^^ “หลานขอสักนิดได้หรือไม่เ้าคะ” รีบขอในระหว่างที่ท่านแม่ไปหาน้องสาวของท่านซึ่งอยู่ในจวนทางปีกซ้าย จากที่ไม่ทราบเื่ราว มาตอนนี้รู้คร่าวๆ ว่าท่านตามีบุตรสาวสองคนที่เกิดจากฮูหยินเอกที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน น้องสาวท่านแม่หรือก็คือท่านน้าม่อเหลียนฮวามีบุตรชายคนโตอายุไล่เลี่ยกันกับพี่ชายของนางและเข้ารับตำแหน่งนายกองเมื่อวันที่มีงานประลองยุทธ์ในวังหลวง ยามนั้นหากนางรู้ นางคงไปนั่งเชียร์จนติดขอบสนาม…แต่ช่างเถอะท่านตาไม่ถาม นางก็จะไม่เอ่ยถึงให้ท่านสงสัย
“หืม” เลิกคิ้ว “ตาเพิ่งรู้ว่าเ้าชอบของบำรุงร่างกายเช่นนี้” หันไปทางพ่อบ้าน “เตี่ยยี่ไปเอารังนกแห้งใส่ห่อให้คุณหนูมากๆ หน่อย”
“ขอรับนายท่าน”
คล้อยหลังพ่อบ้าน สองตาหลานยังคงคุยกันถึงเื่ทั่วไปละเว้นเื่ที่ดินมากมายที่หลานสาวอย่างหวังปิงปิงเคยขอทุกครั้งที่เข้าไปหา แม้ม่อจิ้นจื่อจะรู้ว่านางมิได้จริงจังเื่นี้แต่มีบ้างที่ต้องมอบให้นางและหลานคนอื่นเท่าๆ กัน วันนั้นทั้งวันจวนแม่ทัพมีแต่ความวุ่นวายไม่ได้หยุดหย่อนเมื่อสตรีตัวน้อยเดินออกไปสูดบรรยากาศแล้วพบต้นไม้ ดอกไม้หลากหลายชนิด นางกล่าวอ้างว่าครั้งนี้จะขอดอกไม้เพื่อให้ท่านตาไม่ยากจน จนเกินไป คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ดี
๑-------------------๑
เรือนเล็กในจวนสกุลหวัง
อาเปามองคุณหนูของนางตั้งใจซักผ้าเช็ดหน้าโดยในน้ำนั้นผสมน้ำหอมจากต่างแดนลงไปด้วย ตัวสาวใช้นั้นมีความสงสัยอยู่ในทีแต่ยังมิกล้าสอบถามจนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นถูกแขวนเอาไว้ตรงหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ยามอิ่ว (18.00) เช่นนี้ลมพัดเบาๆ เย็นสบายชวนให้สาวใช้เช่นนางมองคุณหนูไป ยิ้มไป แล้วเพ้อฝันถึงคุณชายสกุลใหญ่สักคนให้หาญกล้าส่งแม่สื่อมาตามหาฮูหยินเพื่อจับจองคุณหนู ‘แต่เดี๋ยวก่อน!!’ นางลืมอะไรไปรึเปล่า “คุณหนูเ้าขา”
หวังปิงปิงผู้นั่งเฝ้าผ้าเช็ดหน้าสีครีมครางรับ “หืม” โดยไม่หันไปมอง
“บ่าวจำได้ว่าคุณหนูพึงใจเ้าของผ้าเช็ดหน้าใช่หรือไม่เ้าคะ” ถึงยามนี้ นางจำได้แล้วว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็ของผู้ใดจึงละเว้นที่จะเอ่ยถึงนามของคนผู้นั้น หัวคิ้วน้อยๆ ของอาเปานึกย้อนไปถึงวันที่นางเข้าวังกับคุณหนู ‘คุณหนูหอมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไม่หยุด’
“เป็เช่นนั้น ยามนี้ในหัวข้ากำลังวางแผนและเ้าคือผู้ร่วมมืออย่างไรเล่า” ^^ หันมายิ้มใส่สาวใช้
“เ้าค่ะ” แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดต้องวางแผน ‘หรือเื่ของฮ่องเต้คือเื่ซับซ้อน เช่นนั้นสาวใช้เช่นนางคงคิดไม่ทันแล้ว’
ปิงปิงพยักหน้าแล้วหันกลับไปมองหน้าต่างอีกครั้ง “วันพรุ่งนี้พี่อาฟั่นจะมาที่คลังสินค้าเพื่อเลือกปิ่นปักผมและข้าจะขอยืมชุดนางกำนัลของพี่อาฟั่นสักสองชุด” พร้อมกับสอบถามถึงทางเข้าวังด้านหลังของโรงครัว เหตุที่นางมิเข้าทางด้านหน้าเพราะเกรงว่ามันอาจจะดูเปิดเผยจนเกินไป อีกทั้งหากนางไปเองคนเดียวโดยไม่มีบิดาเชื่อเถอะว่าฝ่าาอาจจะไม่ให้นางเข้าพบยกเว้นเสียแต่ว่า…หุหุ
“อืมๆๆ” อาเปาผู้สงสัยพยักหน้าพลางคิดตาม ‘แสดงว่าคุณหนูของนางคงจะเริ่มทำอะไรบางอย่างด้วยชุดของพี่อาฟั่น’ ใจหนึ่งอยากจะเตือนคุณหนูเกี่ยวกับบุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้น แต่ใจหนึ่งก็อยากเห็นคุณหนูสมหวัง แล้วจะสมหวังในตำแหน่งใดเล่า!! อาเปาอยากร้องไห้
“วันนี้เ้าไปพักเถิด”
“เ้าค่ะ” อาเปาผู้คิดไม่ตก ได้แต่เดินออกไปนอนในห้องของนางที่อยู่ไม่ไกลจากห้องของคุณหนู เมื่อหัวถึงหมอน สมองน้อยๆ ก็เริ่มคิดอย่างหนักหน่วง ‘ขอให้ทุกอย่างราบรื่นดังที่คุณหนู้า’ แค่นั้นอาเปาก็ดีใจมากแล้ว
เ้าของร่างบางขาวเนียนยกมือขึ้นเท้าคางกับหน้าต่าง ชีวิตในตอนนี้กับตัวนางในภพเก่าต่างกันราวฟ้ากับเหว ก่อนนั้นเคยพนมมือไหว้สากับพระจันทร์ให้มีชายมาหลงรักสักคนแต่ไหนเลยทั้งชีวิตนอกจากจะไม่มีชายใดเข้ามา บิดามารดาล้วนตายจาก ย้อนกลับมาภพนี้ ในเมื่อมีรูปเป็ทรัพย์แล้วเหตุใดนางจะต้องเป็ฝ่ายให้บุรุษมาเลือกและเมื่อถูกใจผู้ใดเข้า นางก็ต้องลองรุก!! ไม่ว่าบุรุษผู้นั้นจะเป็ใครก็ตาม “จันทร์เ้าขา ข้าน้อยอยากขอ” ยกมือพนม “ขอให้ตัวข้าสมหวังในทุกเื่ต่างจากชาติที่แล้วมาด้วยเทอญ” สาธุในใจโดยเน้นหนักๆ กับเื่ความรักอันสูงส่งของนาง แม้เลือกที่จะเป็หนึ่งไม่ได้ นางก็ขอเป็แค่คนโปรด...สาธุ
๑----------------------๑
วันต่อมา ณ.คลังสินค้าท่าเรือ
หวังปิงปิงนั่งคัดปิ่นปักผมลวดลายงดงามตามที่ได้เอ่ยบอกกับพี่อาฟั่นเอาไว้ก่อนหน้า สินค้าในวันนี้มีให้เลือกมากกว่าสิบหีบคละกันไปและหลังจากนี้จะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับ่ต่อ ตากลมมองไปยังพี่ชายรูปงามที่ยืนคิดเบี้ยหวัดจ่ายค่าสินค้าให้กับผู้ขนส่งทางเรือ จะว่าไปพี่ชายนางนั้นหล่อเหลาพอๆ กับรัชทายาทเลยก็ว่าได้ แต่เหตุใดพี่ชายจึงยังมิแต่งงาน “อาเปา เ้าว่าพี่หลีปินเป็ต้วนซิ่วหรือไม่” ในความหมายของนางคือพี่ชายอาจจะรักชอบในเพศเดียวกัน
“ห๊า!!” อาเปาลนลานหันซ้ายหันขวา “จริงรึเ้าคะ” กระซิบ
ปิงปิงมองบน “ข้าถาม มิใช่ว่าพี่หลีปินเป็เช่นนั้นเสียหน่อย”
สาวใช้ทำหน้าโล่งอก “บ่าวใหมดเลยเ้าค่ะ” มองคุณชายรูปงาม “ไม่ใช่เ้าค่ะ บ่าวจำได้ว่าหย่งเกอเพิ่งไปส่งคุณชายที่หอนางโลมมานะเ้าคะ” เห็นว่าคุณชายกลับบ้านมาในยามเหม่า (05.00) เชียวนะ
“หอนางโลมรึ?” ครั้งหนึ่งในชีวิตนางก็อยากจะไปเห็นสถานที่แห่งนั้นสักครั้ง
“เ้าค่ะ หอเริงรักตรงหัวมุมท้ายตลาด เป็หอเดียวที่มีสตรีนางโลมเกือบห้าสิบคน บ่าวเคยผ่านไปแถวนั้นเห็นพวกนางแต่งกายยั่วยวนเปิดเผยเนื้อตัว ใบหน้างดงามจัดจ้านต่างจากสตรีในห้องหอ แต่จะว่าไป มีพวกนางก็ดีนะเ้าคะตัดปัญหาเื่อารมณ์กำหนัดของบุรุษ” ก้มหน้ารื้อค้นปิ่นในหีบ
แต่ผู้ฟังที่ดีอย่างหวังปิงปิงนั้นคิดต่าง ยุคจีนโบราณจะมองอย่างไรบุรุษก็ได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ มีสถานเริงรมย์แบบเปิดเผย มีอนุภรรยาแบบเปิดเผย หากภพเดิมของนางทำได้ก็คงจะมีเื่เช่นนี้ทั้ของบุรุษและสตรีเพราะปัจจุบัน ความเท่าเทียมของเพศสภาพนั้นถือเป็เื่ธรรมดาไปแล้ว “ถ้าหากสตรีมีอารมณ์กำหนัดเล่า ข้าจะสร้างหอนายโลมบ้างดีหรือไม่” ‘อืม…คงแปลกพิลึก’
ขวับ!! “คุณหนู!! กล่าวเช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ”
ปิดปากหัวเราะ “ทำไมจะกล่าวไม่ได้ รึถ้าข้าสร้างจริง เ้าจะไม่ไปใช้บริการหรอกรึ”
“ไม่ไปเ้าค่ะ บ่าวจะเก็บความสดใหม่ให้สามีเพียงหนึ่ง” เชิดหน้า
“ในขณะที่สามีเ้ามีอนุอีกสามน่ะรึ? กว่าจะวนมาถึงเ้ายามค่ำคืน เ้าคงอดทนข่มตาอย่างเดียวดาย มิสู้ย่องออกมาที่หอนายโลมของข้า” ^^ แกล้งเย้าอีกฝ่ายทั้งๆ ที่นางเองก็ไม่ได้คิดจะสร้างมันขึ้นมาจริงๆ อีกทั้งบุรุษที่นางพึงใจยังมีหลายเมียอีกด้วย จะต่างอะไรกับคำถามที่ถามอาเปาแต่เข้าตัวเอง ‘เฮ้ออ ปิงปิงเหนื่อยใจเหลือเกิน แต่จะหาบุรุษที่มีรักเดียว ฮูหยินเดียวในชาติภพนี้คงไม่มีหรอก’
แม้จะคล้อยตาม แต่อาเปาก็ยังจะเถียง “บ้านใด สกุลใดก็เป็เช่นนี้” ส่ายหน้าไปมา “อย่าทำให้บ่าวไขว้เขวเ้าค่ะ”
^^ “หากเ้าเป็สาวเทื้อ ความสดใหม่คงไม่มีประโยชน์”