ความลังเลใจของหัวหน้าสถานีหวังทำให้ชีชีรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นมา“ถ้าวันนี้หัวหน้าไม่สามารถจัดการเื่นี้อย่างยุติธรรมได้ฉันก็จะไปแจ้งความค่ะ”
“ใครบอกว่าฉันจะไม่จัดการให้ยุติธรรมกันล่ะ?”
หัวหน้าสถานีหวังรู้สึกเหมือนถูกจับไปย่างบนกองไฟจนก้นร้อนผ่าว
เื่ในวันนี้ต่อให้เขาอยากจะทำเื่ใหญ่ให้กลายเป็เื่น้อยก็คงทำไม่ได้เพราะอย่างไรเสียลู่เหย่ก็เป็คนจากทางกองทัพ จะข่มขู่ก็ไม่ได้หรือจะฆ่าปิดปากก็ยิ่งเป็ไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
หากรอให้อีกฝ่ายไปร้องเรียนสู้เขาจัดการเื่นี้ด้วยตัวเองเสียยังจะดีกว่า
เพราะต่อให้เป็คณะกรรมการปฏิวัติก็คงไม่กล้าปกป้องการกระทำผิดอย่างโจ่งแจ้งในขณะที่มีหลักฐานมัดตัวแ่าขนาดนี้
“คุมตัวหลี่เฉิงเต๋อกับเ้าสองคนนี้ ส่งสถานีตำรวจให้หมด!”
หัวหน้าสถานีหวังโบกมืออย่างอ่อนแรงก่อนที่เ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจะคุมตัวทั้งสามคนออกไป
หลงเหลือเพียงชีชีลู่เหย่ และหัวหน้าสถานีหวังที่ยืนจ้องตากันไปมาด้วยความกระอักกระอ่วน
“สหาย พิมพ์เขียวใบนี้คุณเป็คนวาดเองงั้นหรือ?”
ชายชราเคราขาวโพลนคนหนึ่งเดินเข้ามาหาชีชีอย่างกะทันหันช่วยทำลายบรรยากาศอันชวนอึดอัดนั้นลง
“คุณคือ...?” ชีชีมองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง
หัวหน้าสถานีหวังตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่เขาลืมเื่สำคัญไปได้อย่างไรกัน?
เขารีบแนะนำทันที“ท่านนี้คือวิศวกรจากโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรชื่อว่าท่านผู้เฒ่าไป๋ครับ”
“สวัสดีค่ะท่านผู้เฒ่าไป๋ พิมพ์เขียวนี้ฉันวาดเองค่ะมีปัญหาตรงไหนหรือเปล่าคะ?”
ชีชีหยักยิ้มที่มุมปากด้วยความดีใจที่รู้ว่าข้อเสนอของเธอได้รับการยอมรับ
ผู้เฒ่าไป๋ขยับแว่นสายตาตามความเคยชิน“พิมพ์เขียวใบนี้มีความคิดสร้างสรรค์มากฉันตั้งใจมาเพื่อสนทนาเื่รายละเอียดกับเธอน่ะ”
“เครื่องไถพรวนดินลึกสามารถทำงานหลายขั้นตอน ทั้งไถ คราดและย่อยดินให้เสร็จสรรพได้ในคราวเดียว นอกจากจะประหยัดเวลาแล้วยังแก้ปัญหาเื่หญ้าพันใบมีดได้อีกด้วยนะคะ...”
ชีชีอธิบายหลักการทำงานโครงสร้าง และวิธีการผลิตของเครื่องไถพรวนดินลึกให้เขาฟังอย่างใจเย็นโดยไม่ปิดบัง
เธอเองก็หวังว่าการพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรอัตโนมัติของประเทศจะก้าวหน้าโดยเร็วเพื่อที่เธอจะได้เป็เ้าของฟาร์มที่สุขสบายเสียที
ผู้เฒ่าไป๋ฟังอย่างเพลิดเพลินพลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก“วีรบุรุษมักถือกำเนิดจากคนหนุ่มสาวจริงๆความคิดของพวกเธอช่างก้าวไกลนัก”
“ท่านผู้เฒ่าชมเกินไปแล้วค่ะ”
“สหายเสี่ยวชี สนใจมาเป็ช่างเทคนิคที่โรงงานเครื่องจักรกลของเราไหม?เงินเดือนแปดสิบหกหยวนห้าสิบเฟิน แถมยังมีเงินพิเศษให้อีกนะ”
“อย่าเลยค่ะ ฉันยังเด็กนัก ยังต้องเรียนรู้อีกมากคงรับผิดชอบหน้าที่สำคัญขนาดนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ”
เมื่อเห็นชีชีปฏิเสธโอกาสการทำงานที่ดีเยี่ยมเช่นนั้นโดยไม่รีรอทั้งลู่เหย่และหัวหน้าสถานีหวังต่างก็พากันตกตะลึง
โดยเฉพาะลู่เหย่ที่ตั้งใจว่ากลับไปถึงบ้านจะต้องคุยกับเธอเื่นี้ให้จริงจัง
ส่วนหัวหน้าสถานีหวังกลับมองว่าชีชีใจร้อนและหยิ่งทะนงเกินไปจนไม่เห็นความสำคัญของโอกาสเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน
“สหายเสี่ยวชี โรงงานเครื่องจักรกลไม่ใช่ที่ที่ใครอยากจะเข้าก็เข้าได้ง่ายๆนะ ยิ่งตำแหน่งช่างเทคนิคนี่ ยิ่งเป็งานที่คนมากมายต่างแย่งชิงกันจนหัวแตกเธอควรจะถนอมโอกาสนี้ไว้นะ”
“ขอบคุณหัวหน้าหวังที่เป็ห่วงค่ะแต่ฉันยังชอบที่จะอยู่กับเรือกสวนไร่นามากกว่า”
‘ยายหนูคนนี้ดูท่าทางจะไม่ค่อยฉลาดหรือเปล่านะ?’
แต่ในเมื่อไม่ได้สนิทสนมกันมากนักหัวหน้าสถานีหวังจึงไม่ได้คะยั้นคะยอต่อ
เขาจัดแจงให้คนคอยเฝ้าอะไหล่ที่ชีชีคัดแยกไว้พร้อมทั้งมอบบัตรประจำตัวพนักงานชั่วคราวให้เธอเพื่อที่พรุ่งนี้เธอจะได้เข้ามาทำงานได้โดยไม่ถูกเ้าหน้าที่ยามซักไซ้
หลังจากบอกลาหัวหน้าสถานีหวังและผู้เฒ่าไป๋ท้องฟ้าก็เริ่มโพล้เพล้ การปั่นจักรยานกลับบ้านคงต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมง
ลู่เหย่จึงตัดสินใจพาชีชีไปทานมื้อเย็นที่ภัตตาคารของรัฐก่อน
ยุ่งมาทั้งบ่ายจนเหนื่อยหอบชีชีจึงไม่ได้ปฏิเสธ
โชคดีที่วันนี้หน่วยผลิตด้านล่างมีวัวตัวหนึ่งประสบอุบัติเหตุชนจนตายและเพิ่งส่งมาพอดี
ชีชีจึงสั่งเนื้อต้มพริกปลาดาบน้ำแดง เต้าหู้ผัดต้นหอม และแกงจืดสาหร่ายใส่ไข่ พร้อมข้าวสวยอีกสองถ้วยใหญ่
ตอนจ่ายเงินลู่เหย่ล้วงกระเป๋าตามความเคยชิน ทว่าใบหน้าเขากลับแดงก่ำขึ้นมาทันที“ผม... ผมไม่ได้พกเงินมา”
พนักงานมองมาด้วยสายตาแปลกๆทว่าก่อนที่หล่อนจะทันพ่นคำพูดค่อนแคะออกมา ชีชีก็ยื่นเงินและคูปองออกไปแทน
เธอหันมามองลู่เหย่“คุณควรจะพกเงินติดตัวไว้บ้างนะคะเผื่อมีเื่จำเป็ต้องใช้จะได้ไม่ลำบากแบบนี้”
“ตกลงครับ กลับไปคุณช่วยแบ่งเงินให้ผมหน่อยนะ”
ผ่านชีวิตมาสองชาติภพนี่เป็ครั้งแรกที่ชีชีได้เจอผู้ชายที่ทึ่มทื่อขนาดนี้
แต่เธอกลับรู้สึก...ชอบเขาจัง
ทั้งคู่ต่างหิวโหยจึงลงมือกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
ในยุคสมัยที่การกินให้อิ่มท้องเป็เื่ยากลำบากเช่นนี้คงไม่มีใครมานั่งรักษามาดหรือกิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารให้วุ่นวายนัก
ระหว่างทางกลับบ้านชีชีโอบเอวของลู่เหย่ไว้อย่างเป็ธรรมชาติเธอััได้ชัดเจนว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาเกร็งแน่นขึ้นมาทันที
ชีชีลอบหัวเราะในใจผู้ชายคนนี้จะใสซื่อเกินไปไหมนะ?
ถ้าในใจเขาไม่ได้มีใครคนอื่นซุกซ่อนอยู่ชีชีก็คงอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไปจนแก่เฒ่าจริงๆ
น่าเสียดายที่ผู้ชายดีๆมักเป็ของคนอื่นเสมอ เธอคงทำได้เพียงหยิบยืมมาใช้ชั่วคราวเท่านั้น
วันก่อนหลินเสี่ยวหรูถูกเธอจิกกัดจนเสียหน้าไม่แน่อาจจะไปเป่าหูให้ลู่เหย่กลับมาขอหย่ากับเธอก็ได้
หากลู่เหย่้าหย่าเพื่อไปหา'ยอดดวงใจ' ของเขาจริงๆ ชีชีก็คงไม่เสียใจเท่าไรนักนอกจากความรู้สึกเสียดายเพียงเล็กน้อย
เพราะอย่างไรเสียเธอก็เป็ผู้มาทีหลังและเื่ราวทั้งหมดก็เริ่มต้นขึ้นจากอุบัติเหตุซึ่งเป็ความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพียงไม่นานก็ถึงบ้าน
ชีชีรีบไปอาบน้ำเป็อันดับแรกหลังจากเหนื่อยมาทั้งวันเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มจะมีกลิ่นตุๆ เสียแล้ว
ลู่เหย่มองไปยังประตูห้องอาบน้ำที่ปิดสนิทความรู้สึกร้อนรุ่มพลันก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อย
เดิมทีเขาคิดจะให้ชีชีพักผ่อนสักสองวันเพราะกลัวว่าถ้าเธอยังฝืนตรากตรำอยู่แบบนี้ต่อไป ร่างกายเล็กๆของเธอจะรับไม่ไหวเอา
แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในตอนนี้...คงจะเป็เขาเองที่ทนไม่ไหวเสียแล้ว
เมื่อลู่เหย่อาบน้ำเสร็จและขึ้นเตียงนอนเขาจงใจเว้นระยะห่างจากชีชีและนอนหันหลังให้เธอ
ชีชีรู้สึกฉงนใจเมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลย แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เธอไม่อยากมานั่งเดาใจใครจนนอนไม่หลับจึงตัดสินใจพลิกตัวเข้าหาเขา
ลู่เหย่สะดุ้งราวกับถูกไฟฟ้าช็อตเขาพยายามขยับหนีทว่าเตียงมีพื้นที่จำกัดผลก็คือเขากลิ้งตกลงไปกองกับพื้นห้องดังโครม
“ฮ่าๆๆๆๆ!”
ชีชีะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่หลงเหลือมาดกุลสตรี
ลู่เหย่ปีนกลับขึ้นมาด้วยสีหน้าแง่งอนพลางเอ่ยเสียงอู้อี้“นอนดีๆ เถอะครับ”
ชีชีหัวเราะจนเหนื่อยกว่าจะหยุดได้“คุณโกรธเหรอคะ?”
“เปล่าครับ”
“แล้วทำไมไม่สนใจฉันล่ะ?”
“ผมไม่ได้ไม่สนใจนะ”
“แล้วขยับหนีไปไกลขนาดนั้นทำไม? บนตัวฉันมีเห็บหรือไงคะ?”
“ไม่ใช่... คือผม... แบบว่า...” เสียงของลู่เหย่เบาลงเรื่อยๆจนชีชีแทบไม่ได้ยิน
“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ สิ!”
ชีชีโพล่งขึ้นมาเสียงดังจนลู่เหย่สะดุ้งเด้งตัวขึ้นจากเตียง “ผมกลัวคุณจะรับไม่ไหว!”
คราวนี้กลายเป็ชีชีที่เขินจนพูดไม่ออกเสียเอง
ลู่เหย่รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัวโดยเฉพาะเมื่อเห็นใบหน้าเล็กๆ ของเธอที่แดงซ่านขึ้นเรื่อยๆเขาจึงอดใจไม่ไหวที่จะโน้มลงไปจูบ “ผมจะเพลาๆมือลงนะ... ขอแค่ครั้งเดียว”
“อื้อ...”
ชาติก่อนชีชีเคยอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตว่าผู้ชายถ้าต้องอดกลั้นเื่แบบนี้มากๆจะเสียสุขภาพ
เธอคิดว่าแค่รอบเดียวก็คงพอจะถูไถจัดการให้ผ่านพ้นไปได้
ทว่า...เธอช่างไร้เดียงสานัก
คำพูดของผู้ชายบนเตียงน่ะเชื่อได้ที่ไหนกันถ้าเชื่อได้ แม่หมูก็คงบินได้แล้ว!
หลังจากผ่านพ้นพายุคลื่นลมอันหนักหน่วงมานับครั้งไม่ถ้วนในที่สุดชีชีก็จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราและหมดสติไปโดยสมบูรณ์
เธอรู้สึกว่าหากในโลกนี้จะมีใครสักคนที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเื่พรรค์นี้คนคนนั้นต้องเป็เธอแน่ๆ
ผู้ชายสารเลวคนนี้...ช่างไม่มีความเป็คนเอาเสียเลย!