บทที่ 28 เื่น่าประหลาดใจ
ทุกคน “...”
เซี่ยจ้งยิ่งมองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “นายบ้าไปแล้วเหรอฉินเจิน!”
เขาไปขอความช่วยเหลือจากหนูเนี่ยนะ!
“จี๊ด!”
หนูตัวนี้ดูฉลาดทีเดียว ถึงแม้จะไม่เข้าใจที่ฉินเจินพูดทั้งหมด แต่มันก็รู้จักคำว่า ‘ยาเม็ดบำรุงิญญา’
“จี๊ด จี๊ด...”
ฉินเจินหยิบยาเสพติดที่ค้นได้จากบ้านของชาวบ้านออกมา วางไว้ตรงหน้าหนู
เซี่ยจ้งและคนอื่น ๆ ต่างประหลาดใจที่เห็นหนูเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วดม ๆ
ซ่งหยางพูดขึ้นว่า “หัวหน้าเซี่ย บางทีหนูตัวนี้อาจจะทำให้เราประหลาดใจก็ได้นะครับ”
เขาเอื้อมมือไปแตะยันต์คุ้มภัยที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านหน้า
ตอนนี้ซ่งหยางมั่นใจแล้วว่าที่ะุนัดก่อนหน้านี้ถูกสะท้อนออกไปได้ แน่นอนว่าต้องเป็เพราะยันต์คุ้มภัย
ถ้าไม่ติดว่าเขายังปฏิบัติภารกิจอยู่ เขาอยากจะลากฉินเจินมาถามตอนนี้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หนูตัวนั้นดมกลิ่นเสร็จก็รีบวิ่งหายเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเขาไล่ตามมันไม่ทัน เพราะมันวิ่งลงรูไปแล้ว
เซี่ยจ้ง “...”
เขาไม่น่าไปหวังลม ๆ แล้ง ๆ เลย
หลายคนมองฉินเจินกับซ่งหยางด้วยสายตาประมาณว่า ‘นี่เหรอที่พวกนายบอกว่าเป็เื่น่าประหลาดใจ?’
ทั้งสองคนได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ
“พูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อ แต่ที่พวกเราสามารถหาฐานที่มั่นบนเขาด้านหลัง รวมถึงห้องใต้ดินพวกนั้นเจอได้ง่าย ๆ ก็เพราะสัตว์พวกนี้ช่วยพวกเราไว้ทั้งนั้น”
ซ่งหยางพยายามอธิบาย
เพราะนี่เป็สิ่งที่เขาเห็นกับตาตัวเอง
แต่ถึงอย่างไร คนอื่นก็ไม่ได้เห็น จึงมีเพียงฉินเจินคนเดียวเท่านั้นที่เชื่อ
ซ่งหยางกับฉินเจินหมดหนทาง เื่แบบนี้อธิบายไปก็ไม่มีใครเข้าใจ เหมือนกับที่พวกเขาไม่เชื่อว่าบนโลกนี้มีผีอยู่จริงนั่นแหละ
ตอนที่พวกเขากำลังจะไป ก็ได้ยินเสียง ‘จี๊ด ๆ’ ดังมาจากในโพรง
เป็เสียงของหนู
ทุกคนหันไปมองที่ปากโพรงอย่างพร้อมเพรียง และต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเ้าหนูตัวนั้นกลับมาแล้ว
ไม่ใช่แค่กลับมาตัวเดียว แต่ยังมีหนูตัวเล็กตัวน้อยสีเทา ๆ ตามหลังมาอีกสิบกว่าตัว
โอ้โห นี่มันพาลูกหลานออกมาทั้งตระกูลเลยรึไงเนี่ย
“เวรเอ๊ย!” มีคนเผลอร้องออกมาอย่างลืมตัว
ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้
“จี๊ด ๆ”
หนูสีเงินเทาตัวนั้นพูดอะไรบางอย่างกับหนูตัวอื่น ไม่นานหนูสิบกว่าตัวก็วิ่งออกไป
เซี่ยจ้งและคนอื่น ๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“นี่...นี่พวกมันจะออกไปตามหาจริง ๆ เหรอ?”
ทีแรกเขาคิดว่าถ้าหาไม่เจอคงต้องไปขอยืมสุนัขสายตรวจมา ตอนนี้...หรือว่าจะลองดูอีกสักหน่อย?
ฉินเจินเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ “น่าจะใช่มั้งครับ”
ซ่งหยางกลับตาเป็ประกาย “ต้องใช่แน่ ๆ”
เขามั่นใจสุด ๆ ก็หนูพวกนี้เคยัักับเสิ่นจืออินนี่นา!
ฉินเจินและทีมของเซี่ยจ้งต่างมองไปที่เขาเป็ตาเดียว
“ทำไมนายถึงมั่นใจกว่าฉันอีก?”
ซ่งหยางทำสีหน้าจริงจัง ดึงยันต์คุ้มภัยที่ตอนนี้กลายเป็สีเทาหม่นออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง
“วันนี้ผมเกือบตาย”
พูดถึงเื่นี้ ซ่งหยางยังคงรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย
“เกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยจ้งถามอย่างเคร่งขรึม
ซ่งหยางจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด
“หัวหน้าเซี่ย ผมไม่ได้ล้อเล่น ตอนนั้นผมเห็นชัด ๆ เลยว่า มีบางอย่างที่มองไม่เห็น สะท้อนะุออกไป”
เมื่อเขาพูดจบ สายตรวจอีกคนหนึ่งก็ยกมือขึ้น
“พูดถึงเื่นี้ ผมก็เกือบโดนยิงที่ขา”
เขาเหลือบมองยันต์คุ้มภัยในมือของซ่งหยาง และรีบค้นหาบนตัวอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าก็หยิบยันต์คุ้มภัยสีเทาออกมา
“มันหมองจริง ๆ ด้วย”
เซี่ยจ้ง “…”
“แล้วทำไมเสี่ยวจ้าวถึงได้รับาเ็” เขาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เสี่ยวจ้าวถูกแทงตอนต่อสู้กับพวกค้ามนุษย์
ตอนนี้เขากำลังได้รับการปฐมพยาบาลอยู่ เขากัดฟันแน่นด้วยความเ็ป
“เดี๋ยวค่อยไปถามเขาก็ได้”
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน หนูพวกนั้นที่กระจายตัวออกไปก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พวกมันรุมล้อมหนูสีเงินเทาตัวนั้น เหมือนกับว่ากำลังประชุมอะไรบางอย่าง
ในที่สุดหนูสีเงินเทาก็ส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ สองสามครั้ง มันหันไปทางทิศหนึ่งแล้ววิ่งออกไป
ฉินเจินมองไปที่เซี่ยจ้ง “ตามไปไหมครับ?”
เซี่ยจ้งกัดฟัน “ไปสิ”
วันนี้เป็วันที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมาเลย
พวกเขาวิ่งตามเ้าหนูสีเงินเทาตัวนั้นไปจนถึงป่าไผ่ แล้วมาหยุดอยู่ที่ปากหลุมใต้ดินแห่งหนึ่ง
หลุมแบบนี้โดยปกติแล้วใช้เก็บของ
“เปิดออก”
หลังจากเปิดปากหลุมแล้ว พวกเขาต้องรอสักพักถึงจะลงไปได้ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดภาวะคาร์บอนไดออกไซด์เป็พิษ
หลังจากรอให้ก๊าซภายในระบายออกไปจนเกือบหมดแล้ว เ้าหนูสีเงินเทาก็รีบไต่ลงไป
ฉินเจินก็ถือไฟฉายโดดตามลงไปด้วย
ดูจากภายนอกแล้ว หลุมแห่งนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษ และไม่มีร่องรอยของยาเสพติดเลย
แต่เ้าหนูสีเงินเทาตัวนั้นยังคงยืนร้องจี๊ด ๆ อยู่บนกองดินกองหนึ่ง
ในที่สุดเ้าหน้าที่สายตรวจทุกคนก็ช่วยกันขนดินที่อยู่ในหลุมขึ้นไปจนหมด พอขุดดินที่ปกคลุมอยู่ออกไปชั้นหนึ่ง พวกเขาก็พบกับความลับที่ซ่อนอยู่ภายในเสียที
แถวนี้ทั้งเปลี่ยวและน่ากลัว ถ้าให้พวกเขาหาคงไม่เจอง่าย ๆ แน่
แถมยังมีกลิ่นฉุนรุนแรง ต่อให้เอาสุนัขสายตรวจมาคงหาไม่เจอในเวลาอันสั้น
หนูพวกนี้มันช่างซอกแซกเข้าไปได้ทุกที่จริง ๆ แม้แต่ที่ที่ซ่อนเร้นแบบนี้ก็ยังหาเจอ
“เจอแล้ว แถมเยอะซะด้วย”
ไม่คิดเลยว่า แค่ศพเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียว จะสาวไปถึงคดีใหญ่ขนาดนี้ได้
การขนย้ายคน อาวุธ และยาเสพติดออกไปต้องใช้เวลาอีกสักพัก
ฉินเจินพาหนูสีเงินเทาในมือ เดินฝ่าสายตาซับซ้อนของเซี่ยจ้งและคนอื่น ๆ ไปหาเสิ่นจืออิน
เพราะเขายังไม่ได้ให้รางวัลที่สัญญาไว้กับเ้าหนูนี่เลย
“อ้าว คนไปไหนซะแล้วล่ะ”
“หรือว่ากลับไปแล้ว ลองโทรถามดูดีกว่า”
แน่นอนว่าต้องโทรหาจ้าวชิง
ตอนนี้ทั้งจ้าวชิงและเสิ่นจืออินอยู่บนต้นไม้
เสิ่นจืออินถูกจ้าวชิงอุ้มขึ้นมา เพราะข้างล่างมีฝูงหมาป่าล้อมรอบอยู่
จ้าวชิงแทบจะร้องไห้ “ทำไมบนเขานี้ถึงมีหมาป่าด้วย”
“เสิ่นจืออิน อย่าขยับนะ หมาป่าปีนต้นไม้ไม่เป็ พวกเรารอก่อน เดี๋ยวพวกมันก็คงไป”
การฆ่าหมาป่าเป็เื่ผิดกฎหมาย เธอจึงทำได้แค่รอ
ฝูงหมาป่าข้างล่างยังคงจ้องมองพวกเขาที่อยู่บนต้นไม้ ดูเหมือนว่าพวกมันไม่มีทีท่าจะจากไปง่าย ๆ
เสิ่นจืออินยืนอยู่บนกิ่งไม้ “หนูคิดว่า พวกมันคงไม่อยากสู้หรอก”
จ้าวชิงทำหน้าเศร้า “ใช่ ๆๆ พวกมันไม่อยากสู้ พวกมันแค่อยากกินพวกเราต่างหากล่ะ”
เสิ่นจืออินคิดในใจ เธอไม่ได้หมายความแบบนั้น
ทันใดนั้น ก็มีเสียงบางอย่างดังมาจากที่ไกล ๆ ดึงดูดความสนใจของฝูงหมาป่า
ใบหูของพวกมันขยับ แล้วจ่าฝูงก็แหงนหน้าขึ้นหอน
ฝูงหมาป่าออกไปอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบภายใต้การนำของมัน
ดวงตาของจ้าวชิงเป็ประกาย “ไป เร็วเข้า รีบวิ่งกันเถอะ”
หลังจากลงจากต้นไม้ เธอก็ะโบอกเสิ่นจืออินว่า “ค่อย ๆ ลงมา พี่สาวรอรับข้างล่าง อย่าเพิ่ง...”
ยังไม่ทันที่คำว่า ‘กลัว’ จะหลุดออกจากปาก เสิ่นจืออินก็ะโลงมาจากความสูงกว่าสองเมตร ทำเอาหัวใจของจ้าวชิงเกือบหยุดเต้น
เมื่อเห็นว่าเสิ่นจืออินลงมาถึงพื้นอย่างปลอดภัยแล้ว เธอจึงเอามือกุมอกพร้อมกับมองบน
อยู่กับบรรพบุรุษน้อยคนนี้ คนที่หัวใจไม่แข็งแรงคงต้องช็อกตายแน่ ๆ