“เฉียนต้าเพ่าเ้าอย่าพูดจาไร้สาระ หากเ้าอยู่เฉยๆ ไม่เป็ก็ออกไปซะ!”เดิมทีในใจพี่รองสกุลติงก็ไม่ชอบพ่อลูกสกุลเฉียนอยู่แล้ว พอได้ยินเขาพูดจาเช่นนี้จึงเอ่ยปากไล่ทันที
ทว่าพี่ใหญ่สกุลเฉียนกลับหน้าหนาไม่เบาเขาแอบมองไปที่ติงเหว่ยด้วยสายตาลามกสองสามที และพูดอย่างเหยียดหยามว่า“หากข้าไม่กลัวว่าหญิงสาวในหมู่บ้านจะพลอยติดร่างแหจนไม่อาจแต่งงานไปด้วยเ้าคิดว่าข้าอยากมาเหยียบบ้านเ้าหรือยังไง เลี้ยงบุตรได้ไร้จรรยาบรรณของสตรีเพศเช่นนี้ลูกสาวแอบตั้งครรภ์เพราะแอบมีชู้ตอนนี้เื่อื้อฉาวของครอบครัวสกุลติงดังไปไกลเป็สิบลี้แล้ว!”
“นั่นสิเมื่อวานข้าเห็นว่าพวกเ้าเชิญหมอมาตรวจชีพจรให้ลูกสาวชัดๆแล้วยังเอาลูกสะใภ้รองมาใช้เป็ข้ออ้างอีก คิดว่าคนในหมู่บ้านโง่เขลานักหรือ!”ผู้าุโเฉียนกลอกดวงตาสีเหลืองขุ่นไปมาแล้วตำหนิว่า “ในหมู่บ้านนี้มีหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานตั้งสิบกว่าคนทั้งยังมีเด็กสาวอีกไม่น้อย พอถึงเวลานั้น หากเื่นี้กระจายออกไปใครจะกล้ามาเป็แม่สื่อให้พวกเ้าทั้งครอบครัวกำลังนำหายนะครั้งใหญ่มาให้คนทั้งหมู่บ้านเรา!”
ผู้าุโคนอื่นๆที่มีสีหน้าอ่อนโยนในคราแรกต่างตระหนักว่าแม้คำพูดของพ่อลูกสกุลเฉียนจะไม่ค่อยน่าฟังแต่พวกเขาก็พูดจามีเหตุผล ดังนั้นเหล่าผู้าุโจึงค่อยๆ พากันจ้องไปทางผู้าุโติงด้วยสายตาเ็าและบีบถามว่า “น้องชาย เ้าพูดอะไรบ้างสิข่าวลือของเ้าเด็กน้อยสรุปว่าจริงหรือไม่กันแน่?”
“นั่นสิหมู่บ้านเราไม่มีเื่อื้อฉาวมาหลายปีแล้วหากข่าวแพร่สะพัดออกไปจะทำให้เกิดความยุ่งยากครั้งใหญ่ เ้ารีบพูดออกมาเร็วๆ สิ!”พี่ใหญ่สกุลเฉียนเดินไปข้างหน้าสองก้าว แล้วบีบถามติงเหว่ยอย่างเดือดดาลว่า“นางผู้หญิงต่ำช้า ทำไมไม่ยอมพูดความจริงอีก เ้าอยากให้ทั้งหมู่บ้านกลายเป็ที่ไหว้บรรพชนหรือยังไง”
ขณะที่เขาพูดถ้อยคำเหล่านี้มือขวาของเขาก็หยิบผงแป้งจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและสาดไปที่ติงเหว่ยเดิมทีติงเหว่ยคิดจะตอบโต้สักประโยคสองประโยคทว่าผงแป้งเ่าั้กลับมีกลิ่นประหลาดที่ฉุนมาก เมื่อััโดนร่างกาย นางก็อดไม่ได้ที่จะก้มตัวลงและอาเจียนออกมาไม่นานใบหน้าของนางเริ่มซีดขาวอย่างทรมานและมีเหงื่อไหลไม่หยุด
แม่นางหลี่ว์กรีดร้องรีบเข้าไปประคองลูกสาวของนางและถามซ้ำๆ ว่า "เหว่ยเอ๋อร์ เ้าเป็อะไรไป?"
ทันใดนั้นติงเหว่ยก็เงยหน้าขึ้นและถามพี่ใหญ่สกุลเฉียนด้วยความโกรธว่า"เ้าสาดของประหลาดอะไรใส่ข้า?"
พี่ใหญ่สกุลเฉียนหัวเราะอย่างภาคภูมิใจในขณะที่เขาปัดมืออยู่ก็พูดกับผู้ใหญ่บ้านและเหล่าผู้าุโไปด้วยว่า"นี่คือชิวหลายเซียงที่ข้าซื้อมาจากร้านขายยาในเมืองเมื่อใดก็ตามที่หญิงตั้งครรภ์ได้กลิ่นผงยานี้ก็จะกลายเป็แบบนางนี่แหละ” เดิมทีติงเหว่ยอยากจะเถียงข้างๆคูๆ แต่ตอนนี้ความจริงถูกเปิดเผยไปเสียแล้ว!
เหล่าผู้าุโและผู้ใหญ่บ้านต่างมีสีหน้าไม่น่าดูพวกเขาสบตากัน จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็พูดว่า "น้องติงเ้ามีอะไรอยากพูดอีกหรือไม่"
ผู้าุโติงร้อนใจมากจนผมของเขาแทบจะลุกเป็ไฟขอเพียงมีวิธีที่สามารถช่วยลูกสาวของเขาได้แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามแต่น่าเสียดายที่เื่นี้เกี่ยวข้องกับคนทั้งหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านและคนอื่นๆ คงไม่มีวันปล่อยเื่นี้ไปง่ายๆแน่
ถึงแม้ว่าพี่รองสกุลติงจะเดินทางแทบตลอดทั้งปีมีประสบการณ์มากมาย ทว่าตอนนี้เขาก็คิดอะไรไม่ออกเช่นกัน
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุกครู่หนึ่งไม่มีฝ่ายใดพูดอะไรหรือยอมถอย ผู้าุโติงถอนหายใจยาว และสุดท้ายก็พูดเพียงว่า"ครอบครัวของข้าโชคไม่ดี พรุ่งนี้ข้าจะส่งบุตรสาวไปอยู่ที่อื่นเื่นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อคนในหมู่บ้านแน่นอน"
พอได้ยินดังนั้นผู้าุโเฉียนและบุตรชายกลับะโอย่างกัดไม่ปล่อยว่า "ไม่ได้เ้าส่งคนออกไปซ่อนตัว แต่เด็กหญิงและชายในหมู่บ้านยังคงถูกร่างแหไปด้วยครอบครัวสกุลติงวางแผนได้ดีจริงๆ !"
ผู้าุโติงโกรธมากจนตบไปที่โต๊ะแล้วพูดด้วยความโมโหว่า "งั้นพวกเ้าพูดมาสิ ้าให้ทำยังไงกันแน่!"
“อันที่จริงเื่นี้ง่ายมาก”ผู้าุโเฉียนนั่งไขว้ขาทั้งสองข้าง ดวงตาสีเหลืองขุ่นของเขากลอกไปมาจนแทบจะถลน“ในเมื่อนางตั้งครรภ์ลูกของชายชู้ก็ให้ไปทำแท้งเสีย ส่วนเด็กน้อยเหว่ย ก็ให้นางไปบวชที่หนีกู่อัน[1] ทางทิศเหนือซะ นางจะได้สำนึกผิดบาปไม่มากก็น้อยชาติหน้าจะได้ไปเกิดในครอบครัวดีๆ ไม่ต้องทำเื่อื้อฉาวเช่นนี้อีก!”
“เ้าอย่าพูดจาไร้สาระ!”ไม่รอให้ใครพูดอะไร แม่นางหลี่ว์เป็คนแรกที่ลุกขึ้นมาและคัดค้านว่าติงเหว่ยเพิ่งจะอายุได้16 ปี ไม่ต้องพูดถึงว่าการทำแท้งเป็อันตรายต่อร่างกายมากขนาดไหน แล้วยังให้นางไปบวชชีที่หนีกู่อันและชิงเติงกู่ฝัว[2] ตลอดชีวิตอีก คนเป็พ่อแม่ไหนเลยจะทนได้
“เมื่อปีก่อนครอบครัวสกุลเฉียนของเ้า้าซื้อที่เพาะปลูกของครอบครัวข้าแต่ครอบครัวข้าไม่เห็นด้วยพวกเ้าต่างก็พูดจาสาดเสียเทเสียใส่ครอบครัวของพวกข้าไปทั่วทั้งหมู่บ้านอย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้นะ! พวกเ้าอิจฉาที่ครอบครัวข้ามีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีใช่หรือไม่เป็หมาป่าทั้งครอบครัว พอไม่ได้กินเนื้อจึงพากันออกมาสร้างปัญหาสินะ…” นางเหมือนจะพูดอะไรต่อทว่าจู่ๆ ติงเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับพูดขึ้นว่า “ท่านแม่…ข้าปวดท้องจังเลย!”
……
“โธ่ เหว่ยเอ๋อร์!”
วันนี้เหว่ยเอ๋อร์สวมกระโปรงสีอ่อนไม่รู้ว่ากระโปรงนางเต็มไปด้วยเืสีแดงฉานั้แ่เมื่อไร แม่นางหลี่ว์ใจนมือไม้อ่อนไปหมดแล้วร้องไห้เสียงดังว่า “เหว่ยเอ๋อร์ เ้าเป็อะไรไป เ้าอย่าทำให้แม่ใสิ!”
แม่นางหลิวรีบเข้าไปช่วยพยุงเหว่ยเอ๋อร์ให้นั่งบนเก้าอี้เหว่ยเอ๋อร์กอดท้องของนางแน่นรู้สึกว่าภายในท้องกำลังบีบตัวจนทำให้นางเ็ปอย่างมากราวกับมีของสำคัญบางอย่างกำลังจะจากนางไป
“ท่านแม่ท่านรีบไปตามท่านหมอมาที ข้า้าเก็บเด็กคนนี้ไว้”
“ได้ๆ!เหว่ยเอ๋อร์เ้าไม่ต้องกลัว แม่อยู่ตรงนี้!” แม่นางหลี่ว์ทำหน้าตาขึงขังพลางะโสั่งลูกชายคนรองว่า“เ้ารีบไปตามท่านหมอจางมา เหว่ยเอ๋อร์กำลังรอให้เขามาช่วยชีวิตอยู่”
พี่รองเตรียมจะวิ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วทว่าพริบตาเดียวพี่ใหญ่สกุลเฉียนกลับยืนขวางที่ประตู เขาทำหน้าขึงขังใส่แล้วพูดว่า“จะหาหมออะไรกัน ก็แค่ลูกกับชายชู้ ทำแท้งเสียก็จบพวกเ้าลองคิดสิว่าจะอธิบายกับคนทั้งหมู่บ้านยังไง”
“ข้าไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น!”พี่รองสกุลติงเพิ่งเห็นกับตาว่าอีกฝ่ายสาดผงยาทำร้ายน้องสาวแล้วตอนนี้ยังมาพูดจาประชดประชันใส่อีก เขาระงับความโกรธไม่ไหวอีกต่อไป พลันลุกขึ้นและชกไปที่พี่ใหญ่สกุลเฉียนหนึ่งหมัดอีกฝ่ายเ็ปไม่น้อยและตอบโต้กลับทันที
เวลาพี่น้องทะเลาะกันพี่ชายคนโตสกุลติงจะเคารพกฎกติกาเสมอ แต่เวลานี้เมื่อเห็นน้องชายแท้ๆของตนเองตีกับคนอื่นจนยุ่งเหยิงไปหมด กลับโยนเสื้อคลุมทิ้งและเข้าไปตะลุมบอนด้วยไม่ทันไรสองพี่น้องก็สามารถจับพี่ใหญ่สกุลเฉียนตรึงไว้บนพื้นได้พี่ใหญ่สกุลเฉียนเองก็ไม่ยอมเสียเปรียบ กลิ้งหลุนๆ ไปมาบนพื้นทั้งเตะทั้งต่อยโต๊ะและเก้าอี้ในบ้านล้มระเนระนาด ฝุ่นคละคลุ้งเต็มห้องไปหมด
เมื่อผู้าุโเฉียนเห็นกับตาว่าลูกชายกำลังเสียเปรียบจึงรีบะโขึ้นแล้วะโว่า “สกุลติงอับอายกลายโทสะ [3] จนจะฆ่าคนแล้ว!รีบมาดูความไร้ยางอายของสกุลติงเร็วเข้า!”
เมื่อผู้าุโติงเห็นแบบนี้ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ยกหม้อยาสูบขึ้นแล้วสูบลงบนหัวของผู้าุโเฉียน"ข้าปล่อยให้เ้าวิ่งไปวิ่งมา [4] ข้าปล่อยให้เ้าอิจฉาตาร้อนและข้ายังปล่อยให้เ้าทำร้ายลูกสาวของข้าอีก!”
ผู้าุโเฉียนไม่ได้แข็งแรงเท่าผู้าุโติงเขากุมหัวแล้วะโด้วยเสียงที่ดังขึ้นว่า “ไอ้หยา เขาจะฆ่าข้าแล้วท่านผู้ใหญ่บ้าน พี่ชายทั้งหลาย พวกท่านรีบมาช่วยข้าเร็ว!”
แม้ว่าผู้ใหญ่บ้านจะไม่ชอบวิธีการของสองพ่อลูกแต่อย่างไรพวกเขาก็มาที่บ้านสกุลติงด้วยกันจึงรีบเข้าไปช่วยกันดึงผู้าุโติงออกมาแล้วพูดจาเกลี้ยกล่อมว่า “ยังไงก็รีบไปเชิญท่านหมอจางมาก่อนเถิดอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย!”
เมื่อพี่ใหญ่และพี่รองได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าน้องสาวของพวกเขากำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่พี่รองสกุลติงรีบออกไปเชิญท่านหมอจาง ส่วนพี่ใหญ่ทำหน้าราวกับราชสีห์ [5] และรีบไปยืนปกป้องอยู่ด้านหน้าน้องสาว
……
ผ่านไปไม่นานท่านหมอจางก็มาถึงพร้อมกับสะพายกล่องยามาด้วย ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรให้มากความการเคลื่อนไหวของสกุลติงตอนนี้ล้วนทำให้ทั้งหมู่บ้านตื่นตระหนก ด้านหลังของเขามีบุรุษสตรี คนแก่และเด็กกว่าร้อยคน
แต่แม่นางหลี่ว์ไม่ได้สนใจนางร้องไห้และอ้อนวอนขอให้ท่านหมอจางช่วยตรวจชีพจรของเหว่ยเอ๋อร์ท่านหมอขมวดคิ้วและตรวจชีพจรในที่สุดเขาก็กวาดตามองใบหน้าอมทุกข์ของคนทั้งภายในและภายนอกห้องแล้วถามด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า "จะเก็บเด็กคนนี้ไว้ไหม?"
ก่อนที่แม่นางหลี่ว์จะทันตอบเหว่ยเอ๋อร์ที่ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่กึ่งหนึ่งก็รีบพูดว่า “เก็บเด็กคนนี้ไว้ถ้าหากเด็กคนนี้ไม่รอด ข้าก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน!”
เดิมทีแม่นางหลี่ว์ยังคงมีท่าทีสับสนแต่เมื่อได้ฟังเช่นนี้ก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น “เ้าเด็กอยากมีภาระคนนี้นี่ทำไมเ้าต้องดื้อรั้นถึงเพียงนี้!”
ผู้าุโติงก้าวไปด้านหน้าสองก้าวด้วยสีหน้ามืดมนพูดเสียงทุ้มว่า “จะต้องเก็บเด็กคนนี้ไว้!วันนี้ข้าติงเหล่าฉือขอประกาศตรงนี้เลยว่า หากใครกล้าแตะต้องลูกสาวข้าและลูกของนางแม้เพียงปลายนิ้วครอบครัวสกุลติงจะตามราวีคนผู้นั้นไม่หยุดจนกว่าชีวิตข้าจะหาไม่!”
เมื่อแม่นางหลี่ว์เห็นสามีพูดเช่นนี้นางจึงปาดน้ำตาและะโด้วยเสียงอันแหบแห้งว่า “พวกเ้าคอยดูเถอะ!เหว่ยเอ๋อร์ของพวกเราเป็ลูกศิษย์ของท่านย่าเทวาูเา นางมักเรียนงานฝีมือต่างๆกับท่านในความฝัน พวกเ้าทำร้ายนาง จะต้องถูกลงทัณฑ์อย่างแน่นอน!”
ไม่รู้ว่าเป็เื่บังเอิญหรือท่านย่าเทวาูเามีอยู่จริงกันแน่ทันทีที่แม่นางหลี่ว์พูดจบ ก็เกิดเสียงดังราวฟ้าผ่ามาจากเชิงเขาซีชานด้านนอกหมู่บ้าน
ทั้งชาวบ้านที่ยืนอยู่ในลานบ้านเพื่อรอดูเื่สนุกๆหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้านและเหล่าผู้าุโที่อยู่ในบ้านต่างพากันตกตะลึงในไม่ช้าชายหนุ่มที่ฝีเท้าเร็ววิ่งออกจากหมู่บ้านไปสำรวจดูหลังจากนั้นเขาก็รีบวิ่งกลับมารายงานด้วยเสียงอันดังว่า “แย่แล้ววัดฉานเชินทีู่เาซีชานถล่มลงมาแล้ว! ท่านย่าเทวาูเาต้องทรงพิโรธเป็แน่!”
ทุกคนต่างมีสีหน้าซีดเผือดและหันไปมองติงเหว่ยที่พิงอยู่ในอ้อมแขนของแม่นางหลี่ว์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพและหวาดกลัวภายในใจ
……
ปกติแล้วครอบครัวชาวนามีการศึกษาค่อนข้างน้อยและไม่ค่อยรู้เหตุรู้ผลอะไรมากนักดังนั้นพวกเขาจึงให้ความเคารพนับถือต่อภูตผีและเทพเ้ามากที่สุดวัดฉานเชินที่ตั้งอยู่เชิงเขาซีชาน ทั้งหมู่บ้านต่างจุดธูปกราบไหว้มาตลอดหลายปีไม่ว่าครอบครัวมีเื่ทุกข์ร้อนอะไรก็พากันไปกราบไหว้สักหน่อย แม้ว่าคำขอจะไม่สำเร็จทุกประการแต่ก็ยังมีร่องรอยของปาฏิหาริย์อยู่บ้างทว่าวันนี้จู่ๆ วัดฉานเชินกลับถล่มลงมาต้องเป็เพราะท่านย่าเทวาูเาทรงพิโรธเป็แน่ ส่วนสาเหตุก็คงไม่พ้นเื่ที่ลูกศิษย์ของนางได้รับาเ็
ชาวบ้านบางคนที่ขี้ขลาดถึงกับใจนแข้งขาอ่อนส่วนผู้าุโต่างพากันพนมมือไปทางทิศตะวันตกและในปากก็พึมพำไปมาว่า“ท่านย่าเทวาูเา ขอให้ท่านอย่าเข้าใจผิดเื่นี้เป็เพราะสกุลเฉียนที่ไปล่วงเกินท่าน ไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย”
พ่อลูกสกุลเฉียนยืนใบหน้าเขียวคล้ำอยู่ที่ประตูโดยไม่รู้จะทำอย่างไรพี่รองสกุลติงเล็งไปที่บั้นท้ายของพวกเขาทั้งสอง และถีบพวกเขาไปคนละทีพลางะโด่าว่า“ยังไม่รีบออกไปอีก เ้าระวังไว้เถอะ น้องสาวข้าจะไปรายงานต่อท่านย่าเทวาูเา และให้ท่านจัดการพวกเ้าทั้งครอบครัวให้สิ้นซาก!”
พี่ใหญ่สกุลเฉียนล้มลงเหมือนสุนัขที่นอนกินอึอยู่บนพื้นเขาะโขึ้นมาและอยากตอบโต้ทว่าผู้าุโเฉียนกลับดึงเขาและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเหล่าผู้าุโที่อยู่ภายในบ้านต่างก็ค่อยๆลุกขึ้น แล้วพูดอย่างคลุมเครือว่า “น้องติงเ้ารีบไปดูแลเ้าเด็กน้อยเหว่ยเอ๋อร์เสียก่อนเถิด เื่อื่นค่อยว่ากันในภายหลัง”
มีเพียงผู้ใหญ่บ้านเท่านั้นที่ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏในแววตาเขาก้มหน้าเล็กน้อยให้ครอบครัวสกุลติงเป็เชิงบอกขอตัวกลับก่อน
ในไม่ช้าลานบ้านสกุลติงที่แต่เดิมเต็มไปด้วยผู้คนยืนแน่นเบียดเสียดจนแม้แต่น้ำก็ไหลผ่านออกมาไม่ได้[6] บัดนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของใครสักคน เงียบสงบราวสุสาน
……
ท่านหมอจางฝังเข็มให้ติงเหว่ยอย่างรวดเร็วจากนั้นหยิบขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมาจากกล่องยา เทยาเม็ดหนึ่งละลายกับน้ำในชามแล้วให้แม่นางหลี่ว์ป้อนเหว่ยเอ๋อร์ หลังผ่านไปครู่หนึ่งจึงตรวจชีพจรของนาง เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกท่านหมอจางลุกขึ้นพลางเก็บกล่องยาและพูดว่า“ภายในหนึ่งเดือนนี้อย่าลุกขึ้นจากเตียง บำรุงร่างกายเยอะๆเด็กคนนี้ก็ถือว่ารอดแล้ว”
ผู้าุโติงรีบขอบคุณ"ต้องขอบคุณเ้าแล้ว น้องจาง"
ท่านหมอจางกลับโบกมือและหยิบเงินตำลึงออกมากำหนึ่งจากในเสื้อคืนให้ผู้าุโติง “หากพูดกันแล้ว เื่นี้ก็นับว่าเป็ความผิดของข้าวันนั้นข้ารับปากพี่ติงแล้วว่าจะเก็บเป็ความลับ ไม่นึกเลยว่าฮูหยินข้าจะ…”
เขาพูดได้เพียงครึ่งทางก็ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “อย่างไรก็ตาม ข้าทำผิดต่อพี่ติง จากนี้หากเหว่ยเอ๋อร์ไม่สบายที่ใด แค่ตามข้ามาก็พอ”
-----------------------------------------
[1] หนีกู่อัน 尼姑庵หมายถึงอาราม สำนักชี
[2] ชิงเติงกู่ฝัว 青灯古佛หมายถึงใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเหมือนในพุทธศาสนา
[3] อับอายกลายโทสะ 恼羞成怒หมายถึงโกรธเนื่องจากความละอายและขุ่นเคือง
[4] วิ่งไปวิ่งมา 上蹿下跳หมายถึงหาเื่ไปทั่ว
[5] ทำหน้าราวกับราชสีห์ 虎着脸 หมายถึงมีสีหน้าจริงจัง ไม่ยิ้มแย้ม แสดงท่าทีขึงขัง มีที่มาจาก "เสือ"มักใช้เป็คำกริยา บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันบนใบหน้า เผยให้เห็นสีหน้าดุร้ายเช่น เสือมองนกอินทรี (虎视鹰瞵)
[6] แม้แต่น้ำก็ไหลผ่านออกมาไม่ได้ 水泄不通หมายถึงคนหนาแน่น หรือถูกล้อมอย่างแ่า