เยี่ยซางใช้หอกเหล็กดำทุบไปที่ผนังกำแพงหินส่งเสียงที่ดังลั่น แต่ไม่มีทั้งผงหินตกลงมา หรือรอยร้าวปรากฏขึ้นทำให้เขารู้ถึงความแข็งของกำแพงหิน
ขณะเดียวกันเยี่ยซางก็เข้าใจด้วยว่าผู้าุโที่สร้างถ้ำแห่งนี้คงได้บรรลุการบ่มเพาะในระดับที่หยั่งรู้แล้ว
เมื่อหันศีรษะไปเขาก็เห็นนกสีขาวเดินตามมาอย่างเงียบๆ ขณะกระพือปีกเป็ครั้งคราว เยี่ยซางจึงรู้ได้ว่าไม่มีอันตรายในถ้ำแห่งนี้
สัตว์อสูรโดยทั่วไปมีสัญชาตญาณรับรู้อันตรายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ตอนนี้นกสีขาวเงียบมากหมายความว่าไม่มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังอยู่ในถ้ำ
เยี่ยซางถือหอกเหล็กดำเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆแม้ว่าเขาจะแน่ใจว่าไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงแต่ยังกังวลว่าอาจมีบางอย่างซึ่งสัตว์อสูรไม่สามารถรับรู้อยู่ก็ได้
หลังจากก้าวไปได้ราวสามหรือสี่จั้งห้องหินที่มีพื้นที่สามจั้งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเยี่ยซาง
มีโต๊ะหินและเก้าอี้หินอยู่ในห้องหินเขามองลึกเข้าไปด้านในก่อนภาพที่เห็นจะทำให้เยี่ยซางอดก้าวถอยหลังไม่ได้
โครงกระดูกหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมสวมเสื้อคลุมไว้บนโครงกระดูกที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาเห็นชัดว่ายังมีเศษเสื้อที่ขาดพาดบนโครงกระดูก ่ที่เขาออกล่าในูเาถัดจากหมู่บ้านจู๋หยวนเยี่ยซางเคยเห็นโครงกระดูกของมนุษย์และสัตว์อสูรแต่ในถ้ำนี้โครงกระดูกกลับปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน จึงทำให้เยี่ยซางไม่ทันได้ตั้งตัว
หลังจากปรับอารมณ์แล้วเยี่ยซางก็เดินไปที่โต๊ะก่อนจะค่อย ๆ มองดูโครงกระดูกอย่างระมัดระวัง
โครงกระดูกนี้แตกต่างจากโครงกระดูกที่เยี่ยซางเคยเห็นในอดีตเล็กน้อยมันมีความแวววาวเหมือนหยก ทั้งไม่มีร่องรอยของความเสียหายเลย
หลังมองไปที่โครงกระดูกเยี่ยซางก็สามารถยืนยันได้ว่าเ้าของโครงกระดูกนี้สูงมาก เขาต้องสูงอย่างน้อยหกฉื่อแม้ว่าเ้าของร่างจะตายไปแล้วแต่โครงกระดูกของเขาก็ยังเปี่ยมด้วยพลังกดดัน
เมื่อเยี่ยซางเข้าใกล้ กระแสลมที่พัดมาทำให้เสื้อคลุมที่ขาดรุ่งริ่งบนโครงกระดูกกลายเป็ผุยผงจนโครงกระดูกทั้งร่างปรากฏขึ้นตรงหน้าเยี่ยซางโดยสมบูรณ์
เยี่ยซางโค้งคำนับโครงกระดูกแม้เขาจะไม่เชื่อเื่ผีและเทพเ้าแต่การเข้าไปในถ้ำถือว่าได้รบกวนการนอนหลับของโครงกระดูกนี้แล้ว
หลังจากยืดตัวขึ้นเยี่ยซางก็พบว่ามีร่องรอยการเขียนอยู่บนโต๊ะด้านหน้าโครงกระดูก
ดูจากเส้นแล้วคงเขียนด้วยเล็บมือมันเป็ขีดข่วนเล็กน้อยแต่สลักลึกลงบนโต๊ะหิน
เยี่ยซางก้มศีรษะเป่าฝุ่นบนโต๊ะทั้งเสื้อคลุมที่ขาดรุ่งริ่งและโต๊ะต่างก็เปื้อนไปด้วยฝุ่น
เมื่อมองใกล้ๆเยี่ยซางก็พบว่านี่เป็ข้อความสุดท้ายที่ถูกทิ้งไว้โดยโครงกระดูกก่อนที่ชีวิตของเขาจะจบลง
ชื่อของโครงกระดูกคือเฟิงเฉินก่อนที่จะเสียชีวิต เขาเป็ผู้าุโในไท่ชวนซึ่งได้รับการปกป้องจากหุบเขาโอสถไท่ชวน! เยี่ยซางขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนมันเป็เหวลึกไร้ก้นที่อยู่ตรงหน้าเขาใช่หรือไม่?
จากบันทึกด้านล่างมีการอธิบายสาเหตุการเสียชีวิตของเฟิงเฉินเป็เพราะมีปราณมรณะแพร่กระจายในไท่ชวน เขาเลยไปตรวจสอบเื่นี้แล้วจึงได้พบกับาาอสูรนรกหลังจากสังหารแล้ว เขาก็พบว่าตนเองปนเปื้อนด้วยพลังปราณจากแดนมรณะทว่าไม่สามารถกำจัดปราณมรณะได้ จึงตายลงในที่สุด
ข้อความสุดท้ายของเฟิงเฉินบอกไว้ว่าปล่อยให้คนที่มีวาสนานำคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ไปคืนให้หุบเขาโอสถตอนที่เขาถูกส่งไปอยู่ในไท่ชวนเขานำคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ของสำนักไปด้วยหวังว่าตนเองจะสามารถเข้าสู่ระดับเซิ่งจิ่งในตำนานได้แต่เขาทำไม่สำเร็จ คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์จึงควรส่งคืนกลับไปยังหุบเขาโอสถส่วนของอื่นๆ ที่เหลืออยู่ทั้งหมดนั้นมอบให้เป็ผู้มีวาสนาที่ค้นพบ
คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์? เมื่อเห็นสามคำนี้เยี่ยซางก็ตกตะลึงเป็อย่างยิ่งนั่นหมายถึงคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่รวมวิชาบ่มเพาะของหุบเขาโอสถใช่หรือไม่? เมื่อมองไปรอบๆเยี่ยซางก็ยังไม่เห็นว่าคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ใด
แต่เฟิงเฉินกล่าวว่าหากใครบางคนมีวาสนากับที่นี่จะต้องส่งคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์กลับหุบเขาโอสถคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์จึงควรจะอยู่ที่นี่แต่หลังจากเยี่ยซางค้นหาในห้องหินเป็เวลานานก็ยังไม่พบคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์
เป็ไปได้หรือไม่ว่ามีคนมาเอาคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว? อย่างไรก็ตามเยี่ยซางรู้สึกว่าไม่น่าเป็ไปได้เพราะเสื้อคลุมบนโครงกระดูกเพิ่งจะสลายไปตอนที่เขาเข้ามาเอง
เมื่อมองไปที่โครงกระดูกอีกครั้งเยี่ยซางก็สังเกตเห็นว่านิ้วนางของโครงกระดูกมีแหวนเงินสวมอยู่
แหวนมิติ!นั่นเป็แหวนมิติใช่หรือไม่?
เยี่ยซางเคยได้ยินพ่อเฒ่ากู่กล่าวว่าในโลกภายนอกผู้ฝึกตนระดับสูงจะใช้แหวนมิติซึ่งเป็อุปกรณ์มิติภายในมีพื้นที่ว่างสามารถใช้เก็บสิ่งของได้
เมื่อคิดถึงเื่นี้เยี่ยซางก็เอนตัวไปทางโครงกระดูกและถอดแหวนออก
เยี่ยซางถือแหวนแล้วพลิกดูจากนั้นก็กัดนิ้วของตนเองก่อนจะหยดเืลงบนแหวนมีสมบัติมากมายที่ต้องใช้เืเพื่อจดจำเ้าของเื่นี้เยี่ยซางพอมีความรู้อยู่บ้าง
เืที่หยดลงบนแหวนถูกดูดกลืนหายไปอย่างรวดเร็วเยี่ยซางที่กำลังมองแหวนอยู่ก็รู้สึกได้ถึงการเชื่อมโยงของแหวน
นี่เป็แหวนมิติจริงๆทันทีที่เยี่ยซางคิด พื้นที่มิติของแหวนก็ปรากฏขึ้นในใจ
พื้นที่มิตินี้เป็สี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาดสามจั้งมีชั้นวางอยู่สองด้านของพื้นที่ ตรงกลางมีโต๊ะไม้ซึ่งวางตำราไว้อย่างเป็ระเบียบ
หลังจากคิดแล้วเยี่ยซางก็นำตำราทั้งหมดออกมา
อย่างแรกที่เห็นคือคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์มันเขียนด้วยตัวอักษรโบราณสามตัวด้วยลายเส้นที่แปลกตา
นี่คือคัมภีร์โบราณของหุบเขาโอสถคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์!
เยี่ยซางตื่นเต้นเล็กน้อยเขาหยิบคัมภีร์ขึ้นมาและเริ่มอ่าน บทแรกคือวิชาหม้อโอสถลึกลับ หลังจากอ่านแล้วเยี่ยซางก็พบว่ามันเหมือนกับที่กงเสวียนมอบให้เขาทุกประการ
สิ่งนี้ยืนยันว่านี่คือคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์เป็คัมภีร์โบราณของหุบเขาโอสถอย่างแน่นอน
หลังวางคัมภีร์เล่มนี้ลงเยี่ยซางก็หยิบเล่มที่สองขึ้นมาดู
ตำราเล่มที่สองมีสามคำเขียนไว้หัตถ์คลุม์หลังจากเปิดออกเยี่ยซางก็อ่านมันอย่างระมัดระวังเขาพบว่าวิชาหัตถ์เขย่า์ของยอดเขาไท่เสวียนเป็เพียงส่วนหนึ่งของคัมภีร์หัตถ์คลุม์ที่เฟิงเฉินสร้างขึ้นด้วยตัวเองดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องคืนหุบเขาโอสถ
ตำราเล่มที่สามเก่ากว่าสองเล่มแรกมากชื่อของมันคือคัมภีร์หมื่นวิถี
เมื่อเยี่ยซางเปิดคัมภีร์หมื่นวิถีก็มีหนังสัตว์ชิ้นหนึ่งที่อยู่ตรงกลางตกลงมา ซึ่งมีข้อความเขียนไว้บนนั้น
เยี่ยซางหยิบมันขึ้นมาดูจึงทำให้เขารู้ที่มาของคัมภีร์หมื่นวิถี
คัมภีร์หมื่นวิถีคือประสบการณ์และความรู้ของเฟิงเฉินที่พบเจอตอนอยู่ในไท่ชวนรวมทั้งยังมีความคิดเห็นบางอย่างของเฟิงเฉินเขียนบนหนังสัตว์คัมภีร์หมื่นวิถีเป็สิ่งที่ตรงกันข้ามกับคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์แก่นแท้ของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์เปรียบร่างกายเป็หม้อโอสถและเส้นทางการโคจรพลังปราณนั้นเกือบจะอยู่ในรูปแบบของหม้อโอสถหากบ่มเพาะจนถึงระดับสูงสุดก็สามารถเปลี่ยนตนเองเป็หม้อโอสถได้ส่วนคัมภีร์หมื่นวิถีคือการใช้ฟ้าดินเป็เตาหลอมจากนั้นก็หลอมตนเองให้เป็สมบัติที่มีจิติญญา
ในมุมมองของเฟิงเฉินคัมภีร์หมื่นวิถีนั้นแข็งแกร่งกว่าคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์มากอย่างไรก็ตามเขาได้ฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์มาเป็เวลานานจนถึงระดับสูงแล้วการต้องเปลี่ยนมาฝึกคัมภีร์หมื่นวิถีที่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดจึงไม่คุ้มค่าสำหรับเขาดังนั้นเขาจึงตั้งใจแน่วแน่ที่จะฝึกฝนขั้นสุดท้ายของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์แต่เพราะเขาถูกปราณมรณะรุกรานเสียก่อน จึงพบกับความตายในที่สุด
เยี่ยซางวางคัมภีร์หมื่นวิถีแล้วลงเปิดตำราเล่มอื่นตำราเล่มนี้เป็ตำราภาพวาดจิติญญา ซึ่งบันทึกสมุนไพร สมุนไพรมีพิษ แร่ธาตุสัตว์อสูรและสัตว์ิญญาทั้งหมดในโลก
สุดท้ายก็เป็ต้นฉบับการปรุงยาซึ่งเป็การปรุงยาที่เฟิงเฉินได้รวบรวมจากตำราการปรุงยาเล่มอื่นๆ และเขียนขึ้นเองด้วยสิ่งนี้เยี่ยซางจึงสามารถเข้าใจได้ว่าหุบเขาโอสถมีชื่อเสียงในด้านการปรุงยาและในฐานะผู้าุโของหุบเขาโอสถความสำเร็จของเฟิงเฉินในด้านนี้ย่อมไม่น้อยหน้าเลย
เยี่ยซางหลับตาและจัดการกับอารมณ์ของตนเองจากนั้นจึงใส่ตำราสองสามเล่มกลับเข้าไปในแหวนมิติแล้วสำรวจสิ่งอื่นๆ ต่อ