“เหอะ ๆ เช่นนั้นก็คอยดูกันต่อไปเถิด!” ตงฟางจิ้งยักไหล่ ไม่คิดจะถกเถียงด้วยอีก
“เอาละ เริ่มขั้นตอนที่สองได้! ทางสำนักได้จัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถทุกระดับขั้นไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ศิษย์ผู้เข้าร่วมการประลองทุกคนก้าวออกมาเลือกสรร วัตถุดิบแต่ละชนิดมีให้สองชุด หากล้มเหลวทั้งหมดจะถูกคัดออกและหมดสิทธิ์จัดอันดับ!” เจ้าตำหนักโอสถรับหน้าที่ดำเนินการประลองหลอมโอสถต่อ
หลิงเทียนก้าวลงมาจากหน้าเสาเพลิงวิเศษ ทว่ายามเดินผ่านข้างกายเฟิงรั่วเฉิน ฝ่ายหลังก็เค้นเสียงหัวเราะหยันขึ้นว่า “ผิดหวังมากใช่หรือไม่? นึกว่าครอบครองเพลิงวิเศษระดับสองขั้นสูงสุดแล้วจะทำให้ข้าขายหน้าได้ แต่สุดท้ายเจ้าก็เป็นได้แค่ตัวตลกอยู่ดี พอเริ่มหลอมโอสถเมื่อใด โฉมหน้าที่น่าเกลียดของเจ้าจะถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด!”
“เหอะ ช่างโง่เขลาและไร้ยางอาย ยามเริ่มหลอมโอสถ ข้าจะดูสิว่าเจ้ายังจะหัวเราะออกอยู่อีกหรือไม่” หลิงเทียนเพียงยักไหล่ แล้วเดินกลับเข้าสู่ลานประลอง
“บัดซบ!”
เมื่อเห็นหลิงเทียนยังคงโอหังเช่นนี้ เฟิงรั่วเฉินก็โกรธจนร่างสั่นสะท้าน
ยามนี้เหล่าศิษย์ตำหนักโอสถเริ่มทยอยเลือกวัตถุดิบหลอมโอสถที่ตนต้องการ ที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดย่อมไม่พ้นอัจฉริยะฝ่ายในสามอันดับแรกแห่งตำหนักโอสถ
โดยเฉพาะมั่วเชียนเลี่ยน ศิษย์พี่ใหญ่ต้องการหลอมโอสถพยัคฆ์คำรณขั้นปฐพีระดับกลาง ซึ่งคุณภาพระดับนี้ถือเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว
ทางด้านหลิวจื่อเหยาก็ถือว่าไม่เลว แม้จะมีเพียงเพลิงวิเศษระดับหนึ่ง แต่โอสถหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณที่นางตั้งใจจะหลอมนั้น ระดับใกล้เคียงกับขั้นปฐพีระดับกลาง หากหลอมสำเร็จย่อมได้รับคำชมเชยไม่น้อย
ทว่าในเวลานั้น เฟิงรั่วเฉินกลับก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เอ่ยเสียงดังผ่าเผยว่า “ศิษย์เฟิงรั่วเฉิน ขอท้าทายการหลอมโอสถมังกรคำรณขั้นปฐพีระดับสูงสุด ส่วนวัตถุดิบนั้น ศิษย์ได้จัดเตรียมมาเองแล้ว!”
“อะไรนะ โอสถมังกรคำรณขั้นปฐพีระดับสูงสุดหรือ?”
“ว้าว! เทียบยาของโอสถนี้ มิใช่มีเพียงผู้อาวุโสมู่แห่งสมาคมโอสถครอบครองอยู่หรอกหรือ?”
“แม้เพลิงวายุพัดจะเป็นระดับสองขั้นสูง แต่พลังบำเพ็ญของเฟิงรั่วเฉินยังไม่บรรลุถึงขั้นสร้างรากฐานระดับสูงสุด คิดจะหลอมโอสถมังกรคำรณ มันยากเกินไปมั้ง?”
“หากทำสำเร็จ เฟิงรั่วเฉินต้องสร้างชื่อกระฉ่อนทั่วดินแดนใต้เป็นแน่!”
ลานประลองเงียบกริบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศ เห็นได้ชัดว่าเฟิงรั่วเฉินเตรียมการมาเป็นอย่างดี!
ผู้อาวุโสฉานซินแห่งหุบเขาเฟินเซียง หันไปมองผู้อาวุโสมู่แห่งสมาคมโอสถพลางยิ้มเอ่ย “โอสถมังกรคำรณหรือ? คงมิใช่ว่าท่านเป็นผู้ถ่ายทอดให้หรอกนะ?”
เทียบยาของโอสถชนิดนี้ ผู้อาวุโสมู่ศึกษาวิจัยมาจากโอสถโบราณ นับว่ามีมูลค่ามหาศาล และในอดีตก็เพราะโอสถชนิดนี้เอง ที่ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาในวิถีโอสถแห่งดินแดนใต้ จนก้าวขึ้นเป็นผู้อาวุโสใหญ่กิตติมศักดิ์แห่งสมาคมโอสถทีละขั้น
“ฮ่า ๆ ๆ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ตัวข้าก็ขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน เฟิงรั่วเฉินคือศิษย์สายตรงของข้าเอง ข้าได้ถ่ายทอดความรู้ทางวิถีโอสถทั้งชีวิตให้แก่เขาแล้ว!”
“วันนี้ขอให้ทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานในวิชาหลอมโอสถของศิษย์ข้า ในสายตาข้า พรสวรรค์ทางวิถีโอสถของรั่วเฉิน เป็นรองแค่คู่ผู้เลิศล้ำแห่งหุบเขาเฟินเซียงเท่านั้น ตำแหน่งอันดับหนึ่งในวันนี้ จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากรั่วเฉิน!”
สิ้นเสียงของผู้อาวุโสมู่ เหล่าผู้คนในลานพิธีต่างสบตากันไปมา มิน่าเล่าเมื่อครู่ผู้อาวุโสมู่ถึงได้ออกตัวพูดแทนเฟิงรั่วเฉิน ที่แท้เฟิงรั่วเฉินก็เป็นศิษย์สายตรงของเขานี่เอง!?
“ทว่าหากเฟิงรั่วเฉินได้รับการสืบทอดวิชาจากผู้อาวุโสมู่จริง อันดับหนึ่งของการประลองหลอมโอสถครั้งนี้ ก็คงไม่ตกไปเป็นของผู้อื่นแน่”
“นั่นสิ ระดับของโอสถมังกรคำรณสูงเกินไป ต่อให้เป็นคู่ผู้เลิศล้ำแห่งหุบเขาเฟินเซียง ก็อาจจะหลอมออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
ผู้คนมากมายต่างพากันถอดถอนใจ แม้การประลองหลอมโอสถจะยังไม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ผลลัพธ์ดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้ว
เมื่อโอสถมังกรคำรณปรากฏ ใครเล่าจะอาจหาญมาต่อกร?
ยามนี้เฟิงรั่วเฉินหันกลับมา มองไปยังหลิงเทียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนจากระยะไกลด้วยสายตาเหยียดหยามถึงขีดสุด
โอสถมังกรคำรณ คือความมั่นใจของเขาในวันนี้ อันดับหนึ่งการประลองหลอมโอสถ เขาต้องครอบครองให้จงได้
และแล้วเหล่าศิษย์ผู้เข้าร่วมประลองหลอมโอสถเกือบทั้งหมดต่างแจ้งรายการวัตถุดิบที่ต้องใช้จนครบถ้วน เหลือเพียงหลิงเทียน ศิษย์รับใช้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเท่านั้น
เมื่อเห็นหลิงเทียนยังคงนิ่งเฉยไร้การเคลื่อนไหว หลายคนต่างแค่นหัวเราะพลางสั่นหัว อย่างที่คิด พอมาถึงขั้นนี้ หลิงเทียนก็แสร้งทำเป็นวางท่าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
ต่อให้มีเพลิงวิเศษ แล้วอย่างไรเล่า?
เพลิงวิเศษไร้ประโยชน์ แถมหลิงเทียนยังเป็นแค่เขยแต่งเข้าและศิษย์รับใช้ คนที่ไม่เคยมีโอกาสได้สืบทอดวิถีโอสถชั้นยอด จะเอาอะไรมาหลอมโอสถ!?
ช่างน่าขบขันสิ้นดี
“หลิงเทียน หากเจ้ายังไม่เลือกวัตถุดิบหลอมโอสถอีก จะถูกถอดสิทธิ์!”
สายตาของเจ้าตำหนักโอสถจ้องมองลงมา ด้วยความเย็นชาถึงที่สุด
“อ้อ!”
ทว่าหลิงเทียนเพียงกวาดสายตามองวัตถุดิบเหล่านั้นแวบหนึ่ง แล้วทำสีหน้าผิดหวัง “วัตถุดิบพวกนี้ระดับต่ำเกินไปนิด ไม่มีสิ่งที่ข้าต้องการ!”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
เจ้าตำหนักโอสถได้ยินดังนั้นพลันเลิกคิ้วขึ้น ในใจพลุ่งพล่านด้วยความโมโหโกรธา
ทุกคนต่างรอชมว่าหลิงเทียนจะขายหน้าอย่างไร แต่นึกไม่ถึงว่าหลิงเทียนกลับมาทำเป็นรังเกียจวัตถุดิบที่สำนักเฉียนหยวนจัดเตรียมไว้ให้เสียอย่างนั้น!?
ต้องรู้ก่อนนะว่า ในบรรดาวัตถุดิบเหล่านี้ ระดับสูงสุดนั้นบรรลุถึงขั้นปฐพีระดับสูงแล้ว!
หลิงเทียนเป็นเพียงศิษย์รับใช้ สามารถหลอมโอสถรวมปราณออกมาได้สักเม็ดก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ยังมีหน้ามารังเกียจอีกหรือ!?
“ก่อกวนโดยไร้เหตุผล เรียกร้องความสนใจชัด ๆ !”
“เรียนท่านเจ้าตำหนัก โปรดขับไล่คนผู้นี้ออกไป ข้าไม่ยินยอมร่วมลานประลองหลอมโอสถกับเขา!” หลิวจื่อเหยาก้าวออกมา ตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
นางทนดูหลิงเทียนต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ !
โดยรอบลานพิธี เหล่าผู้ฝึกตนที่มาจากทั่วดินแดนใต้ต่างพากันสั่นหัว ศิษย์รับใช้หลิงเทียนผู้นี้ กำลังตั้งใจหาเรื่องจริง ๆ ช่างเป็นการกระทำของคนถ่อยโดยแท้!
“หลิงเทียน หากเจ้าไม่เลือกวัตถุดิบ ก็อย่าหาว่าข้าไร้เมตตา!”
กลิ่นอายขอบเขตแปรแก่นบนร่างเจ้าตำหนักโอสถ พลันพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างฉับพลัน!
“โอสถขั้นปฐพีระดับสูง ข้าไม่คิดจะหลอม มีวัตถุดิบขั้นสวรรค์หรือไม่?”
ทว่าสีหน้าของหลิงเทียนยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม
“วัตถุดิบขั้นสวรรค์? หรือเขายังคิดจะหลอมโอสถขั้นสวรรค์อีกหรือ?”
“น่าขบขันสิ้นดี!”
“นี่มันคนบ้าชัด ๆ !”
“ไล่เขาไสหัวไปเสียทีเถิด ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ !”
เพียงพริบตัว เสียงด่าทอดังระงมขึ้นทั่วลานพิธี คนนอกต่างดูออกว่าหลิงเทียนตกอับจนปัญญาจะแก้ตัวแล้ว เป็นเพียงศิษย์รับใช้คนหนึ่ง บางทีอาจจะไม่เคยเห็นกระทั่งโอสถขั้นสวรรค์ด้วยซ้ำ ยังคิดจะหลอมอีกหรือ!?
ช่างน่าขบขันที่สุดในโลก เห็นทุกคนเป็นคนโง่หรือไร!
“ดื้อด้าน ไร้การสั่งสอน!”
เจ้าตำหนักโอสถหมดความอดทน ทำท่าจะยกมือขึ้นจับกุมตัวหลิงเทียนด้วยตนเอง การประลองหลอมโอสถของสำนักเฉียนหยวน เกี่ยวพันถึงหน้าตาของสำนัก ย่อมไม่ยินยอมให้คนผู้นี้ทำตัวเหลวไหลปั่นป่วนเด็ดขาด
“ถูกคนนับพันชี้หน้าด่า ช่างน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก!” เฟิงรั่วเฉินหัวเราะหยันไม่หยุด แมลงและมดปลวก ต่อให้ดิ้นรนอย่างไร ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้
“คุณชายหลิงเทียน ทางข้าพอจะมีวัตถุดิบอยู่ชุดหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านจะสามารถหลอมได้หรือไม่?”
ทว่าในตอนนั้นเอง ซ่งกวนอินแห่งหุบเขาเฟินเซียงที่เงียบขรึมมาโดยตลอด พลันลุกขึ้นยืนจากแท่นสูงแล้วเอ่ยขึ้น