หลังจากเกิดเรื่องราวต้องห้ามผิดศีลธรรมในวันนั้น แทนที่อวี้ชิงลั่วจะโกรธบุตรชาย ทว่า...นางกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น แถมความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกยังแนบแน่นขึ้นอีกด้วย แต่เจ้าอวี้ชิงหนานก็ไม่ได้ล่วงเกินหนักหน่วงเหมือนครั้งนั้น มากสุดก็ทำเพียงแค่กอด หอม มีแอบจับทรวงอก แอบจับก้นบางเป็นบางครั้ง ซึ่งอวี้ชิงลั่วก็มักจะตอบโต้เพียงแค่หยิก หรือทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งดุใส่มันเพียงชั่วครู่ชั่วยาม
มิรู้เพราะนางขาดสามีมานาน เพราะเริ่มชิน หรือเพราะจิตใจเริ่มเกิดความผิดปรกติก็ไม่ทราบ ถึงได้ยอมให้เรื่องเลยเถิดมาขนาดนี้ แต่ทราบใดที่อวี้ชิงหนานไม่ทำไปมากกว่านี้ อวี้ชิงลั่วถือว่ายอมรับได้ อีกทั้งนางยังแอบวางแผนในระยะยาวว่า เมื่ออวี้ชิงหนานอายุครบยี่สิบปี นางก็จะหาภรรยาให้มันสักคน ที่นี่พอมีเมียเป็นตัวเป็นตน อวี้ชิงก็จะได้เลิกทำเรื่องนางอับอายแบบนี้กับนางเสียที ซึ่งก็เหลืออีกปีกว่า ๆ ยามนี้อวี้ชิงลั่วจึงต้องอดทนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงตอนนั้น...
แต่การที่นางสนิทสนมกับบุตรชายจอมทะลึ่งทะเล้นก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องดี เพราะทั้งสองได้ใช้เวลาทำสิ่งต่าง ๆ รวมกันมากมายอย่างเช่นการศึกษาตำราแพทย์ หรือการออกไปรักษาผู้ป่วยด้วยกัน อวี้ชิงหนานหากไม่นับนิสัยเรื่องเจ้าชู้เกเรก็นับว่าเป็นเด็กหนุ่มหัวไวผู้หนึ่งเลยทีเดียว เพียงแค่อวี้ชิงลั่วมารดาชี้แนะนิดหน่อยมันก็สามารถเข้าถึงวิธีการปรุงยายาก ๆ กับการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้แล้ว ดังนั้นในเวลาไม่นานชื่อเสียงของอวี้ชิงหนานในฐานะหมอ จึงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไม่แพ้มารดา...
ทว่า...ยิ่งสองแม่ลูกมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาเสมอไป เพราะมีหมอหลายคนเกิดความอิจฉาริษยา บางคนก็หากินไม่ได้เพราะคนเจ็บไข้ได้ป่วยมักจะไปขอให้สองแม่ลูกมารักษามากกว่า อวี้ชิงลั่วนั้นเป็นหมอหญิงคุณธรรมไม่เคยขูดรีดคิดค่ายา ค่ารักษาแพง ๆ ใครมีจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ แถมยากับสมุนไพรที่ใช้ก็มีคุณภาพเห็นผลได้ทันตา แล้วมีหรือ ที่ใครจะไม่อยากมารักษากับนาง แต่ก็เพราะแบบนี้กระมัง คนชั่วจึงหลายคนจึงไม่พอใจ และอยากจะกำจัดนางทิ้งเสียให้พ้นทางดังเช่นเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้...
ในขณะที่อวี้ชิงลั่ว และอวี้ชิงหนานพึ่งกลับมาจากการไปรักษาผู้ป่วยที่หมู่ทางทิศใต้ เมื่อทั้งสองก้าวเท้าเข้ามาในกระท่อม ต่างก็พลันตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะว่าข้าวของถูกรื้อค้นจนเสียหายไม่มีชิ้นดี
“กะ เกิดอันใดขึ้น...? ทำไมบ้านเราถึงเป็นแบบนี้”
“โจรหรือท่านแม่...? แต่จะเป็นไปได้อย่างไรบ้านเราเป็นแค่กระท่อมหลังเล็ก อยู่กลางป่ากลางเขา แถมผู้คนแถวนี้ก็รู้จักกันดี จะมีโจรหน้าโง่ที่เสียเวลามาปล้น”
“มันก็ยิ่งของเจ้า หนานหนานกระท่อมของพวกเรามีแต่สมุนไพรกับตำรายา...!”
พออวี้ชิงลั่วเอ่ยถึงคำว่าตำรายาสองตาของนาง กับบุตรชายก็พลันเบิกกว้างคล้ายจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นสี่ขาก็ออกวิ่งตรงไปยังห้องหนังสือพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เมื่อมาถึงสิ่งที่ทั้งคู่ได้พบก็คือ ชายชุดดำปิดบังใบหน้าสองคนกำลังรื้อค้นบางอย่างอยู่
อวี้ชิงลั่วนิ่งอึ้งตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะพลันตั้งสติ และบอกให้อวี้ชิงหนานรีบหนีไป เพราะนางรู้ดีว่าคงสู้ชายลึกลับสองคนนี้ไม่ได้แน่ หากเป็นเมื่อก่อนมีเสวียอวี้อดีตสามีอยู่ แค่โจรกระจอกสองคนนี้คงไม่คณนามือเป็นแน่
“พวกมันกลับมาแล้วรีบตามไปเร็ว...!!” เสียงชายในชุดดำคนหนึ่งตวาดลั่น ก่อนที่ชายอีกคนจะวิ่งไล่ตามสองแม่ลูกออกมาจากกระท่อม
“ท่านแม่เราจะหนีไปไหนกันดี”
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน จริงสิ รีบไปที่หมู่บ้านกันก่อนดีกว่าที่นั่นมีผู้คนพลุกพล่าน พวกมันคงไม่กล้าลงมือเป็นแน่ จากนั้นค่อยไปหาหลิวลี่ที่โรงเตี๊ยม”
สองแม่ลูกวิ่งไปปรึกษากันไปก่อนจะได้ข้อสรุปว่า หากหนีไปถึงเมืองทั้งคู่ก็น่าจะรอดแล้ว
“หยุดนะพวกเจ้า...!! ถ้าไม่หยุดอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจนะ” ชายในชุดดำคนหนึ่งวิ่งตะโกนไล่หลังมาติด ๆ ก่อนที่ชายอีกคนจะวิ่งตามมาสมทบ
“ดูจากเส้นทางแล้ว พวกมันคงคิดจะวิ่งไปที่หมู่บ้านสินะ”
“หมู่บ้านหรือ พี่ใหญ่ เช่นนั้นก็ไม่ได้การแล้ว พวกเราคงตามไปไม่ได้แน่เอายังไงกันดี”
“เจ้าอย่าได้กังวลไปน้องเล็ก ข้าไม่ปล่อยให้พวกมันไปถึงที่นั่นได้หรอก” ชายชุดดำอีกคนมองสองแม่ลูกด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย ก่อนที่มันจะสอดมือล้วงไปในอกเสื้อ แล้วหยิบของบางอย่างออกมา
“โอ้ สิ่งนั้นที่ท่านอาจารย์ให้มารึ ถ้าเป็นสิ่งนี่ล่ะก็ ต่อให้เป็นหมอหญิงอันดับหนึ่งก็ไม่มีทางแก้ได้แน่”
ชายชุดดำอีกคนเอ่ยขึ้น ก่อนที่ผู้ซึ่งเรียกตนว่าเป็นพี่ใหญ่ของมันจะซัดลูกดอกในมือพุ่งแหวกอากาศตรงไปหาอวี้ชิงลั่ว
ลูกดอกพุ่งปราดตรงไปหาเป้าหมายอย่างแม่นยำทว่า...ในยามนั้นอวี้ชิงหนานที่วิ่งอยู่ด้านหลังของอวี้ชิงลั่วดันเหลือบไปเห็นเข้าซะก่อน มันจึงไม่รอช้าพลันกระโดดเอาตัวเข้าไปรับลูกพิษแทน
“หนานหนาน....!!” อวี้ชิงลั่วหวีดร้องสุดเสียง ขณะที่เห็นร่างของบุตรชายล้มลงกับพื้น
“โดนบุตรชายของนางรึ ช่างรักแม่เสียจริง น่านับถือ น่านับถือ แต่จะโดนผู้ใดก็ช่าง ไม่สำคัญหรอก”
ชายในชุดดำผู้ซัดลูกดอกอาบยาพิษเอ่ยขึ้นพร้อมก้าวเท้าเดินมาหา
“หนานหนานได้ยินแม่หรือไม่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” อวี้ชิงลั่วร้องเสียงหลงพร้อม ใบหน้าที่ตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนที่ชายชุดดำคนเดิมจะเอ่ยขึ้นว่า “บุตรชายของเจ้ายามนี้ยังไม่เป็นอันใดหรอก แต่หากไม่รีบถอนพิษภายในหนึ่งชั่วยามละก็...ข้าเกรงว่าเจ้าคงได้ใส่ชุดขาวไว้ทุกข์ให้มันเป็นแน่”
“น่าขันยิ่งนัก เจ้าคิดว่าข้าเป็นผู้ใดกัน คิดหรือว่าพิษกระจอก ๆ เพียงนี้ข้าจะปรุงยาถอนพิษไม่ได้” อวี้ชิงลั่วแค่นเสียงพูด ก่อนจะจ้องเขม็งไปยังชายชุดดำด้วยแววตาโกรธแค้น ซึ่งมันก็เอ่ยเสียงโอ้ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “จริงสินะข้าลืมไปว่าเจ้าคือหมอหญิงอันดับหนึ่งของแผ่นดิน เช่นนั้นก็ลองดู อ้อ แต่ถ้าเจ้าทำไมสำเร็จ จะมาเอายาถอนพิษที่ข้าก็ได้นะ”
“เชอะ ยาถอนพิษกระนั้นรึ เจ้าคงไม่คิดจะให้ข้าง่าย ๆ เป็นแน่”
“ฉลาดสมเป็นเจ้า เช่นนั้นก็คงจะรู้แล้วสินะ ว่าถ้าอยากได้ยาถอนพิษเพื่อช่วยบุตรชาย เจ้าต้องนำสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน พวกข้าสองคนจะรออยู่ที่วัดร้างทางตะวันตก” เมื่อชายชุดดำกล่าวจบก็หมุนกายหันเดินจากไปไปพร้อมกับชายอีกคน ส่วนอวี้ชิงลั่วก็พลันจับชีพจรตรวจดูว่าอวี้ชิงหนานได้รับพิษอันใดเข้าไป และเพราะเหตุใดพวกมันจึงมั่นใจว่านางจะไม่อาจรักษาเขาได้
“พวกมันคิดจริงหรือ ว่าคนอย่างข้าจะไม่อาจถอนพิษในกายของหนานหนานได้เหลวไหลยิ่ง...!”
ทว่า...เมื่ออวี้ชิงลั่วจับชีพจรของอวี้ชิงหนานดู สองตาของนางก็พลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง มิรู้ว่ามันเป็นพิษแบบไหน แต่ถึงขนาดทำให้อวี้ชิงลั่วหมอหญิง ผู้มีฉายาว่าหมอปีศาจ ตกใจได้ถึงเพียงนี้ แสดงว่าเป็นพิษร้ายนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน..
จบบท