เอาแล้วไง อยู่ดีไม่ว่าดีจะกลายเป็ผีเฝ้าป่าไปซะแล้ว ใครก็ได้ฉันช่วยที
ในรัศมีไม่เกินหนึ่งเมตร ร่างใหญ่กำลังจะมาเข้าประชิดตัว แต่พลันหางตาฉันก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆ เอาวะ ไม่ใหญ่พอ แต่ถ้าโดนก็เือาบแน่
ขวับ
ไม่ ไม่โดน
“คิดจะทำอะไรของเธอ” หมอนั่นพูดพร้อมกับคว้าท่อนไม้ไว้ แล้วหักออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ร้ายไม่เบานะ อย่างนี้มันต้องโดน”
“ฉะ ฉันขอโทษ นายอย่าโกรธฉันเลยนะ” หมอนั่นไม่ฟังเสียงที่ฉันอ้อนวอนสักนิด เขาดันแผ่นหลังฉันให้แนบชิดกับต้นไม้ แขนเรียวราวทั้งสองข้างก็พันธนาการฉันไว้ไม่ให้มีทางหนีได้ ลมหายใจอุ่นๆ ััที่ต้นคอของฉัน จมูกโด่งและริมฝีปากของเขาค่อยบรรจงซุกไซ้มันอย่างช้า ตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุมทุกสิ่งอย่าง คงจะมีแต่เสียงหัวใจของฉันเท่านั้นที่มันเต้นดังยิ่งกว่ากลองศึก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ร่างกายและใจของฉันที่ถูกตรึงไว้ ถูกปล่อยให้เป็อิสระจากคนตรงหน้า
“อย่าคิดร้ายกับฉัน ฉันไม่ใช่ศัตรูของเธอ จำไว้”
หมอนั่นกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู ั์ตาสีน้ำตาลอมแดงคู่นั้นสบตาฉัน เพียงแค่แว๊บเดียวที่ฉันััได้ถึงความอ่อนโยนจากสายตาของเขา นายเป็คนยังไงกันแน่..ลูคัส ฉันสับสนไปหมดแล้ว บางครั้งก็ทำให้รู้สึกกลัว แต่บางครั้งก็ทำให้ฉันหวั่นไหวแปลกๆ หรือว่ามันเป็ความรู้สึกปกติของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้อยู่ใกล้ชิดผู้ชายหน้าตาดีเท่านั้น แต่กับนายอาเรซฉันไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้นี่ และที่สำคัญคือเหมือนฉันเคยเจอเขาในความฝัน ฝันั้แ่จำความได้ ผู้ชายลักษณะนี้ ความรู้สึกแบบนี้ ช่างเถอะมันไม่ใช่นิยายสักหน่อยยัยแคทมันคือเื่จริง
“ห้ามเืก่อน เดี๋ยวตายขึ้นมาฉันไม่อยากลงข่าวหน้าหนึ่ง” ลูคัสพูดพร้อมกับถอดเสื้อยืดออก แล้วเอามาผูกแขนฉันไว้ เป็ครั้งแรกที่เห็นผู้ชายเปลือยอกตรงหน้าในระยะประชิดตัว
“ยืนนิ่งๆ เซ่”
“ก็มันเจ็บนี่ มือหนักจะตาย”
“พูดมาก น่ารำคาญ จับจูบซะเลยดีไหม”
“กลัวซะที่ไหน”
ยัยแคทพูดอะไรออกไปเนี่ย หมอนี่ยิ่งหื่นห่ามอยู่ด้วย
“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันพูด...”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ริมฝีปากของฉันก็ถูกประกบอย่างอ่อนโยน ััที่แ่เบาแต่ให้อารมณ์ที่ร้อนแรงสุดๆ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่เขาจูบฉันอยู่อย่างนี้ ตอนนี้ฉันเริ่มไม่ไหวแล้ว เพราะหมอนั่นมีทีท่าว่าจะไม่หยุดแค่นี้แน่นอน
“หยุดนะ” ฉันพูดพร้อมกับผลักคนตรงหน้าออกไป นี่ฉันเสียจูบแรกให้นายลูคัสเหรอเนี่ย รอดจากอีกคนมาพลาดกับอีกคน ทำไมถึงใจง่ายขนาดนี้ยัยแคท ฉันและหมอนั่นต่างคนต่างเงียบไปชั่วขณะ ทำไงได้เจอครั้งแรกก็จูบกันซะแล้ว
“มีคนมา”
ฉันหันไปมองรอบๆ ตามที่หมอนั่นพูด ก็ไม่เจอใคร เห็นแต่ความมืดกับค้างคาวบ้าสองสามตัวบินโฉบหัวอยู่
“ไม่เห็นมีใครสักหน่อย”
“ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ไปซะ”
“แคท อยู่ไหน ยู้ฮู ได้ยินฉันไหม” เสียงยัยมินต์นี่
“ทางนี้มินต์” แสงไฟหลายดวงสาดส่องมายังที่ที่ฉันยืนอยู่ ร่างบางกระโจนเข้าหาฉันด้วยความดีใจ
“แกมาอยู่ที่นี่ได้ไง ฉันเป็ห่วงแทบแย่ กลัวว่าแกจะโดนนายอาเรซเขมือบไปซะแล้ว แต่ยังดีนะที่มีคนเห็นแกวิ่งออกทางประตูด้านหลัง ฉันก็เลยไปตามพวกพี่ๆ มาช่วย”
“น้องไม่รู้เหรอ ว่ากฎของมหาวิทยาลัยห้ามนักศึกษาล่วงล้ำเข้ามาบริเวณป่าด้านหลัง”
“แคทขอโทษค่ะพี่ พอดีจะเดินเที่ยวรอบมหาลัย แต่หลงเข้ามาในป่านี้ได้ยังไงก็ไม่รู้”
“โกหกเก่งนะเรา” ยัยมินต์มากระซิบที่ข้างหูฉัน
“ก็เรียนรู้มาจากแกไง” ยัยมินต์กระทุ้งศอกใส่ฉันแล้วหัวเราะอย่างรู้กัน
“ช่างเถอะ ไม่เป็ไรก็ดี กลับกันได้แล้ว”
“แล้วเขาล่ะคะ” ฉันชี้ไปทางด้านหลังที่ลูคัสยืนอยู่
“ใครเหรอ” รุ่นพี่คนหนึ่งถาม
“ก็..เอ้า หายไปไหนแล้ว”
“ฉันไม่เห็นมีใครเลยนะ นอกจากแกยืนอยู่คนเดียว” ยัยมินต์พูดแล้วมองฉันแบบสงสัย
“สรุปคือไม่มีใครนะ พี่ว่าเราออกไปจากที่นี่กันดีกว่า ขืนอยู่นานแล้วเื่ถึงหูประธานนักศึกษา จะโดนตัดคะแนนความประพฤตินะจ๊ะ”
ฉันกับยัยมินต์เดินตามรุ่นพี่ออกไป บรรยากาศกลางคืนในป่าทึบช่างวังเวง น่ากลัวและเงียบสงบ แต่ทุกคำพูดและน้ำเสียงทุ้มลึกของเขายังดังก้องอยู่ในหูฉันตลอดเวลา ฉันไม่ลืมที่จะหันกลับไปมองที่ที่เดินจากมา เผื่อว่าจะมีใครยืนอยู่ แต่กลับเห็นแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
ลูคัส TALK
ผมยืนมองหญิงสาวที่กำลังเดินจากไป แค่แว๊บหนึ่งที่ผมเห็นเธอหันกลับมามอง เธอคงจะคิดว่าผมเป็ผู้ชายที่หื่นมากแน่ๆ เจอครั้งแรกก็ถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้น แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะที่ผมเจอเธอ...