เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 14 เหลาอาหารหอทุ่งทิพย์

    เทียนอี้เดินมาจนถึงเที่ยงจึงแวะหาอะไรกินที่เหลาอาหารข้างทาง เดินมาตามถนนถามชาวบ้านแถวนั้นว่าแถวนั้นมีเหลาอาหารขึ้นชื่อมาตลอดทาง. จนเดินมาถึงเหลาอาหารแห่งหนึ่งป้ายขนาใหญ่หน้าร้านเขียนว่า หอทุ่งทิพย์ เหลาอาหารแห่งนี้นับว่าเป็นเหล่าอาหารอันดับหนึ่งในเมืองทุ่งหมื่นลี้
    เทียนอี้เดินเข้าไปด้านในก็มีเสี่ยวเอ้อออกมาต้อนรับอย่างดีดูจากการหน้าตาการแต่ตัวแล้วเฝเสี่ยวเอ้อพาเทียนอี้ขึ้นไปยังชั้น 3 เทียนอี้เลือกที่จะนั่งโต๊ะด้านในริมหน้าต่าง เทียนอี้นั่งลงแล้วสั่งอาหารมา 2-3 อย่าง ระหว่างรอก็นั่งชมทิวทัศของเมืองจากริมหน้าต่างทำจิตใจให้สงบ
    หน้าทางเข้าเหลาอาหารหอทุ่งทิพย์ .ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินนำหญิงสาวหน้าตาสวยงาม บวกกับแก้มสีชมพูสองข้างนั้นทำให้นางดูน่ารักอย่างมาก แต่ใบหน้าของนางกลับเย็นชายิ่ง ชายหนุ่มคันนั้นคือ กู่เทียนเฟย นายน้อยจากตระกูลกู่ หนึ่งใน 3 ตระกูลใหญ่ในเทืองทุ่งหมื่นลี้
    ส่วนหญิงสาวนางนี้มาจากในเมืองหลวงของอาณาจักรธาราสวรรค์ นางและผู้ติดตามได้เดินทางมาทำธุระให้บิดาที่ตระกูลกู่ และถูกกู่เทียนเฟย อาสาพามาเที่ยวชมเมืองเดิมทีกู่เทียนเฟยก็ชมชอบชื่นชมสาวงามอยู่แล้ว ครั้งเห็นแม่นางหลิวปิงปิงที่การประชุมในห้องโถงของตระกูล มันจึงชอบหลิวปิงปิง ตั้งแต่แรกเห็น
    ด้วยความที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกันมันจึงคิดสานสัมพันธ์กับหลิวปิงปิง โดยการทำตัวดังสุภาพบุรุษคอยดูแลเอาใจใส่นาง แต่ดูเหมือนนางจะรู้ว่ากู่เทียนเฟย คิดอะไรอยู่นางจึงทำเพียงแสดงสีหน้าเย็นชาใส่กู่เทียนเฟยอยู่ตลอด
    เมื่อเข้ามายังหอทุ่งทิพย์ เสี่ยวเอ้อที่คุ้ยเคยกับกู่เทียนเฟย ได้นำพูกเขาขึ้นไปยังชั้น 3 กู่เฟยมองไปที่นั่งประจำของตนเห็นเทียนอี้ นั่งอยู่จึงหันไปพยักหน้าให้ ผู้ติดตามที่อยู่ด้านล่างหลังทีหนึ่ง ชายคนหนึ่งเดินออกไปหาเทียนอี้ที่นั่งทานอาหารอยู่เทียนอี้สัมผัสถึงคนที่เดินเข้ามาได้ แต่ยังคงนนั่งนิ่งต่อไป เพื่อรอดูจุดประสงของคนผู้นี้
    ชายผู้นี้ระหว่างที่เดินมาก็รอบสำรวจเทียนอี้ไปด้วยดูจากเสื้อผ้าคงเป็นคนค่อนข้างมีฐานะ แต่เมื่อรองสำรวจระดับพลังแล้วก็ทำเพียงยกยิ้มมุมปากแล้วคิดในใจ "ขอบเขตมนุษย์ขั้นต้นขยะดีๆนี้เองแค่นี้ข้ารับมือได้สบาย ถ้ามีปัญหาตบที่เดียวก็ตายแล้ว หึหึ"
    "น้องชายโต๊ะนี้เป็นโต๊ะประจำของนายน้อยของข้า เขาให้เจ้าย้ายไปที่โต๊ะอื่นส่ะ" พูดพร้อมโยนถุงเงินถุงหนึ่งไปที่โต๊ะ เทียนอี้ขมวดคิ้วเป็นปมแล้ววางตะเกียบลง "ไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังทานอาหารอยู่โต๊ะก็มีมากมายไปบอกนายน้อยเจ้าด้วยว่าให้ไปนั่งโต๊ะอื่นส่ะ
    เทียนอี้พูดพร้อมโยนถึงเงินกลับไปให้ชายคนนั้น เมื่อได้ยินสิ่งที่เทียนอี้พูดชายึนนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชา "ข้าขอร้องเจ้าดีๆแล้วน่ะ เป็นแค่ขยะคนหนึ่งแต่กล้าขัดขืนน่ยน้อยตระกูลกู่ช่างลนหาที่ตายนัก สุราคาระวะไม่ดื่มสงสัยต้องดื่มสุราจับกรอกปาก"
    พูดเสร็จก็ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของเทียนอี้หวังจะตบให้เทียนอี้กระเด็นออกไปนอกหน้าต่างเลย หลิวปิงปิง เห็นว่าคนติดตามของกู่เทียนเฟยจะลงมือฟาดฝ่ามือใส่เทียนอี้จึงคิดออกปากห้าม "หยุด!.." แต่เพียงตะโกนออกมาได้คำเดียวเท่านั้น เปรี้ยง!! เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหว
    ร่างๆหนึ่งกระเด็นลอยออกไปกระแทกเข้ากับกำแพงทุลุออกไปนอกร้านตกลงไปนนอนกองอยู่บนพื้นที่ข้างถนน ร่างๆนั้นนอนนิ่งสนิทไม่รู้ว่าสลปไปแล้วหรือว่าแกล้งตายกันแน่น ทุกคนในร้านต่างตกตลึง ร่างๆนั้นคือผู้ติดตามของกู่เทียนเฟย ที่อยู่ในขอบเขตปฐพีขั้นกลางถูกเด็กหนุ่มในขอบเขตมนุษย์ขั้นต้น ตบสลปไปแล้ว
    เมื่อเห็นว่าคนของตนถูกตบกระเด็นจนหมดสติไปแล้วกู่เทียนเฟยตัวมันเองที่เป็นอัฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองทุ่งหมื่นลี้ ก้าวมาถึงขอบเขตปฐพีขั้นสูงนัยวัย 20 ปี หนำซ้ำคนของตนยังถูกตบทั้งที่อยู่ต่อหน้าหลิวปิงปิง จะไม่ให้ตัวมันมีโทษะได้อย่างไร
    เม่ือสักครู่นี้มันเห็นว่าคนของตนไม่ได้โคจรพลังป้องกันตนเองจึงโดนตบจนสลปไป จึงคิดว่าตนสามารถจัดการเทียนอี้เพื่อระบายโทษะได้ ถ้ามันรู้ว่าเมื่อสักครู่เทียนอี้จำกัดพลังไว้แค่ขอบเขตมนุษย์ขั้นหนึ่งและยังใช้ออกด้วยพลังกายร่วนๆไม่รู้ว่ามันจะยังมีความกล้าเช่นนี้อีกไหม
    "ช่างกล้านักบังอาจทำร้ายคนของเรานายน้อยผู้นี้เจ้าต้องตายในวันนี้" กู่เทียนเฟยคำรามออกมา หลิวปิงปิงเห็นว่าตนเองคงไม่อาจห้ามปรามได้แล้วจึงได้แต่เตือนเทียนอี้ "น้องชายระวังด้วย" เทียนอี้ทำเพียงหันมายิ้มให้หลิวปิงปิง เมื่อเห็นรอยยิ้มของเทียนอี้หลิวปิงปิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย
    เมื่อเห็นรอยยิ้มของหญิงที่ตนหมายปอง ยิ้มให้ชายอื่นกู่เทียนเฟยยิ่งมีแต่ความเกลียดชังต่อเทียนอี้มากขึ้น จนปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมาเพราะต้องการสังหารเทียนอี้ให้ตายในวันนี้จริงๆ ทันทีที่เทียนอี้สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของกู่เทียนเฟยเทียนอี้จึงเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชาทันที
    กูเทียนเฟยเรียกหอกสั้นระดับเงินออกมาแล้วท่าบวนท่าหอกทะลวงใจ เข้าใส่เทียนอี้ททันทีเมื่อมีคนต้องการสังหารตนเทียนอี้ก็ไม่จำเป็นต้องไว้ชีวิตมันเช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่าถ้าคิดจะไปฆ่าคนอื่นก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกฆ่าเช่นกัน เทียนอี้เพียงปลดปล่อยพลังให้อยู่ในขอเขตปฐพีขั้นหนึ่งเท่านั้น จากนั้นยื่นมือออกไปกู่เทียนเฟยแปลกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เทียอี้สามารถปกปิดพลังได้ แต่ถึงยังงัยก็ยังไม่พอใช้รับมือของทนอยู่ดี ทุกคนบนชั้น 3 ก็คิดเช่นเดียวกัน แต่ล่ะคนก็คิดว่ายังงัยเทียนอี้ก็ต้องตายอย่างแน่นนอน
    ฉึบ!! เสียงที่น่าจะเป็นเสียงหอกทะลวงหัวใจของเทียนอี้ดังขึ้นในที่สุด แต่ทุกคนกลับต้องตกตลึงจนตาค้างอีกครั้งเมื่อเห็นเพียงมือขวาของเทียนอี้จับหอกระดับเงินเอาไว้อย่างรวดเร็ว หอกในมือกู่เทียเฟยนิ่งสนิทเหมือนเสียบอยู่ในซอกหินที่ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก


    มีคนพยายามที่จะแสดงกล้ามดากกับพระเอกจนได้????????????