ซูเจินจัดการกวาดขนมหวานเข้าปากจนเกลี้ยง เธอซดน้ำชาไปอีกสามแก้ว…ตอนนี้เธอรู้สึกอิ่มจนพุงกางแล้ว กางลงการเรียนอะไรเริ่มไม่สนใจอีกแล้ว…เธอทำท่าจะลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆย่องกนีไปเเต่ทว่าอี้เฉียน รู้ทันเสียก่อน เขาจึงเอามือดันไหล่ให้เธอนั่งลง
"เ้ากำลังจะไปไหนงั้นรึ ซูเจิน?"
"ฉันก็แค่จะลุกขึ้นไปบิดี้เีนิดหน่อย ก็พวกนายยังไม่สอนตอนนี้ไม่ใช่หรอ ขอพักหน่อยไม่ได้รึไง?"
"ก็ที่พวกข้ายังไม่เริ่มสอน เพราะเห็นว่าเ้ากำลังแบ่งเวลาให้ขนมหวานของเ้าอยู่ไม่ใช่หรือไง เเต่ที่ข้าเห็นตอนนี้คือเ้าเริ่มี้เีและกำลังจะหนีการเรียน ใช่หรือไม่?"
"บ้าหน่า..ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย มาดิ…เริ่มกันเลย"
"ได้…งั้นเริ่มจาก อาเฟยยกขนมนั่นเข้ามาได้เลย"
"พะยะค่ะ นี่เป็ขนมหยุนลี่จำนวนหนึ่งกิโลพะยะคะ"
"หนึ่งกิโล โอ้โห!!!แบบนี้ฉันกินได้ทั้งวันเลยนะ เอามาเลยๆๆ"
"ช้าก่อน…เ้ายังกินขนมในถาดนี้ไม่ได้ เพราะเ้ายังทดสอบไม่สำเร็จ เ้าจะต้องผ่านการทดสอบที่ 2 ก่อน เ้าถึงจะได้ขนมในถาดนี้ อี้เถียนเอาถอยออกไปก่อน" ซูเจินมองถาดขนมหวานด้วยสายตาละห้อย ตอนนี้กระเพาะอาหารของเธอมันกลับมาทำงานอีกแล้ว เเต่เธอยังไม่สามารถเเตะต้องขนมนั้นได้จนกว่าเธอจะเรียนคาบนี้เสร็จนั่นเอง
"ไหนๆก็จะเรียนแล้ว..ขอกินไปด้วยเรียนไปด้วยไม่ได้หรอ?"
"ไม่ได้!!"
"เชอะ!!..แค่เรียนภาษามันจะไปยากอะไร มาเริ่มกันเลยดีกว่า เดี๋ยวฉันจะทำให้พวกนายดูว่าฉันนี้แหละคือเ้าของขนมถาดนั้น มา!!" ความมุ่งมั่นของซูเจินเกิดขึ้นจากความตะกละและมุ่งมั่นที่จะเอาชนะนั่นเอง สนมลีเอาเเต่ยิ้มและคิดว่าซูเจินเหมาะสมจริงๆกับฉายาที่ว่า พระชายาขนมหวานนั่นเอง
"เริ่มจากเ้าต้องเลิกพูดภาษาเมืองเ้าเสียก่อนแล้วปรับเปลี่ยนมาใช้ภาษาของพวกข้าแทน เริ่มจาก ข้า..ใช้เเทนตัวเรา เ้า..ใช้แทนผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น น้องสาม เ้าจงยกขนมถาดนั้นไปทิ้งซะ..ข้าไม่อยากเห็นมันอีก"
"ยกไปทิ้งได้ไงล่ะ ของอร่อยทั้งนั้น นายน่ะเอาวางไว้ที่เดิมเลย"
"ซูเจิน…ข้าไม่ได้ให้น้องสามยกขนมถาดนั้นไปทิ้งจริงๆ แต่ข้าแค่ยกตัวอย่างให้เ้าฟังว่า..คำว่าข้ากับเ้ามันใช้ยังไงก็เท่านั้น"
"โอ้โห!! ถ้าเป็เื่นี้สบายมาก เพราะฉันอ่านนิยายจีนมาเยอะมากๆ…เริ่มเลยนะ..สนมลีวันนี้เ้าแต่งตัวได้สวยและสง่ามาก ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกอิจฉาเ้าไม่น้อยเลย..หวังอี้เถียนเ้าเองก็นับว่าเป็บุรุษที่มีรูปกายสุขุมและเเข็งเเรงมาก ส่วนเ้าหวังอี้เฉียน เ้าเป็บุรุษที่ปากร้ายและนิสัยเสียที่สุด เ้าแกล้งเอาน้ำมาราดหัวข้าจนข้าเป็หวัด หัวเข่าเเตก ข้าไม่เอาเื่เต้าก็บุญเเค่ไหนแล้ว!!!"
"เ้าเเน่ใจนะว่า…นี่เป็ประโยชน์ตัวอย่างที่เ้ายกขึ้นมาเพื่อแสดงให้ข้าเห็นว่าเ้าเข้าใจ"
"ก็ใช่ไง…แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ…ถ้าฉันอยากพูดฉันก็พูดได้ เื่แค่นี้ไม่ต้องมาทดสอบให้เสียเวลาหรอก อี้เถียนยกขนมถาดนั้นมาให้ฉันเลย..เพราะฉันผ่านการทดสอบแล้วจ้า!!" อี้เถียนเอื้อมมือไปยกขนมถาดนั้นและกำลังจะเอามาวางต่อหน้าซูเจิน เธอดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลียปากแล่บๆเหมือนเด็กจะได้กินของอร่อยตรงหน้า…แล้วฝันของเธอก็ต้องสลายไปเมื่ออี้เถียนยื่นถาดขนมนั้นให้อาฉางเอาไปเก็บ
"เ้าช่วยยกขนมถาดนี้ไปเก็บที่ครัวให้ข้าที นางไม่ผ่านการทดสอบในครั้งนี้ ดังนั้นนางก็จะไม่ได้รับรางวัลนี้เช่นกัน
"เฮ้ย!!!ทำไมอ่ะ..เมื่อกี้ฉันก็พูดไม่ใช่ในสิ่งที่พวกนายสอนแล้วไม่ใช่หรอ ฉันผิดตรงไหนเนี้ย?"
"เ้าผิดตรงที่เ้ายังใช้ภาษาของเ้าอยู่ยังไงล่ะ ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า…เ้าต้องเลิกใช้ภาษาของเ้า แล้วหันมาปรับเปลี่ยนใช้ภาษาของข้าซะ..เเต่เ้าก็ยังพูดภาษาของเ้าอยู่..ข้ากับน้องสามจึงเห็นควรให้เ้าไม่ผ่านการทดสอบยังไงล่ะ" ซูเจินทำหน้าบึ้งเมื่อเธอรู้ตัวแล้วว่าขนมถาดนั้นไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เธอลุกขึ้นกอดอกแล้วเมินหน้าหนีด้วยความโกรธ ซึ่งสองบุรุษนั้นหาเเคร์ไม่..พวกเขากลับรู้สึกอารมณ์ดีจนหัวเราะออกมาซะอย่างนั้น
"สนมลี…ข้าว่าเ้าน่าจะช่วยปรามสหายของเ้าด้วยนะ…บอกนางด้วยว่า ถ้านางทานขนมหวานมากเกินไป นางอาจจะปวดท้องและอาจจะสูญเสียรูปร่างอันสง่างามของนางไปได้ น้องสามเราไปกันเถอะ"
"พะยะค่ะท่านพี่" สองฝาแฝดกอดคอเดินออกจากศาลากลางน้ำไป ทิ้งให้ซูเจินยืนเท้าสะเอวมองพวกเขาด้วยความโมโห สนมลีเองก็ได้เเต่ยิ้มพรางมองการกระทำของซูเจินอยู่ไม่ห่าง…
"สองคนนั้นตั้งใจจะเเกล้งฉัน เธอว่าไหมสนมลี?"
"ก็เ้าทำผิดเองนี่นา..ไม่เเน่ว่าถ้าเ้าหันมาใช้ภาษาเมืองหยุนเปิงอย่างเต็มตัว..เ้าอาจจะได้ทานขนมนั่นทุกวันก็เป็ได้นะ..เ้าไม่ลองดูหน่อยหรือ"
"แล้วภาษาที่ฉันพูดมันไม่ดีตรงไหน เชอะ!! พวกเหยียดภาษา นี่ .เธอรู้ไหมว่าห้องครัวไปทางไหน?"
"เ้าจะทำอะไร…อย่าบอกนะว่า!!"
"ใช่…ตามที่เธอคิดเลย ขนมถาดนั้นมันควรจะเป็ของฉันั้แ่แรกแล้วเพราะฉะนั้นฉันต้องรีบไปตามเอามากลับคืนมา ไปเร็ว!!"
"แต่เ้าเองก็เพิ่งจะกินเข้าไป ถาดใหญ่เลยนะ ยังไม่พออีกหรือ?"
"ตอนนี้อิ่ม แต่ก็เอามาไว้กินในครั้งหน้าไง…อย่าถามมากเดี๋ยวสองแฝดนั่นวนกลับมาเสียก่อน…ถ้าเธอไม่อยากไปด้วย ก็แค่บอกทางฉันมาก็พอ เดี๋ยวฉันไปหาของฉันเอง" สนมลีไม่มีทางเลือกอื่น เพราะตอนนี้พระชายาขนมหวานเริ่มคุ้มคลั่งอยากกินขนมขึ้นมาอีกแล้ว นางบอกทางไปยังครัวให้ซูเจินทราบ พอได้ยินเช่นนั้นนางไม่รอช้าเธอรีบวิ่งเเจ้น..ไปตามหาขนมหวานทันที สองแฝดที่แอบดูอยู่หลังต้นไม้ก็เอาแต่หัวเราะขำขันเพราะฉายา พระชายาขนมหวานนั้นมันเหมาะกับซูเจินจริงๆ เเต่ต่อให้ซูเจินพลิกครัวหาก็ไม่มีทางที่จะเจอขนมหวานได้เพราะอี้เฉียนนั้นได้สั่งให้อาฉางกับอาเฟยเอาขนมหวานไปไว้ที่จวนของเธอนั่นเอง…มันเข้าตำราที่ว่า ที่ๆอันตรายที่สุด คือที่ๆปลอดภัยที่สุดนั่นเอง สองแฝดเเตะมือกันแล้วรีบเดินตามไปเเอบดูความซนของซูเจินต่อ….