ฟุบ!
ในเศษเสี้ยววินาทีแห่งโอกาสทองที่ได้มาจากการใช้ทักษะคำชมไร้ยางอายข่มจิตมารของเยี่ยหลัวอินไว้ชั่วครู่ หลีเฮงไม่รอช้า ขยับข้อเท้าดีดตัวพุ่งทะยานเข้าประชิดแผ่นหลังเนียนละเอียดของเด็กสาวระดับ SSS ทันที สองฝ่ามือทองคำที่มีพลังลมปราณสีทองจาง ๆ ไหลเวียนอยู่เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงาสายฟ้าฟาดประกบลงบนจุดชีพจรใหญ่กลางแผ่นหลังของนางโดยไม่ลังเล!
เขาเปิดใช้งานประสานระหว่าง ‘อุ้งมือมาร’ เพื่อใช้เป็พลังในการสะกดข่มปราณสีดำ และ ‘ััผ่อนคลาย ขั้น 3’ โคจรลมปราณอุ่นร้อนแทรกซึมผ่านชั้นผิวพรรณเพื่อชำระล้าง สองมือบีบนวด ลูบไล้สะกิดจุดสยิวเพื่อผ่อนคลายกระแสลมปราณมารที่อุดตันอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดยั้ง พร้อมกับกระซิบพร่ำคำหวานสรรเสริญข้างใบหูเล็กของนางอย่างนุ่มนวลน้ำเสียงทุ้มลึก
“แม่นางเยี่ย... รัตติกาลของเ้านั้นช่างลึกลับและสง่างามยิ่งนัก ความมืดมิดรอบกายนี้ไม่ได้น่าเกลียดกลัวเลยสักนิด แต่มันกลับขับเน้นความงามบริสุทธิ์ของเ้าให้เจิดจรัสยิ่งขึ้น ปล่อยใจของเ้ามาหาข้าเถิด... ปลดปล่อยความเ็ปที่กักขังเ้าไว้ในโลกที่อ้างว้างใบนี้เถอะนะจ๊ะ...”
คำหวานอันไร้ยางอายที่ประสานพลังเสียงสะกดประสาททำให้เศษเสี้ยวิญญาแท้จริงของเยี่ยหลัวอินที่ถูกสะกดจมดิ่งอยู่ภายใต้จิตมารพลันสั่นสะท้านสะอึกตื่นขึ้นมาทันควัน! ัับีบนวดอันละเอียดอ่อนซาบซ่านและกระแสความร้อนระอุวิเศษที่หลีเฮงส่งผ่านปลายนิ้วแทรกซึมลึกเข้าไปตามแนวกระดูกสันหลัง วิ่งตรงเข้าสู่ขั้วหัวใจและจุดชีพจรส่วนลึก ส่งผลให้นางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ความเสียวสะท้านสยิวซ่านที่ละเมียดละไมทำให้ดวงตาคู่สวยชุ่มฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาบางเบาแห่งความหวั่นไหว
“อ๊ะ... ฮ้า...” เยี่ยหลัวอินหอบหายใจกระชั้นชื้นจนเนินอกอวบสะท้อนขึ้นลงรวดเร็ว รอยยิ้มป่าเถื่อนกระหายเืบนดวงหน้าสวยมลายหายไปสิ้น แววตาสีม่วงอันดุร้ายแปรเปลี่ยนเป็ความสับสน ตื่นตระหนก และสั่นคลอนลึกซึ้ง “ความอบอุ่นนี้... มันคืออะไร... นานแค่ไหนแล้ว... ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องข้าเช่นนี้...”
ร่างระหงสั่นเทาพยายามพยุงสติของดวงจิตแท้จริงเอาไว้เพื่อพูดคุยกับเขา ทว่าความสุขสมระคนผ่อนคลายที่พรั่งพรูเข้ามากลับยิ่งกระตุ้นให้แกนพลังงาน ‘มารรัตติกาลกลืนแสง’ ในตันเถียนรับรู้ถึงภัยคุกคาม ปราณมารสีดำเหนียวข้นที่แฝงความโกรธเกรี้ยวพลันพุ่งะเิย้อนกลับขึ้นมาตีกระหน่ำอีกระลอกอย่างบ้าคลั่ง!
โครม! เคร้ง! เคร้ง!
โซ่ตรวนเวทมนตร์ั์สั่นะเืปะทะกับพื้นศิลาดังสนั่นหวั่นไหว ไอหมอกสีดำหนาทึบกลับมารวมตัวกลั่นเป็รูปร่างเงาปีศาจขยับกรงเล็บกรีดร้องลั่นห้องขัง จิตมารพยายามทวงสิทธิ์ควบคุมร่างกายกลับคืนมาอย่างดุเดือด
“ชิ! มือข้าจะหมดแรงบีบนวดแล้วนะเฟ้ย! ปราณมารของยัยนี่มันจะแกร่งเกินไปแล้ว!” หลีเฮงสบถอุทานในใจ ข้อมือและปลายนิ้วหนาของเขาเริ่มสั่นระริก เ็ปแปลบปลาบราวกับกำลังกดทับลงบนลาวาร้อนเดือดที่พร้อมะเิฉีกร่างเขาเป็ชิ้น ๆ เขาจึงรีบส่งเสียงร้องปรึกษาระบบในหัวสมองทันที
‘ระบบ! มีวิธีแก้ไหม? ััผ่อนคลายขั้น 3 เอาไม่อยู่แล้ว! ถ้าค้างไว้แบบนี้ปราณะเิข้าได้ไปเกิดใหม่รอบสามแน่!’
*ปิ๊ง!*
> [หน้าต่างช่วยเหลือฉุกเฉินทำงาน!]
> [ขอแนะนำให้โฮสต์ทำการอัปเกรดทักษะ ‘ััผ่อนคลาย’ ขึ้นสู่ ขั้น 4 เพื่อปลดล็อกระดับสยบจิตเทวะ ซึ่งมีคุณสมบัติในการข่มสะกดจิตมารและลมปราณปั่นป่วนของยอดสตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบชั่วคราว!]
> [แต้มที่ใช้ในการอัปเกรด: 1,000 แต้มแมงดา (แต้มคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 1,530 แต้ม)]
หลีเฮงถึงกับมุมปากกระตุก ‘หนึ่งพันแต้มเชียวรึ! เพิ่งได้มาแท้ ๆ ยังไม่ทันได้ไปซื้อยากระตุ้นรักหรือสุ่มวงล้อใต้กระโปรงเมียเพิ่มเลย!’ ทว่าสถานการณ์ความเป็ความตายไม่เอื้ออำนวยให้เหนียวหนี้ “เออ! อัปเกรดเลย! อย่าชักช้าลีลา!”
*ปิ๊ง!*
> [ทำการหักแต้มแมงดาของโฮสต์: -1,000 แต้ม (ยอดคงเหลือสะสมในระบบปัจจุบัน: 530 แต้ม)]
> [การอัปเกรดสำเร็จเสร็จสิ้น: ทักษะ ‘ััผ่อนคลาย’ ได้รับการเลื่อนขั้นเป็ ขั้น 4 (ระดับสยบจิตเทวะ) เรียบร้อย!]
พริบตานั้นเอง พลังงานความร้อนสีทองคำอร่ามหนาแน่นและบริสุทธิ์ดั่งแสงอโณทัยพลันบ่าไหลทะลักออกมาจากตันเถียนแล่นตรงเข้าสู่ฝ่ามือสองข้างของหลีเฮงอย่างมหาศาล ความเมื่อยล้าและปวดเกร็งสลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง หลีเฮงสูดหายใจลึก เกร็งกำลังนิ้วมือทองคำขยับก้าวขาฉบับร่างเข้าไปกอดประคองสะโพกกลมกลึงของนางไว้แล้วกดฝ่ามืออุ่นลงบนตำแหน่งจุดชีพจร ‘เทียนจง’ กลางแผ่นหลังของนางอีกรอบ!
วิ้ง...!
แสงสีทองเจิดจ้ากระจายตัวออกจากฝ่ามือแผ่ซ่านลึกซึ้ง พลังััผ่อนคลายขั้น 4 ทรงอานุภาพกว่าเดิมหลายเท่าตัว มันเหมือนสายน้ำอบอุ่นที่ไหลบ่าเข้าชะล้างพัดพาม่านหมอกและหนามแหลมคมของปราณมารสีดำจนสลายตัวหายไปอย่างรวดเร็ว จิตมารอันแสนบ้าคลั่งกรีดร้องโหยหวนแ่เบาก่อนจะกบดานสงบเงียบกรูดกลับลงไปในคุกส่วนลึกของจุดตันเถียน ร่างกายงามระหงของเยี่ยหลัวอินที่เคยเกร็งตึง บัดนี้กลับอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงล้มฟุบลงอิงแอบพิงอกแกร่งของหลีเฮงอย่างหมดรูป ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ แววตาสีม่วงใสกระจ่างกึ่งปรือด้วยความเหนื่อยอ่อนและสุขสมเปี่ยมสุข
แกรก... โครม!
ประตูศิลาผลึกบานข้าง ๆ พลันเปิดออกอย่างรุนแรง อาจารย์หลัวเจินที่จ้องมองผ่านกระจกคุมสถานการณ์อยู่ในห้องควบคุม วิ่งพรวดพราดถือกระบี่พุ่งตัวเข้ามาในห้องขังทันทีด้วยแววตาตื่นตระหนกพร้อมรบ
“หลีเฮง! เ้าเป็อย่างไรบ้าง?! จู่ ๆ พลังมารก็ปะทุ... เอ๊ะ?”
เสียงของอาจารย์ชราขาดห้วงไปทันควัน ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นคือ เยี่ยหลัวอิน ยอดอัจฉริยะมารคลั่งที่เคยสังหารศิษย์สถาบันระดับ S และ SS อย่างโเี้ บัดนี้กำลังนั่งหน้าแดงระเรื่อ ซบหัวพิงตักอิงแอบอยู่กับอกของเ้าเด็กขยะห้อง F อย่างว่าง่ายเรียบร้อยประหนึ่งแมวน้อยเชื่อง ๆ ขณะที่หลีเฮงนั่งลูบไหล่นางพลางใช้แขนเสื้อเช็ดเหื่อบนใบหน้าอย่างสบายอารมณ์
“เอ่อ... หลีเฮง... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หลัวเจินอ้าปากค้างถามด้วยความมึนงง
“ข้าบำบัดสะกดข่มจิตมารของนางสำเร็จแล้วครับอาจารย์” หลีเฮงปัดมือแสร้งทำเป็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยยาก (ทั้งที่ในใจยิ้มร่าสะใจ) “ทว่าชีพจรมารรัตติกาลของเธอนั้นหยั่งรากลึกเกินไป การสะกดข่มรอบนี้อยู่ได้ไม่นานนัก หากจะรักษาให้หายขาดจนควบคุมปราณมารได้สมบูรณ์... ข้าจำเป็ต้องเข้ามา ‘เติมของ’ นวดสลายจุดสะสมของลมปราณมืดให้นางทุกวันครับ”
เยี่ยหลัวอินที่ได้ยินคำว่า ‘นวดเติมของทุกวัน’ พลันแก้มร้อนฉ่าแอบชำเลืองมองเสี้ยวใบหน้าด้านข้างของหลีเฮงด้วยหัวใจเต้นรัวเบา ๆ พลางพยักหน้ายอมรับอย่างว่าง่ายอย่างน่าแปลกใจ
หลัวเจินเดินเข้ามาตรวจชีพจรของเยี่ยหลัวอิน พบว่าจุดชีพจรปั่นป่วนเดือดพล่านของนางสงบลงอย่างราบเรียบไม่เหลือร่องรอยอันตรายจริง ๆ อาจารย์ชราถึงกับส่งเสียงหัวเราะลั่นในลำคอด้วยความตื่นเต้นปิติยินดี “ดี! ยอดเยี่ยมมาก! เ้าช่างสร้างปาฏิหาริย์ให้ห้อง F จริง ๆ! รีบออกไปกันเถอะ ข้าต้องนำข่าวใหญ่เื่นี้ไปรายงานให้ผู้อำนวยการทราบทันที!”
---
หลังจากพวกเขาก้าวเท้าเดินออกมาจากประตูค่ายกลเหล็กกล้าส่วนลึก อาจารย์หลัวเจินก็ขอตัวรีบมุ่งตรงไปยังหอคอยผู้อำนวยการกู้ด้วยความเร่งรีบเพื่อปรึกษาหารือแผนการขั้นถัดไป ส่วนหลีเฮงแยกตัวเดินออกมาตามโถงทางเดินหินสลัวของสถาบันเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพักเรือนกระจกยามค่ำคืนดึกดื่น
ท้องฟ้ายามวิกาลมืดมิด ทว่ามีแสงจันทร์สาดส่องลงมารำไรผ่านหลังคาสถาบัน หลีเฮงลูบกระเป๋าเสื้อนึกถึงแต้มระบบ 530 แต้มที่เหลืออยู่พลางคิดวางแผนเอาอกเอาใจสตรีคนใหม่เดินฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์
ทว่ายามเมื่อก้าวเท้าพ้นหัวมุมทางเดินตัดผ่านสวนหย่อมสนเหมันต์ เงาร่างระหงสายหนึ่งที่คุ้นตาในชุดกระโปรงยาวสีขาวพิสุทธิ์ยืนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ดุจเทพธิดาหิมะจุติ
หลินเสวี่ยเหยา!
นางยืนกอดอกพิงลำต้นสนเหมันต์ ดวงหน้าสวยละมุนทว่าเ็าดุจน้ำแข็งจ้องมองตรงมายังเขา ทันทีที่เห็นหลีเฮงเดินมา นางรีบแก้เขินขยับตัวก้าวเดินตัดหน้าแสร้งทำเป็บังเอิญเดินสวนผ่านมาดื้อ ๆ
“อ้าว... เป็เ้าเองรึ?” หลินเสวี่ยเหยาเชิดหน้าปรายหางตามองเขาอย่างเ็า “ข้าเพียงแค่บังเอิญเดินสวนผ่านมาสูดอากาศหนาวตอนดึกเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเจอคนกะล่อนอย่างเ้าที่นี่เลย”
หลีเฮงแอบหัวเราะในใจขบขันขำกลิ้ง ‘แสร้งเดินผ่านมาสูดอากาศตอนดึกดื่นค่ำคืนในสวนหลังตึกขังมารเนี่ยนะ ยัยแม่มดน้ำแข็งปากแข็งน่ารักเกินไปแล้วจ๊ะ’
หลีเฮงขยับก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประชิดตัวนางพลางยิ้มกวน “จ๊ะ ๆ บังเอิญผ่านมาก็บังเอิญจ้ะ เสวี่ยเหยายอดรักของข้า แล้วนี่มายืนตากลมหนาวไม่คิดถึงอ้อมกอดอุ่น ๆ ของข้าบ้างหรือจ๊ะ?”
หลินเสวี่ยเหยาหน้าขึ้นสีแดงจาง ๆ แสร้งทำเสียงหึในลำคอ ก่อนที่นางจะก้าวเดินเข้ามาใกล้จนชิดอกเขา จมูกโด่งรั้นขยับดมกลิ่นอายรอบตัวของหลีเฮงอย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นแววตาคู่สวยปรือเย็นเฉียบพลันเบิกกว้างฉายแสงเย็นะเือันตรายแฝงความหึงหวงและหวั่นใจวูบหนึ่งขึ้นมาทันควัน!
นางจับจ้องมองสบตาเขาเขม็งถามน้ำเสียงสั่นพร่าปนความโกรธ
“เ้าหายหัวไปทำอะไรมาทั้งคืนกันแน่?! แล้วทำไม... บนร่างกายและเนื้อตัวของเ้า ถึงได้มีกลิ่นอายปราณสีม่วงเข้มของเด็กผู้หญิงคนอื่นที่ทั้งเปียกชื้นและเต็มไปด้วยมารร้ายติดมาด้วยล่ะหืม?!”
หลีเฮงถึงกับเหงื่อกาฬไหลพราก ยิ้มแห้งแหะแก้มกระตุกทันทีเมื่อเจอคำถามคาดคั้นจับผิดของคู่บำเพ็ญ SSS ที่มีเอฟเฟกต์ค่าหึงหวงพร้อมทำงานเช่นนี้...!