ตอนที่27 ปัญหาภายในมิราเคิล
ซินดี้กล่าวนัดหมายงานครั้งต่อไปกับกู้หลิงหลิงในเดือนหน้าโดยที่ยังไม่รู้ว่ากำหนดงานของเ้านายจะเริ่มต้นเมื่อใด เขารับรู้เพียงว่าเ้านายตั้งใจปรุงอาหารแจกฟรีเดือนละครั้งเท่านั้น
เขารีบเดินกลับไปหาเสิ่นอี้อย่างรวดเร็วเพราะรับรู้ได้ถึงความเร่งด่วนของงานใหม่ที่เ้านายจะสั่งการ
“เ้านายมีอะไรให้ซินดี้ทำหรือคะ?” ซินดี้สอบถามเ้านายด้วยความสงสัย
เสิ่นอี้ยิ้มลึกลับให้กับลูกน้องก่อนสั่งการว่า
“ซินดี้ซื้อรถหรูให้ผมสักคันสิเอาแบบที่ใครเห็นแล้วเหลียวหลังเลยนะ งบไม่เกินสิบล้านก่อนแล้วกัน หาชุดสวย ๆใส่เตรียมไปทำหน้าที่ผู้ช่วยของผมด้วย บอกเสี่ยวเซียวให้แต่งตัวหล่อ ๆ พรุ่งนี้ผมจะพาซินดี้กับเสี่ยวเซียวไปร่วมประชุมใหญ่”
ซินดี้ตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงที่พบว่าเ้านายใช้เงินเป็ว่าเล่นในระยะเวลาไม่กี่วันเขายิ้มแห้งด้วยความเสียดายเงินแทนเ้านาย พลางสอบถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่า
“รถหรูหรือคะ? งบไม่เกินสิบล้านเ้านายอยากได้รถสปอร์ตหรือรถซีดานดีคะ?”
เสิ่นอี้ขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนตอบซินดี้อย่างมั่นใจว่า“เอารถซีดานก่อนแล้วกัน”
เขาเกิดความรู้สึกไม่อยากใช้เงินที่มีอยู่ไปมากมายทันทีโดยรู้สึกสังหรณ์ใจว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้ เขาอาจได้ใช้เงินที่อยู่ในบัญชีจำนวนมากไปเพื่อการใดการหนึ่งจึง้าซื้อรถด้วยจำนวนเงินเท่าที่จำเป็
“เข้าใจแล้วค่ะว่าแต่ให้ซินดี้กับเสี่ยวเซียวแต่งตัวดี ๆ เ้านายจะพาไปที่ไหนหรือคะ?”
ซินดี้พยักหน้าเข้าใจในความคิดเห็นของเ้านายเขาอดสงสัยที่เ้านายเน้นเสียงเื่การแต่งกายไม่ได้ จึงสอบถามด้วย
ความอยากรู้
“ซินดี้อยากรู้ว่าผมทำงานอะไรไม่ใช่หรือ? พรุ่งนี้ก็รู้แล้ว...รีบไปจัดการเลย เดี๋ยวทำธุรกรรมไม่ทันหรอก”
เสิ่นอี้โบกมือไล่ให้ซินดี้ไปทำงานด่วนให้ตนเองโดยที่เขายังไม่คิดจะบอกความจริงในตอนนี้เพราะอยากให้ลูกน้องประหลาดใจเมื่อพบความจริงในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้เขาแอบได้ยินสองพี่น้องพูดคุยกันด้วยความสงสัยเกี่ยวกับงานและที่มาของเงินจำนวนมากของเขาจึงคิดที่จะใช้โอกาสนี้เปิดตัวในฐานะประธานคนใหม่แห่งมิราเคิลกรุปเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับซินดี้
จากนั้นเสิ่นอี้กลับบ้านไปสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับมิราเคิลกรุปไปพลางเพราะไม่มั่นใจว่าชายชื่อเล่าตง จะเตรียมข้อมูลไว้ให้ตนศึกษามากน้อยเพียงใด
ประการสำคัญเขาเห็นว่ากรอบภารกิจของฮอโลแกรมที่สองยังคงเป็สีฟ้าจางอยู่บ่งบอกว่าภารกิจที่สี่อาจจะยังไม่ได้เริ่มต้นในเวลาอันใกล้นี้รวมทั้งเขาสังหรณ์ใจว่างานในฐานะประธานมิราเคิลกรุป เขาอาจจะได้สะสางการบริหารภายในอย่างแน่นอน
“ระบบโกลาหลยังไม่มอบหมายงานในภารกิจที่สี่สงสัยว่างานที่มิราเคิลคงมีปัญหารอฉันไปสะสางแน่”
เสิ่นอี้ลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างกังวลใจทว่าเขามีผู้ช่วยฝีมือดีที่สามารถช่วยเหลือได้หลายคนจึงลดความวิตกกังวลลงไป
ได้มาก
อนึ่งเสิ่นอี้รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่รับพวกของสงกวางเข้าร่วมทำงานกับตนทำให้เขามีเวลาทำอย่างอื่น
ส่วนงานเก็บกวาดทำความสะอาดข้าวของทั้งหลายในร้านเย็นกายสบายท้องนั้นเขาปล่อยให้เป็หน้าที่ของผู้คุ้มกันทั้งสามคนแทน โดยรู้สึกดีที่รับคนเข้าทำงานเพิ่มขึ้นทันเวลาช่วยให้เขาไม่ต้องวิ่งวุ่นทำเอง
..........
รุ่งเช้าเสิ่นอี้นั่งรถเบนท์ลีย์คอนติเนนทัล จีที ที่ซินดี้ซื้อมาในราคาห้าล้านหยวนเขานั่งรถอย่างสบายใจตรงไปยัง
สำนักงานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของห้างมิราเคิล เป็ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวงมีเพียงห้างวันเดอร์ของตระกูลหลงแห่งเมืองหลวงที่มีขนาดเท่าเทียมกัน
ซินดี้เพิ่งรับรู้จากเ้านายเมื่อนั่งรถมาจนเกือบถึงห้างมิราเคิลเขากรีดร้องเสียงดังอย่างตื่นเต้นยินดีที่พบว่าเ้านายเป็ถึงประธานบริษัทของมิราเคิลกรุป
“กรี๊ด! จริงหรือคะเ้านาย? เ้านายเป็ประธานของมิราเคิลกรุปนี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว หรือว่าเ้านายเป็ลูกหลานคนรวย ที่ถูกครอบครัวให้ทดลองออกมาใช้ชีวิตเป็คนจนดูบ้าง.....ใช่ไหมคะ?”
ซินดี้คาดเดาตามที่เขาเคยััเสิ่นอี้มาก่อนโดยก่อนหน้านั้นเขาและน้องชายเคยไปทำความสะอาดและเก็บของใช้ส่วนตัวบางอย่างกลับมาให้เ้านายที่หอพักอันเล็กแคบและสกปรกจึงเข้าใจว่าเ้านายเป็ลูกคนรวยที่ได้รับคำสั่งให้ออกมาทดลองใช้ชีวิตแบบคนจน
เสิ่นอี้ยิ้มขำอย่างผ่อนคลายที่ลูกน้องคาดเดาไปเรื่อยเขาส่ายหน้าอย่างไม่รู้ว่าจะตอบคำถามอย่างไรดี จึงบอกเท่าที่บอกได้ว่า
“ไม่ใช่หรอกแต่ไม่ว่ายังไง ตอนนี้ฉันเป็ประธานของมิราเคิลกรุปแล้ว ยังไงซินดี้กับเสี่ยวเซียวต้องศึกษาข้อมูลด้านธุรกิจเพิ่มเติมนะพวกเราคงต้องงานยุ่งพอสมควรในการบริหารธุรกิจนี้”
เสิ่นอี้กำชับสองพี่น้องอย่างกังวลใจเขาสืบค้นข้อมูลเมื่อวานแล้วพบเื่ราวหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็ความขัดแย้งของบรรดาหุ้นส่วนมิราเคิลที่ส่วนใหญ่เป็กลุ่มเครือญาติของตระกูลจ้าวแห่งเมืองหลวง
เขาพบว่าชายชราจ้าวเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานนักจากนั้นลูกหลานต่างพากันขายหุ้นให้กับชายลึกลับคนหนึ่งกระทั่งหุ้นทั้งหลายจากหลายทางถูกระบบโกลาหลนำมามอบเป็รางวัลในภารกิจที่สามกับเขาจึงเป็ที่มาของการกลายเป็ประธานบริษัทมิราเคิลกรุปโดยไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง
ซินดี้และเทาเซียวได้ยินคำสั่งจากเ้านายทั้งคู่ต่างขานรับคำสั่งอย่างเข้าใจและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้
“เข้าใจแล้วค่ะ/ครับเ้านาย”
ซินดี้ไม่คาดคิดว่าตนจะมีโชควาสนามากขึ้นั้แ่ทำงานกับเสิ่นอี้โดยคิดว่าเป็ตำแหน่งหน้าที่ที่ดีกว่าการเป็ผู้จัดการดาราโนเนมมากนัก รวมทั้งเขาคิดหาโอกาสกลับไปแก้แค้นกับผู้จัดการดาราระดับแถวหน้าคนหนึ่งที่เคยดูแคลนและทำพฤติกรรมเหยียดเพศกับเขามาก่อน
..........
เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นเล่าตงจากระยะไกลเนื่องด้วยมีเพียงชายหนุ่มใส่แว่นแต่งกายชุดสูทคนเดียวที่ยืนรอหน้าประตูลิฟต์ทางขึ้นไปสู่ที่ทำการของมิราเคิลกรุปจึงเดินตรงเข้าไปทักทายเล่าตงอย่างผ่อนคลายว่า
“เล่าตงใช่ไหม?”
เล่าตงหันขวับไปมองชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าสดใสและกางเกงสแล็กส์สีน้ำเงินเข้มเข้าชุดกันทว่าเขารับรู้ได้เป็อย่างดีว่าเป็ชุดราคาแพงของนักออกแบบชื่อดังระดับโลกจึงกล่าวทักทายตอบกลับอย่างสุภาพว่า
“คุณชายเสิ่นอี้ท่านประธานมิราเคิลกรุปใช่ไหมครับ?”
เล่าตงไม่เคยเห็นตัวเสิ่นอี้หรือภาพถ่ายของเขามาก่อนจึงกล่าวทักทายพร้อมถามอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่แล้วค่ะคุณชายเสิ่นอี้ตัวจริงเสียงจริง”
ซินดี้นึกสนุกจึงกล่าวตอบแทนเมื่อเห็นสัญญาณอนุญาตจากเ้านายพลางนึกสงสัยที่มีชายหนุ่มใส่แว่นมารอต้อนรับเ้านายเพียงคนเดียวทว่าเขามีมารยาทพอจึงไม่โพล่งถามออกไป
“ถ้างั้นเชิญท่านประธานขึ้นลิฟต์เลยครับผมเตรียมเอกสารไว้ให้ศึกษาเยอะเลย ไม่รู้ว่าท่านประธานจะอ่านทันก่อนเข้าประชุมไหม?”
เล่าตงรีบกดปุ่มเปิดลิฟต์เพื่อให้เสิ่นอี้และพวกเข้าไปเขาเอ่ยออกตัวอย่างรู้สึกเกรงใจ
“ไม่เป็ไรผมจะอ่านเท่าที่อ่านได้แล้วกัน” เสิ่นอี้ตอบกลับอย่างไม่กังวลใจ
“เอ่อ.....ถ้าท่านประธานไม่ว่าอะไรผมขออนุญาตแนะนำได้ไหมครับ?”
เล่าตงรู้สึกว้าวุ่นใจจึงเอ่ยถามเสิ่นอี้ก่อนอย่างมีมารยาท เขาไม่อยากให้ชายหนุ่มที่เพิ่งได้รับตำแหน่งประธานต้องเสียทีบรรดาหุ้นส่วนคนอื่นจึงถามเพื่อหยั่งท่าทีของเ้านายหนุ่มก่อนตัดสินใจบอกข้อมูลลับ
เสิ่นอี้มองสบตากับซินดี้ด้วยความแปลกใจเขาพยักหน้าพลางบอกให้เล่าตงเอ่ยออกมาว่า
“ว่ามาสิ.....มีอะไรจะแนะนำผมหรือ?”
เล่าตงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนที่จะบอกข้อมูลลับให้เ้านายคนใหม่รับรู้เขาเดิมพันหน้าที่การงานของตนเองในการเลือกเชื่อใจชายหนุ่มจากสัญชาตญาณของตนว่า
“เ้านายครับการประชุมกับผู้ถือหุ้นในบ่ายนี้ มีคนเตรียมที่จะล้มกระดานผู้ถือหุ้นใหม่พวกเขาวางแผนโค่นล้มท่าน เพราะคิดว่าเป็มือใหม่ ที่อาจไม่ได้รู้เื่ปัญหาภายในของมิราเคิลกรุปแต่อันที่จริงมีคนจากวันเดอร์กรุป้าจะกลืนกินที่นี่อยู่ครับ”
เสิ่นอี้ซินดี้และเทาเซียวต่างพากันตกตะลึงที่ได้รับรู้ข้อมูลลับโดยไม่คาดคิด ซินดี้สบตาน้องชายด้วยความกังวลใจโดยสองพี่น้องลอบพยักหน้าให้กันที่จะต่อสู้ไปพร้อมกับเ้านายอย่างไม่หวั่นเกรง
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเพราะเขาสืบค้นข้อมูลเมื่อวานแล้วพบข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจหนึ่งในนั้นเป็เื่ความขัดแย้งภายในการบริหารของมิราเคิลกรุป
เขารู้สึกยินดีที่เล่าตงเลือกที่จะบอกกล่าวความจริงกับตนจึงสอบถามเล่าตงด้วยความอยากรู้ว่า
“คุณเลือกบอกผมเพราะอะไรงั้นหรือ? พวกเขาบีบบังคับคุณอยู่ใช่ไหม?”
เล่าตงเงยหน้ามองเสิ่นอี้อย่างรู้สึกดีใจที่เ้านายใหม่เป็คนฉลาดและรู้เท่าทันจนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์บางอย่างได้ จึงพยักหน้าพลางกล่าวยืนยันตามจริงว่า
“ใช่ครับมีผู้ถือหุ้นอันดับสองอยากเป็ประธานที่นี่แทน แต่ผมพยายามยื้อไว้สุดฤทธิ์ เพราะอยากให้ประธานตัวจริงได้ศึกษาข้อมูลก่อนอย่างน้อยผมก็สบายใจที่ไม่ทรยศต่อเ้านายเก่า”