พวกเขายังเดินในตลาดเฟยิ นึกถึงตอนที่เหอซานเล่าให้ฟังว่าสีฮ่าวหราน และหลิวอี้เฉิงนัดพบกันเื่เสบียงอาหารหรือมันเกี่ยวข้องกัน ขณะนั้นซ่งจ้านผิงเดินผ่านมาพอดีเขาเหลือบเห็นทั้งสี่คนก็รีบเข้ามาทัก
“ลี่เฉี่ยว”
“จ้านผิง ท่านมาทำอะไร”
“ข้ามีธุระต้องทำแถวนี้นิดหน่อย”
“แล้วท่านเสร็จธุระหรือยัง”
“อืม เสร็จแล้ว”
ลี่เฉี่ยวหันมาทางเฟยิเพื่อจะแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน
“องครักษ์ซ่งจ้านผิง”เฟยิชิงพูดก่อน
“คุณชายรองหลี่”
ลี่เฉี่ยวเอะใจ
“พวกท่านรู้จักกันแล้วเหรอ”ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน
“รู้แล้ว”
“ธุระของข้าเสร็จแล้วเ้าจะไปที่ใดข้าขอไปด้วยคน”
ลี่เฉี่ยวเลิ่กลั่ก “เอ่ออ๋อ ได้สิ ไป..ด้วยกัน”
สีหน้าเฟยิเริ่มตึงเครียด
“เ้ามาทำธุระแถวนี้ใช่ไหมงั้นข้าขอถามหน่อย เ้าได้ยินข่าวเื่ข้าวสารหรือไม่” ลี่เฉี่ยวเอ๋ยถามจ้านผิง
จ้านผิงมองหน้า “ธุระที่ข้ามาวันนี้ ก็เื่นี้แหละ”
“แล้วเ้ารู้อะไรมาบ้าง”
จ้านผิงรู้ว่าเื่นี้เกี่ยวพันกับบิดานาง เขาไม่อยากให้นางไม่สบายใจ จึงบอกไปว่า
“ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย”
เฟยิได้ยินที่ลี่เฉี่ยวถามกับซ่งจ้านผิงเขารู้ว่าซ่งจ้านผิงน่าจะรู้เื่นี้ดี จึงขอคุยเป็การส่วนตัว
“ท่านรู้ใช่ไหมว่าเื่ข้าวสารราคาแพงเกี่ยวพันกับบิดาของนาง ข้าอยากให้ท่านปิดเป็ความลับย่าบอกเื่นี้กับนาง”
“ทำไมข้าต้องทำตามที่ท่านบอกด้วยข้าเลือกที่จะไม่บอกนางเอง ไม่เกี่ยวกับท่าน” ซ่งจ้านผิงเดินมาหาลี่เฉี่ยวที่กำลังยืนดูน้ำตาลปั้นเขาหยิบรูปปั้นเด็กชายหญิงให้ยื่นให้นาง
“อันนี้เหมาะกับเ้า”
เฟยิเลือกหยิบรูปปลาคู่ให้ลี่เฉี่ยว
“ข้าว่านี้อันนี้เหมาะกับเ้ามากกว่า”
“อันนี้ดีกว่า” จ้านผิงพูดกลับ
“อันนี้” เฟยิพูดเสียงแข็งพร้อมใช้มือดันของจ้านผิงออกไปอีกทาง ลี่เฉี่ยวเริ่มหงุดหงิดทั้งสองคนที่เอาแต่เถียงกัน
“เ้าว่าคุณหนูข้าจะเลือกของใครงานนี้เปิดศึกกันแน่...” ซูปี้กับฮ่าวอู๋ ยืนดูอยู่ห่างๆ
“ข้าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆข้าเลือกเ้า คึ คึ” ฮ่าวอู๋ ยืนยิ้มกว้างใช้นิ้วชี้จิ้มที่ไหล่ซูปี้ ไปหนึ่งที ซูปี้ผลักฮ่าวอู๋แทบล้มทั้งยืน
“ปากหวาน”
ถึงแม้ลี่เฉี่ยวอยากจะหยิบของที่เฟยิเลือกให้ แต่นางก็กลัวว่าจ้านผิงจะรู้สึกแย่ นางจึงพูดไปว่า
“หยุดได้แล้วข้าไม่อยากได้น้ำตาลปั้น”
“แล้วเ้าอยากได้อะไร” จ้านผิงกล่าว
“ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น”นางเดินออกจากตรงนั้น
ทั้งสองคนก็ตามไป
“ซูปี้ข้าอยากกลับแล้ว”ลี่เฉี่ยวเรียกหาซูปี้ที่เดินตามด้านหลัง
แล้วนางขอตัวกลับจวนก่อน
“เป็เพราะท่าน”จ้านผิงกล่าวโทษเฟยิ เฟยิไม่ตอบกลับเพียงแยกเดินไปอีกทาง
จวนตระกูลหลิว
ลี่เฉี่ยวกับซูปี้ถึงจวนก็ถูกเรียกให้เข้าพบบิดา พร้อมมารดานางก็อยู่ด้วย
“เ้าไปเหลวไหลที่ไหนมาทำไมถึงกลับมาป่านนี้ วันนี้เ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก ไม่ลงโทษจะติดเป็นิสัยใครก็ได้ไปเอาไม้มา”
สัญชาตญาณความเป็แม่ย่อมปกป้องลูกฮูหยินหลิวกล่าวขึ้น
“ท่านพี่ ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือเลยหรือนางพึ่งทำความผิดครั้งแรก ครั้งนี้ข้าขอเถอะ”
ลี่เฉี่ยวส่งสายตาให้มารดาทำหน้าตาน่าสงสารพยักหน้าเห็นด้วยที่มารดาพูด
เริ่มเย็นลง ฮูหยินหลิวเอื้อมมือไปจับที่แขนหลิวอี้เฉิง
“เปลี่ยนเป็กักบริเวณนางก็น่าจะเพียงพอแค่นี้นางก็สำนึกแล้ว”
“เ้าค่ะข้าสำนึกผิดแล้ว ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก”
“ถ้าเช่นนั้นห้ามออกจากจวนเป็เวลาหนึ่งดือน และอีกหนึ่งเดือนต้องเข้าวังกับข้าด้วย” หลังจากพูดจบขุนนางหลิวก็หันหลังเดินออกจากตรงนั้น
“หนึ่งเดือน...ข้าคงเป็ดั่งนกที่ถูกขัง ท่านแม่ ช่วยด้วย”ลี่เฉี่ยวโผเข้าหามารดา
“เอาน่า เดี๋ยวเดียวก็หนึ่งเดือน ดีแค่ไหนแล้วไม่โดนโบยด้วยไม้” “เ้าค่ะ ท่านแม่”
ลี่เฉี่ยวกลับห้องพักนางคิดได้ว่าเอาชุดเฟยิมานางสั่งให้ซูปี้เอาชุดของเฟยิให้บ่าวรับใช้ไปซัก และกำชับหนักหนาว่าให้ทำดีๆ ซูปี้เอาไปให้สาวใช้คนหนึ่งขณะที่นางถือชุดจะไปซักนั้น ก็เกิดการซุบซิบของสาวใช้
“เ้าว่าเป็ชุดบุรุษที่ไหนนะดูจากชุดแล้วไม่น่าจะมีตำแหน่งใหญ่โตอะไร”
อีกคนแย่งมาััแล้วสูดดมพูดขึ้นว่า“ถึงดูไม่มีตำแหน่ง แต่ชุดดูเรียบง่าย กลิ่นหอม ข้าว่าน่าจะเป็คนหล่อมีเสน่ห์คนหนึ่งไม่เช่นนั้นคนอย่างคุณหนูคงไม่เอามาซักให้หรอก”
“อืม ใช่ๆ”
หยวนชิงที่ยืนในกลุ่มของสาวใช้นางยืนฟังอยู่ นางกำลังคิดอะไรบางอย่าง และก็อยากรู้เป็อย่างมากว่าชุดนี้เป็ของใครกันนะ จู่ ๆนางก็ไปแย่งชุดนั้นมา แล้วพูดว่า
“เดี๋ยวข้าเอาไปซักให้พอดีข้าเสร็จงานแล้ว นะๆ ทุกคนจะได้ไปทำอย่างอื่นกัน ซักเสร็จเดี๋ยวข้าจะเอาไปคืนให้คุณหนู” แล้วนางก็เดินออกไป บ่าวรับใช้คนอื่นๆมองหน้ากัน ยังยืนงงอยู่
หยวนชิงนางซักชุดอย่างทะนุถนอม พลางก็คิดว่าหรือชุดนี้จะเป็ชุดของคุณชายหลี่เฟยิหรือไม่นะ
ผ่านไปนานพอชุดแห้งนางเอาชุดไปให้ซูปี้ นางชวนซูปี้คุยและเอ่ยถึงชุด
“ชุดบุรุษท่านนี้น่าจะเป็คนเรียบง่าย ดูดี”
“แน่สิชุดคุณชายรองหลี่ไง ไม่เช่นนั้นคุณหนูไม่เอามาซักให้หรอก” ซูปี้กล่าวหยวนชิงยังไม่ยื่นชุดให้ เสมือนนางหลอกถามซูปี้ว่าชุดนี้เป็ของใคร ครั้นนางได้ยินว่าเป็ของเฟยิ นางก็พูดขึ้นว่า
“แล้วต้องเอาไปคืนคุณชายรองหลี่ใช่หรือไม่เ้าค่ะ”
“ใช่”
“งั้นเดี๋ยวข้าเอาไปให้คุณชายหลี่เองนะคุณหนูจะได้ไม่ต้องลำบาก”
ซูปี้ไม่ทันได้คิดอะไรนางเผลอตอบไปว่า
“อ๋อ ได้ ๆคุณหนูจะได้ไม่ต้องลำบากไป”
หยวนชิงหันหลังรีบเดินจากไป ซูปี้นางพึ่งมาคิดได้ว่า
“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิคุณหนูคงอยากเอาไปคืนด้วยตนเอง แย่แล้ว คุณหนู.... ข้าผิดไปแล้ว..” ซูปี้มีอาการกังวลใจ นางยังไม่อยากบอกลี่เฉี่ยว
หยวนชิงพับชุดเฟยิอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยใส่ห่อผ้าหน้าตายิ้มแย้มดูร่าเริงเป็พิเศษ ถึงนางจะไม่เคยไปที่จวน เฟยิ แต่ก็ถามทางชาวบ้านชนถึงจวนตระกูลหลี่ในสุด นางยืนเรียกเกาะประตูอยู่ด้านนอกบ่าวเฝ้าประตูไปรายงานพ่อบ้าน พ่อบ้านไม่ให้นางเข้ามาในทันทีเพราะโดยปกติแล้วไม่เคยมีสตรีที่ไหนมาที่จวนนางแจ้งพ่อบ้านว่าชื่อ เฉิงหยวนชิง พ่อบ้านให้บ่าวไปแจ้งเฟยิ เฟยิ อนุญาตให้นางเข้ามาในจวนนางนั่งรอบริเวณด้านนอก
หยวนชิงเหลือบเห็นเฟยิเดินออกมานางก็รีบทัก
“คุณชายหลี่ท่านสบายดีไหม” หยวนชิงกล่าวน้ำเสียงตื่นเต้น
“อืมเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ดีเ้าค่ะข้าทำขนมไหว้พระจันทร์มาฝากท่านด้วย” นางรีบแกะขนมที่หิ้วมาซึ่งนางเองก็ไม่ได้ทำเองเป็เพียงข้ออ้างเพื่อเอาใจเฟยิ เฟยิมองที่ขนมของนางไม่มีท่าทีสนใจแต่อย่างใด
“คราวหลังไม่ต้องลำบากทำให้ข้าหรอกข้าไม่ค่อยชอบกินของพวกนี้ ว่าธุระของเ้ามาเถิด”
ขณะที่นางกำลังดีใจตื่นเต้นความรู้สึกนั้นก็ดับวูบลง
“เ้าค่ะชุดนี่ของคุณชายหลี่ใช่ไหมเ้าคะ คุณหนูหลิวนางไม่ว่างก็เลยให้ข้าเอาชุดนี้มาคืนท่าน”หยวนชิงยื่นห่อผ้าให้
เฟยิเปิดดูแล้วตอบว่า
“ใช่ เป็ของข้าเองขอบใจเ้ามาก”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้าเห็นว่าคุณหนูยุ่งกับการเตรียมการจะมีคู่หมั้น ข้าเลยอาสาเอามาให้คุณชาย”
เฟยิคิดว่าตนได้ยินผิดไปหรือไม่
“เ้าว่าอย่างไรนะใครเตรียมการจะมีคู่หมั้น”
หยวนชิงได้โอกาสแต่งเติมเื่ให้เฟยิเข้าใจไปอีกอย่าง
“คุณหนูหลิวลี่เฉี่ยวเ้าค่ะข้าได้ยินมาว่านายท่านจะจัดหาคู่ให้คุณหนู ข้าเองก็ไม่เห็นว่าคุณหนูจะปฏิเสธอะไรนะ”
เฟยิได้ยินเช่นนี้ มีอาการหงุดหงิดขึ้นมาทัน
“เหมือนว่าคุณหนูน่าจะดีใจด้วยนะเ้าค่ะ”ยิ่งพูดก็เหมือนว่ายิ่งทำให้เฟยิโกรธ เฟยิจึงหยุดนาง
“พอได้แล้วเ้าช่างรู้รายละเอียดได้ดียิ่งนัก ถ้าเ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็กลับไปได้แล้วคราวหลังไม่ต้องเอาเื่ผู้ที่ให้ที่อยู่อาศัย ไปเล่าให้คนอื่นฟังแบบนี้อีกพ่อบ้านส่งแขก” เฟยิคว้าชุดแล้วเดินกลับเข้าข้างในส่วนหยวนชิงก็หน้าซีดกลับไป
การที่หยวนชิงมาเล่าเื่ของนายตัวเองแบบนี้เฟยิก็ดูออกแล้วว่านางไม่ใช่บ่าวที่ดีอะไร