“ถังเซ่าเวย!! นางโสโครก ได้เวลาทำงานแล้ว รีบลุกไปขอทานซะ ขืนไม่เชื่อฟังข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
ณ กระท่อมหลังเล็กซอมซ่อท้ายหมู่บ้าน ที่โอบล้อมด้วยละอองของความเหน็บหนาวชัยภูมิโดยรอบเป็แอ่งราบลุ่ม
ยามเช้าตรู่หมอกปกคลุมหนาทึบเป็เื่ปกติสตรีวัยกลางคนร่างผอมหลังค่อมสวมเสื้อปะชุนสีตุ่นยืนทุบประตูด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดฉุนเฉียว
หญิงสาวที่ถูกเรียกหา นามว่าถังเซ่าเวยนางกำลังนอนกระดิกเท้าอยู่บนฟูกเก่า ๆ ที่ทำจากก้อนฟางแห้งในมือถือก้อนซาลาเปาที่แข็งเหมือนก้อนหินขึ้นมาแทะ
“ขืนกินต่อ ฟันร่วงหมดปากแน่”
สาวน้อยวัยขบเผาะอายุสิบห้าปีบริบูรณ์นางโตพอที่จะแต่งงานออกเรือนได้แล้วแต่ทว่าเซ่าเวยถูกกักขังและใช้งานอย่างหนักจนมีสภาพไม่ต่างจากศพเดินได้แล้วบุรุษบ้านใดจะกล้าสู่ขอ แม้ใบหน้าจะมีเค้าแววหลงเหลือว่างดงามแต่สภาพผมเผ้ารุงรังกับเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่ขาดวิ่นทำให้ภาพลักษณ์ของนางเป็ได้แค่ขอทานข้างถนนในสายตาผู้อื่น
หญิงสาวร่างผ่ายผอมข่มตาลง นับหนึ่งถึงสิบในใจ มือเล็ก ๆ กุมซาลาเปาก้อนนั้นอย่างเกลียดชังไม่ได้มีแค่ท่านน้าหญิงที่รังเกียจเซ่าเวยเซ่าเวยก็รังเกียจคนใจร้ายแบบท่านน้าหญิงเหมือนกันแต่เซ่าเวยต้องทนอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อรอพี่ชายมารับ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซ่าเวยโดนรังควานท่านน้าหญิงและครอบครัวมักกดขี่ข่มเหงเซ่าเวยเสมอ หลายปีมาแล้วที่หญิงสาวถูกใช้งานอย่างไร้มนุษยธรรม
ั้แ่พี่ใหญ่นำนางมาฝากไว้กับท่านน้าหญิง เซ่าเวย หรือเวยเวยก็ไม่เคยได้รับความรักความอบอุ่นอีกเลย ท้องเล็ก ๆของนางร้องโครมครามหิวตลอดเวลาเพราะท่านน้าหญิงให้นางกินแค่ข้าวต้มวันละชามเท่านั้น
[ิญญาข้าวต้มนะสิ!]
เซ่าเวยมองออกไปนอกชายคาบ่อย ๆแววตากลมโตอัดแน่นไปด้วยการรอคอยอย่างไร้ที่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าผ่านมากี่เหมันต์แล้วที่พี่ใหญ่ไม่กลับมารับนางเสียที
ขณะที่กลอนประตูเกือบพังเพราะถูกดันจากด้านนอก
เซ่าเวยเตรียมโยนซาลาเปาที่แข็งเหมือนหินก้อนนั้นใส่ท่านน้าหญิง แต่แล้วเสียงทุบบานประตูก็เงียบเชียบหายไป สาวน้อย
เซ่าเวยประหลาดใจมาก รีบลุกจากฟูกที่นอนไปหยุดที่ผนังห้องแล้วใช้ใบหูเงี่ยฟัง
“เ้าคือคนที่รับเงินของถังห่าวหรานทุกปีใช่หรือไม่”น้ำเสียงไม่ค่อยเป็มิตรกล่าวต่อหน้าท่านน้าหญิง
“นายท่านผู้น่าเกรงขาม แม้ว่าครอบครัวของเราจะเคยรู้จักกับถังห่าวหรานแต่รับรองได้ว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกันและไม่ใช่สายเืเดียวกัน เื่รับเงินยิ่งเป็ไปไม่ได้”
หญิงวัยกลางคนไม่สบายใจนักที่ถูกล้อมด้วยบุรุษสวมเกราะ สำหรับหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ปักหลักอยู่ใต้ตีนเขามีเ้าหน้าที่หลายนายมาเยี่ยมเยือนถึงที่ นับเป็เื่ที่เ้าบ้านไม่ใคร่ยินดีนักหว่านเยว่สือกังวลว่านางขอทานตัวดีถังเซ่าเวยและถังห่าวหรานพี่ชายของนางจะไปก่อเื่ไม่ดีเข้า ด้วยเหตุนี้หว่านเยว่สือจึงพยายามปฏิเสธตัดสัมพันธ์
เซ่าเวยได้ยินชื่อของพี่ชาย นางจึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า บางทีวันที่นางรอคอยอาจจะมาถึงแล้ว
[ท่านพี่กลับมารับข้า!]
หญิงสาวรีบผลักบานประตูออกมาจากห้องเก็บของอย่างกระตือรือร้นดวงตาที่เบิกกว้างเพราะความดีใจพลันหรี่แคบด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง...เมื่อได้เห็นบุรุษถือฝักดาบราวหกคนไม่มีพี่ชายของนางเลย เซ่าเวยหดหัวห่อไหล่ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง น่าสงสาร
“นายท่าน เซ่าเวยขอถามหน่อยเถิด ท่านพี่ของข้าสบายดีหรือไม่เมื่อไหร่ท่านพี่จะมารับข้า” ถังเซ่าเวยรวบรวมความกล้าถามต่อหน้าบุรุษทั้งหกเพราะนางได้ยินหนึ่งในนั้นเรียกชื่อพี่ใหญ่ของนาง อย่างน้อยคนพวกนี้น่าจะให้คำตอบแก่นางได้
“นางขอทานเงียบไปซะ!”
ถังเซ่าเวยไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกก็จริงแต่ทว่ายามอยู่ต่อหน้าหว่านเยว่สือ เซ่าเวยจะทำตัวดื้อรั้นยากสั่งสอนคาดไม่ถึงว่านางจะใจกล้าขนาดนี้หว่านเยว่สือโกรธจนลืมไปว่าด้านหน้านี้มีบุรุษถือดาบจ้องมองอยู่หญิงวัยกลางคนหมายจะทุบตีนางให้ตายคามือ โทษฐานที่ทำให้ครอบครัวของตนเดือดร้อน
ถังเซ่าเวยแสดงออกอย่างคุ้นชินเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หญิงสาวโดนทุบตี ขาเรียว ๆของนางที่เหมือนโครงกระดูกวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
หว่านเยว่สือไม่รู้จักประมาณตนเอง แยกเขี้ยวยิงฟันใส่หญิงสาวผู้ไร้ทางสู้ประหนึ่งนางมาร
ทว่าหัวไหล่ของหว่านเยว่สือสั่นสะท้านฉับพลัน เพราะมีคมดาบพาดอยู่วาจาขึงขังดังขึ้น “อย่าแม้แต่จะเตะต้องนาง!”
เซ่าเวยสะใจยิ่งนักที่ได้เห็นนางมารตนนั้นเป็ฝ่ายถูกข่มขู่ซะบ้าง ท่านน้าหญิงที่เคยดุด่านาง...ตอนนี้ผงกหัวคำนับนายท่านผู้ถือดาบอย่างกลัวตายไม่เพียงเท่านั้นหว่านเยว่สือยังเอาแต่พูดว่า “ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าอีกแล้ว”
“นายท่านโปรดไว้ชีวิตภรรยาข้าด้วย ครอบครัวของเรายากจนไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใด ต้องมีเื่เข้าใจผิดแน่”
ชายวัยกลางคนได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวาย และเห็นคนมุงดูจำนวนมากที่หน้าบ้านของตนเองจางลู่คงผู้เป็เสาร์หลักของบ้านถือกระชอนดักปลาไว้ในมือวิ่งโซซัดโซเซเข้ามาประคองภรรยา พร้อมกล่าวอ้อนวอนแทนนาง
เจียงฉีหนิงไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกเขามากนักชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสีดำทึบมองไปยังหญิงสาวที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนก็รู้ได้ในทันทีว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ทารุณนางเป็ระยะเวลานานแล้ว
[แต่นางเก่งมากจริง ๆ ที่รอดมาได้]
เจียงฉีหนิงชายตามองหว่านเยว่สือกับจางลู่คงอย่างไม่สบอารมณ์จากนั้นลั่นวาจาสั่งผู้ติดตามอีกห้านายว่า
“พาตัวนายหญิงกลับไป”
นายหญิงงั้นหรือ?
หว่านเยว่สือกับจางลู่คงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นได้แต่ลอบมองหน้ากันอย่างใ พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าถังเซ่าเวยนางเด็กกำพร้าจะมีเครือญาติอื่นอีก จำได้ว่าถังห่าวหรานพี่ชายของนางพานางมาฝากให้เลี้ยงดูเพราะมีเหตุจำเป็ให้ต้องไปคำมั่นสัญญาสุดท้ายที่หลุดออกจากปาก คือจะส่งเงินให้ทุกปีเพื่อแลกกับการดูแลน้องสาวของเขาให้อยู่ดีกินดี
หรือจะเป็ไปได้ว่าถังห่าวหรานที่หายเงียบไปหลายปีบัดนี้ได้ดิบได้ดีมีบริวารรับใช้เป็ของตัวเอง หากเป็เช่นนั้นจริง!ครอบครัวของหว่านเยว่สือ ก็ควรที่จะมีความเป็อยู่ที่ดีกว่านี้เช่นกันหว่านเยว่สือจะไม่ยอมให้นางเด็กเซ่าเวยสุขสบายแค่คนเดียวหลายปีมานี้แบ่งที่ให้ซุกหัวนอนก็ถือเป็บุญคุณมากโข
“หากนายท่านพาเวยเอ๋อร์ของพวกเราไป แล้วข้ากับสามีเล่า?”
หว่านเยว่สือยอมเสี่ยงตายโพล่งเสียงขึ้นมาถามขณะที่นายท่านผู้ถือดาบยังยืนอยู่ด้านจางลู่คงกลัวตายจนไหล่สั่น ได้แต่กระตุกชายเสื้อของภรรยาแรง ๆพร้อมตำหนิติเตียน
“ข้าบอกแล้วว่าให้ระวังคำพูด”
เจียงฉีหนิงไม่ใคร่ใส่ใจคำพูดของหว่านเยว่สือเขาเพียงเดินเข้าหาเซ่าเวย เมื่อเจียงฉีหนิงม้วนกำปั้นประสานไว้ใต้ฝ่ามือในท่าคารวะบุรุษในชุดเกราะสีเงินที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาก็ค้อมศีรษะตามอย่างพร้อมเพรียง
“โปรดตามพวกเราขึ้นหุบเขาเทียนตงเถิดขอรับ”
หุบเขาเทียนตง!!
จางลู่คงใหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินชื่อหุบเขาลูกนี้ เขามองไปที่ใบหน้าอันมึนงงของถังเซ่าเวยพร้อมด้วยปากสั่น ๆพูดไม่ออก
หุบเขาเทียนตงปกครองโดยสกุลมู่หรงกฎเหล็กของที่นั่นคือ เข้าแล้วห้ามออก...เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากท่านผู้นำฝ่าฝืนกลายเป็เถ้ากระดูกสถานเดียว เกือบห้าปีมาแล้วที่เทียนตงปิดตายไม่รับคนนอกไฉนบุตรสาวที่บิดามารดาสิ้นอายุขัยอย่างถังเซ่าเวยถึงได้มีวาสนานั้น!
ถึงแม้ว่าหว่านเยว่สือจะอิจฉาตาร้อนและอยากมีชีวิตที่ดีแต่ด้วยชื่อเสียงของตระกูลมู่หรงที่สูงส่งกว่าราชสำนักขององค์ฮ่องเต้ทำให้หว่านเยว่สือไม่กล้าหืออือเรียกร้องสิ่งใดจากนายท่านชุดดำอีก
ถังเซ่าเวยมองหน้าเจียงฉีหนิงก็รู้สึกชื่นชมในใจว่าคนผู้นี้หล่อเหลายิ่งนักแม้ว่าจะถือดาบเอาไว้ในมือแต่สำหรับนางแล้วเขากลับน่าเลื่อมใสมากกว่าที่จะหวาดกลัวแววตาที่เขามองนางก็ดูเป็มิตรเช่นกัน ต่างจากที่มองท่านน้าหญิงกับท่านน้าชาย
“เรียกเซ่าเวยว่านายหญิง ท่านเป็บ่าวรับใช้ของพี่ใหญ่ใช่หรือไม่?”
เจียงฉีหนิง -...- “ไม่ใช่ขอรับ”
“อย่างนั้นก็ไม่ต้องเรียกนายหญิงแล้ว อายคน”
เซ่าเวยถ่อมตัว ไม่้ายศ ขอเพียงได้พบพี่ชายก็พอใจแล้ว
“ขอรับฮูหยินน้อย”
ฮูหยิน!!! ฮะฮ๊าาาาาฮูหยิน!!!
หว่านเยว่สืออ้าปากค้างเติ่ง ดวงตาของนางแทบถลนออกจากเบ้า เป็ไปไม่ได้! ข้าหูฝาดแน่