปเสียหน่อย ชายหนุ่มลืมตาขึ้นทันควันและแสดงอาการใออกมา ดวงตาเบิกกว้าง
" ตื่นแล้วเหรอ กระเป๋านายอยู่นั่น "
หล่อนชี้มือไปยังเก้าอี้สีฟ้า ภายในห้องปฐมพยาบาลโดยมีกระเป๋าสีดำวางอยู่ เขามองผู้ที่เดินกลับไปนั่งมุมห้องใกล้ขอบหน้าต่าง
ชายหนุ่มกุมขมับทั้งสอง แล้วส่ายศีรษะไปมาเสมือนทดสอบความผิดปกติของสมองตัวเอง
" เธอชื่อรันใช่มั้ยยย "
คนบนเตียงถามไถ่ หญิงสาวไม่ได้ตอบ เพียงชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อเห็นว่ารถคันหรูเทียบมาจอดหน้าโรงเรียนแล้ว
" ฉันต้องกลับบ้านละ "
พูดเสร็จก็คว้ากระเป๋าแล้วจากไป หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ อยู่หน้าประตูห้องที่ปิดตัวลง เมื่อพลั้งไปสบตาเ้าของดวงหน้าคมเข้มคู่นั้น จนต้องเก็บอาการไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้
บรรยากาศข้างนอกนั้นคล้อยเย็นลงตามระยะเวลาที่ถักทอไปข้างหน้า เ้าตัวใช้มือลูบแขนตัวเอง
ภายในรถคันหรู ชายสูงวัยส่งยิ้มและรับไหว้เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างถนน
" ลุงสันต์พอจะพาไปที่ไหนได้บ้างมั้ยคะ รันยังไม่อยากกลับเลยค่ะ "
อีกคนพูดด้วยสีหน้าอ้อนวอน ก่อนจะเปิดประตูเข้ามานั่ง จากนั้นรถคันหรูก็มุ่งไปที่ไหนสักแห่ง ตลอดทางเธอเชยชมความสวยงามในยามค่ำคืน กระจกรถถูกเลื่อนลงเพื่อััความงามทางสายตาโดยตรง ภัตตาคารสูง ต่ำ สลับกันไป ในตัวเมืองสว่างไสวด้วยแสงหลากหลายสีเพิ่มเสน่ห์ชวนมองได้เป็อย่างดี
จวบจนมาถึงรันพบว่าที่นี่เป็โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกสวยงามตระการตา ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเรเนซองส์ และเมื่อเธอเดินเข้าไปข้างในก็จะพบเห็นเพดานที่ถูกตกแต่งด้วยจิตรกรรมแบบเฟรสโก และประติมากรรมปูนปั้น ประดับด้วยหินอ่อน ส่วนหน้าต่างโดยรอบจะตกแต่งไปด้วยกระจกสี ซึ่งในความสวยงามนี้ถือได้ว่าเป็ศิลปกรรมระดับช่างฝีมือ
" ลุงเคยมาที่นี่หรอคะ ?
" ใช่ " ชายสูงวัยตอบก่อนจะพาเธอไปแนะนำให้กับใครคนหนึ่งรู้จัก หญิงสาวเห็นในระยะไกลๆ และพอรู้ว่าหญิงที่นั่งสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าสัญลักษณ์รูปไม้กางเขนนั่นเป็ใคร เธอสวมใส่ชุดคลุมสีดำและเดินเข้ามาทักทายหลังจากทำสัญลักษณ์ขอบคุณพระผู้เป็เ้า
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา เธอทักทายทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็มิตรก่อนลุงสันต์จะปล่อยให้พวกเขาสนทนาด้วยกันตามลำพัง ชายแก่ปลอบใจเด็กสาวโดยการบีบมืออีกฝ่ายเป็กำลังใจ ความกังวลที่เกาะกินเศษเสี้ยวหัวใจหญิงสาวมานานหลายปีได้ลดน้อยลง ถึงจะเป็เพียง่เวลาสั้นๆ หญิงาุโได้มอบสร้อยคอรูปไม้กางเขนเป็ของขวัญแก่เธอ และยังให้กำลังเธออีกด้วย
" ถ้าหนูมีเื่ไม่สบายใจ มาที่โบสถ์เพื่ออธิษฐานสิจ๊ะ "
" ค่ะ หนูจะมาบ่อยๆ นะคะ "
เด็กสาวหลับตาแน่นในขณะที่อยู่ในอ้อมแขน เธอก้มหน้าขอบคุณหลังคลายอ้อมกอดที่อบอุ่นจากหญิงาุโตรงหน้า ทั้งสองนั่งพูดคุยกันตามประสากว่าจะรู้สึกตัวก็ใช้เวลาไปกว่าชั่วโมงครึ่ง
หากกล่าวถึงสิ่งที่ได้รับแล้วกลับกลายเป็สิ่งที่มีค่าทางจิตใจเสียเหลือเกิน เพราะคำกล่าวที่เต็มไปด้วยจิติญญาของความเข้มแข็งได้เข้ามาอยู่ในตัวหญิงสาวไม่มากก็น้อย และพอจะช่วยคลายความทุกข์โศก