ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 132 ลู่ซาง ลู่ซือ

            “ท่านลุงเป่ยดูท่านก็ไม่แก่สักเท่าไหร่ ข้าว่าท่านมาเป็นพี่ชายข้าจะดีกว่า” เฟยหลงเอ่ย

            “เอาจริงหรือ?”

            “จริงสิข้าไม่มีพี่ชาย น้องชายก็ไม่มี ข้าคิดว่าพวกเรามาสาบานเป็นพี่น้องกันจะดีหรือไม่?”

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า  ตรงไปตรงมาดี ข้าชอบเช่นนั้นก็ได้ พวกเรามาสาบานเป็นพี่น้องกัน”

            “ข้าเป่ยหลงข้าเฟยหลง พวกเราขอสาบานเป็นพี่น้องกัน มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน.......”

            หลังจากที่ทั้งคู่สาบานเป็นพี่น้องกันเสร็จเฟยหลงดื่มไปอีกไม่กี่จอกก็หมดสภาพ เขานอนใกล้ ๆ กองไฟและหลับไปในที่สุด

            “เจ้าหนุ่มเจ้ามีความลับในตัวมากแค่ไหนกันนะ  แต่ในเมื่อเจ้าสาบานเป็นพี่น้องกับข้าข้าก็จะดูแลเจ้าเสมือนน้องชายของข้าเช่นกัน” เป่ยหลงกระดกเหล้าดื่มต่อ

            เช้าวันต่อมาเฟยหลงตื่นขึ้นมาเขาลงไปชำระล้างร่างกาย น้ำตกที่ใสและไหลเย็นทำให้ร่างกายของเฟยหลงสดชื่นเป็นอย่างมากเมื่อเขาขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเฟยหลงพบว่าเป่ยหลงได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว

            “มองดูท่านแล้วดูแก่ไปนิดนะท่านพี่”เฟยหลงพูดพร้อมกับโยนโอสถเม็ดหนึ่งให้กับเป่ยหลง จากนั้นเขาก็ทานอาหารเช้าที่เป่ยหลงเตรียมเอาไว้ให้

            “เจ้าเอาโอสถอะไรมาให้ข้าหรือคิดจะวางยาพิษพี่ใหญ่เจ้าตั้งแต่วันแรก”

            “ท่านลองเองแล้วจะรู้”หลังจากได้ยินคำพูดของเฟยหลง เป่ยหลงจึงได้โยนโอสถเข้าปากของเขาไปหลังจากโอสถออกฤทธิ์ไม่นาน ท้องฟ้าพลันมืดครึ้มทั่วทั้งดินแดนซือหยานพลันปกคลุมไปด้วยเมฆดำไม่นานสายฟ้าเริ่มฟาดลงมายังร่างของเป่ยหลงสายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์รุนแรงจนเฟยหลงต้องหลบออกห่างออกมามันนานเกือบหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียวเมื่อทัณฑ์สวรรค์หมดไป

            “ท่านพี่ท่านก้าวข้ามระดับใดกัน ทำไมทัณฑ์สวรรค์ถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้”

            เป่ยหลงที่พึ่งถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดมาแทบหมดแรงไม่มีแรงแม้แต่จะยืนขึ้นจนเฟยหลงต้องโยนโอสถฟื้นฟูให้เขาอีกเม็ดหนึ่ง

            “เจ้าไปเอาโอสถนี้มาจากที่ไหนกัน”

            “ข้าหลอมเองท่านพี่ ท่านยังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลยนะ”

            “ข้าอยู่ในระดับเทวะแล้วตอนนี้ข้าสามารถก้าวผ่านระดับเทวะได้แล้ว ข้าคิดหาวิธีมาเกือบสามร้อยปีไม่คิดว่าจะสามารถก้าวผ่านได้ด้วยโอสถของเจ้าเพียงแค่เม็ดเดียว แต่เดี๋ยวนะทำไมร่างกายของข้าถึงได้รู้สึกว่ากระชับกระเฉงขึ้น”

            “โอสถหิมะหยกขาวสามารถทำให้พลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและยังสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาวัยเยาว์อีกครั้งแบบนี้สิถึงจะคู่ควรเป็นท่านพี่ของข้าหน่อย ว่าแต่ท่านพี่ก็หล่อไม่เบาเลยนะ ฮ่าฮ่า ฮ่า”

            เป่ยหลงถึงกับหมดคำพูดเลยทีเดียวเฟยหลงมีหลายสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงอยู่ตลอดเวลา

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า ขอบใจเจ้ามากเฟยหลง จากนี้ไปใครมารังแกเจ้าข้าจะจัดการกับพวกนั้นให้เจ้าเอง ในที่สุดความฝันของข้าก็เป็นจริงข้าสามารถก้าวข้ามระดับเป็นระดับเทวะได้เสียที เจ้ารอพี่ชายของเจ้าอยู่ตรงนี้ข้าจะไปซื้อสุรามาเพิ่มอีก”

            หลังจากที่ทั้งสองดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน  เฟยหลงจึงได้ขอตัวลากลับไปยังที่พักเพื่อฝึกฝนต่อเฟยหลงยังคงทบทวนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเพลงยุทธ์หรือว่าเวทมนต์ วันนี้เฟยหลงต้องย้ายที่พักเขาต้องย้ายไปยังที่พักของศิษย์สายนอก ซึ่งอยู่บนเทือกเขาที่สูงขึ้นไปอีก

            ยอดเขาที่เฟยหลงต้องย้ายไปอยู่นั้นเรียกว่าเทือกเขาอู้ต้าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับบ่มเพาะพลังสำหรับศิษย์สายนอก ส่วนศิษย์สายในที่ผู้อาวุโสรับเป็นศิษย์นั้นจะแยกย้ายไปยังยอดเขาที่ผู้อาวุโสเหล่านั้นพักอาศัยอยู่เป็นสถานที่ฝึกฝนยอดเขาเหล่านั้นจะมีพลังฟ้าดินที่หนาแน่นมากกว่ายอดเขาอู่ต้า และทรัพยากรต่าง  ๆ ที่พวกเขาได้รับจะมากกว่าศิษย์สายนอกเช่นเฟยหลงเป็นอย่างมาก

            เทือกเขาอู่ต้าเป็นเทือกเขาที่มีอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่มากพอที่จะให้คนหลายพันคนได้ฝึกฝนซึ่งศิษย์ภายนอกแต่ละคนนั้นจะได้รับจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งพร้อมกับคนรับใช้อีกสามคนเพื่อคอยดูแลส่วนศิษย์สายในนั้นจะได้รับคนรับใช้จำนวนห้าคนเพื่อคอยดูแลพวกเขา

            ทามกลางเทือกเขาขนาดใหญ่รอบด้านรายล้อมไปด้วยตำหนักมากมายถูกตั้งเรียงรายตั้งแต่ตีนเขาจนไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาศิษย์สายนอกแต่ละคนจะมีตำหนักของตนเอง ซึ่งภายในนั้นจะทุกอย่างเตรียมไว้ให้อย่างดีรวมถึงพืชสมุนไพรวิญญาณที่ถูกปลูกเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

            เมื่อเฟยหลงไปรายงานตัวเสร็จเรียบร้อยเขาได้ตำหนักที่พักหมายเลขเจ็ดสิบเก้าเมื่อเขามาถึงตำหนักหมายเลขเจ็ดสิบเก้านั้นมีคนรับใช้สองคนที่คอยดูแลเขารอต้อนรับอยู่แล้วคนรับใช้ทั้งสองคนเป็นคนธรรมดาสามัญทั่วไปเท่านั้นไม่ได้ฝึกฝนตนแต่อย่างใดพวกเขาทำหน้าที่รับใช้ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ที่นี่เพื่อแลกกับเหรียญทองเพื่อการดำรงชีวิตส่วนใครจะได้มากน้อยเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับศิษย์สายนอกนั้นจะมอบให้พวกเขาในแต่ละเดือน

            เมื่อเข้าไปยังที่พักเฟยหลงได้อ่านกฎ และข้อบังคับต่าง  ๆ  ภายในสำนักมังกรเพลิงและดูแผนที่ภายในสำนักอย่างละเอียดเพียงไม่นานเฟยหลงก็สามารถจดจำได้ทั้งหมด

            “พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้าง”เฟยหลงเอ่ยถาม

            “ข้าน้อยลู่ซางส่วนข้าน้อยลู่ซือ เจ้าคะ”

            “พวกเจ้าทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันเช่นนั้นหรือ?”

            “เจ้าคะพวกเราสองพี่น้องพึ่งจะมาสมัครทำงานที่นี่เป็นวันแรกหากผิดพลาดประการใดขอนายท่านโปรดอภัยให้พวกเราด้วย”

            “ปกติแล้วจะมีคนรับใช้สามคนนี่ทำไมถึงมีเพียงแค่พวกเจ้าสองคน”

            “พวกเราก็ไม่ทราบเช่นเดียวกันเจ้าคะพอมาถึงก็มีเพียงแค่พวกเราสองคนเท่านั้น ตำหนักหลังอื่น  ๆ ก็มีกันสามคนทั้งหมดมีเพียงตำหนักหมายเลขเจ็ดสิบเก้าเท่านั้นที่มีสองคนเจ้าคะ”

            “พวกเจ้ามาจากไหนกันหรือ?”

            “พวกเรามาจากหมู่บ้านเล็กๆ  ในเมืองตงเฉิน เจ้าคะ”

            “พวกเจ้ามาจากอาณาจักรเจิ้นสุ่ยนี่เองเอาหละพวกเจ้าไปทำงานของพวกเจ้าได้แล้ว ข้าจะฝึกฝนต่อเวลาว่างพวกเจ้าสองคนอยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็ศึกษาตำรานี่นี่เป็นตำราดูแลสมุนไพรที่ข้าได้เขียนขึ้นมาหากพวกเจ้าต้องการปลูกสมุนไพรชนิดใดก็ให้บอกข้าข้าจะรับซื้อคืนหลังจากที่มันโตเต็มที่แล้ว ราคาก็เป็นไปตามคุณภาพของมัน”

            “ขอบคุณนายท่าน”ทั้งสองคนหยิบตำราที่เฟยหลงให้แล้วรีบออกไปทำงานตามหน้าที่ของตนเองจนเสร็จ จากนั้นทั้งสองพี่น้องต่างสนใจศึกษาตำราที่เฟยหลงมอบให้ทั้งสองพี่น้องอ่านตำราและช่วยกันทำความเข้าใจไปทีละหน้า ส่วนเฟยหลงก็ฝึกฝนตามปกติ

            สองอาทิตย์ผ่านไปลู่ซางและลู่ซือได้มาขอเมล็ดพันธุ์สมุนไพรจากเฟยหลง พร้อมกับขอใช้พื้นที่ว่างด้านหน้าตำหนักเป็นสถานที่ปลูกสมุนไพรเฟยหลงจึงได้อนุญาติให้ทั้งสองคนสามารถปลูกสมุนไพรได้ตามใจสองพี่น้องพร้อมกับมอบเมล็ดสมุนไพรแต่ละชนิดให้พวกเขาทั้งสองไปโดยตัวเขายังคงฝึกฝนอย่างหนักตอนนี้เฟยหลงกำลังศึกษาตำราหมื่นอักษรหน้าที่สามตัวอักษรในหน้าที่สามทั้งหมดมีด้วยกันหนึ่งร้อยตัวอักษรด้วยกัน

            เฟยหลงนั่งอยู่ในห้องพักของตนเขาตรวจสอบผลึกปราณที่อยู่ภายในจุดตันเถียนของเขา ชีพจรทุกจุดถูกเปิดออก ทุกจุดชีพจรที่ถูกเปิดมีแสงสีฟ้าระยะระยับตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งร่างของเฟยหลง เฟยหลงเริ่มดูดซับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดผ่านจุดชีพจรหลายร้อยจุดกระจายอยู่ทั่วร่างมันไหลเวียนภายในร่างของเฟยหลงตามทิศทางกายาทองคำอมตะพลังฟ้าดินเริ่มหมุนวนเร็วมากขึ้นเรื่อย  ๆแต่ละรอบใช้เวลาน้อยลงทุกครั้ง

            วันเวลาเคลื่อนผ่านวันแล้ววันเล่าเฟยหลงยังคงฝึกฝนอย่างหนักเหมือนเช่นเคย เขาออกไปพบปะกับเป่ยหลงเป็นบางครั้งตลอดระยะเวลาสามสี่เดือนที่ผ่านมาเฟยหลงตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักลู่ซางและลู่ซือดูแลเฟยหลงเป็นอย่างดีพวกเขาปลูกสมุนไพรหลากหลายชนิดและตั้งใจดูแลมันอย่างดีหลังจากที่มันโตเต็มที่เฟยหลงจ่ายเหรียญทองให้กับสองพี่น้องไปหลายพันเหรียญทองเพื่อแลกกับสมุนไพรเหล่านั้น

            ทั้งสองพี่น้องต่างดีใจเป็นอย่างยิ่งพวกเขารีบขอเฟยหลงเพื่อนนำเงินที่ได้ส่งกลับไปให้ครอบครัวโดยทางสำนักมังกรเพลิงจะเป็นคนนำเงินพวกนี้ส่งกลับไปให้แก่ญาติพี่น้องของพวกเขาโดยจะหักเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่าย แต่มันก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่มากเท่าไหร่ ทุกๆ สองพี่น้องจะส่งเงินกลับไปให้กับทางบ้านของเขาจนหมดพวกเขาแทบไม่ได้ใช้เหรียญทองเลยแม้แต่น้อยเมื่ออยู่กับเฟยหลง

            เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในตำหนักเฟยหลงจะเป็นผู้จ่ายเองทั้งหมดรวมถึงค่าอาหารการกินของทั้งสองพี่น้องนี้ด้วยพวกเขา ต้องการให้ตระกูลลู่ของพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพวกเขาจึงได้ทุ่มเททุกอย่างรวมถึงความขยันหมั่นเพียรและความมุมานะของทั้งสองคนทำให้ทั้งสองคนมีรายได้มากกว่าคนอื่นที่เข้ามาทำงานรับใช้ศิษย์สายนอกในสำนักมังกรเพลิง

            สามเดือนมานี้ทั้งสองพี่น้องส่งเหรียญทองกลับบ้านไปแล้วกว่าสามหมื่นเหรียญทองซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับคนทั่วไปแต่สำหรับเฟยหลงแทบจะไม่มีความหมายสำหรับตัวเขาเลยเพราะสมุนไพรต้นหนึ่งที่เขาได้จากทั้งสองพี่น้องนั้นมีคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง เขาสามารถหลอมกลั่นเป็นโอสถระดับสูงเพื่อใช้ในการฝึกตนได้จำนวนมาก

            วันนี้เมื่อเฟยหลงออกจากห้องพักหลังจากที่เก็บตัวฝึกฝนมาอย่างหนักตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาแต่เมื่อเขาออกมาพบว่าสองพี่น้องลู่ซือและลู่ซางกำลังนั่งร้องให้อยู่ด้านหน้าตำหนักของเขาเอง

            “พวกเจ้าเป็นอะไรทำไมมานั่งร้องให้อยู่ตรงนี้”

            “นายท่านเหรียญทองที่พวกเราส่งไปทางบ้านของพวกเราไม่ได้รับเลยแม้แต่เหรียญทองเดียวเจ้าคะทั้ง ๆ  ที่พวกเราส่งกลับไปเป็นจำนวนมากใบรับฝากพวกเราก็เก็บเอาไว้ทุกใบตอนแรกพวกเราคิดว่าเหรียญทุกเหรียญที่ฝากกับทางสำนักไปจะไปถึงตระกูลของพวกเราแต่ตลอดหลายเดือนที่ส่งไปกลับไม่มีเหรียญทองไปถึงตระกูลของเราเลยแม้แต่เหรียญเดียวเจ้าคะ”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน