50 1-2
ตอนที่ 79 สมน้ำสมเนื้อ
สีหน้าของเหลิงหยุนเจียวทมิฬมืดลงในบัดดล ปรากฏว่าคนสารเลวบัดซบผู้นี้ตั้งใจจะสังหารลูกชายของนางให้ตายทั้งเป็น...
พวกมันคิดจริงหรือว่า เห็นข้าเป็นเพียงแม่อ่อนแอผู้หนึ่ง แล้วจะสามารถข่มเหงรังแกกันได้ง่ายเช่นนี้?
ในเมื่อยามนี้เหลิงหยุนเจียวรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว นางก็แทบจะอดใจรอเปิดศึกถล่มนิกายตะวันมรกตให้ราบเป็นหน้ากลองมิได้!
หลังจากที่เหลิงเจียวเหนียงนับผลึกวิญญาณแล้วเสร็จทุกก้อน เขาก็แอบได้ยินเนื้อความที่เหลิงหยวนหลงเอ่ยออกมาเมื่อครู่เช่นกัน
เขายกมือเกาหัวแกรกๆปั้นสีหน้างุนงง และเมื่อเหลียวหน้าหันไปมองอีกด้าน แลเห็นเป็นโม่เฉินที่ปรากฏกายมายืนเคียงข้าง เช่นนั้น เด็กชายตัวน้อยถึงกับยิ้มออกในทันใด
“ท่านลุงโม่!”
เขารีบลุกไปหาโม่เฉินหยวนโดยไว โผเข้ากอดต้นขาของเขาและแทบจะทิ้งน้ำหนักลงนอนอยู่ตรงนั้น ทำตัวราวกับลูกสุนัขตัวน้อยที่ดีอกดีใจเมื่อเห็นเจ้าของกลับมา
“แม่จ๋าเพิ่งรวบรวมผลึกวิญญาณระดับสูงได้ตั้งมากมาย เสร็จจากตรงนี้แล้ว พวกเราไปโรงเตี๊ยมหาอาหารอร่อยๆกินกันเถิด! เดี๋ยวข้าเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง!”
“แม่จ๋าบอกว่า หากเอาแต่กินขนมลูกกวาด เดี๋ยวฟันจะหักเอา”
จากสีหน้ามืดทมิฬอาฆาต โม่เฉินหยวนค่อยๆคลายผ่อนลดสีหน้าแววตาจนดูอ่อนโยนลงหลายส่วน ยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาพร้อมส่งยิ้มให้เป็นคำตอบ
“ได้สิ”
เหลิงเจียวเหนียงมิทันสังเกตเห็นร่องรอยความผิดปกติอันใดแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังกวักมือเรียกโม่เฉินหยวนให้โน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบว่า
“ท่านลุงโม่ เอาหูมาใกล้ๆขอรับ ข้ามีเรื่องอยากจะถามหน่อย”
โม่เฉินหยวนนิ่งแข็งไปชั่วขณะหนึ่ง แววความเย็นชาดุร้ายมลายสูญสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มแสนอบอุ่นที่มอบให้แก่เหลิงเจียวเหนียง เขาพยักหน้าตอบเบาๆแล้วรีบโน้มตัวเข้าใกล้ด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ขนมม๋าสู่ที่ข้าแอบวานให้ท่านไปซื้อล่ะ? ได้มาด้วยหรือไม่?”
“....” โม่เฉินหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเอาขนมม๋าสู่ที่ตนเพิ่งไปในเมืองซื้อให้ออกมาชิ้นหนึ่ง แล้วยื่นส่งให้เด็กชายตัวน้อยโดยเร็ว
เหลิงเจียวเหนียงลอบชำเลืองมองเหลิงเจียวหยุนที่อยู่ตรงนั้นเล็กน้อย ก่อนก้มหน้ามองขนมม๋าสู่ในมือด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ
“ไป๋ซือหมิง พาเจียวเหนียงออกไปหาอะไรกินก่อน”
วาจาน้ำเสียงของเหลิงหยุนเจียวในยามนี้ทั้งเรียบนิ่งและเย็นชาจับขั้วหัวใจ ประหนึ่งหยาดน้ำค้างท่ามกลางหุบเขาเหมันต์พันปี ภายใต้บรรยากาศความร้อนรุ่มเช่นนี้ กลับรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจนน่ากลัว
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ไป๋ซือหมิงไม่รีรอยิ้มตอบโดยไว
“เข้าใจแล้ว”
แต่ชั่วอึดใจต่อมา ทีท่าน้ำเสียงของเขาก็แปรเปลี่ยนพลัน ดูละอายใจเกินกว่าจะพูดออกมา
“เอ่อ...พี่สาวถัง ก่อนหน้านี้ข้าใช้เงินไปกับการรักษาพิษจนหมดเกลี้ยง คือว่า...”
เหลิงหยุนเจียวชี้นิ้วไปทางกล่องบรรจุผลึกวิญญาณระดับสูงใบนั้นพร้อมกระดิกเบาๆ ผลึกวิญญาณจำนวนหลายก้อนลอยขึ้นและพุ่งไปหาไป๋ซือหมิง
ไป๋ซือหมิงรีบรับจับไว้อย่างแม่นยำ แล้วคลี่ยิ้มกว้างสดใสกล่าวว่า
“พี่สาวถัง พี่ชายโม่ พวกท่านอย่าได้กังวลใจ ข้าจะดูแลเจียวเหนียงอย่างดีที่สุด”
สิ้นเสียงกล่าวจบ เขาก็รีบตรงดิ่งไปหาเหลิงเจียวเหนียง พร้อมหยิบขนมม๋าสู่ทั้งหมดที่เหลือจากมือโม่เฉินหยวน ยัดใส่อ้อมแขนของเด็กชายตัวน้อยอย่างว่องไว
“เอาล่ะ เจียวเหนียง เดี๋ยวพี่ไป๋จะพาเจ้าไปหาอะไรอร่อยๆในเมืองกิน!”
เหลิงเจียวเหนียงอ้าแขนรับขนมไว้พร้อมปั้นหน้าฉงนใจยิ่ง เท่าที่เขาพอจะเข้าใจในยามนี้ก็คือ สีหน้าการแสดงออกของท่านแม่กับท่านลุงโม่ล้วนดูเย็นชาน่ากลัวเกินบรรยาย ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้ พวกเขาสองก็ยังปิดปากเงียบไม่กล่าวอะไรสักคำ ดูท่ากำลังจริงจังเคร่งเครียดกันยิ่งนัก
คล้ายตระหนักทราบถึงบางสิ่ง เหลิงเจียวเหนียงไม่กล้าปริปากเอ่ยอะไรไปมากกว่านี้แล้ว จึงยอมปล่อยให้ไป๋ซือหมิงอุ้มตนออกไปโดยง่าย
คล้อยหลังจากที่ไป๋ซือหมิงพาเหลิงเจียวเหนียงจากไปแล้ว โม่เฉินหยวนก็เลื่อนสายตาจับจ้องไปที่เหลิงหงเฟยซึ่งอยู่บนพื้นทันที
ชั่วพริบตาขณะนั้น สัมผัสได้ถึงสายตาพิฆาตคู่นั้นที่จ้องมองมา เหลิงหงเฟยถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวยิ่ง ราวกับกำลังถูกราชสีห์จ้าวป่าจ้องตะครุบเหยื่อ ทำเอาเจ้าตัวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
โม่เฉินหยวนเร่งระดมลมปราณเต็มสูบ ตบฝ่ามือกระแทกใส่เหลิงหงเฟยเต็มแรง คลื่นพลังไร้สภาพที่หนักอึ้งดุจค้อนหมื่นตันตอกอัดปะทะทรวงอกอย่างจัง เหลิงหงเฟยถึงกับร่างปลิวกระเด็นว่อนดุจว่าวไร้เชือก กระอักพ่นเลือดสดคำโตออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดแสน
“อ๊ากกก!!”
ร่างทั้งร่างของเหลิงหงเฟยเสมือนถูกของหนักกระแทกทุบจนบี้แบน อวัยวะภายในทั้งหมดเสียหายฉีกขาดไม่เหลือดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าอกที่ปรากฏรอยบุ๋มลึกจนเกือบทะลุไปถึงด้านหลัง
ยิ่งผนวกรวมเข้ากับพิษร้ายที่กำลังกัดเซาะไขกระดูกลึกอย่างบ้าคลั่งในร่างกายยามนี้ ความเจ็บปวดทรมานที่เขาได้รับจึงยิ่งทวีความเจ็บปวดรุนแรงเกินจะจินตนาการคาดถึงได้
กล่าวคือจะอยู่ก็มิอาจทนไหว จะตายก็ยังมิได้
หากต้องมีชีวิตอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาสู้ขอตายไปเสียเลยจะดีกว่า!
เขาอยากตายยิ่งนัก! ยามนี้ มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะสามารถปลดปล่อยเขาจากความทรมานทั้งปวงได้!!
“เก็บมันไว้ก่อน อย่าเพิ่งฆ่ามันทิ้ง”
เหลิงหยุนเจียวปัดปอยผมที่ห้อยลงมากลางหน้าผากออก แล้วใช้เรียวนิ้วปัดขึ้นเหน็บเข้าข้างใบหูอย่างใจเย็น น้ำเสียงทุกคำที่นางเปล่งออกมาทั้งราบเรียบและสงบนิ่ง ทว่ากลิ่นอายรอบตัวกลับตรงกันข้าม มวลอากาศคล้ายอัดแน่นไปด้วยรังสีสังหารเข้มข้น
“มันเป็นศิษย์ของนิกายตะวันมรกต”
โม่เฉินหยวนปรายหางตามองสตรีนางนี้ที่กำลังก้าวเข้าใกล้ มุมปากกระตุกยิ้มเย็นชา พร้อมกล่าวเย้ยหยันขึ้นคำหนึ่งว่า
“อะไร กลัวอย่างนั้นรึ?”
“มีอันใดต้องกลัว? เพียงแต่ข้ามีเหตุผลมากกว่านั้น”
“มันเคยปล่อยให้ข้าต้องตายต่อหน้าลูกตัวเองมาแล้ว ครั้งนี้ข้าก็จะปล่อยให้ศิษย์รักของมันต้องตายต่อหน้ามันเช่นกัน! เช่นนี้ย่อมสมน้ำสมเนื้อดีจริงหรือไม่?”