การพบกันเมื่อสามปีก่อน
‘ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ด’
เสียงนกหวีดเป่าดังขึ้นเรียกความสนใจจากผม เสียงพี่สตาฟยังคงดังอธิบายกติกาการร่วมกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยในค่ำนี้อย่างต่อเนื่องรุ่นพี่คนนั้นเรียกกิจกรรมนี้ว่า “หาบัดดี้”เมื่อ่บ่ายหลังจากพวกเราเหล่าปีหนึ่งปฐมนิเทศเสร็จทุกคนต้องไปดูชื่อบัดดี้ของตัวเองที่ติดเอาไว้ที่บอร์ดบริเวณโถงกลางของอาคารเรียนรวมและเขียนเบอร์ติดต่อไว้ให้บัดดี้ติดต่อกลับ ถ้าบัดดี้ผมเป็ผู้หญิงก็คงจะดีถ้าเป็ผู้ชายก็คงลองคบเป็เพื่อนได้ผมไม่มีปัญหาเื่การสานสัมพันธ์ไม่ว่าจะเพศไหนเพราะเป็การจับคู่แบบใช้รหัสนักศึกษาเลยง่ายต่อการตรวจสอบผมไล่ดูรหัสของผมก็พบว่าคู่ของผมเป็ผู้หญิง “ธารารักษ์ เปี่ยมภักดี”เป็ชื่อของเธอ ผมอยากเห็นหน้าเธอ เธอเขียนเบอร์ติดต่อไว้แล้วเมื่อบันทึกเบอร์เรียบร้อยผมก็กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดให้ปีหนึ่งทุกคนต้องสวมเหมือนกัน
“สวัสดีค่ะ” ผมกดโทรออกตามเลขหมายที่ได้บันทึกไว้เสียงที่ผมได้ยินนั้นน่ารักมาก
“สวัสดี เราเป็บัดดี้ของเธอ”
“เอ่อค่ะ ไม่ทราบอยู่ตรงไหนคะ น้ำเพิ่งมาถึงค่ะ”
“น้ำอยู่ทางเข้าฝั่งไหนครับ เดี๋ยวเราไปรับมีจุดสังเกตอะไรให้เราหรือเปล่า วันนี้แต่งตัวเหมือนกันหมด แล้วคนก็เยอะด้วย”
“น้ำสะพายกระเป๋ารูปสตรอว์เบอร์รีสีแดงยืนอยู่กับเพื่อนอีกสามคนหน้าศูนย์หนังสือ พอจะเป็จุดสังเกตได้หรือเปล่าคะ”
“ครับ แล้วพบกัน” เธอเรียกแทนตัวเองว่าน้ำผมคิดว่าน่ารักดี อยากจะเห็นหน้าเธอจริงๆ ว่าจะน่ารักเหมือนเสียงหรือเปล่าผมเดินไปจุดนัดพบของเรา มองหาไม่นานก็พบกับผู้หญิงกลุ่มหนึ่งยืนอยู่หน้าศูนย์หนังสือจริงๆผู้หญิงชื่อน้ำที่เป็บัดดี้ของผมคนนั้นตัวเล็ก มีผิวขาวอมชมพูผมดัดลอนสีน้ำตาลเข้มมีหน้าม้าเล็กๆ พูดคุยและหัวเราะกับเพื่อนของเธออยู่ ปากเล็กๆสีชมพูที่ขยับพูดไม่หยุดนั่นน่ารักมาก รอยยิ้มที่เธอยิ้มให้เพื่อนไหนจะลักยิ้มเหนือแก้มนั้นอีกละลายใจผมั้แ่ครั้งแรกที่เห็น สวย ใส น่ารักลงตัวไปหมด เธอทำผมใจผมเต้นแรง และเธอสะพายกระเป๋ารูปสตรอว์เบอร์รีสีแดง ไม่ผิดตัวต้องใช่บัดดี้ของผมแน่ๆ
เพราะรู้สึกถึงสายตาของใครคนหนึ่งที่มองมาทำให้ฉันต้องหยุดการสนทนากับเพื่อน ผู้ชายคนนั้น เขาใส่กางเกงชาวเลขาม้าสีเขียวเข้มสวมเสื้อม้อฮ่อมแบบชาวเหนือสีขาวที่หน้าอกด้านซ้ายปักตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเอาไว้ตัวเสื้อมีกระเป๋าหน้าพอให้ใส่โทรศัพท์มือถือได้เป็ชุดที่เราปีหนึ่งต้องสวมเหมือนกันทุกคนในวันนี้เพราะความสูงของเขาทำให้ชายกางเกงยกสูงเต่อเหมือนใส่กางเกงสี่ส่วนแต่นั่นไม่ได้ทำให้ออร่าความหล่อเหล่าของเขาลดลงไปเลยผู้ชายตัวสูงคนนี้ถ้าฉันไปยืนข้างเขาคงจะสูงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้นคิ้วหนาของเขาเรียงตัวสวย ตา จมูก ไหนจะปากสีแดงนั่นอีก ผิวของเขาขาวมาก เอ๊ะ!เขามาหยุดที่ตรงหน้าฉันั้แ่เมื่อไหร่ นี่ฉันเผลอมองหน้าหล่อๆของเขานานขนาดไหนกันนะ หรือว่าเขาจะเป็ “ปฐี พาณิชย์นุกูลกุล” คนนั้นคนที่เพิ่งโทรหาฉัน
“สวัสดีครับ เราคุยกันเมื่อกี้ เราชื่อดินเรียนวิศวกรรมเครื่องกลครับ”
“สวัสดีจ้า เราน้ำเองนะ คนนี้ หนึ่ง น้องและนุ่มนิ่ม เพื่อนน้ำเอง พวกเราเรียนบริหารจ้า” ฉันทักทายเขาอีกครั้งและเก็บอาการประหม่าที่กำลังเป็อยู่ ถึงเขาจะหล่อจนสะดุดตาก็เถอะฉันก็บอกกับตัวเองเสมอว่าคนสวยต้องมีสติถึงแม้ว่าเมื่อกี้เขาจะทำให้สติฉันหลุดลอยไปนิดหน่อยก็ตามแล้วก็ไม่ลืมแนะนำเพื่อนรักของฉันให้เขารู้จัก ในอนาคตเราอาจจะเป็เพื่อนที่ดีต่อกันก็ได้ใครจะไปรู้
“หนึ่ง น้อง แล้วก็นุ่มนิ่มยังไม่เจอบัดดี้หรอครับ เมื่อกี้ได้ยินพี่สตาฟบอกให้เวลาหาบัดดี้ถึงหกโมงครึ่งนี่ก็เหลืออีกแค่สิบห้านาทีเองนะ”
“เราติดต่อบัดดี้ของเรากับน้องได้แล้วเหลือของนุ่มนิ่มที่ยังไม่ติดต่อมา พอดีตอนเราไปตรวจรายชื่อบัดดี้ยังไม่มีใครเขียนเบอร์เลยเราเลยเขียนเบอร์ของพวกเราไว้ แล้วก็รอให้ติดต่อมานี่แหละ” หนึ่งอธิบายให้ดินฟังเขาก็พยักหน้ารับเป็อันรับรู้ แล้วก็เดินมายืนข้างๆ ฉันแล้วก็เป็อย่างที่คิดจริงๆ เพราะฉันสูงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้น
‘ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก’ ไอ้หัวใจบ้า เต้นแรงเกินไปแล้วนะ
“สวัสดีค่ะ นุ่มนิ่มพูดค่ะนุ่มนิ่มยืนรอหน้าศูนย์หนังสือกับเพื่อนๆ ค่ะ นุ่มนิ่มสะพายกระเป๋ารูปหมีพูห์ค่ะได้ค่ะ แล้วจะรอนะคะ” เป็เสียงของนุ่มนิ่มเองสงสัยจะติดต่อกับบัดดี้ของตัวเองได้แล้ว พอนุ่มนิ่มพูดจบก็มีผู้ชายสองคนเดินตรงมาหาพวกเรา
“อ้าว! ไอ้ดิน สวัสดีครับ เราชื่อเดียว และนี่แดน พวกเราเรียนวิศวกรรมเครื่องกล”
“สวัสดี เราหนึ่ง บัดดี้ของนาย นี่น้ำ น้องแล้วก็นุ่มนิ่ม เพื่อนเราเอง พวกเราเรียนบริหาร”
“สวัสดีครับสาวๆ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เราแนะนำตัวกันอีกครั้งก็พบว่ามีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาพอดี คงตลกมากถ้าพวกเขาจะเรียนสาขาเดียวกันอีก
“อ้าว! พวกมึง! สวัสดีครับนุ่มนิ่ม เราชื่อดิฟขอโทษที่มาช้านะ พอดีเราหลับเพลินไปหน่อย” อะไรบังเอิญขนาดนั้นพวกเขาเป็เพื่อนกันทั้งหมด
“สวัสดีค่ะดิฟ นี่ น้อง น้ำ แล้วก็หนึ่งเป็เพื่อนนุ่มนิ่มค่ะ พวกเราเรียนบริหารค่ะ
“หมดเวลาแนะนำตัวกันแล้วครับสาวๆเข้าไปข้างในกันเถอะครับ จะถึงเวลาร่วมกิจกรรมแล้ว เดี๋ยวค่อยไปคุยกันต่อข้างในนะ”เป็ดินที่ตัดบทสนทนาของพวกเราไม่ให้ยืดยาว เขาผายมือให้พวกเราเดินเข้าไปก่อนและเดินเข้าไปแตะมือกับเพื่อนของเขาแล้วเดินตามเราเข้ามาข้างใน
เมื่อถึงเวลาตามที่นัดหมาย พี่ๆสตาฟก็ให้พวกเรานั่งเรียงแถวเป็คู่ แล้วนำร้องเพลงและเต้นกันอย่างสนุกสนานเอาจริงๆ กิจกรรมพวกนี้ไม่ใช่ทางผมเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงข้างๆผมและเพื่อนของเธอนี่สิสนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ แต่คงไม่ใช่แค่พวกเธอหรอกที่สนุกผมเห็นผู้หญิงเกือบทั้งหมดสนุกกับกิจกรรมนี้ทั้งนั้น
“อุ๊ย ขอโทษนะ”เรายืนใกล้กันมากจนผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอหลายครั้งที่ตัวเราทั้งคู่ต้องััใกล้ชิดกันทำให้ผมรู้ว่าตัวเธอนิ่มมากๆผมไม่อยากขยับจากเธอเท่าไหร่เพราะนอกจากผมกับเพื่อนก็ยังมีผู้ชายคนอื่นก็ให้ความสนใจและหาโอกาสมาทำความรู้จักพวกเธออยู่ตลอด
“ไม่เป็ไรครับ น้ำสนุกต่อเถอะเดี๋ยวเราจะช่วยระวังให้” ผมแม่งโคตรสุภาพบุรุษ คิดไปก็ขำตัวเอง ไม่ใช่แบบนั้นหรอกผมแค่ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้เธอที่ยืนข้างๆ ผมตอนนี้แค่นั้น