เมื่อคนปิดประตูแล้ว คนก็ช่วยเอี้ยเฉินนำร่างของเยี่ยหลงมาวางยังโซฟา
ก่อนจะรีบบอกซีคที่อยู่ ณ สถานบริการเครื่องดื่มภายในบ้านให้รีบนำยารักษามา " ซีค เอายารักษาระดับ สี่ สูงสุด มาสี่ขวดด่วน "
ทันทีที่แคนบอกเสร็จ ซีคก็รีบทำตาม พอยามาถึง แคนก็ไม่รีรอช้า นำยากรอกปากคนทีละขวดในทันที
เอี้ยเฉินที่แม้จะไม่เห็นด้วยตาว่า แคนกำลังกรอกอะไรใส่ปากลูกตน แต่ด้วยกลิ่นที่ลอยมา ก็ทำให้คนเชื่อได้ตามคำบอกว่าเป็ยาระดับสี่จริงๆ
ไม่นานหลังจากกรอกยาขวดที่สี่ใส่ปากคนและคนกลืนจนหมด ทิ้งเวลามาอีกยี่สิบห้าลมหายใจ ร่างกายของเยี่ยหลงจากที่นอนอยู่นิ่งๆไม่อาจขยับได้ ก็บิดขยับขึ้น ต่อมาแผลก็ค่อยๆสมานจนหายสนิท
เมื่อเยี่ยหลงแผลหายสนิท และขยับร่างได้ราบรื่นไม่ติดขัดแล้ว เอี้ยเฉินที่เฝ้าดูอยู่ไม่ห่างก็เบาใจขึ้น ที่คนสามารถขยับร่างได้ไม่ติดขัด เพราะการที่คนขยับร่างได้ไม่ติดขัด เป็สัญญาณ บ่งบอกว่ากระดูกคนสร้างขึ้นใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
เยี่ยหลงที่กระดูกสร้างใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ทั่วร่างแล้ว คนก็ค่อยๆดันตัวเองลุกขึ้นมานั่ง
ส่วนแคนที่เห็นคนฟื้นฟูจากสภาพเละอนาถและลุกขึ้นมานั่ง คนก็กล่าวขึ้น " เยี่ยหลง มึงนี่ก็อึดเหมือน
กันเนาะ ยับขนาดนี้ยังฝืนทนกลับมารักษาที่นี่ได้ แถมยังไม่สลบอีก ทั้งๆที่จากการที่กูดูมึงแล้ว มึงก็ไม่ได้รับยาฟื้นฟูเบื้องต้นเพื่อประคองสติเอาไว้หนิ สุดยอดแน่นอนจริงๆเลยมึงอะ "
เยี่ยหลงตอบกลับ " จริงๆผมก็สลบไปแล้วครั้งหนึ่ง
แล้วล่ะครับ แต่ผมบังเอิญฟื้นขึ้น เลยตัดสินใจฝืนอีกนิดหน่อยมารักษาที่นี่ เพราะผมเห็นว่าที่นี่น่าจะมียาดี ที่รักษาได้รวดเร็วพอ พอที่จะทำให้ผมพร้อมทำงานได้ในทันทีในวันนี้เลยอะครับ "
แคนได้ฟังดังนั้น ก็ถามกลับ " มึงตัดสินใจแบบนี้
มึงรู้เหรอว่าราคายาที่ใช้รักษามึงไป ราคาเท่าไหร่ "
เอี้ยเฉินที่ได้ยินคำถามแบบนั้น จึงกล่าวถาม " สหายน้อย ราคา เท่าไหร่ฤา ? "
แคนบอก " สี่ขวด หนึ่งล้านเหรียญทอง "
"" อะไรนะ หนึ่งล้านเหรียญทอง "" สองพ่อลูกกล่าวเสียงดังออกมาพร้อมๆกัน
แคนบอกต่อ " นี่ราคาสวัสดิการพนักงานลดให้แล้วนะ ราคาจริงแพงกว่านี้อีก "
ทั้งสองที่ได้ฟัง ก็หันมามองหน้ากัน ก่อนเอี้ยเฉินจะเริ่มกล่าวบอกกับเยี่ยหลงที่กำลังทำหน้าที่ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหนมาจ่ายขึ้นว่า " ไม่เป็ไรหรอกลูกพ่อ แม้ทรัพย์สินบ้านเราจะมีไม่ถึงครึ่งของค่ายา แต่พ่อจะหามาให้ได้ ไม่ให้ลูกมีหนี้ติดตัวและลำบากหรอก "
เมื่อเอี้ยเฉินกล่าวบอกปลอบใจกับเยี่ยหลงเสร็จ คนก็หันมากล่าวกับแคน " สหายน้อย เงินค่ายา รักษาลูกข้า ข้าขอเวลาหาใช้คืนหน่อยได้หรือไม่ "
" ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ทางร้านมีบริการผ่อนชำระสำหรับพนักงานอยู่ แถมยังไร้ดอกเบี้ยอีกด้วย " แคนกล่าวบอก
" เช่นนั้นก็ประเสริฐยิ่ง งั้นเราเอาตามนี้ก็แล้วกัน เงินที่เยี่ยหลงลูกข้าจะต้องจ่าย ข้าผู้เป็บิดาจะเป็คนใช้คืนเอง " เอี้ยเฉินกล่าว
เยี่ยหลงที่ได้ยินบิดาตนกล่าวว่าจะรับจ่ายค่ารักษาตนแทนตน คนก็เร่งกล่าวบอกกับบิดาขึ้น " ท่านพ่อ ท่านไม่จำเป็ต้องจ่ายค่ายารักษาตัวลูก แทนตัวลูกหรอก เดี๋ยวลูกใช้เงินเดือนผ่อนจ่ายเองก็ได้ ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องลำบาก "
แคนเมื่อได้ยินเยี่ยหลงกล่าวมาแบบนั้น คนก็กล่าวแย้งขึ้น " เยี่ยหลง กูว่าให้พ่อมึงช่วยจ่ายเถอะ ลำพังเงินเดือนมึงกี่ชาติจะใช้หมด "
เอี้ยเฉินกล่าวเสริม " ใช่ ตามที่สหายน้อยกล่าวเลย แม้พ่อจะไม่รู้ว่าลูกได้เงินเดือนเท่าไหร่ แต่ถ้าลูกต้องมาจ่ายหนี้ยาค่ารักษาคงจะลำบากมากแน่เลย "
" ฉะนั้นให้พ่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเถอะ ไม่ต้องเป็ห่วงพ่อหรอก พ่อไหว พ่อไม่ลำบากหรอก " เอี้ยเฉิน
กล่าว
" ถึงท่านพ่อจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ลูกก็อดห่วงสถานะของท่านพ่อหลังที่ต้องมาใช้หนี้แทนตัวลูกมิได้อยู่ดี " เยี่ยหลงกล่าว
" เอาเถอะน่า เชื่อพ่อ พ่อไหว "
" ถ้าท่านพ่อยืนยันมาแบบนั้น ลูกก็เอาตามนั้นก็ได้ขอรับ " เยี่ยหลงกล่าว
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวน้อมรับการตัดสินใจของเอี้ยเฉินเสร็จ แคนที่ดูนาฬิกาก็กล่าวบอกกับเยี่ยหลงขึ้น " เยี่ยหลง มึงไม่ไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผาหรอวะ ตอนนี้ทุ่มครึ่งแล้วนะเว้ย "
เยี่ยหลงที่ได้ยินดังนั้น คนก็สะดุ้งตัวยืนขึ้นและกล่าว " จริงสิลืมไปเลยว่าต้องทำงานนี่หว่า ท่านพ่อท่านกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ ลูกไม่เป็อะไรแล้ว ท่านกลับไปหาท่านแม่เถอะ เดี๋ยวท่านแม่เป็ห่วงเอา "
เอี้ยเฉินที่มาถึงยังที่ทำงานของเยี่ยหลง คนก็อยากดูว่าเยี่ยหลงทำงานแบบใด จึงกล่าวขอ " ลูกพ่อ ไหนๆพ่อก็มาถึงยังที่ทำงานของลูกแล้ว ให้พ่อได้ดูหน่อยได้มั้ยว่าลูกทำอะไรบ้าง "
เยี่ยหลงที่ได้ยินคำขอแบบนั้น คนก็หันไปมองแคนและกล่าวถาม " คุณแคนครับ ให้พ่อผมตามผมไปที่ทำงานที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ได้ไหมครับ "
แคนคิดอยู่ห้าวินาที ก่อนจะกล่าว " ไม่รู้วะ ต้องถามอัลเบียนก่อน แต่ถ้าให้เดานะ ก็คงได้แหละ เพราะไม่มีกฏห้าม "
" งั้นคุณแคนก็โทรถามคุณอัลเบียนให้ผมหน่อยสิครับ "
แคนถามกลับ " แล้วทำไม มึงไม่โทรเองวะ "
เยี่ยหลงตอบ " ก็สมาร์ทโฟนผมไม่ได้อยู่กับตัวหนิครับ และวิธีที่เร็วที่สุดก็คือคุณแคนโทรถามให้ ผมก็เลยเลือกขอให้คุณแคนช่วยผมหน่อย "
แคนที่ได้ฟัง ก็กล่าวบ่น" นี่ไป กูก็ไม่ได้ไปด้วย แถมยังต้องเสียตังค์ค่าโทรอีกเหรอวะเนี่ย "
แคนบ่นเสร็จ ก็กลับมากล่าวกับเยี่ยหลง " เออ เออ
สักครู่เดี๋ยวโทรให้ "
คนกล่าวบอกกับเยี่ยหลงเสร็จ คนก็หยิบสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงออกมาและกดเบอร์ จากนั้นจึงค่อยนำสมาร์ทโฟนมาแนบหู
ไม่นานอัลเบียนก็รับสาย พออัลเบียนรับสาย แคนก็เริ่มบทสนทนา " ฮัลโหล อัลเบียน นี่แคนเองนะ คือฉันมีเื่อยากจะถามหน่อยอะ คือ ไอ้เยี่ยหลงมันจะพาพ่อมันไปดูว่ามันทำงานยังไงที่ต่างจักรวาลอะ และน่าจะเลี้ยงข้าวด้วย คำถามคือมันทำได้มั้ยเอ่ย "
เมื่อแคนกล่าวถามเสร็จ คนก็ได้รับคำตอบให้ทันที " อ๋อ อ๋อ อ๋อ เข้าใจล่ะ งั้นฉันวางล่ะนะ " เมื่อแคนเข้าใจจบ คนก็วางสายและเก็บสมาร์ทโฟนเข้ากระเป๋ากางเกงดังเดิมในทันที
จากนั้นก็หันมากล่าวบอกกับเยี่ยหลง " อัลเบียนบอกว่าให้ไปได้ "
เยี่ยหลงที่ได้ยิน ก็ดีใจ " เย่ ขอบคุณมากครับคุณแคน "
" แต่ว่าอย่าก่อเื่นะ โดยเฉพาะเื่กฏหมายของที่นั่น เข้าใจนะ เพราะอัลเบียน ปล. ย้ำบอกเอาไว้ " แคนกล่าว
" เข้าใจแล้วครับ " เยี่ยหลงกล่าว
" ท่านพ่อ ตามลูกมา เดี๋ยวลูกจะพาท่านพ่อไปกินของ
อร่อยๆและสุรารสเลิศเอง " เยี่ยหลงบอกกับบิดา
หลังจากนั้นเยี่ยหลงก็เดินนำพาเอี้ยเฉินผู้เป็บิดามาที่ประตูสู่ร้านนั่งเล่น พอมาถึงเสร็จ คนก็กดรหัสไปยังร้านนั่งเล่น
พอกดเสร็จ และเปิดประตูเดินเข้าไป เยี่ยหลงก็มาโผล่หลังร้านหรือเขตครัวเช่นเดิม เอี้ยเฉินที่เดินตามหลังมาติดๆและเห็นสถานที่ ก็เห็นของแปลกตามากมายที่ตนไม่รู้จัก แต่ถึงแม้จะเป็แบบนั้น คนก็คาดเดาได้ว่านี่น่าจะคือหลังร้านหรือที่เก็บของ
และก็เป็เช่นนั้น เยี่ยหลงไม่หยุดเท้าอยู่ที่นี่ คนเดินไปเปิดประตูที่อยู่ทางด้านขวาและเข้าไป ส่วนเอี้ยเฉินก็เดินตามหลังไปติดๆเช่นเดิม
เมื่อเยี่ยหลงเปิดประตูทางด้านขวาและเข้ามาสู่ด้านในเสร็จ ภาพที่คนเห็นก็คือ ฝัด กำลังยืนหันหลังให้ประตูหลังร้านหรือครัวอยู่ที่เคาน์เตอร์และกำลังเช็ดแก้วอยู่
ส่วนอีกคนที่เยี่ยหลงเห็นอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารของร้านภายในร้าน ก็คือ ฟีนิกซ์ ที่กำลังนั่งกินเค้กกับกาแฟอยู่ในขณะเดียวกันที่ฝัดเช็ดแก้ว
ครั้นเยี่ยหลงเปิดประตูหลังร้านเข้ามาในตัวร้านเสร็จพร้อมบิดา คนก็กล่าวทักทายฝัดและฟีนิกซ์ขึ้นว่า " สวัสดีครับ คุณฟีนิกซ์ พี่ฝัด"
" อ้าว เป็ไงบักเยี่ยหลง ไปประลองมาเป็ไงบ้าง ชนะหรือแพ้วะ " ฟีนิกซ์ตอบรับทักทายพลางถามกลับ
" โห ระดับผมแล้วครับคุณฟีนิกซ์ " เยี่ยหลงกล่าว
" พูดมาแบบนี้คือไม่แพ้ พิสูจน์ตนได้ว่ามึงไม่ใช่ขยะ ใช่มั้ย " ฟีนิกซ์ถาม
" พิสูจน์ได้อะ พิสูจน์ได้พอควรครับ แต่ถ้าถามว่าชนะมั้ย ไม่ชนะครับ แถมสภาพยังยับเยินอีก "
"" อ้าว "" ฟีนิกซ์และฝัดเปล่งคำออกมาพร้อมๆกัน
" มิน่าล่ะ กลิ่นยาระดับสี่สูงสุดจากร่างกายมึง ถึงลอยมาไกลเตะจมูกกูถึงนี่ " ฟีนิกซ์กล่าว
" แล้วมึงกินยารักษาไปกี่ขวดล่ะ " ฟีนิกซ์ถาม
" สี่ขวดครับ "
" ฮะ สี่ขวด!! ก็หนึ่งล้านเหรียญทองเลยอะดิ "
" ใช่ครับ " เยี่ยหลงตอบกลับ
" โห สุดยอดไปเลยมึงว่ะเยี่ยหลง ไปประลองมาแพ้ยังไม่พอ แถมยังเป็หนี้อีก สุดยอดจริงๆเลยมึง " ฟีนิกซ์กล่าว
หลังจากฟีนิกซ์กล่าวชมเชยประชดเสร็จ ฟีนิกซ์ที่เห็นชายวัยกลางคนที่มาพร้อมกับเยี่ยหลงและยืนอยู่ข้างหลัง คนกวักมือเรียกให้คนเข้ามาใกล้ๆ " เยี่ยหลงมานี่ดิ "
เยี่ยหลงที่ได้ยิน ก็เดินเข้าไปใกล้ตามการกวักมือเรียก พอถึงก็กล่าวถาม " มีอะไรหรอครับ คุณฟีนิกซ์ "
ฟีนิกซ์กล่าวกระซิบถาม " ลุงที่มากับมึงใครวะ "
" อ๋อ พ่อผมเองจะพาแกไปเลี้ยงข้าวที่ร้านบอสกุ้งเผา "
พอเยี่ยหลงบอกว่าชายวัยกลางคนที่มาด้วยว่าเป็ใคร ฟีนิกซ์ก็ไม่รอช้ากล่าวคำทักทายพลางยกมือไหว้แก่คนขึ้น " สวัสดีครับ คุณพ่อของเยี่ยหลง "
ฝัดที่ได้ยินว่าลุงวัยกลางคนคือพ่อของเยี่ยหลง คนก็วางแก้วที่เช็ดลง และกล่าวคำทักทายพลางยกมือไหว้ตามคน " สวัสดีครับ "
เอี้ยเฉินที่ได้คำว่า สวัสดีครับ มาสามสี่ครั้งแล้วในวันนี้ คนก็เกิดสงสัยขึ้นว่ามันแปลว่าอะไร จึงเดินไปจับแขนเสื้อเยี่ยหลงและดึงคนห่างจากฟีนิกซ์ประมาณห้าหกก้าวและจึงค่อยกล่าวถาม " ลูกพ่อ คำว่า สวัสดีครับ มันแปลว่าอะไรหรอลูก ใช่คำทักทายมั้ย "
เยี่ยหลงตอบกลับ " อ๋อ ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ เป็คำทักทาย ในภาษาไทยน่ะขอรับ "
เยี่ยหลงอธิบายเสริม " แม้ภาษาเขียนที่บ้านเราจะเขียนแตกต่างจากที่นี่ แต่ภาษาพูดส่วนมากจะคล้ายกัน
เพราะงี้ท่านพ่อจึงฟังคำส่วนใหญ่ออก และฟังคำส่วนน้อยไม่ออกไงขอรับ "
เอี้ยเฉินตอบกลับ " ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวคลายความสงสัยของบิดาตนเสร็จ ฟีนิกซ์ก็กล่าวกับเยี่ยหลงขึ้น " เยี่ยหลง กูว่ามึงลืมอะไรบางอย่าง "
" ลืมอะไรครับ ผมว่าผมไม่ลืมอะไรแล้วนะครับ "
" มึงลืม มึงเชื่อกูดิ "
" ลืมอะไรครับ "
" ลืมเปลี่ยนชุดไง ไอ้สันขวาน เืเต็มตัวมึงเลยเนี่ย "
เยี่ยหลงที่ได้ยินก็ก้มมองชุดตนเอง ก่อนจะอุทานและกล่าวเพราะเพิ่งรู้ตัว " อุ้ย ลืมจริงๆด้วย "
" มึงรีบไปเปลี่ยนชุดเลย และมาช่วยไอ้ฝัดเก็บร้าน นี่ทุ่มครึ่งแล้วนะเว้ย อย่าลืมเราออกจากร้านนี้ไปร้านนั้นสองทุ่มนะไอ้เยี่ยหลง "
" เข้าใจแล้วครับ ผมขอห้านาที เดี๋ยวมาช่วยเก็บ " เยี่ยหลงกล่าวกับพวกฟีนิกซ์
หลังจากนั้นก็หันมากล่าวกับบิดาตน " ท่านพ่อ นั่งรออยู่ที่นี่ประมาณครึ่งของหนึ่งจิบชาก่อนนะ เดี๋ยวลูกกลับมา "
เมื่อกล่าวเสร็จ คนก็มุ่งเดินกลับไปยังหลังร้าน ไม่นานห้านาทีต่อมา คนก็เปิดประตูหลังร้านเข้ามายังด้านในตัวร้านนั่งเล่นพร้อมกับชุดใหม่
พอคนกลับมาแล้ว คนก็ไม่รีรอช้า รีบช่วยพี่ฝัดของตนเก็บกวาดร้านเพื่อปิดร้านในทันที
เวลาผ่านไปจนมาถึงเวลาสองทุ่ม ฝัดกับเยี่ยหลงก็เก็บกวาดร้านนั่งเล่นจนเสร็จสิ้นพอดี
เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว พวกคนก็พากันมารวมตัวอยู่ที่หน้าร้าน พอมาอยู่ที่หน้าร้านแล้วฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้น " เยี่ยหลง มึงกับพ่อมึงไปรถไอ้ฝัดนะ เดี๋ยววันนี้กูจะขับรถของกูไปเอง จะได้ไม่นั่งเบียดกัน " พอฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนก็ไม่รอคำตอบ เดินจากไปเอารถตนในทันที
เยี่ยหลงที่ได้ยินดังนั้น ก็ทำได้เพียงตอบรับตามหลังคนไป " โอเคเอาตามนั้นครับ "
พอคนตอบกลับเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่ฝัดขับรถมาหยุดตรงหน้าของเยี่ยหลงกับเอี้ยเฉิน
ครั้นรถมาถึงแล้ว เยี่ยหลงก็แสดงวิธีการขึ้นให้กับเอี้ยเฉินดู ทันทีที่คนแสดงจบและเอี้ยเฉินดูจบ เอี้ยเฉินก็เข้าใจในฉับพลันและทำการขึ้นซ้อนท้ายรถฝัดตามหลังเยี่ยหลงไป
เมื่อคนขึ้นรถจนครบเสร็จ ฝัดก็รอสักพักให้คนขยับร่างกายให้นั่งเข้าที่เข้าทางก่อน จากนั้นจึงค่อยออกตัว
เมื่อคนออกตัวแล้ว ก็ใช้เวลาไม่นานประมาณสิบห้านาทีก็มาถึงยังร้านบอสกุ้งเผา
พอมาถึงเสร็จ ฝัดก็จอดรถให้เยี่ยหลงกับเอี้ยเฉินลงที่หน้าประตูร้านบอสกุ้งเผาก่อน ส่วนคนกับฟีนิกซ์ก็ขับรถไปจอดยังที่จอดรถของร้าน
ครั้นจอดเสร็จ ทั้งสองก็ตามเยี่ยหลงกับเอี้ยเฉินที่เดินเข้ามารอคนอยู่ที่โต๊ะภายในร้าน
เมื่อเยี่ยหลงเห็นฝัดและฟีนิกซ์เข้ามาในร้านแล้ว คนก็กล่าวถามแก่บิดาตนขึ้น " ท่านพ่อ ท่านจะกินอะไรก่อนมั้ยเดี๋ยวลูกสั่งให้ เพราะอีกไม่นานลูกจะต้องเข้างานแล้ว "
" เื่อาหาร พ่อรอกินพร้อมลูก หลังลูกเลิกงานดีกว่า " เอี้ยเฉินกล่าว
" แต่ว่า กว่าลูกจะเลิกงาน มันนานนะท่านพ่อ ท่านมิหิวหรือ ? " เยี่ยหลงถาม
" ก็หิวนิดหน่อย แต่พ่อทนได้ แต่หากลูกอยากจะให้พ่อกินอะไรสักหน่อยแล้วล่ะก็ พ่อขอเป็สุรามากินรองท้องรอลูกก็แล้วกัน " เอี้ยเฉินกล่าว
เยี่ยหลงตอบรับ " งั้นเอาตามที่ท่านพ่อ้าเลยก็แล้วกันขอรับ "
หลังเยี่ยหลงตอบรับแก่บิดาตนเสร็จ คนก็กวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟ
เด็กเสิร์ฟเดินเข้ามาใกล้และกล่าวถาม " เอาอะไรดีน้องโอม "
เยี่ยหลงตอบกลับ " ช่วยเอาเหล้า เบียร์ หลายๆแบบมาเสิร์ฟพ่อผมที่โต๊ะสามทีครับพี่ "
" โอเคครับ " เด็กเสิร์ฟตอบรับ
หลังเด็กเสิร์ฟตอบรับและเดินจากไปเพื่อนำเหล้าเบียร์มาให้บิดาตน เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้ารีบบอกลาแก่บิดาตน " ลูกขอตัวไปทำงานก่อนนะขอรับท่านพ่อ "
" เข้าใจแล้ว ไม่ต้องห่วงพ่อหรอก ไปเถอะ " เอี้ยเฉินกล่าว
เมื่อเอี้ยเฉินกล่าวบอกว่าไม่ต้องให้เยี่ยหลงเป็ห่วงตนเสร็จ เยี่ยหลงก็เดินจากคนไปทำงานในทันที
ไม่นานงานของเยี่ยหลงก็เริ่มต้นขึ้น และทำให้เอี้ยเฉินรู้ว่างานที่เยี่ยหลงทำ ก็คืองานขับร้องบรรเลงดนตรี
เอี้ยเฉินที่รู้ดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร แม้สำหรับเขาการขับร้องจะเป็งานของสตรีก็ตาม คนนั่งฟังไปพลางดื่มสุราไปก็รู้สึกเพลิดเพลินดีเหมือนกัน
และแล้วเวลาเที่ยงคืนครึ่งก็มาถึง ฟีนิกซ์ ฝัด และเยี่ยหลง ก็ขอเจ๊เพ็ญเลิกงานก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงมาเพื่อสังสรรค์กับพ่อของเยี่ยหลงที่โต๊ะสามของร้าน
เมื่อทั้งสามเลิกงาน ทั้งสามก็เดินมายังเก้าอี้ที่โต๊ะสาม ในทันที ครั้นคนมานั่งกันครบแล้ว เยี่ยหลงก็หยิบแฟ้มเมนูอาหารที่วางอยู่ที่โต๊ะ และเรียกเด็กเสิร์ฟมาใกล้ จากนั้นก็เริ่มสั่งอาหาร " ผมเอาข้าวผัดไข่ หนึ่งโถ กุ้งเผา สองกิโล หมึกผัดไข่เค็ม หนึ่งจาน แกงเขียวหวาน หนึ่งถ้วย ผัดไท หนึ่งจาน และแก้วกับน้ำแข็งมาหนึ่งแก้ว "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวสั่งของตนเสร็จ ก็หันไปกล่าวถามกับทุกคน " มีใครจะเอาอะไรอีกมั้ยครับ "
" พ่อไม่เอาอาหารแล้วล่ะลูก ดูจากที่สั่งมาน่าจะเยอะพอควรจนกินไม่หมดแล้วล่ะ พ่อขอเป็สุราเพิ่มมาแทนก็แล้วกัน เพราะสุราที่เหลือน่าจะกินได้ไม่นานก็หมดสำหรับสี่คน " เอี้ยเฉินกล่าว
" พ่อไม่เอาแต่ผมเอาครับ อาหารเพิ่มอะ " ฟีนิกซ์กล่าวกับเยี่ยหลงและเอี้ยเฉินในเวลาเดียวกัน
พอกล่าวเสร็จ คนก็หันไปพูดกับเด็กเสิร์ฟ " ไอ้น้อง พี่เอา ปลากระพงนึ่งมะนาว หนึ่ง ปลากระพงทอดน้ําปลา หนึ่ง ปลาช่อนราดพริก หนึ่ง ปลาช่อนลุยสวน หนึ่ง และขอโค้กสิบขวดกับน้ำแข็งเย็นๆใส่แก้วมาแก้วหนึ่ง "
พอสั่งกับเด็กเสิร์ฟเสร็จ คนก็หันไปถามฝัด " แล้วมึงล่ะ เอาอะไรรึเปล่าไอ้ฝัด "
ฝัดกล่าวตอบฟีนิกซ์พลางกล่าวสั่งเด็กเสิร์ฟ " ผมไม่เอาอาหารอะไรแล้วล่ะพี่ ขอแก้วกับน้ำแข็งและเหล้ามาเพิ่มก็แล้วกัน ดูท่าเหล้าสุราจะไม่น่าอยู่ถึงครึ่งชั่วโมงร้านปิด "
เมื่อทุกคนบอกความ้าของตนแก่เด็กเสิร์ฟมากันครบหมดทุกคนแล้ว เด็กเสิร์ฟก็เดินจากโต๊ะไป ไปจัดการของตามสั่งให้ในทันที และอย่างแรกที่มาถึงยังโต๊ะก็คือ แก้ว กับน้ำแข็ง และน้ำตามสั่งของแต่ละคน
ครั้นน้ำโค้กกับแก้ว และน้ำแข็งของฟีนิกซ์มาถึง ฟีนิกซ์ก็ไม่รีรอช้า เอาน้ำแข็งใส่แก้วและเทโค้กใส่ตาม ต่อมาคนก็หยิบขวดขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กประมาณร้อยห้าสิบมิลลิลิตรออกมาจากกระเป๋ากางเกงตน และเปิดขวดเทน้ำที่อยู่ข้างในผสมลงไปในแก้วโค้กนิดหน่อย จากนั้นก็ใช้นิ้วคนวนผสมให้เข้ากัน
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็เกิดสงสัยว่าใส่อะไรลงไปจึงกล่าวถาม " คุณฟีนิกซ์ใส่อะไรผสมลงไปหรอครับ "
ฟีนิกซ์ตอบ " ของเหลวที่จะช่วยให้กูเมาร่วมกับพวกมึงได้ไงเว้ย "
" ของเหลวอะไรหรอครับ ? " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" พี่ฟีนิกซ์ เขาผสมยาแก้ไอลงไป เพื่อให้ตัวเองเมาได้โดยไม่กินเหล้าน่ะ " ฝัดกล่าวบอกแทน
" อ๋อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง " เยี่ยหลงเอ่ยเข้าใจ
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงหรืออีกสองนาทีคือครึ่งชั่วโมง อาหารที่สั่งไปก็ทยอยมาเสิร์ฟจนครบสิ้น พวกเยี่ยหลงที่เริ่มสังสรรค์เครื่องดื่มกันก่อนที่อาหารจานแรกจะมา ตอนนี้อาหารมาจนครบคนก็กรึ่มๆกันหมดแล้ว ยกเว้นเอี้ยเฉินที่เมาสุดๆไปแล้ว
ปัจจุบันนี้เหลืออีกแค่สองนาที ร้านบอสกุ้งเผาก็จะปิดทำการ เจ๊เพ็ญที่เห็นว่าร้านจะปิดทำการ คนจึงเดินเอาเงินเดือนมาให้แก่คนทั้งสามและกล่าวบอก " นี่เงินเดือนที่เหลือจากการที่หักค่าเหล้าค่าอาหารที่พวกเรากินกันไปแล้วนะ โอม ฟีนิกซ์ ฝัด เงินเดือนคนละหนึ่งหมื่นหนึ่งพันสองร้อย ลบคนละสี่พันสอง ก็เหลือคนละเจ็ดพันบาทนะ "
ฟีนิกซ์ที่อยู่ใกล้เจ๊เพ็ญมากที่สุด ก็รับเงินเดือนมาจากมือเจ๊เพ็ญและแจกจ่ายแก่ฝัดและเยี่ยหลง
" แล้วนี่กินกันอิ่มยังพวกเราอะ " เจ๊เพ็ญถาม
" ถามทำไมเจ๊ เจ๊จะมาขอกินด้วยเหรอ นี่มันของแขกนะเจ๊ เจ๊เป็เ้าของร้านทำไมไม่ให้พ่อครัวทำให้กิน มาขอกินเป็หมาเลยนะเจ๊อะ " ฟีนิกซ์กล่าวด้วยอาการกรึ่มๆ
" ว๊าย ไอ้ฟีนิกซ์ ไอ้ปากเสีย ที่ฉันถามก็เพราะว่าร้านฉันจะปิดแล้ว และก็เหลือแต่พวกแกนั่นแหละที่ยังกินสังสรรค์กันไม่เสร็จ ถ้าไม่ปิดร้านตรงเวลานะและหน่วยงานควบคุมมาเห็น เจ๊ไม่โดนเตือนก็โดนปรับแน่นอน ดีไม่ดีล่ามไปถูกสั่งปิดร้านชั่วคราวขึ้นมาเจ๊ก็ซวยน่ะสิ " เจ๊เพ็ญกล่าว
ฟีนิกซ์ที่ได้ฟังก็นิ่งๆทำตัวงงๆอยู่สักพัก ก่อนจะกล่าวถามกับพวกเยี่ยหลงด้วยน้ำเสียงกรึ่มๆ " พวกเรา กินกันพอยังวะ "
ฝัดตอบ " ผมยังไม่วะพี่ "
" ผมก็ยังต่อได้อยู่ครับ คุณฟีนิกซ์ " เยี่ยหลงกล่าวตอบ ฟีนิกซ์ ก่อนจะหันไปถามพ่อตน " แล้วท่านพ่อล่ะขอรับ ยังกินกันไหวมั้ย "
" พักสักครึ่งของหนึ่งจิบชา ก็กลับมากินต่อไหวลูกพ่อ " เอี้ยเฉินกล่าว
" ถ้าสหายทั้งหลายกล่าวมาแบบนั้น ว่ายังคงไหวและไปต่อกันได้ งั้นเจ๊ เอากับข้าวกับปลากับเหล้าเครื่องดื่มทั้งหลายใส่กล่องใส่ถุงห่อกลับบ้านให้พวกผมที พวกผมจะไปปาร์ตี้ต่อที่ห้องไอ้ฝัด " ฟีนิกซ์กล่าวด้วยน้ำ
เสียงกรึ่มๆ
" โอเค ได้ " เจ๊เพ็ญตอบรับ ก่อนจะหันไปกล่าวกับพวกเด็กเสิร์ฟ " พวกเธอห่อกับข้าว กับเหล้า เครื่องดื่ม ที่โต๊ะนี้ใส่ถุงใส่กล่องกลับบ้านให้พวกมันที "
เด็กเสิร์ฟที่ได้รับคำสั่ง คนก็ทำตาม ไม่นานก็ห่อข้าวของที่คนขอกลับบ้านให้จนหมดเสร็จ และนำมาใส่มือคนโดยแบ่งๆกัน
พวกเยี่ยหลงที่ได้รับข้าวของพร้อมไปสังสรรค์กันต่อแล้ว พวกคนก็เดินจากลาและกล่าวลากับเจ๊เพ็ญพลางโบกไม้โบกมือลาพร้อมๆกัน""" ไปก่อนครับเจ๊ สวัสดีครับ """
" เออ เออ โชคดี ขับรถกันดีๆล่ะ อย่าไปแหกโค้งที่ไหนกันนะ " เจ๊เพ็ญะโไล่หลัง
ไม่นานหลังจากรถของฝัดและฟีนิกซ์ออกตัวจากร้านบอสกุ้งเผ่า ผ่านมาประมาณประมาณสามนาที รถของฝัดและฟีนิกซ์ก็มาถึงยังแฟลตของฝัด และทั้งหมดก็พากันไปปาร์ตี้ต่อในห้องของฝัด จนถึงตีสอง ทั้งเยี่ยหลง เอี้ยเฉิน ฝัด และฟีนิกซ์ ก็เมาหันจนหลับกันไป
เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า วันที่ หนึ่ง พฤศจิกายน เยี่ยหลง ที่ตื่นขึ้นมาเป็คนแรก ก็ลุกขึ้นมานั่งพร้อมอาการมึนๆงงๆเวียนหัว อ่อนเพลีย ก่อนที่คนจะหยิบสมาร์ทโฟนจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูนาฬิกา
ทันทีที่คนเห็นเวลา คนก็หายมึนงงอ่อนเพลีย เปลี่ยนมาเป็ตาเบิกโพลงใลนลานและกล่าวเรียกปลุกทุกคนที่หลับให้ตื่น " คุณฟีนิกซ์ ท่านพ่อ พี่ฝัด ตื่น " เยี่ยหลงกล่าวเรียกแบบซ้ำๆไปรื่อยๆ
" อะไรคนจะนอน มาปลุกอะไรเช้าๆแบบนี้วะ " ฟีนิกซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงคนเมาปนงัวเงีย
" ใช่พี่ฟีนิกซ์พูดถูก นี่เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเอง จะรีบไปไหนวะไอ้เยี่ยหลง " ฝัดกล่าวด้วยน้ำเสียงเมางัวเงีย
" ใช่ ยังเช้าอยู่เลย ลูกจะรีบไปไหน พ่อยังรู้สึกหนักหัวจากสุราอยู่เลย ขอนอนสักอีกชั่วยามก็แล้วกันนะ " เอี้ยเฉินกล่าว
" เจ็ดโมง ยามเฉินอะไรครับ นี่มันสิบเอ็ดโมงเช้าหรือยามซื่อแล้ว " เยี่ยหลงกล่าวด้วยเสียงดัง
ทั้งสามที่ได้ยินดังนั้นก็ยังไม่ตอบสนองในทันที แต่ใช้เวลาไม่นานประมาณสิบห้าวิ ทั้งสามก็เด้งตัวลุกขึ้นมาด้วยท่าทีใและกล่าวพร้อมกัน """ ห๊ะ สิบเอ็ดโมง ยามซื่อ """
ทันทีที่ฝัดทราบว่าตอนนี้เวลาว่าสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว คนก็รู้ในทันทีว่าเปิดร้านนั่งเล่นช้าเสียแล้ว คนก็รีบเร่งลงจากเตียงลุกขึ้นยืนและหยิบผ้าขนหนู จากนั้นก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปในทันควัน
ส่วนเอี้ยเฉินที่รู้ว่าตนสังสรรค์กับลูกจนเมื่อวานไม่ได้กลับบ้าน คนก็แสดงท่าทีลนลานพลางกล่าวกับตนเอง " ตาย ตาย ตาย ข้าตายแน่ๆ ไม่ได้กลับบ้าน "
เยี่ยหลงที่เห็นบิดาตนลนลานแบบนั้น คนจึงเข้าไปเรียกสติบิดาตน " ท่านพ่อ ท่านใจเย็นๆก่อน ท่านแม่ไม่เอาท่านถึงตายหรอก " เยี่ยหลงกล่าวยังไม่ทันจบ
ฟีนิกซ์ก็แทรกขึ้น " ใช่ อย่างน้อยก็แค่สาหัส "
" หื๊อ " เยี่ยหลงร้องเสียงสูงออกมา ก่อนจะกล่าว " แล้วคุณฟีนิกซ์จะพูดให้พ่อผมขวัญเสียทำไมครับ "
หลังจากกล่าวบอกกับฟีนิกซ์เสร็จ เยี่ยหลงก็หันมาพูดกับบิดาตนต่อ " ท่านพ่อเชื่อลูก ท่านแม่ไม่มีวันทำร้ายร่างกายท่านพ่อจนาเ็หรอก สิ่งที่ท่านพ่อจะโดนอย่างน้อยก็แค่นอนนอกบ้าน หากท่านพ่อบอกท่านแม่ไปว่าทั้งคืนอยู่กับลูก "
เอี้ยเฉินที่ได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกมีขวัญกำลังใจขึ้นเยอะ เมื่อเป็เช่นนั้นแล้ว คนจึงค่อยๆเรียกสติกลับมามารวมกัน จนหายลนลาน
ฟีนิกซ์ที่ได้ยินทั้งสองคนคุยกัน และรู้ว่าทั้งสองคนกำลังรีบ คนจึงกล่าวกับเยี่ยหลง " เยี่ยหลง สรุปมึงกับพ่อมึงยังรีบอยู่มั้ยวะ ถ้าไม่รีบก็ไปพร้อมไอ้ฝัด แต่ถ้ารีบก็มารถกู กูให้เวลามึงคิดห้าวิ"
เมื่อฟีนิกซ์กล่าวจบ คนยังไม่ทันได้เริ่มนับเวลา เยี่ยหลงก็กล่าวบอกกับคนว่า " รีบครับ งั้นผมกับพ่อไปรถคุณฟีนิกซ์นะ "
" ตามนั้น งั้นตามกูมา " ทันทีที่ฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนก็เปิดประตูห้องและออกวิ่งเพื่อไปหารถตนในทันที เยี่ยหลงกับเอี้ยเฉินที่เห็นดังนั้นก็วิ่งตามไป
พอมาถึงรถและทั้งสามคนขึ้นรถเสร็จ รถก็ออกตัวในทันควัน
ไม่นานก็มาถึงยังร้านนั่งเล่น ฟีนิกซ์ก็ลงจากรถไปเปิดประตู เมื่อเปิดประตูเสร็จ เยี่ยหลงก็ผลักประตูร้านเข้าไปในฉับพลัน และมุ่งไปยังหลังร้าน
แต่ก่อนที่จะได้เปิดประตูหลังร้านเพื่อไปหาประตูเชื่อมมิติ ฟีนิกซ์ก็เอ่ยรั้งคนเอาไว้ก่อน " เยี่ยหลงหยุดก่อน "
เยี่ยหลงที่ได้ยินก็หยุดและหันมาถาม " มีอะไรหรอครับ คุณฟีนิกซ์ "
ฟีนิกซ์ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตนและหยิบเงินออกมา " นี่เงินเดือน เดือนตุลาของมึง หนึ่งหมื่นหกพันหนึ่งร้อยบาท เอาไป "
เยี่ยหลงรับมา ก่อนจะกล่าวขอบคุณ " ขอบคุณครับ "
เมื่อรับเสร็จ เยี่ยหลงก็มุ่งพาบิดาตนไปที่ประตูมิติ จากนั้นก็พากันเข้าไป กลับไปสู่ยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด
พอมาถึงร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด เยี่ยหลงก็เดินมาส่งบิดาตนที่หน้าร้านเป็พอ และปล่อยให้บิดาตนเดินกลับบ้านไปคนเดียว เหตุเพราะตนตื่นสายและทำให้เปิดร้านช้า คนเลยเสียเวลาไปส่งถึงบ้านไม่ได้
เอี้ยเฉินที่กลับมาสู่โลกเดิมเมืองเดิมของตนแล้ว คนก็ไม่รีรอช้ารีบเร่งเดินกลับสู่บ้านตนในทันที
เมื่อมาถึงบ้าน คนก็ค่อยๆเปิดประตูบ้านเบาๆเข้าไปทีละนิดพลางย่องเดินร่วมเข้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพื่อไม่ให้ฮูหยินตนนั้นได้ยิน
แต่ทว่าคนเดินเข้าไปแค่ถึงโต๊ะรับประทานอาหาร เสียงเรียกถามเสียงหนึ่งจากสตรีก็ดังขึ้นมา " ไปไหนมา "
เอี้ยเฉินที่ได้ยินก็ขนลุกซู่ และค่อยๆหันไปมองยังทิศที่เสียงดังมา และจึงกล่าวถาม " มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ แม่จ๋า "
" แม่ถามว่าไปไหนมา " มู่ชางเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงขึ้นเสียง
" ไป ไป ไป เที่ยวกับลูกมา " เอี้ยเฉินใกล่าวมาอาการตะกุกตะกัก
" ไปเที่ยวกับลูกมา ไปได้อย่างไร " มู่ชางเยว่กล่าวถามด้วยน้ำเสียงใจเย็นเบาลงขึ้นมาก
" ก็หลังจากที่ประลองเสร็จ ลูกาเ็หนักมาก แต่ลูกไม่อยากรับการรักษาที่นี่ จึงขอให้พ่อพาร่างไปรักษาที่ร้านที่ลูกทำงานอยู่น่ะ พอรักษาเสร็จ ลูกหายเป็ปลิดทิ้ง พ่อจึงขอตามลูกไปที่ทำงานของลูกด้วย พอดีที่ทำงานของลูกเป็ร้านอาหารร้านสุรา พอลูกทำงานเสร็จ พ่อกับลูกและสหายของลูกก็สังสรรค์กันหนักมาก ตื่นมาก็ยามซื่อแล้ว พ่อขอโทษจริงๆนะแม่จ๋าที่หายไปโดยไม่ได้บอก จนทำให้เป็ห่วงน่ะ " เอี้ยเฉิน
กล่าวมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดขอโทษอย่างจริงใจที่ทำให้เป็ห่วง
" งั้นก็แล้วไป คิดว่าไปเถลไถลที่ไหนจนลืมกลับบ้าน " มู่ชางเยว่กล่าว ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้และถามต่อ " เออ จริงสิ ท่านพี่ ท่านได้ไปที่ทำงานของลูกมาแล้ว แสดงว่าก็ต้องรู้ว่าร้านอยู่ไหนแล้วสิ "
" ก็ใช่ น้องหญิง ถามทำไมหรอ ? " เอี้ยเฉินถามกลับ
" ท่านพี่ได้ไปแล้ว ข้าก็อยากไปมั้งสิ ข้าอยากรู้ว่าวันๆลูกทำอะไรบ้าง งานหนักมากรึเปล่า เหนื่อยมากมั้ย ก็ประมาณนี้แหละ " มู่ชางเยว่กล่าว
" เื่งานของลูก น้องหญิงไม่ต้องเป็ห่วงหรอก งานของลูกเป็งานสบายๆ ไม่ใช้แรงหนักมาก พ่อเห็นมากับตาััมากับตัว ส่วนเื่ที่น้องหญิงอยากจะไปที่ทำงานของลูก ไว้รอวันไหนเราว่างๆค่อยพากันไปหาลูกเอาตามนี้มั้ย " เอี้ยเฉินกล่าว
" แม่เอาตามนั้นก็ได้ " มู่ชางเยว่กล่าว
" ดูเหมือนน้องหญิงจะหายโกรธพี่แล้ว งั้นโทษที่พี่สังสรรค์กับลูกเพลิน ก็เป็ว่าไม่มีอะไรแล้วสินะ น้องหญิง "
มู่ชางเยว่ตอบกลับทันควัน " มี ใครบอกว่าไม่มี คืนนี้นอนนอกบ้านเลยนะ " พอคนบอกเสร็จ ก็สะบัดหน้าเดินจากไปในทันที
' โธ่ นึกว่าจะรอดแล้วเรา ' เอี้ยเฉินคิด ก่อนจะกล่าวพร้อมเดินตามหลังคนไป " โธ่ น้องหญิง พี่ขอโทษอย่าให้พี่นอนนอกบ้านเลยนะ "
เวลาผ่านไปสี่วัน หรือปัจจุบันวันนี้คือ วันที่ห้า
พฤศจิกา เวลา่เช้า เยี่ยหลงที่เหม่อลอยถอนหายใจปัดฝุ่นอยู่ที่เดิมซ้ำๆ ณ สถานบริการเครื่องดื่มภายในร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดอยู่เป็เวลานาน
แคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางร้านอยู่นาน จึงสังเกตเห็นและเดินเข้าไปหา จากนั้นจึงกล่าวเรียกด้วยน้ำเสียงธรรมดา " เยี่ยหลง "
คนไม่ตอบ
" เยี่ยหลง " คนขึ้นเสียงขึ้นมาเล็กน้อย
คนก็ยังไม่ตอบ
" ไอ้เยี่ยหลง " คราวนี้แคนะโใส่พลางยื่นมือไปที่ใกล้เบื้องหน้าเยี่ยหลงและดีดนิ้ว
เยี่ยหลงหลุดออกจากภวังค์และตะกุกตะกักเอ่ยถาม " ครับ ครับ ครับ มีอะไรรึเปล่าคุณแคน "
" กูน่ะ ไม่มีหรอก แต่มึงอะมีอะไรรึเปล่า " แคนกล่าวถาม
" ก็ไม่มีอะไรหนิครับ " เยี่ยหลงตอบ
" ไม่มีอะไร แล้วมึงจะเหม่อลอยถอนหายใจปัดฝุ่นที่เดิมซ้ำๆอยู่ทำไม ถ้ามีแข่งปัดฝุ่นเอาความสะอาดเฉพาะจุดนะ มึงคงแชมป์แล้วล่ะไอ้เยี่ยหลง " แคนกล่าว
" ผมดูมีปัญหา ชัดขนาดนั้นเลยหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
แคนกล่าวตอบ " ถ้ากูมองมึงจากดวงจันทร์ด้วยตาเปล่านะ ยังชัดเลย "
" สรุปมีอะไรบอกได้นะเว้ย " แคนกล่าวบอก
" คือเื่มันเป็ยังงี้เว้ยแคน " ฟีนิกซ์ที่โผล่มาจากทางด้านทางที่จะไปยังประตูเชื่อมมิติกล่าวพร้อมกับเดินเข็นกระดานที่ติดกระดาษมากมายเอาไว้มา " คือไอ้เยี่ยหลงเนี่ย มันไปประลองกับคู่หมั้นเก่ามันมา และมันแพ้ มันก็เลยหดหู่อย่างที่เห็นเนี่ยแหละ "
" อ๋อ เป็งี้นี่เอง " แคนเอ่ยเข้าใจ
" แล้วมึงคิดเอาไว้รึยังวะ ว่าจะเอายังไงต่อกับเื่นี้ จะยอมแพ้ หรือ สู้ต่อ " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
เยี่ยหลงตอบกลับทันควัน " สู้ต่อครับ ผมท้าประลองกับนางอีกครั้งไปแล้ว คือ อีกสามปีข้างหน้า ฉะนั้นผมมีเวลาเพิ่มความแข็งแกร่งในทุกๆด้านเพียงแค่สามปีครับ "
" มึงก็รู้ทางที่จะไปหนิ แต่ทำไมมึงถึงมานั่งกลุ้มใจวะ หรือมึงไม่รู้ว่าจะเดินไปยังไง " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
" ใช่ครับ ที่เหม่อๆลอยๆก็เพราะว่าใช้ความคิดอยู่ว่า จะทำยังไงผมถึงจะแข็งแกร่งขึ้นได้อีกมากๆในเวลาสามปีน่ะครับ " เยี่ยหลงกล่าวบอก
" มึงก็ไปประลองที่สนามประลองใต้ดินเหมือนเดิมดิวะ เห็นไอ้ฟีนิกซ์แชทบอกในแชทกลุ่มว่ามึงมีพร์ในการบ่มเพาะพลังมากพอควรหนิ " แคนกล่าว
" ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ เพราะผมต้องทำงาน อย่าลืมนะครับว่า ผมเสร็จงานที่ร่านนั่งเล่นหรืองานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดเสร็จแล้ว ผมต้องไปทำงานต่อที่ร้านบอสกุ้งเผาต่ออะ แม้จะลาได้ แต่ก็ถูกหักเงินอยู่ดี ถ้าผมไม่มีหนี้ผมคงใช้สิทธิ์ลาและทำตามที่คุณแคนกล่าวแล้วล่ะครับ " เยี่ยหลงบอก
" เออจริงวะ มันมีหนี้ตั้งหนึ่งล้านเหรียญทอง " แคนกล่าว
" ที่มึงมาหดหู่อย่างงี้เพราะไม่รู้ว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งยังไงไม่ให้เสียงานใช่มั้ย " ฟีนิกซ์ถาม
" ใช่ครับ "
" ตอนนี้ที่กูนึกได้ก็มีอยู่สองวิธี หนึ่ง คือ เอนชานท์เวทมนต์ใส่รอยสักที่สักใส่บนิัตามตัว สอง "
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ฟีนิกซ์ยังไม่ทันเอ่ยต่อจากคำว่า สอง เสียงนาฬิกาสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
ฟีนิกซ์หยิบสมาร์ทโฟนออกมา และปิดนาฬิกา จากนั้นก็กล่าวบอกเยี่ยหลง " อย่างที่สองเดี๋ยวกูกลับมาบอก รอแป๊บหนึ่ง ขอไปทำธุระที่ห้องกูก่อน " พอกล่าวเสร็จคนก็เดินกลับไปยังทาง ทางประตูเชื่อมมิติ เพื่อกลับไปยังห้องของตน
กริ๊ง กริ๊ง เสียงกระดิ่งติดหน้าประตูร้านดังพลางมีคนเปิดประตูหน้าร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดเข้ามา เป็ซีคกับกิลด์ที่เดินเปิดประตูเข้ามา
" สวัสดีครับ คุณซีค คุณกิลด์ ไปทำภารกิจมา เสร็จกันแล้วหรอครับ " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" เออ เสร็จแล้ว " กิลด์กล่าวตอบพลางเดินมาดูกระดาษที่ติดบนกระดานที่ฟีนิกซ์เข็นมา
" นี่คุณกิลด์เพิ่งกลับมา ยังไม่ทันได้พัก ก็จะกลับไปทำภารกิจอีกแล้วหรอครับ เห็นมาก็มุ่งไปดูกระดาษว่าจ้างก่อนเลย " เยี่ยหลงถาม
" ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นเดี๋ยวไอ้ฟีนิกซ์ ไอ้แคน ก็เอางานสบายๆเงินดีๆไปก่อนน่ะสิ ฉะนั้นเลยต้องมาจองไว้ก่อน " กิลด์กล่าว
" มึงไม่ต้องห่วงว่ากูกับไอ้ฟีนิกซ์จะแย่งงานหรอก เพราะไอ้ฟีนิกซ์เป็คนเข็นกระดานมา มันคงเลือกภารกิจไปแล้วล่ะ " แคนกล่าว
" ดูท่าจะจริง เหลือแต่ภารกิจอะไรก็ไม่รู้ " กิลด์กล่าวพลางเปิดดูกระดาษภารกิจที่ซ้อนทับกันอยู่ จนเจอภารกิจที่ถูกใจ และกล่าวกับซีค " ซีค พวกเราไปทำภารกิจนี้มั้ย "
ซีคตอบ " ผมเอาภารกิจอะไรก็ได้ครับผม "
" ถ้าว่าตามกัน งั้นพักนอนกันคนละสามชั่วโมงก่อน และออกเดินทางเลย" กิลด์กล่าวเสร็จ กิลด์กับซีคก็พากันเดินไปทางด้านทางประตูเชื่อมมิติ เพื่อกลับห้องของตน
เมื่อซีคกับกิลด์เดินจากไปได้ไม่นาน แคนก็ลุกจากที่นั่ง
เย่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็กล่าวถาม " คุณแคนจะไปไหนหรอครับ "
" ถามทำไม ? " แคนถามกลับ
" ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ถามดูเฉยๆ "
แคนตอบ " ก็ไม่มีอะไรหรอก ว่าจะไปดูหนังโป๊ที่ห้องเฉยๆ "
" อ๋อ ครับ "
" ไม่มีอะไรถามแล้วใช่มั้ย "
" ครับ "
" งั้นไปล่ะนะ " แคนกล่าวจบ คนก็เดินจากเยี่ยหลงไปเพื่อกลับไปยังห้องของตนในทันที
แคนหายลับไปได้ไม่นาน เสียงกระดิ่งติดหน้าประตูร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดก็ดังขึ้นพลางประตูถูกเปิดเข้ามา เยี่ยหลงจึงกล่าวทักทาย " สวัสดีครับ ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดยินดีต้อนรับครับ "
ทันทีที่เยี่ยหลงกล่าวทักทายเสร็จ ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่คนที่เปิดประตูเข้ามาปรากฏตัวแก่สายตาเยี่ยหลงอย่างเต็มตาเต็มตัว
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็อึ้ง จากนั้นต่อมาคนก็กล่าวด้วยท่าทีและน้ำเสียงแบบอึ้งๆ " คุณแคน คุณฟีนิกซ์ "
ทันทีที่คนอึ้งเสร็จ คนก็กล่าวออกมาด้วยเสียงดังอย่างไม่อยากเชื่อ " เป็ไปได้ยังไงครับ ตะกี้คุณแคน คุณฟีนิกซ์ เพิ่งจากไปทางนี้เองอะครับ แล้วไหงถึง "