หลังจากตัดสินใจได้เช่นนั้นต้นก็เปิดแอปพลิเคชัน เลื่อนหาแชตของเพื่อนเก่าในหน้าจอโทรศัพท์อย่างช้าๆจนกระทั่งสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ชื่อ “Arth (นิเทศฯ'56)” ที่หลับใหลอยู่ในรายชื่อเพื่อนมานานหลายปี
นิ้วโป้งลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแตะเบาๆ ที่ชื่อนั้น ฉับพลันหน้าต่างแชตเก่าก็ปรากฏขึ้น
ข้อความล่าสุดระหว่างพวกเขาคือเมื่อหลายปีก่อนเป็การแสดงความยินดีสั้นๆ ในวันรับปริญญาของอีกฝ่าย ต้นเลื่อนหน้าจอขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งสายตาไปสะดุดกับข้อความหนึ่งที่ทำให้อดขำออกมาไม่ได้
[ต้น] ส่งเมื่อ: 3 ปีที่แล้ว
“ไอ้อาร์ท วิชาทรงพลมึงอย่าลืมส่งด้วยนะ อาจารย์บ่นมึงยับเลยหาว่าทำตัวเป็ดาราแล้วไม่สนใจเรียน”
[อาร์ท] ตอบเมื่อ: 3 ปีที่แล้ว
“โอ๊ย! กูถ่ายงานถึงตีสาม เพิ่งตื่นเนี่ย เดี๋ยวรีบปั่นส่งเลยขอบใจมากเพื่อน”
[ต้น] ตอบเมื่อ: 3 ปีที่แล้ว
“เออๆ รีบๆ หน่อย อาจารย์แกโหดจริง”
ต้นเลื่อนดูแชตเก่าๆอย่างเพลิดเพลินพร้อมกับหัวเราะเบาๆ กับความทรงจำนั้น
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยอาร์ทฮอตจริงๆ ทั้งงานถ่ายแบบ งานโฆษณาที่มีเข้ามาเยอะแยะจนบางทีก็แทบจะไม่ได้เข้าเรียน
แต่ถึงอย่างนั้นอาร์ทก็ยังเป็คนอัธยาศัยดีและมีน้ำใจเสมอ
เมื่อนึกถึงตอนนั้นแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆห่างหายไป เพราะการที่เรียนอยู่คนละสาขาวิชา ซึ่งนานๆ ทีจะได้เรียนรวมกันสักครั้ง
กลับมาสู่ปัจจุบันต้นมองหน้าต่างแชตที่ว่างเปล่า เขาควรจะทักอาร์ทด้วยเหตุผลอะไรดีล่ะ? บอกว่าคิดถึงเพื่อนเก่า?นั่นก็ดูจะแปลกๆ เพราะที่ผ่านมาพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย
หรือจะเข้าเื่ที่เขาคิดไว้เลย? มันก็ดูจะกระทันหันเกินไป
สุดท้ายต้นตัดสินใจพิมพ์ข้อความสั้นๆออกไป
[ต้น] วันนี้ 15:35
“เฮ้ย ไอ้อาร์ท สบายดีมั้ย?”
ข้อความถูกส่งออกไปพร้อมความรู้สึกประหลาดที่ปะปนกันระหว่างความตื่นเต้นและความกังวลเขาเฝ้ารอการตอบกลับอย่างใจจดใจจ่อ ไม่นานนัก การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันก็ดังขึ้น
[อาร์ท] วันนี้ 15:38
“อ้าว ไอ้ต้น! สบายดีๆ มึงล่ะ เป็ไงบ้าง? ไม่ได้คุยกันนานเลย”
[ต้น] วันนี้ 15:39
กูสบายดีว่างๆ เย็นนี้ออกมานั่งคุยกันหน่อยมั้ย? แถวบ้านกูมีร้านอาหารเปิดใหม่
[อาร์ท] วันนี้ 15:40
“ได้ดิ ว่างอยู่พอดี แล้วเจอกันร้านไหน ว่ามาเลย”
[ต้น] วันนี้ 15:41
“โอเค เดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นไปให้ เจอกันประมาณทุ่มนึงนะ”
บทสนทนาสั้นๆที่เริ่มต้นด้วยความเก้ๆ กังๆ ได้นำไปสู่เย็นวันที่นัดเจอกันที่ร้านอาหารกึ่งบาร์
บรรยากาศภายในร้านสบายๆเหมาะกับการมานั่งดื่มเล็กๆ น้อยๆ กับเพื่อนฝูงหลังจากเลิกงาน
ต้นถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก อย่างน้อยอาร์ทก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะมาคุยกันครั้งนี้แล้วเขาก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่เขาตั้งใจจะพูดในวันนี้มันจะออกมาดี
เมื่อทั้งสองมาถึงร้านและทักทายกันเสร็จสิ้นบรรยากาศก็เป็ไปตามที่ต้นคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด
ความเงียบเริ่มโรยตัวระหว่างเขากับอาร์ทอย่างชัดเจนราวกับมีกำแพงบางๆ กั้นกลาง
ความห่างเหินนั้นััได้แม้จะเคยเป็เพื่อนร่วมรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน
แต่ทว่าหลังเรียนจบต่างคนต่างเติบโตบนเส้นทางของตัวเอง ความสนิทสนมที่เคยมีแบบเลือนราง จึงค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
ใช้เวลาไม่นานเบียร์เย็นเฉียบสองแก้วก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะละอองไอน้ำเกาะพราวบนแก้วใสความซ่าเย็นของมันช่วยบรรเทาความกระอักกระอ่วนในอากาศที่หนักอึ้งลงได้บ้าง
ต้นเริ่มชักชวนอาร์ทคุยเื่ทั่วไปสารทุกข์สุกดิบ เื่งานอดิเรก และชีวิตคู่ของแต่ละคน
แต่บทสนทนาก็ยังคงวนเวียนอยู่แค่ผิวเผินไม่กล้าที่จะนำเข้าสู่ประเด็นสำคัญที่ตั้งใจไว้
อาร์ทเองก็ใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็นท่าทีที่ผิดแปลกไปของเพื่อนเก่าคิ้วเข้มของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับทอดสายตามาที่ต้น พร้อมกับเอ่ยถามออกมาว่า...
“มีอะไรรึเปล่าวะไอ้ต้น? ั้แ่เรียนจบปกติไม่เห็นมึงจะติดต่อกู!”
อาร์ทเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าต้นเอาแต่พูดอ้อมๆไปมาจนเริ่มรำคาญ
“แต่กูขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่ากูทำประกันไว้เยอะแล้ว ถ้าจะมาขายอีกกูขอบาย!”
เขาพยายามพูดติดตลกเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูอึมครึมจนเกินไปพร้อมกับยกเบียร์ที่เหลือครึ่งแก้วขึ้นดื่มไปพลางๆเพื่อรอคำตอบจากต้นที่นั่งทำหน้านิ่วอยู่ตรงข้าม
“ไอ้…”
ต้นสบถด่าเบาๆก่อนจะสูดหายใจลึกๆ ในอก มองหน้าอาร์ทอย่างจริงจังก่อนที่จะตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อม
“กูรู้นะเว้ย!!ว่าเดี๋ยวนี้มึงหันมาเอาดีทางด้านถ่ายคลิป...เอ่อ...อย่างว่าอ่ะ”
สิ้นเสียงต้นอาร์ทสะดุ้งไปนิดนึงดวงตาเบิกกว้างขึ้นหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ใอะไรมากนัก เขาหัวเราะเบาๆแล้วยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง
“เออ ก็ตามนั้นแหละ ทำไปเรื่อย รายได้มันดี”
น้ำเสียงของเขาฟังดูสบายๆเหมือนกับว่าเื่ที่เขาทำอยู่มันคืองานปกติทั่วไป
“ทำไมวะ? หรือว่ามึงสนใจอยากจะมาแจมกับกูแต่กูจำได้ว่ามึงแต่งงานกับพลอยแล้วนี่ แล้วเท่าที่กูรู้พวกมึงก็ยังรักกันดีอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
อาร์ทถามด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นอาร์ทเปิดอกคุยอย่างตรงไปตรงมาต้นก็รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก ความกังวลที่เคยถาโถมเริ่มจางหายไปเขามั่นใจว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วจริงๆ ที่เลือกมาพูดคุยกับเพื่อนเก่าคนนี้
ต้นถอนหายใจออกมาแ่เบาราวกับปล่อยความอึดอัดที่สะสมไว้ออกไปก่อนที่จะเริ่มเล่าถึงแผนการสุดแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในความคิดของเขาอย่างละเอียด
“คือ...เื่มันเป็อย่างงี้”
ต้นเริ่มอธิบายพลางลูบคอตัวเองด้วยท่าทางที่ยังคงเก้อๆหน่อย
“่หลังๆมานี้ พลอยทำงานหนักมาก เหนื่อยทั้งวัน พอกลับมาบ้านก็แทบจะสลบ ชีวิตคู่ของกูสองคนมันก็ดีนะเข้าใจกันดีทุกอย่าง แต่ว่า...เื่บนเตียง...”
ต้นเว้นคำพูดไปมองหน้าอาร์ทอย่างลังเลใจ
อาร์ทพยักหน้าช้าๆรอให้ต้นพูดต่อ เขายกคิ้วขึ้นเป็เชิงถาม
“สรุปคือ...กูก็อยากให้พลอยมีความสุขไง มึงเข้าใจที่กูจะพูดมั้ย?”
ต้นพยายามพูดต่อแต่ก็ยังหาคำพูดที่มันตรงใจไม่ได้สักทีเขายกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้งด้วยความกระวนกระวายใจ
อาร์ทจ้องหน้าต้นเขม็งเหมือนพยายามอ่านความคิดในหัวเพื่อนเก่า ก่อนจะสรุปออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังขำๆ ปนงุนงงเล็กน้อย
“สรุปง่ายๆก็คือ...”
“มึงอยากให้กูไปสานฝันให้พลอยใช่มั้ย?”
คำพูดของอาร์ททำเอาต้นถึงกับสำลักเบียร์ที่เพิ่งดื่มเข้าไปจนไอแค่กๆ เขารีบวางแก้วลง มองหน้าอาร์ทแบบเหวอๆ
“ก็...ประมาณนั้นแหละมั้ง”
เขาตอบเสียงแ่ๆแล้วก้มลงมองมือตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ
“กูเห็นพลอยทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดพอกลับมาบ้านก็หมดสภาพ ชีวิตคู่เรามันก็ดีนะ เข้าใจกันทุกเื่แต่เื่อย่างว่า...มันก็ค่อยๆ จางหายไปตามความเหนื่อยล้า กูแค่อยาก...อยากให้พลอยกลับมามีความสุขอีกครั้งก็แค่นั้น”
น้ำเสียงของต้นดูไม่ค่อยมั่นใจนักก่อนจะยกแก้วเบียร์เย็นเฉียบที่เพิ่งสั่งใหม่ขึ้นซดรวดเดียวหมดแก้วราวกับ้าดับความรู้สึกร้อนรุ่มที่มันจุกอยู่ในอก
อาร์ทนั่งฟังต้นเล่าเื่ทั้งหมดอย่างเงียบๆดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเพื่อนเก่าอย่างพิจารณาราวกับกำลังประเมินความจริงในแววตาคู่นั้น
“ไอ้ต้น! มึงนี่แม่ง...โคตรบ้าเลยว่ะ!”
อาร์ทหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นร้านจนโต๊ะข้างๆ หันมามองด้วยความสงสัย ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงปนความไม่แน่ใจ
“แต่มึงแน่ใจจริงๆเหรอวะ? ว่าถึงเวลานั้นจริงๆแล้ว พลอยเขาจะโอเคกับเื่แบบนี้ที่มึงทำ?”
ต้นยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบมองของเหลวสีทองที่เหลืออยู่ก้นแก้วอย่างใช้ความคิดก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างหนักแน่น สายตาที่มองตรงไปยังอาร์ทนั้นแน่วแน่และหนักแน่น
“ก็ไม่รู้สิ”
ต้นตอบเสียงแ่เบาอย่างไม่แน่ใจแต่ในน้ำเสียงนั้นก็ยังมีความไม่มั่นใจเจืออยู่เล็กน้อย
“แต่ที่แน่ๆเมียกู...เคยชอบมึงมากๆ ั้แ่สมัยเรียนแล้ว แต่เขาไม่เคยกล้าพูดออกมาเท่านั้นเอง”
ต้นยืนยันด้วยความมั่นใจที่พยายามแสดงออกมาแม้ว่าในใจลึกๆ แล้วจะมีความรู้สึกบางอย่างที่เหมือนหนามเล็กๆ ทิ่มแทงอยู่ก็ตาม