บทที่1
ดอกไม้แห่งความรู้สึก
ว่ากันว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยพลังงานที่มนุษย์ไม่อาจมองเห็น หรือััได้ด้วยประสาทััทั่วไป มันเป็เื่เหนือธรรมชาติที่หลายคนไม่อยากเชื่อ
ยกเว้น ‘บลอสซัม’
บลอสซัมคือหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมพลังพิเศษ
พลังที่ทำให้เธอสามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร โดยไม่จำเป็ต้องพูดออกมา
ท่ามกลางความวุ่นวายของโถงทางเดินในคณะศิลปกรรมศาสตร์ กลิ่นอายของสีน้ำ กลิ่นดินปั้น และเสียงพูดคุยจอกแจกของเหล่านักศึกษาเป็สิ่งที่บลอสซัมคุ้นเคยเป็อย่างดี สำหรับเธอแล้ว สิ่งที่ทำให้โลกใบนี้ของเธอต่างจากคนอื่นไม่ใช่แค่ความสวยงามของงานศิลปะที่ตั้งอยู่ตามผนัง แต่เป็สิ่งที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของผู้คนรอบกายด้วย นั่นก็คือ…
'ดอกไม้แห่งความรู้สึก'
ดอกไม้แสนสวยที่ตั้งตระหง่านบนศีรษะและแสดงความรู้สึกของผู้เป็เ้าของ
หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลหยักศกก้าวเดินไปตามทางเดิน ดวงตาสีดำขลับของเธอมองผ่านฝูงชนด้วยความชำนาญ เธอเห็นดอกเดซี่สีขาวผลิบานอยู่บนศีรษะของรุ่นน้องคนหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอย่างร่าเริง เห็นดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่กำลังสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นของกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งสอบเสร็จ และเห็นดอกลาเวนเดอร์สีม่วงอ่อนที่ดูสงบนิ่งของอาจารย์ที่เดินสวนไป
บลอสซัมเป็คนช่างสังเกต เธอชอบเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของมันเพื่อทำความเข้าใจอารมณ์ของเ้าของ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่เคยจ้องมองนานเกินควร หรือใช้ความสามารถของตัวเองก้าวล้ำเข้าไปในความรู้สึกส่วนตัวของใคร เพราะสำหรับเธอความรู้สึกของคนคนหนึ่งเป็เื่ส่วนตัวที่ควรได้รับการเคารพไม่ต่างจากคำพูดที่พวกเขาเลือกจะเก็บไว้ในใจ
ดอกไม้เหล่านี้ไม่เคยโกหก มันคือความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของรอยยิ้มและคำพูด หากใครสักคนกำลังเศร้า ดอกไม้บนหัวจะค่อย ๆ เหี่ยวเฉาและกลีบดอกไม้จะร่วงลงราวขาดน้ำ หากใครกำลังโกรธ ดอกไม้จะเปลี่ยนเป็สีแดงฉานและมีหนามแหลมคมพุ่งออกมา หรือหากเป็ความหวาดกลัว มันจะกลายเป็ดอกไม้สีเทาหม่นหมอง บลอสซัมใช้ชีวิตอยู่กับความจริงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ามาั้แ่จำความได้ จนบางครั้งเธอก็เผลอรู้สึกว่าการฟังคำพูดของคนอื่นไม่น่าเชื่อถือเท่ากับการมองดูสีสันของอารมณ์ที่กำลังเบ่งบานอยู่บนศีรษะของพวกเขา
"บลอสซัม! ทางนี้" เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังมาจากโต๊ะม้าหินข้างตึกตัวหนึ่ง
‘ลิส’ เพื่อนสนิทสุดที่รักผู้รับรู้ถึงพลังพิเศษของเธอโบกมือให้ เธอเป็คนเดียวที่คอยดึงสติบลอสซัมยามที่เธอเหม่อมองดอกไม้จนลืมสนใจโลกความจริง บลอสซัมยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่
"ดูเหม่อ ๆ นะ เป็อะไรรึเปล่า?" ลิสเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ขณะที่สายตาภายใต้กรอบแว่นมองสำรวจเพื่อนรักอย่างรู้ทัน
"ก็ไม่เป็อะไรหรอก แค่คนเยอะน่ะ กว่าจะเดินมาถึงนี่ได้เหนื่อยแทบแย่" บลอสซัมตอบพลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ "ว่าแต่ ทำไมวันนี้คนดูเยอะแปลก ๆ "
"อาจารย์บอกว่าเซคสามจะมาเรียนรวมกับเราน่ะสิ พอดีอาจารย์ที่สอนเซคสามอยู่ประจำเขาประสบอุบัติเหตุ เลยต้องเรียนรวมกับเราไปก่อน"
บลอสซัมพยักหน้ารับ การที่มีเพื่อนต่างเซคซึ่งปกติแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันมาเรียนด้วยแบบนี้ เธออาจจะได้เห็นดอกไม้อะไรใหม่ ๆ มากขึ้นก็ได้เธอคิดแบบนั้น
แต่แล้วจู่ ๆ ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพขึ้นมา ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็แล่นผ่านสันหลัง มันไม่ใช่ความรู้สึกหวาดกลัว มันคือความรู้สึก 'ว่างเปล่า' ที่รุนแรงจนเธอต้องหันไปมองตามสัญชาตญาณ
ท่ามกลางกลุ่มนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา มีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงมายังตึกเรียน เขาเดินด้วยท่าทีสงบ ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยจนเกือบจะดูเ็า ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของบลอสซัมต้องสะดุดลง ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเขา แต่เป็สิ่งที่อยู่เหนือศีรษะของชายคนนั้น
บนศีรษะของเขา... ไม่มีดอกไม้สีสันสดใส ไม่มีดอกไม้ที่เปลี่ยนสีตามอารมณ์ แต่มันคือ ‘ดอกไม้สีดำสนิท’ ดำดิ่งราวกับหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่างทุกอย่างรอบตัว มันเป็ดอกไม้ที่ดูไร้ชีวิตชีวา และดูเหมือนจะปิดกั้นทุกความรู้สึกเอาไว้ภายใต้กลีบสีดำนั่น
บลอสซัมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้ง เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ดอกไม้สีดำที่ดูเหมือนจะตายไปแล้วแต่กลับยังคงตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น ราวกับเป็ปริศนาที่รอคอยการไขคำตอบ และนั่นเป็ครั้งแรกที่หญิงสาวผู้มองเห็นความรู้สึกของทุกคน กลับพบกับความรู้สึกที่เธอไม่สามารถอ่านออกได้เลยแม้แต่นิดเดียว
หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่วางตา ราวกับถูกมนต์สะกดจากความมืดมิดที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของเขา ดอกไม้สีดำดอกนั้นให้ความรู้สึกด้านลบเป็อย่างมาก ไม่น่าใช่ดอกไม้ที่ดีแน่
"บลอสซัม เป็อะไรไป ทำไมจ้องเขาขนาดนั้น?" เสียงของลิสที่ดังขึ้นข้างหูทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยง เธอรีบก้มหน้าลงมองสมุดสเก็ตช์ภาพในมือเพื่อซ่อนความตื่นตระหนก แต่ภาพของดอกไม้สีดำนั่นยังคงติดตาไม่จางหาย
"ลิส คนเมื่อกี้เขามีดอกไม้ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน"
ลิสทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย
“หืม? ดอกไม้นั่นหน้าตาเป็ไงเหรอ?”
“มันเป็สีดำทึบหมดเลย จนแทบมองไม่ออกว่ามันคือดอกอะไร”
โดยปกติแล้วทุกคนจะมีดอกไม้ประจำตัวแตกต่างกันออกไป อาจมีซ้ำกันบ้างถ้าเป็คนที่มีอะไรคล้ายกัน บลอสซัมอยู่กับดอกไม้มาั้แ่เกิด เธอมั่นใจว่าเธอรู้จักดอกไม้หลายชนิดบนโลก ยกเว้นดอกไม้สีดำทมิฬนั่นที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ความตื่นเต้นและความอยากรู้อยากเห็นก่อตัวขึ้นภายในใจ หญิงสาวรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งเวลาได้ค้นพบดอกไม้ใหม่ๆที่เธอไม่เคยพบมาก่อน การได้เรียนรวมกับเพื่อนจากเซคสามทำให้เธอค้นพบดอกไม้ชนิดใหม่จริงๆ ด้วย
เวลาเรียนเริ่มใกล้เข้ามา เธอเก็บความอยากรู้อยากเห็นไม่ให้ออกนอกหน้าจนผิดปกติและพาลิสเดินเข้าไปในห้องเรียนเหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆ ห้องเรียนวันนี้คนแน่นมากกว่าทุกที แต่เธอไม่ซีเรียสเพราะมีสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอได้มากกว่ามานั่งหงุดหงิดเื่คนเยอะ
บลอสซัมหยิบดินสอขึ้นมาเตรียมพร้อมจดสิ่งที่อาจารย์จะสอนในวันนี้ แต่สายตายังคงลอบมองไปที่ประตูห้องเรียนอยู่เป็ระยะ จนกระทั่งร่างสูงโปร่งคนเดิมก้าวเข้ามาในห้อง
เขาคนนั้นเอ่ยตอบเพื่อนที่ส่งเสียงทักทายด้วยท่าทีนิ่งเฉย เขาไม่ได้แสดงความโกรธ ไม่ได้แสดงความรำคาญ และไม่ได้แสดงความร่าเริง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นคงที่ดูโดดเดี่ยวอย่างประหลาด เขาเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะว่างด้านหลังสุดของห้อง ซึ่งเป็มุมที่ค่อนข้างห่างไกลจากสายตาผู้คน
"อ้อ ฉันนึกออกแล้ว เหมือนเขาจะชื่อไมเนอร์นะ เป็หนึ่งในตัวตึงด้านงานจิตรกรรมของรุ่นเลย" เห็นเพื่อนสาวดูท่าทางสนใจพ่อหนุ่มคนนั้น ในฐานะเพื่อนรักแสนดีลิสจึงเล่าข้อมูลที่รู้ให้เพื่อนฟัง "แต่เป็อินโทรเวิร์ต ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ดูเข้าถึงยากหน่อย"
“ตัวตึงงานจิตรกรรมของรุ่นเลยเหรอ ไม่เห็นรู้เื่เลย”บลอสซัมเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“รู้เื่อะไรกับเขาบ้างหล่อนน่ะ วันๆเอาแต่จ้องหัวคนอื่น” ว่าจบลิสก็เขกหัวเพื่อนไปทีหนึ่ง
บลอสซัมบ่นเพื่อนสาวนิดหน่อย ก่อนจะนึกถึงดอกไม้สีดำดอกนั้นที่ลุ่มลึกและหนักอึ้งจนเธอรู้สึกอึดอัดแทนเ้าของ มันเหมือนกับมีกำแพงล่องหนที่สร้างขึ้นจากกลีบดอกไม้สีมืดมิดคอยกั้นเขาออกจากความสดใสของโลกใบนี้
ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเป็ความกดดันในอก บลอสซัมเคยเห็นดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาจนกลายเป็สีน้ำตาลเพราะความโศกเศร้า เธอเคยเห็นดอกไม้สีเทาหม่นเพราะความกลัว แต่เธอไม่เคยเห็นดอกไม้ที่ดำสนิทและสมบูรณ์ในความมืดมิดเช่นนี้มาก่อน
‘ทำไมกันนะ... ทำไมดอกไม้ของไมเนอร์ถึงเป็แบบนั้น?’
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของบลอสซัมไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่า ดอกไม้สีดำดอกนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่ความผิดปกติทางอารมณ์ แต่มันคือปริศนาที่ซ่อนความเ็ปบางอย่างเอาไว้ลึกเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง และเธอก็ไม่สามารถละสายตาไปจากความมืดมิดที่งดงามและน่ากลัวนั่นได้เลย
เสียงอาจารย์ผู้สอนเริ่มบรรยายเนื้อหาตามบทเรียน แต่ไม่ได้เข้าหัวบลอสซัมเลยแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดของเธอถูกดึงดูดไปกับดอกไม้สีดำและผู้เป็เ้าของ
สรุปแล้วตลอดทั้งคาบเรียน หญิงสาวไม่ได้สนใจมองที่กระดาน เอาแต่นึกถึงดอกไม้ดอกนั้นและแอบมองชายที่ชื่อไมเนอร์เป็ระยะๆไม่ถี่เกินไป เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เธอสังเกตได้ว่าแม้แต่ยามที่เพื่อนร่วมคลาสคนอื่นหัวเราะคิกคักหรือแสดงอารมณ์ร่าเริงออกมา ดอกไม้ของไมเนอร์ก็ยังคงดำสนิทและเ็า
รู้ตัวอีกทีเสียงกริ่งหมดเวลาเรียนก็ดังขึ้น นักศึกษาคนอื่นๆ ต่างทยอยเก็บของและเดินออกจากห้องด้วยบทสนทนาที่สดใส บลอสซัมยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ รอจนกระทั่งห้องเรียนเริ่มว่างเปล่า จนเหลือเพียงเธอ ลิส ไมเนอร์ และนักศึกษาอีกไม่กี่คนที่ยังอยู่ในห้อง
ไมเนอร์ลุกขึ้นยืน เขาสะพายกระเป๋าแล้วเดินผ่านโต๊ะของเธอไปเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายความเ็าที่แผ่ออกมาทำให้บลอสซัมเผลอกลั้นหายใจ ในจังหวะที่เขาเดินผ่าน แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาตกกระทบลงบนดอกไม้สีดำดอกนั้นชั่วครู่ มันทำให้เธอเห็นชัดขึ้นว่า กลีบของมันไม่ได้เรียบเนียน แต่มันเต็มไปด้วยรอยหยักที่ดูซับซ้อนและแหลมคม ราวกับเป็หนามที่คอยทิ่มแทงใครก็ตามที่พยายามจะเข้าใกล้
หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความปรารถนาที่จะค้นหา ความอยากรู้อยากเห็นที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ กำลังเผาไหม้อยู่ในอกของเธอ บลอสซัมไม่เคย้าจะก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของใคร แต่ปริศนาที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของชายคนนี้กำลังท้าทายความสามารถในการมองเห็นของเธออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เธอมองตามแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ ลับหายไปจากประตูห้องเรียน ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจอย่างชัดเจนและแน่วแน่
ถ้าดอกไม้ทุกดอกสามารถผลิบานและเปลี่ยนสีได้ตามความรู้สึก... แล้วดอกไม้สีดำที่ตายด้านดอกนี้จะสามารถมีสีสันได้ไหมนะ
บลอสซัมกำดินสอในมือแน่น ยังไงดอกไม้สีดำแบบนั้นก็ไม่น่าใช่ดอกไม้ที่สื่อถึงความรู้สึกดีๆ แน่ อาจเป็ดอกไม้ที่ทำอันตรายต่อเ้าของก็เป็ได้ คนที่มองเห็นความจริงผ่านดอกไม้มาทั้งชีวิตอย่างเธอ การปล่อยให้ปริศนาสีดำนี้ผ่านไปโดยไม่หาคำตอบ คงเป็เื่ที่เธอทำไม่ได้อย่างแน่นอน
“ยังไงฉันก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเ้าดอกไม้นั่นคืออะไรกันแน่”