หลิวเฉิงเหว่ยขมวดคิ้วเขานึกไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องราวมากมายเช่นนี้ แต่พอหวนคิดถึงภาพอาหารมื้อก่อนๆดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ภรรยาของเขาเหนื่อยยากลำบากทำกับข้าวเต็มโต๊ะแต่พอเธอยังไม่ทันตักข้าว กับข้าวก็ถูกแย่งกินไปจนเกือบหมดแล้ว…
เซียวหยวนซินมองเขาด้วยแววตาผิดหวังไม่คิดจะสนใจเขาอีกต่อไป
ซูเจียวเจียวฟังแล้วรู้สึกสงสารจับใจคนบ้านตระกูลหลิวช่างเอาเปรียบเหลือเกิน! พี่หยวนซินทำงานเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาดแถมยังต้องทำกับข้าว พอทำเสร็จกลับไม่ได้กินเอง!
คิดแล้วก็โกรธ!
ในไร่นาซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนซินกำลังทำงานส่วนหลิวหยวนหยวนก็นั่งเล่นดินเล่นทรายอยู่ข้างๆ อย่างว่าง่าย
หลิวเฉิงเหว่ยเห็นว่าตัวเองพูดดีแค่ไหนก็ไม่เป็นผลจึงหันไปเอาใจหลิวหยวนหยวนแทน
เขามองหลิวหยวนหยวนด้วยรอยยิ้มเอ็นดูใจดีพยายามลดเสียงให้เบาลงที่สุด “หยวนหยวนคิดถึงพ่อไหมลูก?”
หลิวหยวนหยวนจ้องมองเขาด้วยความงุนงงเด็กน้อยขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างยากลำบากว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี
สักพักเด็กน้อยก็ส่ายหน้าก่อนอาจจะคิดว่าไม่ถูกต้อง จากนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วจ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว ไม่พูดอะไร
หลิวเฉิงเหว่ยยิ้ม“หยวนหยวนของพ่อคิดถึงพ่อใช่ไหม พ่อก็คิดถึงหยวนหยวนเหมือนกันมาให้พ่อกอดหน่อยสิลูก”
“ไม่… เอา…”
หลิวหยวนหยวนส่ายหน้าปฏิเสธเล็กน้อยในความทรงจำของเจ้าตัวเล็ก พ่อแทบไม่เคยกอดเธอเลย และไม่เคยดูแลอะไรเธอเลยมีเพียงแม่ น้าสะใภ้ และน้าชายเท่านั้นที่ใจดีกับเธอ
สีหน้าของหลิวเฉิงเหว่ยพลันแข็งค้าง
เขาไม่คิดเลยว่าลูกสาวแท้ๆจะไม่ยอมให้เขากอด!
หยวนหยวนเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้เพียงยี่สิบวันทำไมถึงได้ห่างเหินกับเขามากขนาดนี้?
เขาอดทนถาม“พ่อเป็นพ่อของหนู ทำไมหนูถึงไม่ยอมให้พ่อกอดล่ะ?”
หลิวหยวนหยวนยังเด็กจิตใจก็ยังบริสุทธิ์ จึงตอบว่า “พ่อดุ เสียงดังน่ากลัว”
หลิวเฉิงเหว่ยจึงนึกขึ้นได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งหยวนหยวนต้องการให้เขาอุ้ม ตอนนั้นเขาเพิ่งกลับมาจากทำงาน เหงื่อไหลไคลย้อยแถมยังเหนื่อยมาก จึงไม่อยากอุ้ม แล้วผลักเธอให้เซียวหยวนซินดูแลแต่กลับใช้แรงมากเกินไป จนหยวนหยวนล้มลงหัวเข่าแตก เลือดไหลไม่หยุด
ตอนนั้นเขาตั้งใจจะไปดูอาการแต่แม่ของเขาพูดว่าแค่แผลถลอกเลือดออกจะอะไรนักหนา มันไม่ถึงตายหรอกเด็กเล็กคนไหนตอนเด็กไม่เคยหกล้ม ไม่เคยผิวถลอกบ้าง?
เขาคิดแล้วก็เห็นด้วยหลังจากนั้นจึงไม่ได้สนใจอะไร กลับเข้าห้องนอนไป
อีกครั้งหนึ่งเขากำลังกินไข่ต้มอยู่ หยวนหยวนเห็นเข้าก็อยากกินจนน้ำลายไหลจ้องมองเขาด้วยแววตาละห้อย “พ่อจ๋า หนูหิวหนูอยากกินด้วย”
เขากำลังจะแบ่งครึ่งหนึ่งให้เธอแต่แม่ของเขากลับพูดว่าลูกผู้หญิงจะกินไข่ทำไม กินของดีขนาดนั้นทำไมเดี๋ยวโตขึ้นก็ต้องไปแต่งงานกับคนอื่นอยู่ดี! เป็นพวกของขาดทุน!
สุดท้ายแม่ของเขาก็ให้เขากินไข่จนหมดบอกว่าเขาต้องทำงาน ต้องใช้แรงงาน ต้องบำรุงร่างกายให้ดี
เขาจำได้ว่าตอนนั้นหยวนหยวนร้องไห้เสียใจอย่างหนักแต่กลับถูกแม่ของเขาตีที่ก้นหลายครั้ง และบอกเธอว่าต่อไปห้ามอยากกินอะไรอีกไม่อย่างนั้นจะตีอีก
ในดวงตาของหยวนหยวนเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความน้อยใจเธอจึงไม่กล้าร้องไห้อีกต่อไปเพราะกลัวถูกตี…
ดูเหมือนว่าหลังจากนั้นหยวนหยวนก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับเขาเท่าไรนัก
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้หลิวเฉิงเหว่ยก็รู้สึกผิดอย่างมากในใจ เขาเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนจริงๆ …
หลิวหยวนหยวนเห็นเขามองตัวเองด้วยสายตาเลื่อนลอยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวเล็กน้อย เธอรีบวิ่งไปหาซูเจียวเจียว“น้าสะใภ้… น้าสะใภ้…”
ซูเจียวเจียวคิดว่าเธอเป็นอะไรไปรีบวางจอบลงแล้วอุ้มเธอขึ้น “เป็นอะไรไปหรือหยวนหยวน?”
หลิวหยวนหยวนตอบ“เปล่าค่ะ แค่เห็นหนอนผีเสื้อ… น่ากลัว”
ซูเจียวเจียวหัวเราะอย่างอ่อนโยน“หยวนหยวนไม่ต้องกลัวนะ หนอนผีเสื้อไม่กัดคนหรอก”
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าอย่างน่ารัก
“หนูหิวหรือยังเอ่ย?”
หลิวหยวนหยวนลูบท้องน้อยของตัวเองคิดอย่างจริงจัง “หิวค่ะ”
ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มบางจากนั้นก็ล้วงไข่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “น้าสะใภ้ต้มไข่ให้หนูแล้วไปกันเถอะ เดี๋ยวพาไปล้างมือ แล้วเราค่อยกินไข่อร่อยๆ กัน”
เพื่อบำรุงร่างกายหยวนหยวนเมื่อวานเธอซื้อไข่มาไม่น้อยจากร้านค้าสหกรณ์ ไข่ฟองละหนึ่งเหมาแถมยังต้องใช้บัตรแลกไข่ แต่ก็ยังไม่พอ
หลังจากนั้นก็ไปซื้อมาอีกสามสิบฟองจากตลาดมืดแต่ที่ตลาดมืดฟองละสองเหมา ไม่ต้องใช้บัตร
ซูเจียวเจียวตั้งใจจะให้หลิวหยวนหยวนกินไข่วันละฟองตอนเช้าชงผงนมมอลต์ให้หนึ่งแก้ว ส่วนตอนบ่ายเวลานี้ก็ให้กินไข่หนึ่งฟอง
ส่วนเรื่องนมผงซูเจียวเจียวให้เซียวหยวนหมิงไปถามทางหงฉีเย่ว่ามีของไหมถ้ามีก็อยากหาทางมาสักสองกระป๋อง
หลิวเฉิงเหว่ยจึงเห็นซูเจียวเจียวอุ้มหลิวหยวนหยวนอย่างอ่อนโยนพาเธอไปล้างมือที่ลำธารข้างๆ จากนั้นก็แกะเปลือกไข่ แล้วป้อนเข้าปากหลิวหยวนหยวน
หลิวหยวนหยวนป้อนไข่ต้มสีขาวนวลให้ซูเจียวเจียวชิมก่อนซูเจียวเจียวไม่ยอมกิน หลิวหยวนหยวนก็ดื้อไม่ยอมกินเช่นกันยืนกรานจะให้ซูเจียวเจียวกัดคำหนึ่งก่อน
ซูเจียวเจียวจำใจกัดไปคำเล็กๆหลิวหยวนหยวนก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ถือไข่ต้มวิ่งไปหาเซียวหยวนซิน“แม่คะ หม่ำๆ นะ”
เซียวหยวนซินหยุดมือเช็ดเหงื่อบนใบหน้า มองลูกสาวที่น่ารักและฉลาดหลักแหลมในใจก็เต็มไปด้วยความสุข“แม่ไม่หิวหรอก หยวนหยวนกินเถอะ”
หลิวหยวนหยวนส่ายหน้าอย่างดื้อรั้น“แม่หม่ำๆ!”
เซียวหยวนซินก็จำใจกัดไปคำเล็กๆทุกครั้งที่หยวนหยวนได้ของอร่อย เธอมักจะป้อนให้เธอกับเจียวเจียวชิมก่อนแล้วค่อยกินเอง เป็นเด็กดีที่ฉลาดหลักแหลมจริงๆ
หลิวหยวนหยวนจึงค่อยๆกินไข่ต้มอย่างเอร็ดอร่อย เต็มไปด้วยความสุข พอเธอกินไปเรื่อยๆดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเงยหน้ามองหลิวเฉิงเหว่ยที่นั่งยองๆ อยู่ข้างคันนาเห็นดวงตาสีแดงของเขา ดูเหมือนจะร้องไห้
เธอจึงก้าวขาเล็กๆเดินไปหาหลิวเฉิงเหว่ย แล้วค่อยๆ บิไข่ขาวออกมาหนึ่งชิ้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ขมวดคิ้วแน่น “ให้คุณหม่ำๆ จะได้ไม่ร้องไห้”
หลิวเฉิงเหว่ยตะลึงไปชั่วครู่ไม่คิดเลยว่าหลิวหยวนหยวนจะให้ไข่เขา เธอคิดว่าเขาไม่มีไข่กินถึงได้ร้องไห้หรือ?
หลิวเฉิงเหว่ยจึงรู้สึกว่าตัวเองช่างเลวร้ายเหลือเกินในอดีต
เขาเชื่อคำพูดของแม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องทำงานใช้แรงงาน ดังนั้นจึงกินไข่จนหมดไม่แบ่งให้หยวนหยวนเลยแม้แต่คำเดียวแต่ตอนนี้หยวนหยวนกลับเต็มใจที่จะแบ่งไข่ให้เขา เขายังไม่ดีเท่าเด็กคนหนึ่งเลย…
“พ่อไม่หิวหรอก ลูกกินเถอะ”
หลิวหยวนหยวนยื่นมือเล็กๆออกมาไม่ยอมเก็บกลับ หลิวเฉิงเหว่ยหัวเราะ “พ่อไม่หิวจริงๆพ่อกินแล้ว ลูกกินเถอะ”
หลิวหยวนหยวนจึงเก็บมือกลับไข่หนึ่งฟองถูกเธอกินจนหมดในพริบตา หลังจากกินไข่แล้วรู้สึกฝืดคอหลิวเฉิงเหว่ยจึงรีบถอดกระติกน้ำที่สะพายอยู่บนตัวมาให้เธอดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง
แม้เขาจะกินข้าวกลางวันมาแล้วแต่ตอนนี้ก็รู้สึกหิวเล็กน้อย แต่ถึงเขาจะหิวแค่ไหนก็ไม่สามารถแย่งอาหารจากเด็กได้
หลังจากหลิวเฉิงเหว่ยปลอบหลิวหยวนหยวนแล้วหลิวหยวนหยวนก็สนิทสนมกับเขามากขึ้น ทำให้เขาโล่งใจ
จากนั้นหลิวเฉิงเหว่ยก็ไปปลอบเซียวหยวนซินและเสนอจะช่วยเธอทำงาน แต่เซียวหยวนซินไม่ยอมให้ช่วยเด็ดขาดหลิวเฉิงเหว่ยแย่งจอบมาทำงานเซียวหยวนซินก็ดึงซูเจียวเจียวแล้วอุ้มหลิวหยวนหยวนกลับบ้านไปปล่อยให้หลิวเฉิงเหว่ยทำงานอยู่คนเดียว