โลกใบนี้นั้นมีสิ่งอัศจรรย์อยู่มากมายธรรมชาติแสนสวยงาม สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ โลกใบนี้แม้จะกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่ทว่ากลับมีเพียงทวีปที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 เท่านั้น ทวีปออเรเลีย ทวีปอัคนี ทวีปไซเลนเทีย ทวีปฟรอนเทียร์ และทวีปเนบิลา
ทวีปออเรเลีย คือทวีปที่มีประชากรมนุษย์มากที่สุดในโลกและถูกปกครองโดย จักรวรรดิลูเซนเทีย จักรวรรดิต้นกำเนิดมนุษย์กลายพันธุ์ เอสเปอร์ และไกด์ แต่ทว่าเมื่อประชากรมนุษย์เริ่มน้อยลงมากขึ้นพวกเขาก็เริ่มทำการทดลองทำให้เหล่าผู้มีพลังเกิดการกลายพันธุ์ครั้งที่2 อัลฟ่าและโอเมก้าจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในกลุ่มพวกเขาได้ เชื่อกันว่าสายเืราชวงศ์คือผู้ที่ได้รับพรจากพระเ้าให้ช่วยเหลือเผ่ามนุษย์ที่อ่อนแอให้รอดเพราะพวกเขาคือกลุ่มแรกๆที่ถือกำเนิดใหม่ในฐานะผู้กลายพันธุ์เป็กลุ่มแรก ดั่งนั้นพิธีฉลองวันประจำชาติถึงจัดขึ้นในทุกๆปีเพื่อเป็เกียรติแก่จักรพรรดิคนแรกแห่งจักรวรรดิ และวันนี้ก็คือพิธีนั้นเช่นกัน
ตึก..ตึก..ตึก
เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งวิ่งไปตามทางเดินในป่าไม่ไกลจากพวกเขานักมีกลุ่มคนใส่ชุดดำปกปิดใบหน้าและรูปร่างจนมิดชิด ไม่ว่ามองอย่างไรก็รู้แล้วว่าพวกเขาคือนักฆ่า
“ ปกป้องเ้าชายไว้!!”
“รีบพาเ้าชายหนีไปเร็วเข้า!!”
“รีบเอายาถอนพิษมาเดี๋ยวนี้ เร็--- อ๊ากกก”
เสียงของกลุ่มอัศวินที่คอยรับใชเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ป ‘เคร้ง’ เสียงดาบกระทบกันไล่หลังข้ามามากขึ้นเรื่อยๆเหล่าอัศวินผู้ภักดีก็ค่อยๆหายไปทีละคนสองคน ตัวข้าที่ปาดเจ็บทำได้แต่วิ่งต่อไปวิ่งตามอัศวินที่ยังเหลืออยู่ต่อไปเท่านั่น มือขวาที่ข้าได้วางกดทับาแของตนเอาไว้เริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเืสีทองอันเป็เอกลักษณ์ของราชวงศ์ แม้ข้าจะมีพลังมากมายแต่ตัวข้าตอนนี้นั้นกลับทำอะไรไม่ได้เลยเ้าพิษที่ถูกเคลือบไว้ที่ดาบนั้นดูเหมือนมันจะทำให้ข้าใช้พลังของตนเองมิได้
“แฮ่ก..ให้ตายเถอะ”
แม้จะหนีออกมาโดยทิ้งระยะห่างได้มากแล้วแต่ทว่าทุกย่างก้าวที่ข้าฝืดวิ่งหนีก็เริ่มเต็มไปด้วยความเ็ปราวกับโดนแผดเผาก็ได้พุ่งพรวดเข้าสู่กายข้า เสียงหอบหายใจเริ่มถี่มากขึ้นร่างกายเริ่มหนักอึ้ง ดูเหมือนข้าจะถึงขีดจำกัดเสียแล้ว
“พักกันที่นี่ก่อนเถิดพะยะค่ะ”
คริส ทหารองครักษ์ผู้เก่งกาจมือขวาผู้ที่ข้าไว้ใจมากที่สุด หลังจากที่ตัวข้า คริส และเ้าพวกองครักษ์หน้าใหม่ที่ยังเหลือรอดอยู่ได้วิ่งกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดพวกเราก็ได้หยุดอยู่หน้าถ้ำแห่งหนึ่งก่อนที่คริสจะเอ่ยขึ้นถามตัวข้าผู้ที่เป็เ้านายของเขา เขาคงคิดว่าที่แห่งนี้เหมาะสมที่จะหลบซ่อนตัวแล้วกระมัง
“ได้สิ..ข้าเองก็ดูเหมือนจะไม่ไหวแล้วเช่นกัน”
ข้าตอบกลับเขาก่อนเราจะเดินเข้าสู่ถ้ำแห่งนี้ตัวข้าไปนั่งลงที่โขดหินนั้นด้วยความเหนื่อยล้า คริสได้เดินเข้ามาทำแผลให้แก่ข้าดูเหมือนเขาจะฉีกเสื้อของตนมาทำผ้าพันแผลให้แก่ข้า
“ยาพิษนั้นไม่นานเดี๋ยวฝ่าาก็ทรงต้านทานได้เองพะยะค่ะ ได้โปรดพักผ่อนเสียหน่อยเถิด”
คริสเอ่ยขึ้นในขณะที่เขาคลุกเขาก้มหน้าทำแผลให้ข้าแม้ว่าใบหน้าของเขานั้นจะนิ่งเฉยแต่น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงนั้นทำให้ข้าสบายใจ จนกระทั่งตาของข้าค่อยๆปิดลงโดยที่ยังมิได้เอ่ยตอบเสียด้วยซ้ำ
เวลาผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วโมงเหล่าองครักษ์ที่ไปเดินสำรวจถ้ำก็ได้เดินกลับมาและได้รายงานต่อสิ่งที่พวกเขาพบกับคริส
“ฝ่าา ฝ่าา ตื่นได้แล้วพะยะค่ะ เราจักต้องเดินทางกันได้แล้ว” คริสเอ่ยเรียกข้าพร้อมกับเขย่าตัวข้าปลุกให้ตื่นจากการหลับไหล
ทันทีที่ตื่นขึ้นมาเราก็ออกเดินทางเข้าไปในถ้ำที่ลึกขึ้นในถ้ำนั้นมีประตูชนาดใหญ่ที่ดูหรูหราแปลกตาทั้งอยูาข้างอุโมงค์ที่เราจะหนีเข้าไป
“เ้าประตูนี่คืออะไรเหตุใดจริงดูหรูหรามิเข้ากับถ้ำเช่นนี้” เ้าประตูนั้นดึงดูความสนใจของข้ามากเหลือเกิน
“เหมือนจะเป็ประตูที่อยู่มานานแล้วนะพะยะค่ะ กระหม่อมได้ลองพยายามเปิดดูแล้วแต่ก็ไม่เป็ผลเลยพยายาม พอลองใช้พลังโจมตีใส่มันจะสะท้อนกับมาทำให้เราเสียทหารไปอีกคน”
“ไม่ว่าจะพยายามผลักเพียงใดก็ไม่ได้ผลเลยพะยะค่ะ” เหล่าอัศวินต่างร่วมใจกันอธิบายว่าประตูบานนี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เปิดออกมิได้ แต่ทว่าตัวข้ากลับรู้สึกว่าข้าสามารถเปิดมันได้กันนะ
ข้าที่รู้สึกเช่นนั้นจึงได้ลองยื่นมือไปัับานประตูที่ดูหรูหราสวยงานบานนั้นโดยมิได้ระวังเืที่มือของข้ามันได้ไปเปื้อนบานประตูนั้นเข้าจนได้ แต่ทันใดนั้นประตููที่ปิดสนิทก็เบ่งแสงสีทองออกมา
[ยืนยันสายเื ประตูกำลังเปิด]
“อึก! อะไรน่ะ!”
เ้าแสงนั้นเจิดจ้ามากเสียจนทำให้ทุกคนแสบตากันไปหมด เ้าเสียงนั้นคือเสียงของเทคโนโลยีเอไองั้ั้้นหรอเหตุใดจึงมาอยู่ในถ้ำได้ไม่ใช่ว่าถูกทิ้งล้างไว้หรือทำไมถึงมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ทันล่ะ
เอี้ยดดดดด
เสียงประตูที่กำลังเปิดดังเอี้ยดอ๊าดก้องถ้ำจนทำให้เกิดเสียงดังสะท้อนไปทั่ว หลังจากเราคุยกันได้สักครูถึงเื่ที่ว่าเราจะลงไปหรือไม่ ทันทีที่เริ่มคุยกันเสียงฝีเท้าเบาที่คริสได้ยินก็ทำให้เราต่างตัดสินใจได้ชังเจนว่าเราควรเร่งเดินเข้าไปโดยเร็ว
เอี๊ยดด..ปัง!
ทันที่พี่เราเข้ามาภายใน ประตูก็ถูกปิิิดเองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยเทคโนโลยีทันสมัยขนาดนี้ดูไม่เหมือนสถานที่ถูกทิ้งร้างเลยแม้แต่น้อย บรรไดทางเดินแสนยาวนี้ช่างทำให้รู้สึกแปลกประหลาด ทางเดินสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่น กลิ่นยาที่โชยออกจากทางข้างหน้ายิ่งเดินเข้าใกล้กลิ่งก็ยิ่งแรงมากขึ้นจนกระทั่งเราเดินมาถึงใจกลางของที่แห่งนี้
แลปทดลอง งั้นหรือช่างแปลกประหลาดที่ในถ้ำแห่งนี้มีแลปทดลองใต้ดินตั้งอยู่ เมื่อข้าทอดสายตามองรอบๆก็มาสะดุดตากับหลอดทองลองขนาดใหญ่ใจกลางโถงแลปแห่งนี้
“เหตุใดจึ้งมีคนอยู่ในหลอดแก้วั์นั้นกัน”
ทันทีที่คำพูดของอัศวินคนนึ่งพูดขึ้นจบ ข้าก็ได้เพ่งสายตามองเข้าไปในหลอดแก้วขนาดใหญ่นั้น คน..ที่อยู่ในนั้นช่างงดงามเหลือเกินเรือนผมสีน้ำเงินงดงามราวท้องฟ้ายามราตรี เส้นผมเมื่อกระทบกับแสงกลับเบ่งประกายงดงามดุจแสงออโรร่า ใบหน้านั้นสวยราวกับมิใช่มนุษย์ ไม่สิหูยาวเช่นนั้นคงเป็เอลฟ์มายกว่าที่จะเป็มนุษย์ แม้รูปร่างจะดูคล้ายบุรุษที่ฝึกดาบอยู่บ้างแต่ตัวกลับซูบผอมราวกับมิได้รับสารอาหารที่เพียงพอ
อ่า…เขาชั่งงดงามเหลือเกิน หัวใจร้านเต้นรั่วอย่างกลับจะะเิออกมาเืในกายเดือดพล่านราวกับมีคนมาจุดไฟในกาย ข้าไม่นานก็็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของข้า
‘ข้า้าเขา’
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าคู่แห่งโชคชะตาหรือเปล่านะ ตอนนี้ข้าทำสีหน้าแบบไหนอยู่กันนะ
[คำเตือน! คำเตือน! มีบุคคลภายนอกบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบบจะเริ่มทำลายตัวเอง นักทดลองโปรดนำตัวทดลองออกจากแลปโดยด่วน คำเตือน คำเตือน..]
เสียงระบบพร้อมสัญญาณเตือนดังขึ้นก่อนที่แผ่นดินเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงทำให้ข้าและคนอื่นต่างล้มลงกับพื้น
“บ้าเอ๊ย..เ้าพวกนั้นมันพังประตูงั้นหรอ รีบไปประตูทางหนีเร็วเข้า!” ทันทีที่ทุกคนตั้งสติได้ก็ต่างพากันรุกขึ้นแล้ววิ่งไปยังประตูทางหนีที่ถูกเปิดออกเมื่อตอนที่สัญญาณเตือนนั้นดังขึ้น
“รับทราบ!!” เหล่าเหล่าอัศวินต่างรีบวิ่งกันออกไปแม้งจะเหลือน้อยนิดแต่ดูๆไปก็เหมือนมดแตกรังอยู่เหมือนกันนะ
ตัวข้าอยากเอาเขาไปด้วยต้องทำอย่างไรถึงจะเอาเขาออกมาได้กันนะ "ฝ่าา รีบเร่งออกไปกันเถิดพะยะค่ะ" ครีสรีบเร่งรัดให้ข้าออกจากที่แห่งนี้ที่ใกล้จะพังเต็มที แต่หากข้าไปแล้วเขาเล่า้าเขานี่นา อ่า..ให้ตายความหลงใหลนี่มันบ้าอะไรกันความคิดสุขุมที่ทำใช้ข้าตัดสินใจและทอดทิ้งสิ่งต่างๆได้ง่ายดายนั้นตอนนี้กลับมีแต่เื่ของเขาเข้ามาแทนที่
เปรี้ยะ ..เพล้ง!
ทันใดนั่นหลอดแก้วนั้นก็ร้าวและแตกออกมาตัวเขาผู้งดงามนั้นกำลังร่วมลงมาใส่ตัวข้าที่อยู่ข้างล่าง ข้ารีบไปยังตำแหน่งที่เขาจะร่วงให้พอดีกับตัวเขา แม้จะโดนแก้วบาดตนเืออกหรือถูกเศษแก้วปักลงที่ิั ข้าก็ยังคงยืนมือไปรับตัวเขาเอาไว้ อ่า..นี่พระเ้าเข้าข้างข้าสินะช่างน่าเปรมปรีดิ์เหลือเกิน
เบา..เบาเหลือเกินร่างกายผอมแห้งนี่มันอะไรกัน..เซ็กซี่..ห๊ะ นี่ข้าคิดบ้าอะไรกันกันกับคนที่ดูป่วยแบบนี้...นี่มันแย่ละสิข้าคิดเื่ดีๆไม่ได้เลย
ทันทีที่ความคิดนั่นจบเลยเืกำเดาสีทองอุ่นของข้าก็ไหลออกมาจากจมูก นี่เป็ครั้งแรกเลยละที่มีเืกำเดาไหลออกมาแบบนี้
“ฝ่าา!! เป็อะไรหรือไม่พะยะค่ะ!”
คริสรีบวิ่งเข้ามาหาข้าทันทีที่ข้ารับเขาผู้งดงานคนนี้ไว้ในอ้อมกอดได้ “ข้ามิได้เป็อะไร” ทันทีที่ข้าตอบคริส คริสจึงรีบจับแขนข้าแล้วดึงแขนข้าวิ่งไปยังทางออก
[ 3..2..1]
ตูม!! ทันทีที่พวกเราวิ่งออกมาถ้ำแห่งนั้นก็เกิดะเิ แรงลมนั้นรุ่นแรงมากเสียจนทำให้หินก้อนหนึ่ึ่่งลอยมากระแทกเข้าที่หัวของข้าแม้จะไม่รุนแรงมากนักแต่มันก็แรงพอจะทำให้ข้าที่พลังยังไม่ฟื้นดีสลบไสลได้
“ฝ่าา!!”
สิ้นเสียงของคริสข้าเห็นเขาวิ่งเข้ามาหา ข้าก่อนที่ข้าจะสลบลงไปข้าเห็นบาเรียสีชมพูล้อมคลุมตัวข้าและชายในอ้อมแขนข้าไว้ ข้าได้สลบไปโดยที่โอบกอดเขาคนนั้นไว้อยู่เช่นนั้น ข้าไม่คิดจะปล่อยเขาแม้ข้าจะสลบไปก็จะไม่มีทางปล่อยเขา
เวลาผ่านไปรุ่งอรุณได้มาถึง
"อึก!..หัวข้า!"
แสงแดดที่แยงตาปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมาทันทีที่ข้ารุกขึ้นนั่งความเ็ปราวกับมีสายฟ้าฟาดอยู่ในตัวก็พุ่งเข้าใจหัวข้าทันที นี่ข้าเป็อะไรไปโดนหินนั่นกระแทกหัวใช่ไหมนะ แล้วเขาละเขาคนนั้นอยู่ไหน
"ตื่นแล้วหรือเ้าคะ" เสียงของสตรีนางหนึ่งได้เอ่ยขึ้นมานางยื่นอยู่เบื้องหน้าข้าด้วยสีหน้าที่มั่นใจ "ฝ่่าบาทข้าช่วยท่านไว้เลยนะเจ่าคะ" นางสะบัดผมยาวเกลียวของตนก่อนกลางพัดปิดมุมปากไว้พร้อมทอดสายตามองมาที่ข้า
"เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เลดี้เซเลี่ยน" ข้าเอ่ยถามเลดี้ที่อยู่ข้างหน้าข้า คริสเดินเข้ามาช่วยผยุงตัวข้าไว้ ให้ยืดขึ้นได้โดยไม่ล้มลงแม้จะน่าอับอายแต่ทำเช่นไรได้ตัวข้ากำลังบาทเจ็บอยู่
ให้ตายสินางจะมาที่นี่ทำไมกันนะ คนที่ช่วยข้าเป็นางงั้นหรือแบบนี้นางคงต้องใช้กฎตอบแทนผู้มีีพระคุณมาขออะไรแปลกๆจากข้าแน่
"ข้าตามท่านมาน่ะ!" นางตอบออกมาด้วยสีหน้าที่มั่นใจเต็มเปี่ยม "ข้าทำนายอนาคตได้จากฝันก็เลยตามท่านมา เพราะฉะนั้นนะ! ข้าขอใช้กฎของราชวงศ์ ในเมื่อข้าคือผู้มีพระคุณของท่านแล้วข้าของให้ท่านทำตามใจข้าหนึ่งอย่าง" นางคงจะมิได้ขอให้ข้าแต่งงานกับนางหรอกใช่ไหมถึงอย่างไรข้าก็ไม่คิดจะกลับวังอยู่แล้วคงต้องปฎิเสธล่ะนะ
"ข้าขอปฎิ.."
"ข้าจะเดินทางไปกับท่านด้วย!"
ข้าที่ยังไม่ทันพูดจบได้ถูกนางพูดแทรกขึ้นมา ห๊า นางมิได้ขอให้ข้าแต่งงานกับนางแต่ขอให้้ข้าเดินทางร่วมกับนางอย่างนั้นหรือบุตรีดยุค้าเดินทางไปกับเ้าชายผู้ถูกไล่ล่างั้นหรือช่างเป็อะไรที่หน้าหนักใจนัก
"ข้ารู้ว่าท่านจะหนีแน่ถ้าข้าของท่านแต่งงาน ดังนั้นข้าจะไปกับท่านด้วย มิฉะนั้นข้าจะเอาเื่นี้ไปบอกท่านพ่อให้หมดเลย!" นี่นางรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา แสดงว่าท่่านดยุคก็เห็นชอบกับนางงั้นหรือ
"ข้า เซเลี่ยน เลอ วาเลนเซีย ขอใช้สิทธิ์ในฐานะผู้มีพระคุณเข้าร่วมเดินทางกับท่าน"
"ข้า ไซรัส เดอ ลูเซียน ขอตกลงในคำขอของเ้าจากนี้เรามิมีสิ่งใดติดค้างกันอีก"
ข้านี่ชั่งมีทางเลือกน้้อยเหลือเกินหากปฎิเสธบุตรีดยุคก็มีความเสี่ยงที่ท่านดยุคจะมาตามล่าด้วยอีกคน หากเป็เช่นนั้นเขาจะตกอยู่ในอันตรายเื่แบบนั้นข้าจะไม่มีทางยอมเด็ดขาด ข้าตอนนี้มีกำลังน้อยเกิดกว่าจะรับมีดยุคได้ ทหาร พลังพิเศษ หรือแม้แต่อำนาจ ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้และไขว่คว้าสิ่งเ่าั้เพิ่มเป้าหมายของข้า..เพื่อเขาด้วย
ข้าจะต้องปกป้องเขาไว้ให้ได้ คนที่งดงามเช่นเขามีแค่คนเดียวเท่านั้น ข้าจะต้องได้เขาอย่างราบรื่นจะไม่ให้มีอะไรมาขวางทางเด็จขาด