ขจรไปถึงที่มหาลัยแต่เช้า ผีหม่อมสังวาลย์ก็รีบมาหาเขาทันที
“ แย่แล้ว ท่างองครักษ์ ท่านต้องช่วยท่านพี่ด้วย ท่านพี่กำลังแย่”
“ เรื่องอะไร ใจเย็น ค่อยๆ เล่ามา”
“ ท่านพี่ถูกคุณไสย ตอนนี้ท้องใหญ่ยังกับกลืนหมูไปทั้งตัว ตอนนี้เลือออกจากทวารทั้งเจ็ดแล้ว รีบไปช่วยท่านพี่ด้วย เร็วๆ”
ขจรรีบไปที่ส่วนของโรงพยาบาลทันที โดยมีผีหม่อมสังวาลย์นำหน้าไป
พอไปถึง ก็พบน้องสาวของ อาจารย์ธิเบศ ยืนอยู่กับคุยกับอาจารย์หมอธารินทร์
“ อาจารย์เป็นยังไงบ้างครับ”
“ เฮ้อ เรื่องนี้แปลกมาก ผลเอกซเรย์มีแผ่นหนังสัตว์เข้าไปในท้องของอาจารย์ธิเบศได้ยังไงไม่รู้ แถมยังมีตะปู กับ เส้นผม เข้าไปอยู่ตามร่างกายไปทั่ว ผมเองไม่รู้จะเริ่มผ่าตัดอะไรก่อนดี เพราะตะปูมันสามารถเคลื่อนผ่านไปตามร่างกายได้ อย่างน่าพิศวงจริงๆ เธอช่วยตามอาจารย์เทียนมาดูให้หน่อยได้ไหม”
“ อาจารย์เทียนที่เคยช่วยรักษาเจ้าสัวหลี่ใช่ไหมคะ” ธิชา น้องสาวอาจารย์ธิเบศเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ ใช่ครับ”
“ ดีค่ะ ช่วยเชิญท่านมาให้หน่อยเถอะนะค่ะ เพราว่า แม่กำลังไปขอให้ พ่อปู่ใหญ่ ให้มาช่วยรักษาแล้ว ฉันไม่มั่นใจเลยค่ะ” ธิชาเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“ ร่างทรงนั่นน่ะรึ?” ขจรขมวดคิ้วอย่างสงสัยยิ่ง
“ รีบโทรตามอาจารย์เทียนดีกว่า ฉันก็ไม่ไว้ใจเหมือนกัน แต่ว่า แม่ของอาจารย์ ก็มีสิทธิ์ในเรื่องแบบนี้”
ขจรรีบออกไป แล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำ แต่ว่าห้องน้ำก็มีแต่คนเข้าออกกันเต็มไปหมด จึงรีบไปที่ชั้นดาดฟ้า แปลงกายเสร็จ หายตัวลงมาเข้าทางประตูด้านหน้า แล้วขึ้นไปบนห้องผ่าตัด แต่ทว่า ไม่ทันแล้ว แม่ของอาจารย์ธิเบศ พาพ่อปู่ใหญ่ร่างทรงเข้าไปแล้ว
“ เราทำอะไรไม่ได้ คงต้องรอให้พวกเขาออกมา” อาจารย์หมอธารินทร์เอ่ยอย่างปลง
“ ต้องขออภัยคุณหมอด้วยนะคะ” ธิชาก็ทำหน้าเสีย ส่วนแม่ของอาจารย์ธิเบศ ไม่สนหมอเทียนแม้แต่น้อย รออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“ มีใครเข้าไปในห้องผ่าตัตบ้าง”
“ มีแค่พ่อปู่ใหญ่ กับ ศิษย์เอกเพียงสองคนเท่านั้น”
ขจรรีบบอกให้ ผีหม่อมสังวาลย์เข้าไปดูให้หน่อย แต่ว่าเข้าไม่ได้ ถูกพลังงานบางอย่าง ขับออกมา
“ ข้าเข้าไปไม่ได้ ข้างในมันมีของแรง ข้าเข้าไม่ได้ ทำยังไงดี”
แต่แล้วพวกเขาก็ออกมา แต่คราวนี้ พ่อปู่ใหญ่ต้องนั่งรถเข็นออกมา แล้วนั่งหลับตา มีลูกศิษย์เข็นออกมาแทน
“ อาจารย์ธิเบศหายแล้ว พวกคุณ ให้หมอเข้าไปตรวจดูก่อน ผมต้องขอตัวพาพ่อปู่ใหญ่ไปพักผ่อนก่อนครับ”
แล้วหมอธารินทร์ก็เข้าไปดู รวมทั้งขจรด้วย ซึ่งพบว่า อาจารย์ธิเบศมีอาการปกติแล้ว ไม่มีอาการท้องบวม หรืออาการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ใช้เครื่องแอกซเรย์ตรวจสอบก็ไม่มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเหลืออยู่เลย
ขจรมองหน้าของ อาจารย์ธิเบศ พบว่ามีแววตาเปลี่ยนไปจากเดิม แล้วมีไอดำเหมือนพวกที่ฝึกไสยเวทย์ดำ กระจายอยู่รอบๆ ตัว
“ แย่แล้ว นี่มันไม่ใช่ท่านพี่ของข้า มันเป็นใคร แล้วเอาท่านพี่ของข้าไปไว้ที่ไหน”
ผีหม่อมสังวาลย์ ร่ำไห้ออกมา ขจรรีบออกไปตาม พ่อปู่ใหญ่กับลูกศิษย์ทันที
“ รีบตามไป มันคงเปลี่ยนร่างสลับวิญญาณ กับอาจารย์ธิเบศไปแล้วแน่ๆ”
ผีหม่อมสังวาลย์วาร์ปไปในทันที
ขจรรีบถามฝ่ายทะเบียน ว่าพ่อปู่ใหญ่ อยู่ห้องไหน พอรู้ก็รีบไปหาทันที
ณ ห้องพักชั้น 14 ของพ่อปู่ใหญ่ ลูกศิษย์ ก็กำลังฉีดยาบางอย่าง เข้าไปในขวดน้ำเกลือ ของ พ่อปู่ใหญ่
“ อโหสิกรรมให้ผมด้วยนะอาจารย์ธิเบศ”
ผีหม่อมสังวาลย์พยายามสุดชีวิต เพื่อที่จะปัดเข็มฉีดยา แต่เนื่องจากนาง ใช้พลังตามหาจนหมดแรง ไม่มีพลังมากพอจะปัดเข็มฉีดยาได้ จึงได้แต่ร้องห้ามไม่ให้มันทำอะไรกับอาจารย์ธิเบศ แต่สายไปแล้ว มันฉีดยาเข้าขวดน้ำเกลือไปแล้ว
ขจรรีบเปิดประตูเข้ามา เห็นมันถือเข็มก็รู้ทันที ว่าไม่ใช่ยาบำรุงแน่ จึงพุ่งตัวเข้าไป ดึงสายน้ำเกลือออกทันที
โดยลูกศิษย์ ก็พยายามจะห้าม แต่ถูกขจรตบเข้ากกหู ร่วงไปกับพื้นสลบไป
ขจรดูอาการของ พ่อปู่ใหญ่ ก็รู้ว่า ร่างนี้ได้ถูกมะเร็งกัดกินไปจนทั่วตัว ต่อให้ไม่ต้องฉีดยาพิษเข้าไป ก็ต้องตายอยู่ดี
ขจรรีบยื้อชีวิตของพ่อปู่ใหญ่ทันที ขืนปล่อยให้ตายไป อาจารย์ธิเบศก็ต้องตายตามไปด้วย
ขจรรีบเอา กล้วยไม้วิญญาณออกมารีบรักษา พ่อปู่ใหญ่ทันที
พอรักษาหายดีแล้ว ก็รีบแจ้งให้อาจารย์หมอธารินทร์มาพบที่ห้องนี้ พร้อมกับเรียก ธิชามาด้วยกัน
“ หมอเทียน มีอะไรหรือครับ”
“ คุณลองถามพ่อปู่ใหญ่ในตอนนี้ดู ว่าเขาชื่ออะไร”
อาจารย์หมอธารินทร์เข้าไปถามตามที่ขจรบอก
“ ผมธิเบศ อาจารย์จำผมไม่ได้แล้วเหรอ อ้าว ธิชา เธอมาได้ไง เมื่อคืนฉันปวดท้องมากจนสลบไป ตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว แต่รู้สึกไม่แข็งแรงเท่าไร แต่ก็พอเดินได้แล้ว ขอบคุณอาจารย์หมอมากนะครับ”
“ เดี๋ยวนะ คุณบอกว่า คุณชื่ออะไรนะ”
“ ผมคือ อาจารย์ธิเบศ แห่งตระกูลเจียง จำผมไม่ได้แล้วหรือครับ”
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ธิชาเอ่ยอย่างสับสน ขจรเดินเข้ามาแล้วนำกระจกในห้องน้ำออกมาให้ อาจารย์ธิเบศดูหน้าของตนในปัจจุบัน อาจารย์ธิเบศร้องลั่น ขจรจี้จุดที่ท้ายทอยจนหลับไปอีกครั้ง แล้วพูดว่า
“ นี่คือวิชาไสยเวทย์ดำ เรียกว่า ปิดฟ้าเปลี่ยนวิญญาณ พวกคนที่ฝึกวิชาไสยเวทย์ดำเมื่อฝึกฝนตนบรรลุระดับสูง มันจะสามารถใช้ วิชานี้ได้ โดยที่พวกมันต้องหาร่างที่เหมาะสม และ ก็ต้องเป็นคนที่อ่อนวัยกว่าพวกมัน
ครั้งนี้พวกมันทำสำเร็จ พ่อปู่ใหญ่ ได้นำวิญญาณของ อาจารย์ธิเบศ ออกมาจากร่างเดิม แล้วก็นำร่างวิญญาณของตัวเองเข้าไปในร่างของอาจารย์ธิเบศแทน แล้วเรื่องการรักษานั้น พวกมันเป็นคนทำของใส่ ก็สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย แล้วมันก็จะกำจัดร่างเดิมโดยให้ลูกศิษย์ฉีดยาคลายกล้ามเนื้อในจำนวนที่มากกว่าร่างกายจะรับได้ คนไข้ก็จะตายไปโดยที่ไม่มีใครจับได้ ว่าตายเพราะอะไร”
“ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ว่ามีเรื่องแบบนี้ หากไม่เห็นกับตัวเอง แล้วนี่เราจะทำอย่างไรกันต่อดีครับ”
“ ตอนนี้พี่ธิเบศ ก็เป็นพ่อปู่ใหญ่ไปแล้วไช่ไหมคะ”
“ ถูกต้อง ตอนนี้ผมแนะนำว่า อย่าเพิ่งพูดอะไรไปมาก พา อาจารย์ธิเบศไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนดีกว่า หากพวกมันรู้ว่า อาจารย์ธิเบศยังไม่ตาย พวกมันต้องหาวิธีมาจัดการต่อแน่ๆ”
“ ไอ้หมอนี่ล่ะ”
“ ส่งมันให้ตำรวจ ข้อหาพยายามฆ่า คนไข้ก็แล้วกัน”
“ หากว่าคุณธิชา ยังสงสัย ไปตรวจสอบกับ อาจารย์ธิเบศในตอนนี้ก็ได้ แล้วค่อยตัดสินใจ”
“ ผมจะพาอาจารย์ธิเบศไปหลบที่หอผู้ป่วยจิตเวช ก่อนดีกว่าที่นั่นจะสงบ ไม่มีใครไปรบกวน” ขจรก็ได้แต่พยักหน้า
“ แล้วจะสลับวิญญาณคืนกลับมาได้ไหมคะ” ธิชาเอ่ยอย่างสับสน
“ ผมจะหาวิธีก่อน แล้วผมจะบอกให้ ขจรเขามาบอกกับทุกคนก็แล้วกัน”
อาจารย์เทียนเดินออกไปจากที่ห้องนี้ทันที
“ ท่านหินเจ้าปัญญา ผมจะช่วยคืนวิญญาณของอาจารย์ธิเบศได้อย่างไร”
“ เรื่องนี้ ก็ไม่ยากมันใช้วิชาปิดฟ้า เปลี่ยนวิญญาณได้ เจ้าก็สามารถใช้วิชานี้ได้เช่นกัน คืนนี้เจ้าก็ฝึกฝนคืนเดียวก็น่าจะสำเร็จ”
“ ดีเลย”
ก่อนที่จะไปห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนร่าง ก็เห็น ผีหม่อมสังวาลย์เข้ามาเกาะแขนขจรเอาไว้
“ ได้โปรดช่วย ท่านพี่ของข้าด้วยนะ ท่านองครักษ์”
“ ไม่ต้องห่วง ผมช่วยเขาแน่ คอยเฝ้าเขาที่นี่ หากมีใครคิดทำร้ายเขา ก็รีบมาแจ้งผมทันที”
“ ได้ ข้าจะเฝ้าเขาไม่ห่างเลย”
ขจรมองเข้าไปห้องน้ำเปลี่ยน ร่างกลับคืนมาเป็นนักศึกษาแพทย์ดั่งเดิม แล้วเข้าไปห้องเรียน ซึ่งกำลังมีเรียนกันอยู่ ซึ่งทุกคนก็ต่างซุบซิบเรื่องของอาจารย์ธิเบศ ที่ไม่สบาย
จนอาจารย์ที่สอนต้องบอกให้ช่วยเงียบเสียงกัน
“ จรรู้เรื่อง อาจารย์ธิเบศหรือยัง”
“ รู้แล้ว ได้ข่าวว่าหายแล้วนี่”
“ นั่นซิ เขาว่าพ่อปู่ใหญ่เป็นคนรักษาให้จนหายดี มหัศจรรย์มากเลยนะ”
แล้วเสียงออดหมดคาบเรียนก็ดังขึ้น ทั้งหมดเดินไปโรงอาหารก็ยังคุยกันต่อไม่จบ
“ ฉันว่า อาจารย์ธิเบศโดนคุนไสยว่ะ” หัวหน้าเอกเอ่ย
“ ไม่อยากเชื่อว่าสมัยนี้ยังมีอยู่จริง?” กรกันต์เอ่ย
“ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว อาจารย์หมอธารินทร์เห็นมากับตาเลยนะ” ซีเอ่ย
“ จร ว่ามีจริงไหม”
ขจรไม่ได้ตอบ มาวิน น้องรหัสของกิ๊ฟ ก็เดินเข้ามา แล้วพูดว่า
“ มีจริงครับ”
ทุกคนมองมาวินเป็นจุดเดียว มาวินยื่นน้ำส้มคั้น ให้กับ กิ๊ฟดื่มเพียงคนเดียว ขจรถึงกับ ขมวดคิ้วทันที
“ ผมเอาหนังสือมาคืน พี่กิ๊ฟน่ะครับ พอดีผมพอจะมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง อาการของ อาจารย์ธิเบศ ถูกเสกหนังควายเข้าท้อง และยังมีตะปู 7 ป่าช้า กับ เส้นผมผีตายโหงอีกด้วย”
“ แล้วนายรู้ได้ไง” ซีถามอย่างสงสัย
“ ผมก็เชื่อเรื่องพวกนี้เช่นกัน ดูนี่นะครับ”
มาวิน หยิบขวดรักยม มาวางต่อหน้าทุกๆ คน
“ นี่คืออะไรเนี่ย” ทุกคนต่างสงสัย
“ นี่คือ รัก ยม ผมเลี้ยงเอาไว้เพื่อเสริมบารมี ให้โชคลาภ เลี้ยงให้คอยเป็นเพื่อน ไม่ให้ใครมาทำร้ายเราได้”
“ แล้วจะรู้ได้ยังไง ว่ามีอยู่จริง” หัวหน้าเอกสงสัย
“ รักลูกพ่อ ยกน้ำให้พี่กิ๊ฟดื่มหน่อยซิลูก” แก้วน้ำแดงก็ค่อยๆ ลอยมาวางตรงหน้ากิ๊ฟ สร้างความตกใจให้กับ ทุกคนยิ่งนัก ยกเว้นขจร
“ ดื่มซิครับ เดี๋ยวน้องรัก เขาจะน้อยใจเอา” กิ๊ฟทำท่าจะดื่ม แต่ขจร กลับคว้าแก้วนั้น แล้วเททิ้งไปต่อหน้าต่อตาทุกๆ คน
“ จร นี่ทำอะไรน่ะ”
“ คราวหลังอย่าเอา สิ่งที่เป็นอัปมงคล มาเล่นแบบนี้ต่อหน้ากิ๊ฟ และ เพื่อนๆ ของฉันอีก ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน”
“ รุ่นพี่ คิดมากไปหรือเปล่า รัก ยม นี่ทำมาจาก ต้นรักซ้อน และ ต้นมะยม ลงอักขระยันต์จากอาจารย์มีชื่อเสียง น้ำมันจันนี่ก็ปรุงจากเกจิอาจารย์ชื่อดัง มีแต่สิ่งของมงคล รุ่นพี่พูดแบบนี้ ผมเสียหายนะครับ”
“ หึ รักยมบ้าอะไรกัน นี่มันกระดูกอ่อนของเด็กที่ตายในครรภ์ของแม่ แล้วใช้มนต์ดำมากักขังวิญญาณเอาไว้ เพื่อเป็นทาสรับใช้ส่วนตัว ปล่อยพวกเขาไปซะ”
ขจรเอ่ยจบ เพื่อนๆ ถึงกับผวา ถอยห่างจาก ขวดรักยมทันที
“ ผมแค่มาเล่าให้ฟังเฉย ไม่ได้ต้องการให้ใครเชื่อ แต่ถ้าไม่เชื่อ ก็ไม่เห็นต้องกล่าวหากันแบบนี้ ไปกันเถอะลูกพ่อ คนไม่ใช่ ยังไงเขาก็ไม่ชอบ” มาวินเก็บขวดรักยม แล้วเดินออกไป แต่ในใจของเขา โกรธแค้นขจรยิ่งนัก
ส่วนขจรกำลังจะเดินไปเพื่อจัดการปลดปล่อย รักยม สองตนนี้ แต่ถูกกิ๊ฟ ดึงแขนเอาไว้
“ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย”
“ แต่นั้นมันเอาวิญญาณเด็กที่ตายไปแล้ว มากักขังเอาไว้ใช้งาน หากว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกของกิ๊ฟ จะรู้สึกอย่างไร”
“ เป็นไปได้อย่างไร นั้นมันก็แค่รากไม้แกะสลักไม่ใช่เหรอ?”
ขจรส่ายหัว เพราะว่า ไม่มีหลักฐานให้ดูในตอนนี้
ตอนบ่ายสามโมง ณ ลานจอดรถหลังมหาลัย มาวินเดินมาหารปภ. แล้วก็จุดบุหรี่ควันโขมง แล้วเข้ามายืนใกล้ รปภ. ของลานจอดรถ
“ นักศึกษาครับ ไปสูบบุหรี่ที่อื่น ที่นี่ไม่ใช่ ที่สูบบุหรี่ครับ”
มาวินยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร ดูดบุหรี่เข้าปอด แล้ว พ่นเป็นควันออกมาเข้ามาที่หน้า รปภ. ทีแรกรปภ.ก็ไม่พอใจ นำกระบองที่เอว เตรียมไล่มาวินไป แต่พอสูดกลิ่นควันบุหรี่เข้าไป ก็ตัวแข็งทื่อ ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
“ ห้ามให้ใครเข้าไปในลานจอดรถเป็นอันขาด บอกพวกมันว่า ข้างในมีรถชนกัน รอให้เคลียร์กันเสร็จก่อน ไม่เกินครึ่งชั่วโมงค่อยปล่อยเข้าไป”
“ ครับเจ้านาย” รปภ ตอบรับอย่างเชื่อฟัง
มาวินเดินเข้ามาที่จอดรถสปอร์ตของ ขจร
“ คิดว่ามีเงินแล้วจะข่มผู้อื่นก็ได้เหรอไง รุ่นพี่”
มาวินเอ่ยจบ ก็เรียก ผีรัก ยมออกมา
“ ทำลายรถของมันทิ้งซะ”
“ ได้ขอรับ ท่านพ่อ” เด็กสองคน กระโดดขึ้นไปบนอากาศ แล้วทิ้งตัวลงมา รถสปอร์ตของ ขจรจนแบบติดดิน พวกมันกระทืบอยู่อย่างนั้นจนรถสปอร์ตของขจรเละ ไม่มีชิ้นดี
“ พอแล้ว สั่งสอนมันแค่นี้ก็พอ”
ผีเด็กทั้งสอง พุ่งร่างกลับเข้าไปในขวด แล้ว มาวินก็เดินออกไป
ขจรเลิกเรียนก็จะกลับบ้าน จะมาเอารถ เห็นรปภ. ถูกสะกด ก็จัดการคลายมนตร์สะกดให้แล้วรีบเดินมาดูข้างในลานจอดรถ พบว่ารถสปอร์ตของตน กลายเป็นซากเละเทะไปแล้ว ก็มองไปที่มาวินที่ยืนเผชิญหน้ากับเขาไม่ได้กลัวเกรงแม้แต่น้อย
“ นายทำแบบนี้ทำไม”
“ เหอ..เหอ..ผมไม่ได้ทำซะหน่อย รุ่นพี่เห็นหรือไง ว่าผมเป็นคนทำ”
ขจรพุ่งตัวเข้าไปแล้วถีบ เปรี้ยง เข้ายอดอกของมาวิน จนลอยลิ่วไปคุกเข่าคมำหน้ากับพื้นอย่างหมดสภาพ
“ ฉันถามก็ตอบมาดีๆ อย่าเล่นลิ้น”
“ มึงไอ้เด็กเมื่อวานซืน ทีแรกกูแค่จะสอนบทเรียนมึงเท่านั้น แต่มึงกล้าหักหน้ากู แล้วยังมาถีบกูอีก มึงก็อย่าอยู่เลยก็แล้วกัน ไป” มันตะโกนสั่ง รัก ยมออกไปขนาบข้าง สองฝั่ง แล้วมือของมาวินตอนนี้มีควันสีดำก้อนกลมๆ ปรากฏทั้งสองมือ แล้วเหวี่ยงก้อนสีดำ เข้าใส่ขจรทันที เด็กผีรัก ยม ก็ยกรถสองคนละคัน กำลังจะทุ่มใส่ขจรอีกด้วย
ขจรใช้มือปัด ก้อนดำๆ ออกไปสองข้างอย่างง่ายดาย เด็กผีรัก ยม ก็ทุ่มรถสองคันเข้าใส่ขจรต่อเนื่อง แต่ว่า ถูกขจรปล่อยพลังผลักดันออกไป ทำให้ไปกระแทกกับผีรัก ยมจนถูกกระแทกกระเด็นไป
มาวิน ฉีกเสื้อของตนออก เผนให้เห็นรอยสักเสือเผ่น 9 ตัว แล้วมาวินก็กระโดดขึ้นกลางอากาศ แล้ว ทำท่าต่อยหมัดใส่ขจร ปรากฏเสือ ทั้งตัวพุ่งออกมาจากหมัด
กระโจนเข้าใส่ขจร
ขจรก็ไม่ได้หวั่นเกรง ชกหมัดออกไป แล้วท่องคาถาชิณบัญชร ควบคู่ไปด้วย พลังแห่งพุทธคุณ และ ธรรมคุณ กับ พลังแห่งไสยเวทย์ดำ ปะทะกัน เสือเผ่นตัวแรก พอถูกหมัดของขจร ก็สูญสลายไปในทันที แม้มันจะปล่อยออกมา อีกเรื่อยๆ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้ง หมัดที่เปี่ยมด้วยพลังพุทธคุณ ยังคงพุ่งเข้าไป ต่อยเข้าที่กลางอกของ มาวิน เสือที่เหลือเจ็ดตัว กระเด็นออกจากร่างของมาวินไปจนหมด ร่างของมาวินก็ถูกแรงกระแทกปลิวไปคุกเข่ากับพื้นอีกครั้ง
มาวินเช็ดเลือดออกจากปาก มองขจรอย่างคลั่งแค้น
“ ทีแท้มึงก็เล่นของเหมือนกับกู”
“ เปล่าเลย นี่คือบทสวดชินบัญชร อัญเชิญ เทวดามาช่วยเหลือเท่านั้น ไม่ได้ใช้คาถาอาคมใดใดทั้งสิ้น”
“ โกหก มึงบีบบังคับให้กูต้องลงมือจริงๆ ซะแล้ว”
มาวิน ล้วงเอาของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเขวี้ยงออกไปใส่ขจร แมลงต่อ ตัวขนาดใหญ่พุ่งเจ้าโจมตี ขจรเป็นจุดเดียว แล้วยังไม่พอ มาวิน นำหุ่นดินที่เป็นรูปกระทิง ปล่อยออกมาใส่ขจรอีกสิบกว่าตัว เป็นฝูงกระทิงตัวใหญ่พุ่งเข้ามาเป็นฝูงหมายเหยียบร่างของขจรให้จมธรณี รถยนต์หลายสิบคัน ถูกฝูงกระทิงเหยียบย้ำจนราบเรียบไปหมด
“ สัตว์เวทย์?” ขจร ยืนสงบนิ่งรอให้พวกมันเข้ามา หาได้เกรงกลัวพวกมันไม่..