ทางด้านพริมพิลาเธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่า เธอจะเป็ตัวการให้พระเอกอย่างธาวินโกรธเกรี้ยว นักแสดงสาวกำลังนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหรู เธอจ้องมองซีรีส์ที่กำลังฉายอยู่บนทีวีจอแบนขนาดใหญ่ เบื้องหน้าของเธอนั้นไม่ใช่ฉากรักหวานซึ้ง หรือฉากบู๊ระห่ำใดๆ หากแต่เป็การแสดงอันแสนจืดชืดของเหล่านักแสดงโลกภายในนิยาย
"นี่มันอะไรกันเนี่ย?" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะที่มองนางเอกทำหน้าบึ้งตึงใส่พระเอก "นี่เธอโกรธ หรือท้องผูกกันแน่?"
พริมพิลาส่ายหน้าอย่างระอาใจ ในโลกเก่าของเธอ การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์เป็สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักแสดง แต่ดูเหมือนว่าในโลกนิยายนี้ เหล่านักแสดงจะเน้นไปที่การท่องบทมากกว่า
"นี่มันไม่ใช่การแสดงแล้ว" พริมพิลาบ่นอุบ "มันคือการอ่านออกเสียงต่างหาก"
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอมีแผนการที่จะเข้าวงการบันเทิง แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้จะดูง่ายกว่าที่คิด เธอคิดในใจ
ในขณะที่เธอดูซีรีย์เพลิน ๆ ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ขัดจังหวะการเดินทางในโลกซีรีส์ของอดีตนักแสดงสาว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายอย่างเสียไม่ได้ เมื่อมองเห็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยปรากฏอยู่บนหน้าจอ
"คุณพริมค่ะ" เสียงหวานดังขึ้นจากปลายสาย
"ดิฉันกรกนก เลขาของคุณธาวินนะคะ"
พริมพิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ธาวิน?นี่มันชื่อพระเอกนิยายที่เธอหลุดเข้ามานี้นา
"สวัสดีค่ะคุณกรกนก" พริมพิลาตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ "มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ?" เธอถามพลางกดหยุดซีรีส์ที่กำลังเข้มข้น
"คือว่าตอนนี้คุณธาวินอยากพบคุณพริมค่ะ" เสียงหวานของกรกนก เลขาคู่ใจของคู่หมั้นของเธอดังมาตามสาย "ไม่ทราบว่าวันนี้คุณพริมสะดวกไหมคะ?"
พริมพิลาเลิกคิ้ว "มีอะไรเหรอคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในใจกำลังกรีดร้อง 'อะไรอีกเนี่ยยยย อีตาธาวินนนนอยากพบฉัน' พริมพิลารู้สึกเหมือนมีธงเดธแฟลกปักที่หัวอย่างแรง
"คุณธาวินอยากให้คุณพริมไปพบที่ห้องทำงานค่ะ ท่านมีเื่จะพูดคุยกับคุณพริมเื่งานแต่งค่ะ" กรกนกตอบด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับเลขาผู้เพียบพร้อม
พริมพิลารู้จักนิสัยของอีตาพระเอกของเื่เป็อย่างดี จากการอ่านนิยายมาจนจะจบ เขาเป็คนรักความสมบูรณ์แบบมาก อีตาธาวินคงจะโกรธเธอเื่ ข้อเสนองานแต่งที่เธอ้าจัดแบบเรียบง่ายของเธอสินะ เธอจึงตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายทันที
"ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พอดีฉันเกิดอุบัติเหตุ ความจำเสื่อมค่ะ ฉันจำข้อมูลอะไรของคุณธาวินไม่ได้เลย เลยไม่รู้ว่าบริษัทเขาอยู่ที่ไหนและเขาเป็ใคร"
กรกนกถึงกับอ้าปากค้าง ในสิ่งที่เธอได้ยิน "เอ่อ...คุณพริมค่ะ" กรกนกพยายามรักษามารยาท "คุณธาวินเขาเป็..."
"ฉันจำไม่ได้จริงๆ ว่าเขาเป็ใคร" พริมพิลาขัดคุณเลขาขึ้นมา น้ำเสียงดูเศร้าสร้อย
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กรกนกจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจปนสับสน
"จริงเหรอคะคุณพริม" เสียงของกรกนกฟังดูเหมือนคนกำลังพยายามประมวลผลข้อมูลใหม่ "งั้นเดี๋ยวดิฉันจะแจ้งคุณธาวินได้รับทราบก่อนนะคะ"
พริมพิลายิ้มอย่างมีชัย เธอวางสายและกลับไปสู่โลกซีรีส์ต่อ อย่างน้อยวันนี้เธอก็รอดตัวไปได้อีกหนึ่งวัน
ในขณะที่พริมพิลากำลังเพลิดเพลินดูซีรีย์ แต่ยังไม่ทันจะถึงฉากไคลแม็กซ์ที่กำลังเข้มข้น พระเอกกำลังจะสารภาพรักกับนางเอก แต่แล้ว...
กริ๊ง กริ๊ง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ พริมพิลากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู
"ยัยเลขาของอีตาพระเอก...อีกแล้วเหรอเนี่ย" เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะกดรับสาย
"สวัสดีค่ะคุณกรกนก" พริมพิลายังคงรักษาน้ำเสียงสดใสไว้ แม้ในใจจะเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย
"วันนี้คุณพริมว่างไหมคะ คือคุณธาวินจะเข้าไปหาคุณพริมที่บ้านตอนเย็นค่ะ" เสียงกรกนกดังมาตามสาย
พริมพิลารีบคิดหาข้ออ้าง "เอ่อ...ตอนนี้พริมมาทำธุระข้างนอกค่ะ คงจะกลับบ้านช้า"
"ได้ค่ะ งั้นดิฉันจะแจ้งคุณธาวินให้รับทราบค่ะ" กรกนกตอบรับ
"ขอบคุณค่ะ..." พริมพิลาวางสายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
"แย่แล้ว! อีตาพระเอกจะมาบ้าน" พริมพิลารำพึงกับตัวเองอย่างร้อนใจ เธอรู้ดีว่าธาวินคงไม่ยอมแพ้เื่นี้ง่ายๆ อย่างแน่นอน ไม่แน่ตอนเย็นเขาอาจจะโผล่มาที่นี่ก็ได้ หลังจากอ่านนิยายมาเนิ่นนานเธอจักนิสัยของเขาดี เขาเป็พวกนิยมความสมบูรณ์แบบ เขาคงหัวเสียที่เธอทำอะไรไม่เป็ไปตามแผนของเขาสินะ
"เอาไงดีล่ะยัยพริม" พริมพิลานั่งคิดหนัก ก่อนจะตัดสินใจว่าเธอจะอ้อนให้คุณปู่ช่วยเคลียร์เื่นี้ให้ทีหลัง ตอนนี้เธอจะต้องเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคุณคู่หมั้นไปก่อน รอให้ชายหนุ่มใจเย็นลงก่อนไปพูดเื่การอย่าหลังแต่งงานก็ไม่สาย
พริมพิลาคิดได้ดังนั้นเธอรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินเข้าไปหาคุณปู่ที่กำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายอยู่ที่ห้องรับแขก "คุณปู่ขา พริมจะออกไปข้างนอกนะคะ" เธอบอกคุณปู่ด้วยน้ำเสียงสดใส
ท่านเ้าสัวอนันต์จ้องมองนาฬิกา ตอนนี้บ่ายสามโมงแล้ว "หลานพริมจะรีบไปที่ไหนหรือ"
"พริมจะไปสมัครฟิตเนสและหาเทรนเนอร์ออกกำลังกายค่ะ" เธอตอบพร้อมส่งยิ้มหวานให้คนเป็ปู่
ท่านเ้าสัวมองหลานสาวด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะพยักหน้า "งั้นเดี๋ยวปู่โอนเงินให้หลานเอาไปใช้จ่ายก็แล้วกัน" ท่านพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโอนเงินให้เธอ ยอดโอน 2 ล้านบาทถูกโอนเข้ามาบัญชีของยัยตุ้ยนุ้ย พริมพิลาถึงกับตาลุกวาวเมื่อเห็นยอดเงินในบัญชีของยัยตุ้ยนุ้ยมีเงินเกือบพันล้าน
'ฮูเร่..ฉันเป็มหาเศรษฐีแล้ว' เธอคิดในใจ 'ฉันจะเอาเงินเหล่านี้ไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในชื่อของคนอื่น ถ้าหากตระกูลรัตนวราวงศ์ล้มละลายไปจริงๆ ฉันก็ไม่ต้องไปลำบากแล้ว' พริมพิลายิ้มหวานให้กับความคิดของเธอ
"ขอบคุณค่ะคุณปู่!" เธอโผเข้ากอดคุณปู่อย่างดีใจ ท่านเ้าสัวยิ้มรับความรักของหลานสาว
"ไปเถอะ เดี๋ยวจะค่ำไปซะก่อน" ท่านลูบศีรษะเธอเบาๆ
พริมพิลาโบกมือลาคุณปู่ ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่
"ลุงมั่นค่ะ! วันนี้พริมไปห้างฯ ค่ะ ไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!" เธอสั่งทันทีที่ปิดประตูรถ
ลุงมั่น สามีของป้าอิ่มใจ คนขับรถคู่ใจของครอบครัว เหยียบคันเร่งทันทีที่ได้รับคำสั่ง
"ได้เลยครับคุณหนู"