คืนที่มินอากลับมาแฉความจริงในงานแถลงข่าว
เธอคิดว่าพายุลูกใหญ่ได้ผ่านไปแล้ว
แต่เช้าวันต่อมา—โลกก็โยนข่าวใหม่ใส่พวกเขาแบบไม่ให้ตั้งตัว
“ชเวยุนอาเผย ประธานคังปิดบังข้อมูลรั่ว เพื่อเด็กฝึกงานสาว!”
“อดีตหัวหน้าแผนกกล่าว—รักทำให้ท่านประธานตัดสินใจผิดพลาด!”
“KJ Group อาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตความเชื่อมั่นอีกครั้ง!”
มินอาเห็นข่าวแล้วมือเย็นจนชา
แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจสั่นไม่ใช่หัวข้อข่าว
แต่วินาทีที่ยุนอาเอ่ยชื่อของ “ผู้หญิงคนหนึ่ง” ในสัมภาษณ์—
เธอไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหมายถึงใคร
ราวกับโลกกำลังบอกว่า
“เื่ยังไม่จบ… และแสงของเธออาจกลายเป็เป้าหมายอีกครั้ง”
ออฟฟิศ KJ เต็มไปด้วยความตึงเครียด
เสียงซุบซิบไม่ดังมาก แต่สั่นะเืพอจะทำให้ใครหลายคนไม่เป็ตัวเอง
จีฮุนเข้าไปในห้องพักงานของแทจุน
พบเขายืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง
มองเมืองที่สะท้อนบนกระจกเหมือนกำลังคิดอะไรที่ลึกมากและเจ็บมาก
“ท่านครับ ข่าวยุนอาถูกแชร์เกินล้านแล้ว
บอร์ดอยากให้ท่านออกมาชี้แจงด่วน”
แทจุนไม่หันกลับ
สบตาตัวเองในกระจกแทน
ดวงตานิ่งแต่ซ่อนพายุไว้ภายใน
“ผมเคยคิดว่าเธอจะไม่ทำแบบนี้…”
เขาพูดแ่จนแทบไม่ได้ยิน
จีฮุนลังเล ก่อนถามเบา ๆ
“เพราะเธอเคยสำคัญสำหรับท่านใช่ไหมครับ”
แทจุนหลับตา
แววตาในกระจกเปลี่ยนทันที—จากความมั่นคง เป็ความเหนื่อยที่กดทับมานาน
“ยุนอาเคยเป็หนึ่งในคนที่ร่วมสร้างบริษัทนี้กับผม
ผมคิดเสมอว่าเธอจะเดินไปกับผมในฐานะ ‘เพื่อนร่วมฝัน’
แต่วันนี้…เธอเลือกทำลายทุกอย่างที่สร้างมา
เพียงเพราะ ‘ผมไม่มองเธอ’ เหมือนเดิม”
จีฮุนไม่ได้พูดอะไร
เพราะรู้ว่าไม่ควรพูดให้ใครเจ็บมากกว่านี้
แทจุนพูดต่อ
“ผมไม่ได้โกรธเธอ
ผมเจ็บ…เพราะรู้ว่าเธอทำไปด้วยหัวใจที่แตกไปนานแล้ว
แต่ผมก็ช่วยมันไม่ได้อีกแล้ว”
นี่คือแทจุน—
คนที่ดูแข็งแรงที่สุดในบริษัท
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาแบก “เงา” ของตัวเองไว้นานแค่ไหน
อีกฝั่งของตึก
มินอานั่งอยู่ในห้องประชุมเล็ก
แต่เธอไม่ได้อ่านแฟ้มในมือเลย
ภาพยุนอาร้องไห้ในคลิปวนอยู่ในหัว
ผสมกับความคิดที่เธออยากผลักออกไปแต่ทำไม่ได้
ฉันเป็เหตุผลที่ทำให้เขาต้องเจ็บไหม…?
เพราะฉันกลับมาใช่ไหม…?
ถ้าฉันไม่เข้ามา เขากับเธออาจไม่ต้องมาถึงจุดนี้…
เสียงประตูเปิด
แทจุนเข้ามา
ดวงตาเขาเห็นทุกอย่างั้แ่วินาทีแรก
“คุณร้องไห้เหรอ”
เธอส่ายหน้าเร็วเกินไปจนดูชัดว่าโกหก
เขานั่งลงตรงข้าม
โน้มตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากัน
“บอกผมได้ไหม ว่าอะไรทำให้คุณเจ็บ”
เสียงนั้นอ่อนโยนเกินกว่าที่หัวใจอ่อนล้าอย่างเธอจะรับไว้คนเดียวได้
มินอาสูดหายใจ
“ฉันเห็นข่าวยุนอาค่ะ
ฉันรู้ว่าเธอยังรักคุณ
และฉัน…กลัวว่าเป็เพราะฉัน ทั้งหมดนี้เลยเกิดขึ้น”
ดวงตาแทจุนสั่นวูบ
เหมือนถูกทิ่มด้วยคำที่เขาไม่อยากให้เธอพูดออกมาเลย
เขาตอบช้า ๆ
ชัดทุกถ้อยคำ
“ฟังผมนะมินอา
เื่ระหว่างผมกับยุนอามันจบไปนานแล้ว
เธอเจ็บเพราะอดีต ไม่ใช่เพราะคุณ
อย่าให้ตัวเองต้องรับาแที่ไม่ใช่ของคุณเลย”
มินอาหลบตา
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนแฟ้มตรงหน้าเธอ
“แต่ฉัน…กลัวค่ะ
กลัวทำให้คุณเสียสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต
กลัวคนโจมตีคุณเพราะฉัน”
แทจุนเอื้อมมือแตะหลังมือเธอ
อุ่น และมั่นคงที่สุดเท่าที่หัวใจหนึ่งดวงจะให้ได้
“ผมเสียอะไรได้
แต่ถ้าต้องเสียคุณ…ผมคงอยู่ในเงามืดไปอีกนาน
ผมเลือกคุณ ไม่ใช่เพราะคุณ้าผม
แต่เพราะผม้าคุณจริง ๆ”
คำพูดนั้นทำให้เธอร้องไห้ออกมาจริง ๆ
แต่เป็น้ำตาที่ปลดความเจ็บในใจออกไปทีละนิด
ค่ำวันเดียวกันนั้น
คาเฟ่เก่าที่เคยเป็ที่นั่งประจำของแทจุนและยุนอา
สว่างด้วยแสงส้มอุ่น แต่หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งกลับเย็นจนชา
ยุนอานั่งกอดตัวเอง
มือกำแก้วกาแฟแน่นจนปลายนิ้วซีด
คลิปสัมภาษณ์ของเธอกำลังเป็ดราม่าทั่วทั้งเมือง
คนด่าบ้าง เห็นใจบ้าง
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเื้ัคำพูดที่ทำร้ายคนอื่นมากที่สุด คือความเจ็บที่เธอไม่เคยจัดการมันเลย
เสียงประตูดัง
แทจุนเดินเข้ามา
เธอสะดุ้ง
รีบเช็ดน้ำตาอย่างลนลาน
“คุณมา…เพราะอยากด่าฉันใช่ไหมคะ”
แทจุนนั่งลงตรงข้าม
สีหน้าเรียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังที่ทำให้เธอหายใจลำบาก
“ทำไมต้องทำแบบนี้”
ยุนอาหลุดหัวเราะเบา ๆ แต่เศร้าจนฟังแล้วเหมือนร้องไห้
“เพราะฉันเจ็บค่ะ
ฉันเจ็บมานานกว่าที่ใครรู้
เจ็บจนคิดว่าถ้าล้มคุณลงมาได้…คุณจะเห็นฉันอีกครั้ง
แม้แค่เสี้ยววินาที”
แทจุนหลุบตา
น้ำเสียงเขาเบาแต่ชัดเจน
“คุณไม่ได้แพ้มินอา
คุณแพ้ตัวเอง…ั้แ่วันที่คุณปล่อยให้ความอยากถูกมองเห็นมากกว่าความจริงในใจตัวเอง”
ยุนอาสะอึก
น้ำตาเดิมไหลซ้ำอีกครั้ง
“ฉันรู้ค่ะ…
ฉันก็แค่คนที่ยังไม่ให้อภัยตัวเองเลยด้วยซ้ำ
แล้วจะหวังให้ใครรักฉันได้ยังไง”
แทจุนไม่ปลอบ
เพราะรู้ว่าการปลอบคนที่ผิดทางมาไกล อาจทำให้เขาเดินวนกลับไปซ้ำรอยเดิม
เขาพูดเพียงว่า
“ผมหวังว่าเธอจะรักษาแผลในใจตัวเองให้ได้
เพราะต่อจากนี้…ผมไม่ใช่คนที่ช่วยเธอได้อีกแล้ว”
น้ำตายุนอาไหลหนัก
แต่ครั้งนี้เธอไม่ปฏิเสธมัน
เหมือนยอมรับความจริงที่เธอหนีมาตลอด
แทจุนเดินออกจากคาเฟ่
ฝนโปรยเบาจนเหมือนหมอก
เขายกหน้า มองฟ้า
แล้วหลับตาลงเหมือนอยากพักจากทุกเสียงที่กดทับมาเป็ปี
ในอีกฟากหนึ่งของเมือง
มินอายืนบนสะพานมุนจา
มองผิวน้ำสั่นจากลม
เหมือนเธอกำลังมองหัวใจตัวเองที่ยังสั่นเพราะความกลัวและความรักที่มากเกินไปในเวลาเดียวกัน
เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ
“ฉันจะไม่หนีอีก…
แต่ฉันจะต้องแข็งแรงกว่านี้
เพื่อช่วยเขาออกจากเงาที่เขาอยู่มาเป็สิบปี”
เธอเงยหน้า
ลมหายใจเย็นแต่มั่นคง
และนั่น—เป็จุดเริ่มต้นของผู้หญิงที่กำลังจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
แม้พายุจะยังไม่หมด
แต่เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า
แสงหนึ่งดวง…ถึงจะเล็ก
ก็สามารถทำให้คนลุกจากความมืดได้