ก๊อก! ก๊อก!
" ท่านยามาโตะคะ "
เสียงโรเซเรียร์ดังมาจากอีกด้านของประตูทำให้ยามาโตะต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้าก่อนที่เขาจะเดินไปเปิดประตูบานเก่า
แอ้ด ~
" อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านยามาโตะ "
" อรุณสวัสดิ์ครับคุณโรเซเรียร์ "
ทันทีที่เปิดประตูออกก็ปรากฎร่างของโรเซเรียร์พร้อมกับเมดที่อยู่เคียงข้างเธออีก 2 คน
" อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านยามาโตะ "
เมดคนหนึ่งได้กล่าวทักทายชายหนุ่มพรางโค้งศรีษระลงเล็กน้อย ท่าทีที่เงียบขรึมของเธอบวกกับผมสีดำขริบและแว่นตาเป็อะไรที่เข้ากันอย่างประหลาด ข้างๆของเธอมีเมดที่ดูอายุน้อยกว่าอีกคนที่ไม่ได้พูดอะไร แต่กำลังทำท่าเหมือนกับกำลังสวดมนต์อ้อนวอนอะไรสักอย่าง
" ลิเลียน่า! "
โป้ก!
เมดสาวผมดำได้ใช้กำปั้นของเธอโขกเข้าไปบนหัวของเมดสาวคนนั้นทำให้เธอสะดุ้งอย่างแรง
" โอ้ย!! พี่มาเรีย ทำอะไรเนี้ย!? "
" อยู่ต่อหน้าแขกอย่าเสียมารยาทสิ "
" เสียมารยาทตรงไหนกัน ฉันกำลังสวดภาวนาให้กับท่านผู้ส่งสาสน์ที่ช่วยท่านมาร์ควิสเอาไว้อยู่นะ "
" ฮ่าๆๆ ไม่เป็ไรหรอกครับ "
" เห็นไหม ท่านผู้ส่งสาสน์ยังไม่ว่าอะไ - "
เมดสาวเงียบสงัดในทันทีเมื่อมองไปที่ผู้เป็นายของตน โรเซเรียร์กำลังมองไปที่ลิเลียน่าพลางยิ้มแย้มไป แม้ใบหน้าจะดูมีความสุขแต่กลับส่งออร่าออกมาจนดูน่ากลัว
" ข..ขออภัยค่ะท่านยามาโตะ... "
" ครับ ผมไม่คิดมากหรอกครับ "
" ถ้าเช่นนั้นเราไปทานอาหารเช้ากันเลยไหมคะ? "
" ครับ รบกวนด้วยนะครับ "
เธอกลับมายิ้มตามปกติอีกครั้งแล้วแฮะ เมื่อตะกี้น่ากลัวซะมัด ต่อให้เราเองก็คงไม่อยากถูกดุแบบนั้นหรอก
หลังจากเดินลงมาจากชั้นสองที่บันไดห้องโถงก็มีเล่าเมดและหัวน้าบ้านกำลังเตรียมการต้อนรับอยู่
" อรุณสวัสดิ์ครับท่านยามาโตะ นายท่านรออยู่ที่ห้องรับประทานอาหารแล้วครับ "
หวา~ เป็คนที่เนี้ยบจริงๆ แม้ชุดจะเก่าและโทรมไปหน่อยก็เถอะ นี่สินะจิติญญาของพ่อบ้าน
ณ ห้องรับประทานอาหารก็ปรากฏภาพของมาร์ควิสวินเทอร์ฟอลที่กำลังนั่งรอชายหนุ่มที่หัวมุมของโต๊ะอย่างใจจดใจจ่อ พวกเขากล่าวทักทายยามเช้ากันเล็กน้อย ก่อนที่ยามาโตะจะนั่งโดยที่มีโรเซเรียร์นั่งอยู่ติดกับเขา ไม่นานเล่าสาวใช้ก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร แม้จะเป็เพียงแค่ซุปขุ่นๆและขนมปังแห้งๆก็ตาม
" ขออภัยด้วยจริงๆครับที่เราไม่สามารถเสิร์ฟอาหารที่เลิศรสได้ "
" ไม่เป็ไรครับ ซุปนี่ก็อร่อยดีนะครับ "
" ต้องขออภัยจริงๆนะคะ ถ้าดิฉันไปรับเสบียงทันล่ะก็... "
" คุณโรเซเรียร์อย่าโทษตัวเองไปเลยครับ เอาไว้ทานอาหารเสร็จแล้วผมจะช่วยเื่อาหารเอง อย่าลืมสิครับว่าผมเป็ผู้ส่งสาสน์ของใคร "
" ค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ "
เราเองก็ไม่อยากที่จะมองหน้าที่เศร้าสร้อยของเธอ ไม่รู้ทำไมแต่เราอยากเห็นตอนที่เธอยิ้มมากกว่า
.
.
.
ณ ่เวลายามสาย มาร์ควิส และยามาโตะ พร้อมกับขบวนอัศวินเล็กๆก็เริ่มเดินทางลาดตระเวนไปทั่วหมู่บ้านเพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น ภาพที่ยามาโตะเห็นคือหมู่บ้านที่เกือบจะเหมือนมู่บ้านร้าง มีชาวเมืองลายคนที่ร้องโอดโอยและร้องให้กับบางคนก็ออกมาจากบ้านที่พุพังและทรุดโทมด้วยร่างกายที่ซูบผอมราวกับไม่ได้กินอะไรมาทั้งอาทิตย์
" ดูเหมือนว่าจะเสียายเยอะมากเลยนะครับ "
" ใช่ครับ หลายครั้งที่เราสะกัดกั้นพวกปีศาจได้ แต่พอเราเริ่มฟื้นฟูสภาพหมู่บ้าน พวกปีศาจก็จะมาโจมตีอีกครั้ง ทำให้ไม่มีเวลาพักหรือซ่อมแซมมู่บ้านเลยครับ "
" แต่ปัญหาก็คือเสบียงสินะครับ? "
" ใช่แล้วล่ะครับ จำนวนชาวบ้านอพยพมาใหม่บวกกับพวกปีศาจที่บุกโจมตีหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้เสบียงของเราน้อยมากเต็มทน ระยะเวลาที่อยู่ได้ไม่พ้นอาทิตย์นี้ด้วยซ้ำครับ "
" ท่านมาร์ควิสครับ รบกวนช่วยพาผมไปดูพื้นที่ทำการเกษตรของหมู่บ้านได้ไหมครับ? "
" เื่นั้นคงเป็เื่ที่ยากเกินไปครับ "
" ทำไมงั้นหรอครับ? "
" พื้นที่ทำการเกษตรจะอยู่ด้านนอกของหมู่บ้าน เนื่องจากในหมู่บ้านจะเป็ที่อยู่อาศัยและเป็ตลาดขายสินค้าของชาวบ้านมากกว่าครับ ถ้าเราจะต้องออกไปด้านนอกนั่นอาจจะต้องเตรียมตัวกันเสียก่อน เพราะเราจะเจอพวกปีศาจหรือเปล่าก็ไม่อาจที่จะทราบได้ครับ "
" แล้ว (เสาศักดิ์สิทธิ์) ล่ะครับ? "
เสาศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญที่สุดในเกม Ark of Devil Lord เมื่อผู้เล่นต้องสร้างเมืองเป็ของตนเองพวกเขาจะต้องสร้างเสาต้นนี้ขึ้นมาเป็อันดับแรกๆ เพราะเสาศักดิ์สิทธิ์จะทำหน้าปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาทำให้ปีศาจไม่สามารถบุกเข้าจู่โจมเมืองได้ เสาต้นนี้จึงเปรียบเสมือนกับเป็จุดเซฟโซน[1]ของเกม แต่ก็น่าแปลกที่ั้แ่เราเดินทางเข้ามาก็ไม่มีออร่าใดๆมาล้อมรอบเมืองเอาไว้เลย
" ความจริงแล้ว... เสาศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน แต่เราปิดตายที่นั่นเอาไว้ "
" ท่านมาร์ควิสพอบอกผมได้ไหมครับ ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น? "
" ครับ... เราปิดโบสถ์นั่นมาได้ราวๆ 2 เดือนแล้วนับั้แ่ที่ปีศาจบุกโจมตีครั้งใหญ่ ในการโจมตีครั้งนั้นมี (ไจแอนท์โอเกอร์ ) ที่เป็ปีศาจแรงค์ A ปะปนมาด้วย 2 ตัว พวกเราพยายามที่ต่อสู้กับพวกมันอย่างเต็มที่แต่ก็โค่นไปได้แค่ตัวเดียว แม้จะมีเสาศักดิ์สิทธิ์แต่พลังของเสาก็อ่อนแอลงไปมากทำใ้เราไม่มีทางเลือกนอกจากล่อพวกไจแอนท์โอเกอร์อีกตัวพร้อมกับพวกปีศาจตัวอื่นๆเข้ามาที่โบสถ์เพื่อใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ทำให้มันอ่อนแอลงและขังมันเอาไว้ในนั้นครับ "
จากที่ฟังมาทำไมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างที่แปลกๆไปนะ ปกติไจแอนโอเกอร์จะมีเลเวลไม่เกิน 20 นี่นา แล้วทำไมมันถึงได้ไปอยู่แรงค์ A ได้ ทั้งที่ปกติในเกมมันอยู่แค่แรงค์ D ไม่ใช่หรอ?
" ถ้าแบบนั้นผมขอรบกวนให้ท่านมาร์ควิสช่วยพาผมไปที่โบสถ์ทีครับ แล้วก็รบกวนสั่งให้ชาวบ้านถอยห่างจากโบสถ์ให้มากที่สุดด้วยนะครับ "
มาร์ควิสลังเลไปชั่วครู่หลังจากที่ได้ยินคำขอร้องจากชายหนุ่ม ไม่นานเขาก็ตัดสินใจสั่งการกับเหล่าอัศวินของตน
" มาร์คัส!! สั่งการเหล่าอัศวินให้เตรียมตัวประจำการที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ แล้วสั่งอพยพเหล่าชาวบ้านให้ออกจากบริเวณนั้นด้วย!! "
" ขอรับท่านมาร์ควิส!! "
" ครั้งนี้ผมต้องขอให้ท่านมาช่วยแล้วแหละ ท่านยามาโตะ ไม่สิ!! ผู้ส่งสาสน์แห่งเทพดีเมอร์รอส "
" แน่นนอนครับท่านมาร์ควิส ผมจะช่วยจนทำให้ท่านรู้สึกผิดไปเลยแหละ "
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! งั้นผมก็ต้องพยายามมากให้ขึ้นอีกสินะ "
มาร์ควิสหัวเราะร่าขึ้นดังลั่นไปทั่วทั้งหมู่บ้าน รอยยิ้มของเขาแสดงถึงความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมและไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัวใดๆ จากนั้นไม่นานหัวหน้าอัศวินก็ควบม้าของเขาตรงมายังมาร์ควิส
" ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วครับท่านมาร์ควิส! "
" ดี! งั้นเราไปกันเถอะท่านยามาโตะ! "
ขบวนของมาร์ควิสมุ่งตรงไปยังโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใจกลางหมู่บ้าน โบสถ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พุพังแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งออร่าที่ใกล้จะมอดดับเต็มทน บานประตูของโบสถูกคล้องโซ่ไว้พร้อมกับสิ่งของต่างๆที่เอามาไว้กั้นประตูไม่ว่าจะเป็ท่อนไม้ เกวียน และสิ่งของต่างๆที่ถูกวางระเกะระกะขวางทางเอาไว้ นอกจากนั้นยังมีเล่าอัศวินหลายสิบคนล้อมรอบโบสถ์เอาไว้
" ก๊าซซซซ!!! "
" โฮกกกก! "
เสียงของเหล่าปีศาจที่ดังสนั่นสร้างความตื่นใให้กับเหล่าอัศวินเป็อย่างมาก
" มาร์คัส รายงานสถานการณ์มา "
" ครับท่านมาร์ควิส เมื่อคืนนี้พวกปีศาจได้ส่งเสียงร้องในรอบ 1 เดือนออกมาดังสนั่น คาดว่ามันคงถูกกระตุ้นด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อันมหาศาลของท่านยามาโตะในตอนที่รักษาท่านมาร์ควิส กระผมจึงได้จัดเฝ้าเวรยามรอบโบสถ์โบสถ์เพื่อคอยเฝ้าระวังเอาไว้ แต่หลังจากที่เสียงร้องเมื่อคืนนี้เราก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลยจนกระทั่งเมื่อครู่ครับ "
" มันคงจะััถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ในตัวของผมได้แน่ครับ "
" ไม่ผิดแน่ คงต้องสู้กับพวกมันจริงๆแล้วล่ะครับ "
ท่านมาร์ควิสพูดถูก เวลานี้คงต้องใช้ไอ้นั้นแล้วแหละ
" ออร่าศักดิ์สิทธิ์ "
[เปิดใช้งานสกิล : ออร่าศักดิ์สิทธิ์ Lv.2]
[ระยะเวลาการใช้งาน : 30 นาที]
[มานาคงเหลือ 640/800]
[เหล่าพันธมิตรได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิตและความแข็งแกร่ง]
[ปีศาจที่อยู่ในระยะของอาณาเขตจะอ่อนแอลงเป็อย่างมาก (ติดค่าสถานะ ลดเลเวล Lv.2) ]
แสงสีทองแพ่พุ่งออกจากคัมภีร์ของยามาโตะก่อนที่จะกางออกอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน เหล่าผู้อัศวินที่ดูเหนื่อยล้าและอ่อนแรงเริ่มมีท่าทางดูแข็งแรงและมีพลังมากขึ้น ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นรวมถึงมาร์ควิสต่างตกตะลึงไปพร้อมกัน แต่ความน่าใยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อยามาโตะร่ายมนตร์อะไรอีกสักอย่างก่อนที่จะเอื้อมมือทั้งสองเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างที่ส่องประกายสีทองออกมาจากคัมภีร์เล่มเล็กที่ตอนนี้กำลังลอยอยู่
" นั่นมัน...ขวาน !? "
สิ่งที่ทุกคนเห็นเป็ขวานไม้ขนาดใหญ่เกือบเท่า่ลำตัวของเขาและมีความยาวราวๆ 2 เมตร ใบขวานนที่ดูทื่อและด้ามขวานที่ทำมาจากไม้เก่าพร้อมกับอักษขระโบราญที่สลักอยู่บนตัวขวาน แม้ว่าทั้งหมดจะทำให้มันจะดูเก่าแต่กลับมีออร่าศักดิ์สิทธิ์จางๆแผ่ออกมารอบๆอย่างต่อเนื่อง
[เปิดใช้งานสกิล : เกษตรกรรมพื้นฐาน Lv.1]
[ไอเทมศักดิ์สิทธิ์ : ขวานตัดไม้โลก]
" เอาล่ะครับทุกท่าน เราไปเอาโบสถ์ของเราคืนมากันเถอะ "
.
.
[เปิดใช้งานสกิล : เอาชีวิตรอด]
เชิงอรรถ
^ เซฟโซน ( Save Zone ) หมายถึง พื้นที่ปลอดภัย