
“เอ่อคือว่าเื่นั้น...”
ปาลีมองหน้าคนโน้นคนนี้ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรก่อน เธอพึ่งรู้ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาถึงเหมือนกัน จึงคิดหาคำตอบไม่ทัน เื่นี้ไม่ใช่ฝีมือของใครอื่นและมั่นใจมากว่าต้องเป็เขา! ซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เสียผลประโยชน์กับเื่นี้ “เคนอิจิ มิคารุ!” ก่นด่าอีกฝ่ายในใจอย่างเหลืออด
“...ดิฉันพึ่งเห็นข่าวเมื่อเช้า ยังไม่ทราบเื่มาก่อน และต้องขอโทษทุกท่านในที่นี้ด้วยกับเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้น”
ปาลียกมือบางขึ้นไหว้ขอโทษผู้บริหารทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมที่เธอเป็คนนำปัญหามาให้ ไม่ทันได้ไตร่ตรองว่าการแก้ปัญหาไปแบบนั้นจะส่งผลเสียให้บริษัทเกิดความวุ่นวายและเดือดร้อนใหญ่โต
“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ” คนที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกพูดกับตัวเอง เขาไม่เชื่อว่าเธอทำไปโดยไม่มีเหตุผล คงไม่พ้นสร้างความสนใจให้กับโรงแรมตัวเองอีกตามเคย
“แค่คำขอโทษ มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอกนะ” หนึ่งในโต๊ะประชุมที่ไม่ชอบขี้หน้าสองพี่น้องกิจสาโรจน์กล่าวเป็เชิงให้ออกมารับผิดชอบ
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ปัญหาที่เกิดขึ้นฉันจะเป็คนรับผิดชอบเอง”
“จะไหวเหรอ ตอนนี้เคนอิจิกำลังคว้านซื้อหุ้นของเราสนุกมือเชียว และมันส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเราไม่น้อย ปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่นานเราแย่แน่”
“ฉันทราบดีค่ะ และถ้าแก้ไขเื่นี้ไม่ได้ ตำแหน่งรองประธานเคอาร์ คอร์ป ก็ไม่สมควรที่จะเป็ของฉันอีกต่อไป!” คำพูดและน้ำเสียงที่เฉียบขาดโพล่งออกไปทำเอาทั้งห้องเงียบกริบไม่มีใครกล้าโต้แย่งอะไรอีก
“เด็ดขาดเหมือนกันแหะ”
ร่างสูงที่แอบยืนฟังอยู่ด้านนอกนึกทึ่งไม่น้อยกับความใจกล้าของสาวเ้า เขาอยากจะรู้เสียแล้วสิว่าหญิงสาวจะแก้ปัญหาเื่นี้อย่างไร…
“เื่นั้นฉันทราบดีค่ะ และได้เจอมากับตัวแล้วด้วย” ปาลีหวนคิดไปถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่จะให้เธอยอมรับข้อเสนอน่าสมเพชนั้นนะหรือ เธอยอมเป็บุคคลล้มละลายมันยังดูมีค่ามากกว่า
หลังประชุมเสร็จปาลีได้เดินออกไปหาเลขาที่เป็ธุระโทรตามหาคนสร้างปัญหาเอาไว้แล้วชิ่งหนี ทิ้งให้เธอต้องมาตามแก้ทุกครั้งไป
“ยังไม่ยอมรับสายเลยคะ พี่พยายามโทรเป็ร้อยสายแล้ว”
“ให้มันได้อย่างนี้” ปาลีสบถเสียงเครียด พยายามระงับอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะทะลุปรอท
“จะให้พี่ทำยังไงต่อดีคะ”
“ไม่ต้องค่ะ พี่นวลกลับไปทำงานต่อเถอะ ปาจัดการต่อเอง”
“เอ่อแล้วนั้นคุณปาจะไปไหนคะ...”
ยังไม่ทันได้พูดจบร่างบางได้เดินหายเข้าไปในลิฟต์เสียแล้ว เลขาจึงทำได้แต่เพียงมองตามไปอย่างเป็ห่วง
รัฐภูมิ ฟานเซส หลบอยู่อีกมุมมองตามร่างบางไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอไม่เหมือนผู้หญิงที่ผ่านมา ไม่มีท่าทีสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับพยายามผลักไส้เขาให้ออกห่าง แต่ไม่ว่าเธอจะหลีกหนีเขามากเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากจะทั้งตัวและหัวใจ เพราะเธอเหมือนมีแม่เหล็กขนาดใหญ่ดึงดูดเขาให้เข้าหาอยู่ตลอดเวลา
“...คุณรอฟ เกิดเื่แล้วครับ!”
“ว่ามา”
“มีคนพยายามเจาะฐานข้อมูลเรา!”
“มันเป็ใคร!” มือหนารับเ้าจอสี่เหลี่ยมจากมือคนสนิทมาดูถึงกับกัดฟันกรอด
“...ไอ้หมาลอบกัด! มันอยากจะลองดีกับฉันสินะ ได้! เพิ่มระบบป้องกันระบบขั้นสูง และส่งคนไปตามจับไอ้มือบอนที่กล้าเจาะระบบแล้วจัดการมันซะ!” รัฐภูมิประกาศเสียงเรียบห้วน
ปาลีพารถยนต์คันหรูวิ่งปาดเข้าไปจอดลงหน้าคอนโดหรูกลางกรุง ร่างบางก้าวฉับตรงเข้าไปด้านในด้วยท่าทางรีบร้อนพร้อมะเิออกมาได้ทุกเมื่อ
“นางฟ้ามาโน้นแล้ว ไปเร็ว”
พนักงานที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เห็นหญิงสาวเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาก็วิ่งรีบกุลีกุจอไปกดลิฟต์รอลูกค้าวีไอพี
“เชิญครับ...”
ร่างบางก้าวเข้าไปในลิฟต์แล้วกดปิดมันทันที พนักงานหนุ่มได้แต่ยืนยิ้มค้างเมื่อคนที่ตั้งใจต้อนรับไม่ได้ตอบรับกลับมา
“คนอะไรก็ไม่รู้เวลาโกรธหน้ายังสวย”
พนักงานปราบปลื้มในความงดงามของหญิงสาว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เหลียวลงมาหมาวัดอย่างเขา ก่อนเดินกลับไปทำงานของตัวเอง
ปาลีก้าวเดินมาหยุดลงหน้าห้องของพี่ชายตัวดี มือบางเสียบคีย์การ์ดแล้วผลักบานประตูผลักเข้าไปด้านใน และสิ่งที่เห็นก็ทำเอาความโกรธเกรียวที่หอบหิ้วมาพุ่งสูงขึ้นเป็ทวีคูณ พุ่งเข้าไปกระชากผ้าห่มที่คลุมร่างเปื่อยท่อนบนออกไปกองอยู่ที่พื้น
“พี่ปราบ!”
“อื้อ...” ปราบคว่ำหน้ากับหมอนหนีด้วยความรำคาญ
“ลุกมาเดี๋ยวนี้นะพี่ปราบ” ฝ่ามือฟาดเข้าที่บ่ากว้างเต็มแรงอย่างสุดจะทน ตามด้วยหมอนใบใหญ่ฟาดเข้าร่างแกร่งอย่างเดือดดาล
“โอย! ฉันเจ็บนะ”
ร่างสูงใหญ่เปื่อยท่องบนกำลังนอนหลับฝันดีสะดุ้งโย่งกับความเ็ปที่ได้รับ ดวงตาเปิดกว้างขึ้นแทบจะทันที เด้งตัวขึ้นเอามือปัดป้องฝ่ามือบางที่ฟาดลงมาไม่ยั้งเป็พัลวัน
“ทำบ้าอะไรของแกยัยปา! หยุดนะ” เปิดตาขึ้นเต็มดวงจ้องมองน้องสาวอย่างไม่สบอารมณ์ พลางเสยเส้นผมที่ตกลงมาปิดหน้าผากทิ้งไปข้างหลัง
“เจ็บสิดี ปาจะบ้ากว่านี้อีกถ้าพี่ปราบยังมีความคิดโง่เง่าเบาปัญญาแบบนี้อยู่” ปาลีต่อว่าพี่ชายด้วยวาจาเจ็บแสบเหลือทน
“มันจะมากไปแล้วนะ” ปราบไม่พอใจที่ถูกว่า
“ไม่มากไปหรอกกับสิ่งที่พี่ทำกับบริษัท!” ปาลีจ้องพี่ชายด้วยแววตาโกรธจัด กำมือบางแน่นอยากเข้าไปฉีกร่างออกเป็ชิ้นถ้าทำได้
“แกพูดเื่อะไร...”
“นึกไม่ออกเลยหรอว่าทำอะไรไว้” หญิงสาวพยายามควบคุมสติและอารมณ์ให้เย็นที่สุด
“...แกมีอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่า” ปราบเบื่อที่จะฟังน้องสาวพล่าม
“เคนอิจิกำลังคว้านซื้อหุ้นบริษัท!”
“...ห๊ะ! แกว่าอะไรนะ” ปราบร้องเสียงหลง หันขวับกลับมามองใบหน้าเนียนที่กำลังโกรธจัด
“พี่รู้เื่นี้ด้วยใช่ไหม”
“บ้าเหรอ! ฉันจะทำไปทำไม”
“เพราะพี่จะได้ในสิ่งที่้ายังไงล่ะ”
“มากไปแล้วนะยัยปา หยุดลามปามฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“ปาพูดความจริง! มันเป็เพราะพี่ที่ไปเสนอความคิดบ้านั้นให้เขา คราวนี้แหละเราจบเห่กันจริงๆแน่”
“นี่อย่ามาโทษฉันคนเดียว ที่ผลมันออกมาเป็แบบนี้ก็เป็ความผิดของแกด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่อุตริฉีกสัญญา และยอมตกลงรับข้อเสนอเื่ก็ไม่ออกมาเป็แบบนี้หรอก”
“อ้าย! ไอ้พี่บ้า คิดได้ยังไงเนี่ยหา!” ปาลีะโใส่หน้าพี่ชายดังลั่นด้วยความเดือดดาล คว้าหมอนฟาดใส่อีกชุดใหญ่
“โอย! ...นี่พอได้แล้วนะ” ปราบพุ่งเข้ารวบหมอนออกจากมือน้องสาวแล้วทิ้งไปอีกฝั่งเตียง ก้าวลงจากเตียงไปยืนเผชิญ
“ปาไม่หยุด”
“หยุด! แล้วก็อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน ถ้าจะโทษว่าใครผิดก็น่าจะเป็แกนั่นแหละ ...ไปๆ ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน” ฝ่ามือกว้างจับไหล่มนหมุนกลับไปทางประตู
“นี่มาทำนิสัยเสียแบบนี้นะ ปล่อยปานะ”
“ฉันก็เป็ของฉันแบบนี้แหละ บาย...” ปราบผลักร่างบางออกไปจากห้องแล้วปิดประตูลงกลอน เดินกลับไปนอนต่ออย่างสบายใจ
“พี่ปราบ! เปิดประตูมาพูดกันให้รู้เื่นะ พี่ปราบ...” ปาลีใช้มือบางทุบประตูถี่รัวยิบจะกลับเข้าไปอีกรอบก็ทำไม่ได้ ดันลืมหยิบคีย์การ์ดออกมาด้วย
“บ้าจริง! ให้มันได้อย่างนี้สิ” ปาลีสบถออกมาอย่างหัวเสีย ผละเดินกลับไป เธอไม่ยอมให้เคนอิจิเอาสิ่งที่พ่อเธอสร้างมากับมือไปโยนทิ้งเด็ดขาด!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ลิ้งก์ ดาวน์โหลด EBook ที่เว็บ Mebmarket.com
--> https://www.mebmarket.com/ebook-50953-ขอรักรัฐภูมิ-Men-Of-Lions <---
ราคา 59 บาท !!!
(ลด 10% ! ่นี้จัดโปรโมชั่นอยู่น้า ^^)
** รีบๆ ไปจัดการก่อนหมดโปร! **
ฝากกด ติดตาม / คอมเมนท์ เป็กำลังใจให้ด้วยน้า ^^
ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่... ---> เฟชบุ๊คแฟนเพจ : Raniya.writer
*** ขอบคุณทุกกำลังใจและการสนับสนุนทุกช่องทาง
รวมถึงการติดตาม คอมเม้นท์ ที่มาเพิ่มแรงฮึดให้ไรท์ตัวอ้วน ***
ขอบคุณมากๆ จากใจค่ะ ^___^