เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหวางเถี่ยจู้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเยาะเย้ย อยู่ห่างจากด้านหลังของเขาระยะห้าเมตรเจิงจื่อโหยวกับกู่กว่างคุนกำลังเดินมาทางนี้พลางคุยกันอย่างสนุกสนาน
เวลานี้ในมือของเจิงจื่อโหยวก็กอดหินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนั้นเอาไว้ด้วยสีหน้ามีความสุข เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าในหินเกลี้ยงเกลาที่อยู่ในมือนั้นจะต้องมีหยกแน่นอน
ซูฮ่าวละสายตามาเผชิญหน้ากับคำเยาะเย้ยของหวางเถี่ยจู้เขาไม่สะทกสะท้านและพูดเบาๆ ว่า “นายรู้ได้อย่างไรว่าหินที่อยู่ในมือของฉันเป็นแค่ซากหิน?”
“รู้ได้อย่างไรหรือ?” หวางเถี่ยจู้ตะลึงงันก่อนจะกุมท้องหัวเราะเสียงดังลั่น “ที่มันเป็ซากหินก็เพราะว่ามันเป็หินที่เคยถูกผ่ามาแล้ว ซึ่งมันก็ยืนยันแล้วว่าด้านในนั้นไม่มีหยก ไม่มีมูลค่าใดๆเป็แค่ซากหินหนึ่งก้อน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคนโง่ที่ไหนโยนทิ้งหรอก?”
“เดิมทีฉันคิดว่าถึงแม้นายจะเป็คุณชายเสเพล แต่อย่างน้อยก็ต้องมีความรู้ทั่วไปอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านายจะไม่มีความรู้จริงๆ ”
เถ้าแก่ที่อยู่ข้างๆ ไม่ปริปากพูดสักคำ การพูดจาของหวางเถี่ยจู้คนนี้รุนแรงเกินไปแล้วแต่มันก็ฟังดูมีเหตุผลดี
“จะใช่ซากหินหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่คำพูดของนายจะตัดสินได้” ซูฮ่าวชำเลืองมองหวางเถี่ยจู้เล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับไม่มีคลื่นใดๆ
หากไม่มีดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าการที่เขาซื้อซากหินเช่นนี้ก็ราวกับว่ามีไอคิวธรรมดาจริงๆแต่คำเตือนของดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ากลับให้หลักฐานที่ประจักษ์ชัดเจน นั่นก็คือในซากหินก้อนนี้มีหยกที่มีมูลค่าไม่ธรรมดา!
เพราะสายตาของคนอื่นไม่สนใจหยกที่มีมูลค่าไม่ธรรมดาชิ้นนี้แต่ในสายตาของซูฮ่าวมันคือเื่ที่โง่เขลามาก
ซูฮ่าวมองข้ามหวางเถี่ยจู้แล้วสายตาไปตกอยู่ที่เครื่องผ่าหินที่อยู่บนแผงลอยข้างๆ หลังจากครุ่นคิดไม่นานก็พูดว่า “เถ้าแก่ รบกวนคุณเปิดเครื่องผ่าหินให้ผมที ผม้าผ่าหิน!”
“นี่… จะเอาหินที่คนอื่นเคยยืนยันแล้วว่าด้านในไม่มีหยกไปผ่าแบบนี้ มันช่างสุดยอดจริงๆ !” หวางเถี่ยจู้ได้ยินอย่างนั้นแล้ว ก็กลั้นหัวเราะจนสีหน้าแดงก่ำ
แม้แต่เถ้าแก่ก็ยังงงงันเขาคิดว่าซูฮ่าวซื้อหินก้อนนี้ก็แค่เอาไปเล่นๆ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะอยากผ่าหินก้อนนั้นจริงๆ
ซากหินก้อนนี้เขาเคยยืนยันนับครั้งไม่ถ้วนมันเป็ก้อนหินที่ไม่มีมูลค่าแม้แต่น้อยต่อให้ซูฮ่าวจะนำไปผ่า ก็ไม่มีความหมายอะไรจริงๆ
“เถ้าแก่เปิดเครื่องผ่าหินเถอะ” ซูฮ่าวไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะของหวางเถี่ยจู้แต่ส่งสายตาให้เถ้าแก่ และนำหินวางไว้บนเครื่องผ่าหิน
เถ้าแก่เห็นซูฮ่าวดึงดันอย่างนี้สุดท้ายก็ไม่ปฏิเสธและเปิดเครื่องผ่าหินให้เขา
เวลานี้กู่กว่างคุนกับเจิงจื่อโหยวค่อยๆเดินเข้ามา
เจิงจื่อโหยวมองซูฮ่าวกับเถ้าแก่ที่เหมือนกำลังคุยอะไรกันเขาก็มองไปที่หวางเถี่ยจู้ และถามด้วยความสงสัยว่า “ซูฮ่าวกำลังทำอะไร?”
“คุณซูมีสายตาเฉียบแหลมเลือกหินสุดยอดแห่งยุคได้หนึ่งก้อนแล้ว ตอนนี้เขาก็กำลังจะผ่าหินน่ะ!” หวางเถี่ยจู้มีสีหน้าขำน้ำเสียงก็ดูไม่เข้ากับคำพูดของเขา
เจิงจื่อโหยวจึงหยุดชะงักไป และเงยหน้ามองหินที่ใหญ่เท่าลูกรักบี้ที่อยู่บนเครื่องผ่าหินสีหน้าก็แปลกประหลาดทันที
หินก้อนนั้นของซูฮ่าว ที่มุมทั้งสองของด้านบนและล่างมีรูโหว่กับรอยสึกหรอ ราวกับเคยถูกคนผ่ามาแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันเป็แค่ซากหินก้อนหนึ่ง
มิน่าล่ะน้ำเสียงของหวางเถี่ยจู้ถึงได้แปลกๆ ที่แท้ก็เป็คำพูดประชดประชัน เบื้องหน้าแม้ว่าจะชมซูฮ่าว แต่จริงๆ แล้วกำลังเยาะเย้ยว่าสายตาของซูฮ่าวมีปัญหาต่างหาก
เดิมทีเขาอยากเข้ามาถามซูฮ่าวว่าทำไมถึงเลือกซากหินก้อนนี้ แต่กลับเห็นกู่กว่างคุนชี้ไปที่เครื่องผ่าหินข้างๆและพูดว่า “คุณเจิง ผ่าหินเกลี้ยงเกลาที่อยู่ในมือคุณก้อนนี้ก่อนเถอะ”
“ได้ครับ!”เจิงจื่อโหยวลังเลสักครู่ ก็พยักหน้า เขาก็ไม่คิดที่จะสนใจซูฮ่าว อุ้มเอาหินที่เกลี้ยงเกลาเดินไปที่ด้านหน้าเครื่องผ่าหินเครื่องหนึ่งพร้อมกับกู่กว่างคุนทันที
อีกด้านหนึ่งซูฮ่าวได้เรียนรู้ขั้นตอนการผ่าหินจากทางเถ้าแก่แล้ว
การผ่าหินแบ่งออกเป็สามขั้นตอนทั่วไปแล้วก็คือเช็ดหิน ผ่าหิน ฝนหิน
การเช็ดหินคือขั้นตอนแรกของการผ่าหินเรียกว่าเช็ดเปลือก คือวิธีการที่จะช่วยรักษา เพราะหากลงมีดผ่าทันทีโดยที่ไม่มีตำแหน่งที่แน่นอน จะง่ายต่อการทำให้หยกหักดังนั้นผลของการเช็ดหินจึงทั้งดีทั้งปลอดภัย
การเช็ดหินที่สำคัญคือดูหมอกเขียวกับสีพื้นของชั้นนอกของหินแค่มีรอยเช็ดเล็กน้อย ก็สามารถใช้แสงจ้ามองการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายในหินได้บ้างเพื่อใช้วิเคราะห์ความลึก ความกว้าง ความเข้มและอ่อนของสีเขียว
หลังจากที่หาเขตหินที่มีหยกพบโดยผ่านการเช็ดหินแล้วต่อมาก็คือขั้นที่สอง การผ่าหิน
ปกติการผ่าหินคือใช้เลื่อยค่อยๆเลื่อยหินออกอย่างช้าๆ หากตอนที่พบว่าผ่าต่อไม่ได้ ก็จะใช้วิธีการกอบกู้
แต่ตามด้วยการพัฒนาของยุคสมัยตอนนี้คนส่วนใหญ่ล้วนใช้เครื่องมาผ่าหินมากกว่า ใช้แผ่นจานที่มีใบมีดผ่าชั้นกากเพชรแม่นยำรวดเร็ว ประหยัดเวลาและประหยัดแรง
หลังจากที่ผ่าเสร็จแล้วก็คือขั้นที่สาม การฝน
ฝนเพื่อให้เป็เงาทำให้ความโปร่งใสปรากฏออกมา อย่างนี้จะทำให้คนเห็นสีดีน้ำดีของหยกได้หากหยกเลือนรางและไม่เงา ก็ใช้วิธีการที่ถูด้วยน้ำสะอาดเพื่อเพิ่มความโปร่งใสของเนื้อหยก เพื่อให้ง่ายต่อการยืนยันร่องรอยของคุณภาพ สี และอื่นๆ ของหยกได้
ซากหินที่ซูฮ่าวเลือกนี้เคยถูกคนเช็ดหินและผ่าหินมาแล้ว
แต่ที่น่าเสียดายก็คือตอนที่เ้าของคนก่อนผ่าหิน ก็แค่ผ่าซากหินไปสองครั้งเท่านั้น และผ่าโดนตรงส่วนที่ว่างเปล่าพอดี มันก็คือตำแหน่งที่ไม่มีหยก
หากผ่าอีกครั้งก็จะพบหยกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่น่าเสียดายมาก เห็นได้ชัดว่าเ้าของคนก่อนของหินก้อนนี้ไม่มีความอดทนที่จะผ่าต่อภายใต้สถานการณ์ที่ผ่าสองครั้งแล้วยังไม่พบหยก ก็เลยโยนมันทิ้งไปแล้ว
“คำอธิบายของดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าบอกว่า ซากหินก้อนนี้ยังมีส่วนว่างเปล่าเล็กๆหนึ่งส่วนอยู่ด้านขวา ผ่าช่องว่างเล็กๆ ด้านขวาก่อนหลังจากนั้นค่อยฝนซากหินก้อนนี้ ถ้าไม่มีเื่คาดไม่ถึง หยกที่อยู่ด้านในก็จะปรากฏสู่สายตาของผู้คนอีกครั้ง” ซูฮ่าวแอบครุ่นคิดสักพักก็เข้าไปเปิดเครื่องผ่าหิน
หวางเถี่ยจู้ที่อยู่ข้างๆเห็นเช่นนั้นแล้ว ก็กลอกตาทันทีทันใดนั้นก็ะโว่า “ผ่าหินแล้ว!”
ในงานการค้าหินที่น่าเบื่อเล็กน้อยนี้เสียงะโของเขาดังกังวานมาก
คนจำนวนไม่น้อยเงยหน้าอย่างงงงวยและหันไปทางซูฮ่าว กระทั่งบางคนก็เดินเข้ามาดูด้วย
ส่วนใหญ่คนพวกนี้จะเป็คนซื้อหินติดที่ราคาหินค่อนข้างสูง พวกเขาไม่กล้าลงมือโดยพลการหากมองพลาด ซื้อหินที่ด้านในไม่มีหยกมาสักก้อน ค่าซื้อนั้นก็เหมือนกับเอาซาลาเปาไส้หมูไปขว้างหมา ขว้างไปแล้วก็ไม่กลับมาอีก
ตอนนี้มีคนจะผ่าหิน พวกเขาก็เลยมาชมดู ไม่แน่ว่าอาจจะได้เทคนิคการดูหินโดยผ่านการผ่าหินของคนอื่น
แต่หลังจากที่เห็นหินที่อยู่บนเครื่องผ่าหินชัดเจนแล้วพวกเขาแต่ละคนล้วนขมวดคิ้ว และหัวเราะเยาะ
“ใครกันเนี่ย ทำไมเอาซากหินมาผ่าแบบนี้เล่า?”
“ใช่ๆ มุมบนล่างสองมุมของหินก้อนนี้มีรูโหว่กับสึกหรอเห็นได้ชัดว่าเป็ขยะที่เคยถูกคนผ่าเอามาโยนทิ้ง”
“จุ๊ จุ๊จุ๊ เป็คนที่อยากได้เงินจนบ้าไปแล้วอีกคนสินะ”
………………..
เสียงวิพากษ์วิจารณ์บริเวณรอบๆ ดังมาอย่างต่อเนื่อง และดังถึงหูของซูฮ่าวจนแสบแก้วหูไปหมด
เขาเอียงหน้ามองหวางเถี่ยจู้แวบหนึ่งในดวงตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
เ้าหมอนี่จงใจเป็ศัตรูกับเขาั้แ่แรก ตอนนี้เขากำลังจะผ่าหินคิดไม่ถึงว่าจะเรียกคนมามุงดูมากมายแบบนี้อีก หากไม่คำนึงถึงกฎหมายเขาก็คงต่อยแมลงวันที่น่าสะอิดสะเอียนตัวนี้ให้ตายไปแล้ว
หวางเถี่ยจู้เห็นซูฮ่าวมีใบหน้าเยือกเย็นดวงตาเขาก็ดูชื่นมื่น ราวกับคิดอะไรออกแล้ว ก็เลยพูดเสียงแหลมว่า“เกรงว่าทุกท่านคงจะไม่รู้ว่าซากหินที่อยู่ตรงหน้านี้เป็หินที่คุณซูท่านนี้ใช้เงินสามพันหยวนซื้อมา!”
“อะไรนะ?” เมื่อคนได้ยินอย่างนั้นแล้ว ในสายตาก็เต็มไปด้วยความงุนงง
พวกเขายังคิดว่าซูฮ่าวเก็บซากหินก้อนนี้มาเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะใช้เงินถึงสามพันหยวนซื้อมา
ถึงกับยอมใช้เงินสามพันหยวนเพื่อซื้อซากหินแบบนี้มา แบบนี้ไม่บ้าไปแล้วหรือ?
ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันส่ายหน้า และหันหลังเดินออกไปทันที แทบไม่อยากจะยืนดูต่อด้วยซ้ำ
ชมคนโง่คนหนึ่งเอาซากหินหนึ่งก้อนมาผ่าอยู่ที่นี่ มันคือเื่ที่โง่เขลาอย่างไม่ต้องสงสัย
ความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของทุกคน ซูฮ่าวก็เห็นหมดแล้วถึงจะไม่สบายใจเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่เคยโต้แย้งแม้แต่คำเดียวั้แ่ต้น
ปากเกิดอยู่บนตัวของคนอื่น เขายุ่งไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นคนพวกนี้ก็ไม่รู้สถานการณ์ภายในของซากหิน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเช่นนั้น
แต่หวางเถี่ยจู้คนนี้ เขาทดไว้ในใจแล้ว อีกเดี๋ยวเขาคงต้องกล่าว “ยินดี” ตอกหน้ากลับไปแรงๆ แล้ว!
ซูฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ กวาดตามองซากหินโดยผ่านดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าอีกรอบหลังจากที่ยืนยันขอบเขตเนื้อที่ของหยกที่อยู่ในซากหินแล้ว เขาก็ใช้เครื่องผ่าหินผ่าตรงด้านขวาของซากหิน
ภาพเหตุการณ์นี้มีคนจำนวนไม่น้อยขมวดคิ้ว
ขั้นแรกของการผ่าหินคือเช็ดหินตอนที่ไม่รู้ตำแหน่งหยกที่อยู่ในซากหิน การผ่าหินจะทำให้หยกที่อยู่ในหินเสียหายง่าย และทำลายสุนทรียะโดยรวมของหยกไป
ดังนั้นคนที่ผ่าหินส่วนใหญ่จะเช็ดหินก่อนหลังจากที่ยืนยันตำแหน่งคร่าวๆ ของหยกที่อยู่ด้านในโดยผ่านการเช็ดแล้วจึงจะทำการผ่าหิน
แต่การกระทำของซูฮ่าวกลับตรงกันข้ามเขาผ่าซากหินก่อน หากภายในซากหินก้อนนี้มีหยกจริงๆ การผ่านี้ก็อาจจะทำให้หยกเสียหายได้
“เ้าเด็กคนนี้คงแค่อยากจะผ่าหินเล่นล่ะมั้ง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจว่าหินก้อนนี้จะเป็ซากหินหรือไม่” ผู้ชายวัยกลางคนที่ใส่แว่นตาคนหนึ่งเห็นซูฮ่าวผ่าชั้นหินด้านซ้ายของซากหินแล้วก็หยุดมองหลังจากนั้นก็หันหลังจากไป
การผ่าหินของซูฮ่าวแทบจะผ่าเนื้อหินของซากหินออกมาหนึ่งในสี่ส่วน แต่ถึงเป็เช่นนี้ จริงๆแล้วก็ไม่มีวี่แววที่จะพบหยกแม้แต่น้อย ชื่อว่าซากหินก็ไม่จำเป็ต้องถกเถียงกันแล้ว
“ไปเถอะ มาดูคนบ้าผ่าซากหินก้อนเดียวเป็การสิ้นเปลืองเวลาของพวกเราเปล่าๆ ข้างๆก็มีคนผ่าหิน ว่ากันว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่มีชื่อเสียงของฉวนโจวพวกเราไปดูสักหน่อยเถอะ” เสียงนี้เป็เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่หมดความอดทนจะดูแล้ว ก็เลยหันไปทางเจิงจื่อโหยวและกู่กว่างคุนพร้อมกับเพื่อนที่อยู่ข้างๆ
หินที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายด้านในหนาด้านนอกบางเกลี้ยงเกลาเป็อย่างมาก ลวดลายก็ดูค่อนข้างเก่าแก่ โดยเฉพาะภายนอกล้อมรอบด้วยสีขาวบางๆคุณภาพดูแล้วก็ไม่เลว อัตราที่จะพบหยกก็มากกว่าซากหินก้อนนี้มาก
“เหมือนจะเป็อาจารย์กู่ได้ยินว่าประสบการณ์การพนันหินของเขาเฉียบขาดมาก ผ่าเจอหยกชั้นดีมาไม่น้อย เธอดูสิคุณภาพหินที่เขาเลือกก็ดีต้องมีหยกแน่ๆ รีบไปดูกันเถอะ ไม่แน่อาจใช้เงินซื้อไว้ได้” มีคนออกไปอีกหนึ่งกลุ่มแล้วพวกเขาหันหลังเดินไปทางที่เจิงจื่อโหยวกับกู่กว่างคุนอยู่
แค่ไม่ถึงนาที ทางซูฮ่าวก็เหลือคนอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่ทางเจิงจื่อโหยวกับกู่กว่างคุนกลับเต็มไปด้วยคนมุงดูมากมาย ดูครึกครื้นมาก
ในวงการพนันหินของฉวนโจวถึงแม้กู่กว่างคุนจะไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็การันตีว่ามีชื่อเสียงแน่นอน บวกกับคุณภาพของหินที่เขาเลือกก็ดีมากและดึงดูดผู้คนมากมายให้มามุงดู
ทางซูฮ่าวเถ้าแก่แผงลอยเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็เป็เพราะตนที่หลอกซูฮ่าวเอง หากเขาบอกซูฮ่าวั้แ่แรกว่านี่คือหินที่ไม่มีหยกอยู่ด้านใน ก็คงไม่ทำให้ซูฮ่าวถูกคนวิจารณ์และเยาะเย้ยมากมายอย่างนี้
ภายใต้สายตาที่ละอายแก่ใจเล็กน้อยของเถ้าแก่ซูฮ่าวหยิบเครื่องมือฝนหินขึ้นมาแล้ว ดำเนินขั้นตอนสุดท้ายของการผ่าหินกับซากหินนั่นก็คือการฝนหิน
ชั้นหินที่เขาผ่าก่อนก็คือส่วนด้านซ้ายที่ว่างเปล่าของซากหิน ไม่เจอหยกก็เป็เื่ปกติมากหลังจากที่ผ่านการฝนแล้ว ถึงจะสะท้อนสีเขียวออกมา
“คนบางคนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ ผ่าไปหนึ่งในสี่ส่วนแล้วก็ยังไม่พบหยก คิดไม่ถึงว่ายังอยากจะฝนอีกช่างน่าขำจริงๆ ” หวางเถี่ยจู้แสยะยิ้มแววตาที่เยาะเย้ยนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
การผ่าหินคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดความสำคัญก็คือทำให้ผู้คนรู้ว่าภายในหินที่ซื้อมามีหยกหรือไม่
หากผ่าแล้วชั้นหินมีหมอกเขียวล้อมรอบ เช่นนั้นก็แสดงว่าร้อยละแปดสิบภายในนั้นต้องมีหยก
แต่ซูฮ่าวเพิ่งจะผ่าลงไปบนชั้นหินไม่มีหมอกเขียวแม้แต่น้อย ราวกับหินโสโครกตรงชายทะเลที่ไม่มีคนเอ่ยถึง
ตอนนี้เขายังนำซากหินก้อนนี้มาฝนอีกช่างน่าขำจริงๆ
คนที่เหลือได้ยินคำพูดของหวางเถี่ยจู้แล้วต่างก็พยักหน้า
หลังจากที่ผ่าแล้วหากชั้นหินไม่มีหมอกเขียว ก็แสดงว่าภายในหินไม่มีหยก จริงๆแล้วก็ไม่จำเป็ต้องฝนหินอีก
ซูฮ่าวที่อยู่ตรงหน้านี้ เหมือนกำลังหลอกตนเองไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็จริง
แต่ใครจะรู้ว่าซูฮ่าวยังคงไม่สะทกสะท้าน ใช้เครื่องมือฝนหินที่อยู่ในมือฝนซากหินต่อไป
จนกระทั่งขั้นตอนนี้ก็ไม่มีคนสนใจทางซูฮ่าวแล้ว แต่ย้ายไปที่ที่เจิงจื่อโหยวกับกู่กว่างคุนอยู่แทน
หวางเถี่ยจู้ก็เช่นกัน ถึงแม้เขาไม่เข้าใจว่าทำไมซูฮ่าวที่ถูกเยาะเย้ยขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมโต้ตอบอะไรอีก แต่พอได้มองคุณชายเสเพลอย่างซูฮ่าวถูกคนเยาะเย้ยเขาก็รู้สึกสะใจมาก
“น่าเสียดายแทนไป๋เหวินหลิงคิดไม่ถึงว่าจะได้ของไร้ประโยชน์อย่างนี้ไป”หวางเถี่ยจู้ชำเลืองมองซูฮ่าวด้วยความดูถูก และถอนหายใจหลังจากนั้นก็เดินไปทางกู่กว่างคุนและเจิงจื่อโหยว
“ฟรี้ด!!”
เวลานี้กู่กว่างคุนก็เสร็จขั้นตอนการเช็ดหินแล้วเขากำลังใช้เครื่องผ่าหินที่เกลี้ยงเกลานี้
เสียงเครื่องผ่าหินที่กำลังผ่าหินก็แสบหูจริงๆแม้แต่คนที่ผ่าหินบ่อยๆ อย่างกู่กว่างคุนก็ยังขมวดคิ้วไม่หยุด
ผู้คนโดยรอบต่างพากันอุดหูและจ้องหินที่เกลี้ยงเกลาอย่างไม่กะพริบตา
เมื่อผ่าลงไป ด้านในของชั้นหินก็มีหมอกสีเขียวล้อมรอบ ทำให้ผู้คนที่เห็นเช่นนั้นต่างพากันตัวสั่นเทา
“สมกับเป็อาจารย์กู่สายตาเฉียบขาดยิ่งนัก”
“หมอกเขียวที่เข้มข้นอย่างนี้หยกที่อยู่ด้านในต้องมีระดับไม่ต่ำแน่นอน”
“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ทำไมเดินเตร่อยู่ที่นี่มาทั้งเช้าแล้วก็ยังหาหินที่มีคุณภาพดีไม่พบสักก้อน ที่แท้ก็ถูกอาจารย์กู่เลือกไปแล้วนี่เองเฮ้อ สายตาฉันนี่มันย่ำแย่จริงๆ !”
………………..
เสียงฮือฮาดังขึ้นมาไม่หยุดมีทั้งเลื่อมใสและประจบสอพลอ ทำให้มีคนสนใจสถานที่แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
กู่กว่างคุนได้ยินคำชมของผู้คนโดยรอบแล้วก็สงบนิ่งเป็อย่างมาก ราวกับเคยชินกับคำพูดพวกนี้นานแล้วแต่บนใบหน้าของเขาก็มองเห็นอาการภาคภูมิใจออกมาอยู่รำไร
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกู่กว่างคุนคนนี้สมกับเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่มีประสบการณ์มากมายจริงๆ แค่ครั้งเดียวก็พนันถูกไม่ใช่แค่ช่วยเขาประหยัดเงินเท่านั้น แต่ยังได้หยกที่มีมูลค่าไม่ธรรมดาให้เขาอีก
นาทีนี้เขาคิดแค่ว่าเชิญกู่กว่างคุนมาพนันหินถือเป็เื่ที่ถูกต้องจริงๆ
หวางเถี่ยจู้จ้องหินที่เกลี้ยงเกลาเหมือนกันบนใบหน้าก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ยังจำได้รางๆว่าครั้งก่อนเขาติดตามกู่กว่างคุนก็เคยผ่าพบหยกน้ำแข็งหนึ่งชิ้น มีขนาดแค่กำปั้นแต่ก็ขายได้หลายล้าน ทั้งยังได้รับคำชมไม่น้อย
หินที่เกลี้ยงเกลาตรงหน้ามีคุณภาพดีอย่างนี้คิดดูแล้วหยกที่จะปรากฏก็ต้องมีระดับไม่ธรรมดา
เมื่อนึกถึงตรงนี้แล้วเขาก็หันไปมองซูฮ่าวที่ฝนซากหินอยู่ไกลๆ มุมปากยังแสยะยิ้มเยาะเย้ย
เป็คนเหมือนกัน แต่ทำไมถึงได้ต่างกันมากขนาดนี้?
แต่สิ่งที่หวางเถี่ยจู้ไม่ทันได้สังเกตเห็นก็คือตอนที่เขากำลังเยาะเย้ยซูฮ่าว สีหน้าของกู่กว่างคุนกลับแย่ลงทุกที
หลังจากที่ผ่านการผ่าจากเครื่องผ่าหินมาสามครั้งแล้วหินที่เกลี้ยงเกลาก้อนนั้นคิดไม่ถึงว่าจะไม่มีลักษณะของหยกปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อยมีแค่ชั้นหินที่ถูกหมอกเขียวปกคลุมไม่กี่ชั้น นอกจากนี้แล้วก็ไม่มีอย่างอื่นอีก
“ชั้นหินมีหมอกเขียวเป็ไปไม่ได้ที่ด้านในจะไม่มีหยก!” กู่กว่างคุนเห็นสายตาประหลาดใจจากคนที่มุงดู บนใบหน้าของเขาเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาวเขากัดฟัน และควบคุมเครื่องผ่าหินและเริ่มผ่าอีกครั้ง
ผ่าลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งผ่าหินที่เกลี้ยงเกลาเหลือขนาดแค่เท่าไข่ไก่ ก็ยังไม่พบสีเขียว
อีกด้านหนึ่งเจิงจื่อโหยวที่เดิมทีมีสีหน้าตื่นเต้น ตอนนี้ความหวังบนใบหน้ากลับค่อยๆหายไปจนหมดสิ้น
เขามองหินเกลี้ยงเกลาที่มีขนาดเท่าไข่ไก่อย่างเงียบๆรู้สึกเหมือนกำลังตกจาก์ลงไปในนรก
ภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะไม่มีหยกปรากฏออกมา ถึงจะมีหยกปรากฏออกมา หยกที่มีขนาดเท่านี้ มูลค่าราคาก็ต่ำจนน่าสงสาร
“ทำไมถึงเป็อย่างนี้?” สีหน้าของกู่กว่างคุนขาวซีด และควบคุมเครื่องผ่าหินผ่าหินเกลี้ยงเกลาชิ้นสุดท้ายเป็สองท่อน
แต่…
ด้านในยังคงไม่มีหยก…
“เป็ไปไม่ได้… ” หวางเถี่ยจู้ที่อยู่ด้านซ้ายมองหินเกลี้ยงเกลาด้วยความงุนงง ในสายตามีอาการเหลือเชื่อและส่ายหน้าไม่หยุด
คุณภาพของหินเกลี้ยงเกลาก้อนนี้ดีขนาดนั้นทำไมด้านในกลับไม่มีหยกเลยล่ะ?
“น่าเสียดาย หินก้อนนี้เดิมทีน่าจะมีหยกแต่เพราะขุดเร็วเกินไป ทำให้หยกที่อยู่ด้านในยังไม่ก่อตัวนายดูลวดลายในหินก้อนนี้สิมันยังดูใหม่อยู่เลย” ในกลุ่มคนผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่ช่ำชองคนหนึ่งชี้ไปที่เนื้อด้านในหินเกลี้ยงเกลา พลางพูดอย่างเสียดาย
ผู้คนได้ยินแล้วก็มองตาม ถึงได้เข้าใจ
“คุณเจิงผมสายตาไม่เฉียบแหลม ทำให้คุณเปลืองเงินแล้ว” กู่กว่างคุนราวกับรู้ถึงเหตุผลแล้วเขาฝืนยิ้มและพูดแสดงความขอโทษกับเจิงจื่อโหยว
หินเกลี้ยงเกลาก้อนนี้จ่ายไปสามล้าน เดิมทีคิดว่าไม่ขาดทุนแน่นอนแต่ใครจะคิดล่ะว่าด้านในกลับไม่มีหยก?
หวางเถี่ยจู้เห็นอย่างนี้แล้วก็รีบเข้ามาพูดปลอบใจว่า “อาจารย์ เื่นี้จะตำหนิท่านก็ไม่ได้หรอกครับ การพนันหินเดิมทีก็มีความเสี่ยงล้มเหลวครั้งสองครั้งบ้างก็ปกติ”
เขาพูดๆอยู่ก็มองไปที่เจิงจื่อโหยว “คุณเจิง ผมพูดถูกไหม?”
“ครับ… ” เจิงจื่อโหยวพยักหน้า และฝืนยิ้ม
ถึงแม้เขารู้ว่าการพนันหินมีความเสี่ยงแต่กู่กว่างคุนคือผู้เชี่ยวชาญด้านหินที่มีชื่อเสียงในฉวนโจว มีความสามารถไม่ธรรมดาเชิญอีกฝ่ายมาพนันหินก็จ่ายเงินให้เขาไปไม่น้อย เดิมทีคิดว่ากุมชัยชนะไว้ในมือแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะ...ช่างทำให้เขาผิดหวังมากจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นสามล้านก็หมดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็ใครก็รู้สึกแย่กันทั้งนั้น
“หากรู้ว่าจะเป็อย่างนี้ั้แ่แรกก็น่าจะฟังคำพูดของซูฮ่าว อย่าซื้อหินเกลี้ยงเกลาก้อนนี้” เจิงจื่อโหยวรู้สึกเสียใจทันทีและเ็ปอย่างยิ่ง
แต่หลังจากพูดเช่นนี้ออกมาแล้ว เขากลับใทันที
เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ซูฮ่าวเคยบอกเขาว่า ในหินเกลี้ยงเกลาก้อนนี้ไม่มีหยก
เวลานั้นเขากลับไม่เชื่อแต่ตอนนี้หลังจากผ่าหินแล้วเพิ่งจะพบว่า คำพูดของซูฮ่าวนั้นมันไม่ผิดเลยจริงๆ
เช่นนั้นปัญหาก็มาแล้วซูฮ่าวรู้ได้อย่างไรว่าในหินเกลี้ยงเกลาก้อนนี้ไม่มีหยก?
ขณะที่เขาอยากไปถามซูฮ่าวก็ได้ยินเสียงะโออกมาอย่างใว่า “พระเ้า เจอหยกแล้ว!”
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ทุกคนก็ตัวสั่น สายตาก็เหลือบมองไปทางซูฮ่าว
ภายใต้สีหน้าตื่นตระหนกของเถ้าแก่ร้านแผงลอยซูฮ่าวก็ยกน้ำฝนหินขึ้นมาและค่อยๆ ราดลงบนซากหินที่ฝนเสร็จแล้ว
น้ำฝนหินจอกแรกราดลงไป หมอกเขียวก็ปรากฏขึ้นมาทันที
น้ำฝนหินจอกที่สองราดลงไป สีเขียวครึ่งด้านก็ปรากฏขึ้นบนมุม
น้ำฝนหินจอกที่สามราดลงไป หยกที่เขียวมรกตเป็คลื่นก็ปรากฏแสงประกายออกมาทันที
ความเงาที่เข้มข้นนั้น ได้ปกคลุมแสงไฟในงานค้าหิน น่าตื่นตาตื่นใจเป็อย่างมาก!