หลังจากทุกคนเห็นเทียนในภาพเงามายา จัดการกับปีศาจจิ้งจอกตายแล้ว ท่านเจียงจื่อหยา กับ จักรพรรดิจีฟาก็เข้ามาทักเทียนทันที
“ ข้าขอขอบคุณท่านเซียนน้อย ที่ได้ช่วยพวกเราในครั้งนี้ ถ้าไม่ได้ท่านพวกเราคงตายกันหมดสิ้นแน่” ท่านเจียงไท่กง เอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ
“ ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าท่านเซียนน้อยพำนักอยู่ที่ใด ถ้าไม่รังเกียจ อยากจะขอเชิญท่านไปพำนักประจำที่เมืองซีฉีของพวกเรา” จักรพรรดิจีฟาอยากให้เทียนอยู่ประจำในเมืองของเขาเลย
“ บอกท่านทั้งสองตามตรง ดินแดนที่ข้ามาเป็นดินแดนที่ห่างไกลมาก ไม่มีใครไปถึง ครานี้ถ้าไม่ใช่หยางเจี่ยนศิษย์ข้า ได้ทำพิธีอัญเชิญมา ข้าเองก็ไม่สามารถมาที่แห่งนี้ได้ เมื่อถึงเวลาสวรรค์เปิดเส้นทาง กลับเมื่อไร ข้าต้องกลับทันที” เทียนบอกตามตรง
“ อาจเป็นสวรรด์คงส่งท่านมาช่วยพวกเรากำจัดคนชั่ว เหล่านี้ ถ้าเช่นนั้น ก็ขอเชิญท่านเป็นสักขีพยาน ในการอ่านโองการสวรรค์ แต่งตั้ง คนที่ตายในสงครามครั้งนี้ ตามที่ท่านอาจารย์หยวนสื่อ เทียนจวิน มอบหมายเอาไว้ด้วยเถิด”
“ ได้ครับ” เทียนยังไปไหนไม่ได้อยู่ดี ต้องรอให้ท่านเจียงไท่กง อ่าน โองการสวรรค์ก่อนถึงจะจากไปได้
“ อาจารย์ ท่านทำไมไม่โตขึ้นเลยนี่ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วนะ” หยางเจี่ยนเข้ามาทักเทียนทีเห็นเทียนเพิ่งจะโตไม่กีปีเอง
“ ข้าเหมือนคนธรรมดาพวกนั้น ก็ไม่ใช่อาจารย์เจ้าน่ะซิ ว่าแต่ฉานน้อยอยู่ที่ไหน ไม่เห็นมาร่วมสงครามครั้งนี้ด้วย”
“ ฉานน้อย ไม่ชอบสงคราม ชอบช่วยเหลือ รักษาผู้คน เวลานี้เป็น ซันเซิ่งหมู่เจ้าแม่โคมวิเศษไปแล้ว เฝ้ารักษาคนอยู่ที่เขาหัวซาน อาจารย์เสร็จจากที่นี่ แล้วจะไปหาฉานน้อยหรือไม่”
“ ข้าคงไปไม่ได้ พอพิธีอ่านโองการเสร็จ สวรรค์คงเปิดเส้นทางกลับ ร่างของข้าคงถูกดึงกลับไปโลกของข้าทันที ไปไหนไม่ได้ ข้าฝากของไปให้ฉานน้อยด้วย นี่คือกำไลล่องหน กับ ปลอกแขนลดพลังเซียน หากไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพลังเซียนก็ใส่ปลอกแขนอันนี้ ส่วนกำไลล่องหน ให้ใช้ในยามจำเป็น” เทียนกล่าวไปเพราะรู้ว่าในอนาคตต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับ ฉานน้อยแน่
“ อาจารย์นี่ท่านรู้อนาคตของ ฉานน้อยด้วยหรือ”
“ เจ้าก็เหมือนกัน กฏสวรรค์นั้นใช้ได้กับคนทั่วไป แต่ต้องดูด้วยว่ามันเป็นธรรมหรือไม่ ดูแม่เจ้าเป็นตัวอย่าง อย่ายึดติดกับมันมากนัก อาจารย์เตือนได้แค่นี้”
“ ขอรับอาจารย์ ศิษย์จะจำไว้” แล้วทั้งคู่ก็เดินมานั่ง ฟังท่านเจียงจื่อหยาอ่านโองการสวรรค์ แต่งตั้งคนที่ตายไปแล้วไปทำหน้าที่บนสวรรค์ ไม่เว้นแม้กษัตริย์ซางโจ้ว ตายแล้วยังได้ความดีความชอบไปเป็น เซียนชื่อว่า เทียนสี่ซิง หรือดาวฟ้าปลื้ม ฟังเป็นไทยๆ ก็คล้ายกับเทพคิวปิด คอยจับคนให้มารักกันด้วยด้ายแดง ไม่ใช่ธนูแบบคิวปิด ส่วน ฝ่ายแม่ทัพฝั่งซางโจ้ว ก็ได้เป็นเทพกันทั้งนั้น เช่นจ้าวกวงหมิงแม่ทัพใหญ่ได้กลายเป็น เทพแห่งโชคลาภฝ่ายบู้ เหมือนกับปี่ก่านที่เป็นเทพแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋น แต่ว่าซูต๋าจี นางจิ้งจอกไม่ได้รับตำแหน่งใดใด ปล่อยให้ไปเวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์ต่อไป เทียนรู้สึกไม่พอใจ เจ้าแม่หนี่วา เล็กน้อย เลยบ่นออกมาเบาๆ ว่า
“ ลำเอียงชัดชัด”
“ ถ้าข้าลำเอียง เจ้าคงไม่ได้เกิดมาหรอก” เสียงเบาๆ ลอยมาเข้าหู้เทียนทำให้เทียนสะดุ้งทันที มองซ้าย มองขวา ส่งจิตตรวจสอบ ทั่วทุกเส้นทางที่กระทำได้แต่ไม่สามารถตรวจสอบเสียงที่ส่งมาได้แม้แต่น้อย
“ ท่าน..ท่านเป็นใคร อย่าบอกนะ ว่าท่านคือ...” เทียนเริ่มสงสัยได้แต่ส่งกระแสจิตออกไปถาม ไม่มีคำตอบ แต่เทียนรู้สึกได้ว่าถูกเขกหัว 1 ที จนต้องคลำหัวตัวเอง
“ ซูต๋าจี เป็นคนที่ข้าส่งมาทำภารกิจ ไม่ว่าจะยังไงก็คือคนของข้าบัดนี้ ภารกิจสำเร็จแล้ว ก็ต้องไปทำภารกิจอย่างอื่นต่อ ภารกิจนั้นก็คือ คลอดเจ้าขึ้นมาอย่างไงล่ะ”
“ แล้วปล่อยให้แม่ข้า รอคอยมาสามพันปีเนี่ยนะ”
“ ใครบอกเจ้า ข้าส่งต๋าจีไปเป็น เทพเจ้าอยู่ที่ญี่ปุ่น เจ้าก็เคยไปมาแล้วไม่ใช่หรือ”
“ อะไรนะ ที่ศาจเทพเจ้าจิ้งจอกที่เกียวโต นั่นคือ แม่ของข้าเองหรือนี่” เทียนตกใจเพราะครั้งที่แล้วไม่ได้ไปกราบไหว้ แต่ในชาติก่อนนั้น เขาเคยพบกับเทพจิ้งจอกมาแล้ว
“ ข้ารู้ว่าเจ้าสงสัย ทำไมต้องส่งให้แม่เจ้ามาเกิดอีกครั้ง เพราะว่าภัยพิบัติใหญ่กำลังมาเยือน ข้าได้คุยกับท่านฝูซูแล้ว คงต้องสร้างเจ้าให้กำเนิดขึ้นมา เพื่อจัดการแก้ไขปัญหานี้”
“ ภัยพิบัติใหญ่ เรื่องนี้ท่านก็น่าจะทำได้ ทำไมต้องให้ข้าทำด้วยกันเล่า” เทียนสงสัย
“ พวกมันส่งเด็กมาจัดการ แล้วจะให้ข้าผู้เป็นผู้ใหญ่ ลงมือด้วยตัวเอง เลยหรือยังไง”
“ ท่านพูดอะไรข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เทียนยิ่งงงไปกันใหญ่
“ ข้ามีน้องสาวคนหนึ่ง นางได้สร้างโลกเอาไว้อีกจักรวาล ในไม่ช้า น้องสาวข้าจะส่งคนของนางมาที่โลกใบนี้ เฮอะ นางคงคิดว่า โลกของนางเข้มแข็งกว่า โลกของข้า ถึงคิดที่จะทำเช่นนี้ ข้าสร้างโลกใบนี้มา ข้าจะปล่อยให้ถูกทำลายลงด้วยมือของ นางได้อย่างไร เจ้ามีหน้าที่ต้องช่วยข้า ป้องกันโลกใบนี้เอาไว้ และจัดการคนของนางที่จะส่งคนมาทำลายโลกใบนี้”
“ นี่ท่านกำลังจะบอกว่า ท่านมีน้องสาว ที่สร้างโลกเอาไว้อีกโลกหนึ่งและ นางก็กำลังจะส่งคนมาทำลายโลกใบนี้ และข้ามีหน้าที่จัดการ ป้องกันคนของน้องสาวท่านยังงั้นหรือ ทำไมท่านเป็นพี่น้องกัน ทำไมไม่จับเข่าคุยกันล่ะ”
“ 65 ล้านปีก่อนเราเคยคุยกันแล้ว สิ่งมีชีวิตบนโลกหายไปจนแทบจะหมดโลก เจ้าอยากให้พวกเราสองคนพี่น้องคุยกันอีกหรือ” เจ้าแม่หนี่วา เอ่ยเสียงราบเรียบ
“ นี่หมายความว่า สัตว์โลกโบราณพวกนั้น ถูกภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วมโลก เป็นเพราะฝีมือของพวกท่าน คุยกันยังงั้นหรือ” พวกไดโนเสาร์ ที่สูญพันธ์ ไปเมือ 65ล้านปีก่อน ที่แท้ก็ถูกสองพี่น้องคุยกันจนทำลายล้างชีวิตไปจนหมด คุยกันแบบไหนกันวะนี่
“ ตอนนี้เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น เจ้ามีหน้าที่ ฝึกฝน เล่าเรียน ถึงเวลา เจ้าก็จะได้ พบกับพวกมันแล้วข้าจะบอกเจ้าอีกที” เจ้าแม่หนี่วา เอ่ยจบ ก็ไม่พูดออกมาอีกเลยเทียนอยากจะถามว่า สองพี่น้อง มีปัญหากันเรื่องอะไร แต่คงไม่ได้รับคำตอบแน่
พิธีอ่านโองการจบ ร่างของเทียนก็ค่อย ๆ หายไป ทุกคนเห็นก็ทำท่าคารวะเทียน มีเพียงหยางเจี่ยนคนเดียวที่คุกเข่าลา อาจารย์ของเขา
เทียนมายืนที่เรือนสีขาวกลางน้ำ ต่อหน้าผนึกเซียน ของท่านเจียงจื่อหยา แล้วแสงของผนึกเซียน ก็พุ่งเข้าใส่เทียนอย่างไม่หยุดยั้ง พลังยุทธ์ทั้งสองไหลเข้ามามากมายเข้ามาในร่างไม่ขาดสาย เทียนจัดเรียงเข้ามาเก็บเอาไว้อย่างดีในจุดตันเถียน กับ ห้วงจิตวิญญาณจนเริ่มจะเต็ม เทียนระเบิดพลังยุทธ์ออกมาเพื่อดันพลังไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
จากปัจจุบัยอยู่จักรพรรดิยุทธ์ ระดับ 91 ก็ค่อยๆ ขึ้นไปอย่างช้าๆ จนมาถึงระดับ 95แต่ยังมีพลังที่จะดันพลังยุทธ์เพิ่มไปอีก เทียนก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
ขึ้นมาอีก 97 98 99 จนมาหยุดที่ ระดับ 100 พอดี เทียนปรับพลังให้ร่างกายกับพลังใหม่ที่เข้ามาจนกลายเป็นธรรมชาติแล้วก็ลืมตา พลังจักรพรรดิยุทธ์ ระดับ100 วิญญาณยุทธ์ ระดับ 100 เช่นกัน อีกขั้นเดียว ก็บรรลุขั้นเซียนแล้ว เทียนออกไปที่ตั้งอักษรเซียน เดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ เพื่อรอให้อักษรเซียน ส่งตัวเขาไปทำภารกิจ เพราะอาจารย์บอกว่า วิธีเลื่อนไปขั้นเซียน ต้องทำภารกิจ หรือไม่ก็ต้องผ่านด่านลงทัณฑ์สวรรค์ แล้วแต่ว่าใครจะเจอกับสิ่งใด แต่ว่าเทียนไม่เจออะไรสักอย่าง รอตั้งนานไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงต้องรีบออกไป เพราะเทียนเข้ามาเกือบสามเดือนแล้ว ต้องไปเปิดโครงการบ้านสุขนิรันดร์ก่อน
เทียนกลับมาถึงห้องได้นอนพักไม่เท่าไร พ่อเก้าเข้ามาหาเพื่อขอคุยบางอย่างกับเทียน
“ อาเทียน เวลานี้ทางตระกูลหลี่ของเรา เริ่มมีประสบปัญหาทางธุรกิจ เรื่องโครงการสร้างห้างสรรพสินค้ารูปแบบใหม่ เวลานี้ยังไม่สามารถสร้างได้เลย เพราะถูกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ไม่ยอมออกใบอนุญาต ให้ไปศึกษาเรื่องผลกระทบต่อ สภาพแวดล้อมทั้งในน้ำและบนบก และในอากาศ ซึ่งจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาทำเรื่องนี้ แล้วต้องมีการวิจัย
ออกแบบสอบถามไปที่ชุมชนรอบข้าง แล้วค่อยนำเรื่องเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม เพราะปัจจุบันพื้นที่ในเมือง ค่อนข้างที่จะมีตึกสูงเป็นจำนวนมาก พวกเขาพอรู้พวกเราจะสร้างตึกสูง พร้อมห้างสรรพสินค้า ชาวบ้านเลยมาประท้วงกันมาก เพราะแน่นอนว่า การจราจรต้องติดขัดไปอีกอย่างน้อย สามปี การก่อสร้างโครงการนี้ จะให้ชาวบ้านเซ็นยินยอม พวกเขาเดือดร้อนแบบนั้น คงไม่ยอมเห็นด้วยอย่างแน่นอน สรุป คือ โครงการนี้ อาจต้องพับไปก่อน
แต่พวกเขาเตรียมเงินลงทุนไว้ถึง ห้าหมื่นล้าน ซึ่งไม่ได้ทำประโยชน์อะไร ทำให้ คณะกรรมการสูญเสียประโยชน์ในเรื่องนี้มาก แล้วพวกเขาเห็นว่าโครงการ บ้านสุขนิรันดร์ของลูก นั้นเป็นโครงการที่ดี คุ้มค่าการลงทุน จึงอยากจะนำเงินมาร่วมลงทุนด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นที่เดียวกับลูก แต่ทำเพิ่มในสถานที่อื่นๆ แต่ขอใช้ชื่อ โครงการบ้านสุขนิรันดร์ ลูกจะยอมให้พวกเขาเอาชื่อไปใช้ได้ไหม”
“ พ่อทำงานเป็นผู้พิพากษานี่ไม่เหนื่อยใช่ไหม ตอนเย็นต้องมาประชุมรับรู้เรื่องธุรกิจของตระกูลอีก พวกเขาผ่านอะไรมากันตั้งเยอะ ทำไมคิดอะไรไม่เป็นกันบ้างหรือ” เทียนรู้สึกว่าพ่อเก้าไม่น่ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจเลยจริง ๆ พวกเขาอาศัยความเป็นพ่อมาบีบให้เทียน ช่วยพวกเขาอีกในครั้งนี้
“ อย่าคิดอย่างนั้น ยังไงก็อยู่ในตระกูลเดียวกัน”
“ โครงการบ้านสุขนิรันดร์ นอกทำธุรกิจแล้ว จะต้องมีการมอบที่พักฟรีให้กับคนชรา จำนวน 10% ของทุกโครงการ ถ้าพวกเขาใช้ชื่อเดียวกัน ก็ต้องยอมตัด 10 % แจกบ้านพัก ให้คนชราเหมือนกัน พวกเขายอมรับเรื่องนี้ได้ผมก็ไม่มีปัญหาครับ”
“ นั่นซิ พรุ่งนี้ค่อยบอกพวกเขา ถ้าหากว่าพวกเขารับได้ ก็ให้เขาใช้ชื่อนี้ด้วยนะ”
เทียนได้แต่พยักหน้า ไม่พูดอะไร อย่างน้อย ก็มีชาวบ้าน ได้มีที่อยู่อาศัยเพิ่มอีก
พอวันเปิดตัวโครงการบ้านสุขนิรันดร์ ทุกคนมากันแน่น ดังที่คาดไว้ แต่คราวนี้มีข้าราชการมากันมากผิดปกติ เทียนต้องถามลุงเซี่ยซิน ว่าพวกเขามาทำไมกันมากขนาดนี้
“ พวกเขามาจากหน่วยงานพัฒนาสังคม มาดูแบบบ้านของจริง แล้ว รายละเอียดในการดูแลรักษา พยาบาล พวกเขาอยากจะนำโครงการแบบนี้เสนอให้รัฐบาล เพื่อจัดสร้าง ให้คล้ายกับเรา แต่ว่าอาจจะลดต้นทุนลงบ้าง เพื่อขาย และ ให้ฟรีแบบเรา ไม่ได้ให้อยู่ฟรีๆ แบบที่ผ่านมา เพราะได้แนวคิดจากโครงการของเรา" ไม่นานคนของทางการก็ขอเข้ามาคุยรายละเอียดกับเทียน
ท่านปู่กับท่านย่า และ คณะกรรมการตระกูลหลี่ เดินดูบ้านเดี่ยว ที่ขายในราคา สิบล้านบาทของเทียน
“ ห้องน้ำกว้างกว่าห้องนอนเป็นสองเท่าเลยนะ ไม่มีเหลี่ยมมุมเลย พื้นก็นุ่มนี่มันยางปูพื้นรุ่นใหม่ที่ปราศจากเชื้อราใช่ไหมนี่ คราวนี้ล้มยังไงก็ไม่เจ็บ”
“ ห้องน้ำแบ่งเป็นโซนเปียก กับ แห้ง ออกจากกันดีจังเลย เวลาอาบน้ำฝักบัวไม่ต้องยืนมีที่นั่งอาบน้ำสบาย มีอ่างอาบน้ำระบบนวดอีกด้วย ระบบปล่อยน้ำเป็นเซ็นเซอร์ทั้งหมด ชักโครก เป็นระบบสัมผัส แต่ละจุดก็มีที่กดสัญญาณเรียกฉุกเฉิน แต่เอ๊ะ นี่ติดแอร์ในห้องน้ำด้วยหรือ แล้วนั่นจอทีวีใช่ไหม ท่านพี่ อาเทียนนี่คิดไว้ละเอียดจริง ๆนะ” ท่านย่าเอ่ยกับท่านปู่
“ อืม ห้องน้ำที่บ้านของพวกเรา ทำไมไม่ทำแบบนี้กันบ้างนะ” ท่านปู่เริ่มเห็นดีด้วย
“ ถ้าท่านพ่ออยากได้แบบนี้ กลับไปผมจะให้ช่างทำให้เลยครับ” ลุงใหญ่รีบถ่ายรูปเก็บเอาไว้ทุกๆ จุด
“ ทำไมสร้างไว้ถึงห้าห้องนอน ห้าห้องน้ำ แค่คนแก่คนเดียว แค่ห้องสองห้องก็น่าจะพอไม่ใช่หรือ” ท่านปู่เอ่ยถามลุงเซี่ยซิน ที่มาคอยอธิบายรายละเอียดแทนเทียน ที่เวลานี้กำลังคุยกับ หน่วยงานรัฐบาลอยู่
“ คุณชายน้อยบอกว่า ถึงแม้ว่าจะเน้นให้ผู้สูงอายุได้อยู่ก็จริง แต่ในความเป็นจริงลูกหลาน ควรที่จะมาอยู่กับผู้ใหญ่ในครอบครัว ดังนั้น จึงต้องสร้างไว้ให้พวกลูกหลานมาอยู่ด้วย เพราะโครงการนี้ จุดประสงค์ไม่ได้เพียงดูแลสุขภาพเพียงแค่ คนชราเท่านั้น แต่จะดูแลผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการทั้งหมด”
“ อืม นี่มันเอาความคิดแบบนี้มาจากใครกัน” ท่านปู่สงสัย
“ ทำไม ไม่ถามหลานมันเองล่ะ” ท่านย่าหัวเราะอย่างมีความสุข
“ เวลานี้ โครงการปิดการขายแล้วด้วยนะครับ บ้าน 500 หลัง กับคอนโด 2พันยูนิต หมดภายใน 15 นาที และอีก 200 ยูนิตที่แจกฟรีให้คนชราในโครงการของกระทรวงพัฒนาสังคมที่เป็นผู้คัดเลือกและตรวจสอบ ก็พร้อมเข้าอยู่ภายในสัปดาห์หน้าแล้วนะ” ลุงเซียซินบอกกับท่านปู่ และท่านย่า และคณะกรรมการตระกูลทั้งหมด
“ หนึ่งหมื่น หนึ่งพันล้านบาทแค่ 15 นาที เป็นไปได้หรือนี่” คณะกรรมการตระกูลต่างตกใจกันยกใหญ่ที่ ขายบ้านหมด ภายใน 15 นาที
“ แล้วยังมีคนสั่งจองบ้านที่กำลังก่อสร้าง อีก 1,000 หลัง และคอนโดอีก 4พันยูนิตจน คุณชายน้อยไม่รับจองอีกแล้ว รอให้ ชุดนี้สร้างเสร็จ ค่อยเปิดขายใหม่อีกรอบ” ลุงเซี่ยซิน บอกกันท่านย่า และทุกๆ คนที่เวลานี้ ยืนใช้มือถือกดตัวเลขกันตาโตไปหมด
“ นี่หลานฉันไปอยู่ที่ไหนนี่” ท่านยายรีบเอ่ยถามถึงเทียน
“ คุณชายน้อยอยู่กับคนของทางการ ซึ่งพวกเขากำลังคุยรายละเอียดกับคุณชายน้อย เรื่องการร่วมทุนกับกระทรวงพัฒนาสังคม เพื่อสร้างโครงการแบบนี้ไปทั่วประเทศครับ”
“ เรื่องแบบนี้คงทำไม่ได้ง่ายๆ หรอก เพราะทำธุรกิจกับหน่วยงานรัฐบาล ต้องมีการประมูลโครงการ มีการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องผ่านสภาเล็ก สภาน้อยมากมาย บริษัทเอกชนเพิ่งจะเปิดใหม่ กระทรวงพัฒนาสังคม คงไม่เซ็นสัญญาด้วยแน่”
ลุงรองเอ่ยออกมาอย่างดูถูก
“ เรื่องนี้ไม่ทราบแน่ชัด รู้แต่ว่าคุณชายน้อย ได้บริจาคเงินเข้าโครงการนี้ หนึ่งหมื่นล้านบาท หลังจากนั้น ก็จะลงทุนให้โครงการนี้ทั้งหมดโดยขอกำไร จากค่าบริหารจัดการเพียง 5% จากโครงการทั้งหมดเท่านั้น” ลุงเซี่ยเอ่ยแค่นี้ทุกคนก็ร้องออกมาเหมือนกันหมด
“ บริจาค หนึ่งหมื่นล้านเลยหรือ...”