“ ข้าไม่กลัวพวกสภาสวรรค์ ต่อให้พวกมันมาทั้งกองทัพ ข้าก็จะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าเป็นอะไรแน่ เจ้าไม่จำเป็นต้องไปรับใช้คนที่สังหารพี่ชายและพ่อของเจ้า” เทียนไม่อยากให้หยางเจี่ยนต้องไปเป็น เครื่องมือให้ พวกสภาสวรรค์ ทำให้เหยาจีรู้สึกดียิ่งนัก แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หยางเจี่ยนก้มหน้านึ่ง
“ ลำพังตัวท่านเองก็ใช่ว่า จะเอาตัวรอด นี่แค่เพียงระดับขุนพลสวรรค์ ออกมาเท่านั้น หากให้แม่ทัพสวรรค์ออกมา ตัวท่านเองใช่ว่าจะต้านทานไว้ได้”
เทพธิดาฉางเอ๋อ กล่าวด้วยความเป็นห่วง เพราะรู้ว่า ระดับแม่ทัพสวรรค์นั้นน่ากลัวเพียงใด
“ ต่อให้เง็กเซียน มาเองข้าก็ยืนยันเช่นเดิม” เทียนไม่สนใจ
“ ท่านนี่ไม่รู้อะไรบ้างเลยจริงๆ แค่เพียงเจ้าแม่หวังหมู่ เอ่ยปาก เสกให้ท่านเป็นลิง ท่านก็กลายเป็นลิงอย่างง่ายดาย แล้วพวกเขาล่ะ จะอยู่ต่อไปอย่างไร ” เทพธิดาฉางเอ๋อขู่เทียน
“ คิดว่า พูดเสกใคร ก็เสกได้อย่างนั้นหรือ ข้าชักอยากจะลองเจอกับเจ้าแม่หวังหมู่เสียแล้ว” เทียนไม่เชื่อ ว่าการเสกคนให้กลายเป็น สัตว์จะทำกันได้ง่าย ๆ เพราะวิชานี้ ทำได้แต่คนที่มีจิตใจที่อ่อนไหว อ่อนแอ ซึ่งไม่ใช่เทียนอย่างแน่นอน
“ ท่านนี่เปลี่ยนไปเยอะ ถ้าหากตอนนั้น ท่านดื้อรั้นแบบนี้ พวกเราคงไม่ต้องแยกจากกันมาจนถึงทุกวันนี้” เทพธิดาฉางเอ๋อยังคงยึดมั่นว่าเทียน คือ โฮ่วอี้ คนรักของเธอ
“ ข้ายอมรับ ข้าจะไปทำงานชดใช้ ความผิดแทนท่านแม่เอง” จู่ๆ หยางเจี่ยนรีบเอ่ยขึ้นมา ไม่อยากให้อาจารย์ต้องเสี่ยงอันตรายเพราะพวกเขาอีก แล้วเขาไม่กลัวว่าจะลำบากที่จะรับใช้พวกสภาสวรรค์
“ ดีแล้ว เจ้านี่มีความคิด มากกว่า อาจารย์เจ้าเสียอีก” เทพธิดาฉางเอ๋อเอ่ยออกมา แต่หันหน้ามามองเทียนตาไม่กะพริบ
เทพธิดาเหยาจี ได้ยินลูกชายตัดในใจแบบนี้ก็โผเข้ากอดลูกชายทันที ส่วนฉานน้อย ก็ไม่รู้เรื่องอะไร เห็นแม่ร้องไห้ ก็ร้องไห้ตามไปด้วย
“ เป็นเพราะแม่แท้ ๆ ทำให้ลูกต้องลำบากเช่นนี้”
“ ไม่เป็นไร ท่านแม่ ข้าไม่กลัวความยากลำบาก อาจารย์บอกว่า พวกทัพสวรรค์ก็แค่นั้น ไม่มีใครทำอะไรอาจารย์ได้ ดังนั้น ข้าผู้เป็นศิษย์ ก็ต้องทำให้ได้อย่างอาจารย์” หยางเจี่ยนเอ่ยบอกแม่ ส่วนฉานน้อยเอามือเล็ก ๆ เช็ดน้ำตาให้แม่
“ ท่านสอนศิษย์ ได้ดีจริง ๆ”
“ ดียังไง” เทียนสงสัย
“ ช่างโอหัง อวดดี เหมือนกันเลย” เทพธิดาฉางเอ๋อ เอ่ยออกมา ในขณะที่สายตากำลังมองสามคนแม่ลูกที่กอดกันอยู่ โดยที่ไม่ได้มองหน้าเทียน
“ เอ่อ... เรื่องนี้ข้าจำได้ ว่าข้าไม่เคยสอนนะ” เทียนเอ่ยออกมาเบาๆ ได้ยินเพียงสองคนกับเทพธิดาฉางเอ๋อเท่านั้น
หลังจากนั้น เทพธิดาฉางเอ๋อก็ขึ้นไปรายงานเรื่องนี้กับ เง็กเซียนฮ่องเต้ และเจ้าแม่หวังหมู่
“ ได้ข้าเห็นด้วย ตามที่เทพธิดาฉางเอ๋อ เสนอมา” เง็กเซียนเห็นทางออกเรื่องนี้ก็รีบตอบรับทันที
“ เสด็จพี่ใจเย็นๆ ถามท่านผู้คุ้มกฏก่อน ว่าเป็นไปได้ไหม” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยถามท่านเซียนสือโฮ่ว
“ เรื่องนี้ทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้หยางเจี่ยน ปฏิบัติภารกิจสวรรค์ หนึ่งแสนครั้ง
ทางสวรรค์ถึงจะปล่อยให้ เทพธิดาเหยาจี ออกมาเป็นอิสระได้” เซียนสือโฮ่วเอ่ยออกมาเช่นนี้ เทพธิดาฉางเอ๋อถึงกับตกใจ
“ หนึ่งแสนภารกิจเชียวหรือ” เง็กเซียนถึงกับย้อนถามอีกครั้ง
“ กฏสวรรค์ เขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้ว”
“ ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นเทพธิดาฉางเอ๋อ ไปบอกพวกเขา ให้เหยาจี อยู่ที่เถาซานไปก่อน
แล้วรอให้ หยางเจี่ยนปฏิบัติภารกิจครบ ค่อยปล่อยเหยาจีออกมา” เง็กเซียนเห็นว่าไม่ต้องตามล่า หลานๆ ของเขาแค่นี้ก็ดีแล้ว
เขาเถาซาน
“ อะไรนะ หนึ่งแสนภารกิจเชียวหรือ” เทียนเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก
“ นี่เป็นกฎสวรรค์” เทพธิดาฉางเอ๋อเอ่ยไม่เต็มเสียงนัก
“ กฏบ้า นี่เอาเปรียบกันชัด ๆ” เทียนเอ่ยออกมา ด้วยความไม่พอใจ
“ ไม่เป็นไร ท่านอาจารย์ ขอเพียงท่านแม่ และ น้องปลอดภัย ข้าต้องทำให้ได้”
“ เป็นเด็กที่ดี จริงๆ ดีแล้วอย่าดื้อรั้น หลงตัวเอง เอาแต่ใจ เหมือนใครบางคน
จะทำให้ตัวเอง พบกับหนทางที่ยากลำบากในอนาคต” ฉางเอ๋อเอ่ยชื่นชม หยางเจี่ยน แต่เทียนฟังแล้วเหมือน ตัวเองโดนต่อว่า ยังไงไม่รู้
“ เจ้าไปร่ำลา แม่กับน้อง ข้าจะพาเจ้าไปรายงานตัวบนสวรรค์ ส่วนแม่กับน้องของเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไป เทพธิดาเหยาจี จะอยู่ที่นี่ อย่างปลอดภัย รอจนกว่าเจ้าทำภารกิจสำเร็จ ค่อยมาพาออกไป ส่วนฉานน้อยข้าจะพาไปพบเจ้าแม่หนี่วาเอง” เทพธิดาฉางเอ๋อ เอ่ยปากออกมาฟังแล้วเป็นเรื่อง ง่าย ๆ
“ เดี๋ยวก่อน หยางเจี่ยนอายุแค่ 8 ขวบ ข้าอยากให้เขาไปเรียนวิชา กับท่านเซียนผูถี ไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้ไหม” เทียนเอ่ยถาม
“ เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกคนที่จะมาเป็นขุนพลสวรรค์ ต้องร่ำเรียนที่โรงเรียนสวรรค์ อยู่แล้ว ท่านเซียนผูถี ก็สอนประจำอยู่ที่นั่น ข้าจะพาเขาไปเอง”
เทียนรู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกเยอะ เห็นทั้งสองคนกำลังจะจากไป แล้วก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา เทียนนำอาวุธวิญญาณออกมา ให้ทั้งสองคนเลือก หยางเจี่ยนขอปลอกแขน กับเสื้อเกราะสวรรค์ ส่วนฉานน้อยเลือกเครื่องประดับผู้หญิงไปมากมาย
“ ฉานน้อยเอาไปทำไมมากมายขนานนั้น” เหยาจีผู้เป็นแม่เอ่ยเตือน
“ ฉานน้อยจะเอาไปฝากพี่โคมด้วย” เทียนได้ยินก็สงสัย พี่โคมนี่เป็นผู้หญิงหรือนี่
เทียนยังเป็นห่วงหยางเจี่ยน ที่ต้องไปอยู่กับพวกสวรรค์ จึงเรียกให้ กระรอกห้าสีออกมา
“ เสี่ยวไป๋ ต่อไปเจ้าอยู่กับหยางเจี่ยน คอยดูแลเขา อย่าให้ใครมาทำร้ายเขาได้”
“ เจ้านาย ข้าอยากอยู่กับท่าน” เสี่ยวไป๋เอ่ยอย่างน่าสงสาร เทียนหยิบผลึกเซียนแมงมุมออกมา แล้ว มีมุกสีทองที่นำมาจากสุสานเตมูจิน หล่นออกมาที่พื้นด้วย
“ มุกมังกร” เสี๋ยวไป๋ ตะโกนเสียงดัง
“ มุกมังกร คืออะไร” เทียนสงสัย
“ มุกมังกร เป็น ดวงจิตของมังกรฟ้าที่หมดอายุขัย แล้วเก็บพลังทั้งหมดเอาไว้ให้ลูกหลานทายาทมังกร สัตว์วิญญาณตนใด หากได้กินเข้าไป จะได้รับพลังมังกร
ทั้งหมด บางทีอาจสำเร็จเป็นเซียนเลยก็เป็นได้” เทพธิดาฉางเอ๋ออธิบายออกมา
“ เจ้านาย หากว่าท่านให้ข้ากิน ข้าจะอยู่ดูแลนายท่านน้อย ทำตามคำสั่งทุกไม่จากไปไหนเลย นะ นะ นะ” เทียนไม่ใส่ใจมุกมังกรลูกนี้อยู่แล้ว เลยโยนให้ไป
เสี่ยวไป๋ กระโดดขึ้นไปอ้าปากกลืนกินไข่มุกมังกรทันที หลังจากมันกินไข่มุกมังกรเข้าไปร่างกายของมัน ไม่ใช่กระรอก ห้าสีอีกแล้ว กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่
มีหัวคล้ายมังกร ลำตัวเหมือนสุนัขมีเกล็ด สีดำสนิท แล้วกลับกลายร่างเป็น กระรอก 5 สี แล้ว กลายเป็น มังกรสีดำเลื้อยไปมา แล้วกลับมากลายเป็นมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ ขอบคุณนายท่าน” เสี๋ยวไป๋กลายเป็นชายหนุ่มคุกเข่าต่อหน้าเทียนและ หยางเจี่ยน กับ ฉานน้อย
“ นี่เจ้าแปลงร่างได้ด้วยหรือนี่” หยางเจี่ยนรีบเอ่ยถามทันที
“ ได้ ข้าสามารถแปลงกายได้ทั้ง หมด 36 ร่างแปลง” หนุ่มน้อยเสี๋ยวไป๋
“ เหมือนกับว่า เจ้าจะจำได้แล้วใช่ไหม ว่าเจ้าเคยเป็นใครมาก่อน” เทียนเอ่ยถามทันที
“ ใช่แล้ว ข้าเคยเป็นเซียนสัตว์วิญญาณสวรรค์ สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์อะไรได้
ยิ่งเวลานี้ ข้าได้มุกมังกรสวรรค์ พลังของข้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว” เสี๋ยวไป๋เอ่ยอย่างมีความสุข
“ ถ้าเช่นนั้นก็ดี ต่อไปดูแล หยางเจี่ยนกันฉานน้อย คอยปกป้องพวกเขาแทนข้าด้วย”
“ ข้าจะดูแลพวกเขาด้วยชีวิต ของข้าเอง” เสี่ยวไป๋เอ่ยเสียงดัง
“ อาจารย์ให้เขาอยู่กับข้าจริงๆหรือ” หยางเจี่ยนเห็นสัตว์วิญญาณที่เป็นถึงเซียนจะมาคอยดูแลเขาถึงกับดีใจน้ำตาซึม
“ ฉานน้อย ต่อไปเสี๋ยวไป๋จะคอยดูแลเจ้า กับหยางเจี่ยน เจ้าอยากให้เขาแปลงร่างเป็นอะไร ก็บอกเขาได้เลย”
“ จริงนะ”
“ อืม เจ้าชอบสัตว์อะไรล่ะ”
“ ฉานน้อยชอบหมา”
“ แล้วเจ้าล่ะหยางเจี่ยน”
“ ข้าก็ชอบหมาเหมือนกัน” เทียนมองไปเห็นเจ้าเสี่ยวไป๋ กลายเป็นหมาตัวน้อยๆ สีดำ วิ่งวนไปหาเด็กทั้งสองคน หยางเจี่ยนนำเกราะอันเล็กที่เทียนให้ไป มาใส่ให้
เสี่ยวไป๋ ทำให้หมาน้อยเสี๋ยวไป๋ใส่เกราะสีทองเข้าไปแล้วดูน่ารัก งามสง่าไม่น้อย
เสี่ยวไป๋ ก็เห่าออกมา ฟ้าร้องคำรามลั่นตามที่เสียงที่เสี่ยวไป๋เห่าออกมา สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนยิ่งนัก
“ ต่อไปเจ้าคงชื่อเสี่ยวไป๋ไม่ได้แล้ว หยางเจี่ยนเจ้าตั้งชื่อให้มันใหม่ซิ”
“ ข้าตั้งชื่อมันได้ด้วยหรือ” เทียนพยักหน้า เสี่ยวไป๋ยังเห่าก้องไปทั่ว ฟ้าก็คำรามตามเสียงของมัน
“ ให้มันชื่อ เห่าฟ้า นะท่านอาจารย์” หยางเจี่ยนเข้าไปอุ้มมันมา เทียนพยักหน้าเพราะคิดไว้อยู่แล้ว ว่าหยางเจี่ยนคงต้องให้มันใช้ชื่อนี้อย่างแน่นอน
เวลานี้เทียนรู้สึกว่า ร่างตัวเองกำลังจะถูกดูดกลับไปสำนักอักษรสวรรค์แล้ว
เทียนเลยบอกลาทุก ๆคน
“ อาจารย์ท่านจะไปไหน ฉานน้อยไปด้วย” ฉานน้อยร้องไห้กอดขาเทียนแน่น
“ อาจารย์ท่านจะไปไหน แล้วข้าจะพบท่านอีกได้อย่างไร” หยางเจี่ยนก็เอ่ยด้วยน้ำตาไหลไปด้วย
“ อาจารย์มาเพื่อช่วยพวกเจ้า ให้ผ่านจุดเปลี่ยนของชีวิตของ พวกเจ้าเท่านั้น บัดนี้อาจารย์เสร็จสิ้นภารกิจ อาจารย์ต้องไปสู่โลกของอาจารย์แล้ว” เทียนเอ่ยปลอบเด็กทั้งสอง
“ ท่านจะไปไหน” เทพธิดาฉางเอ๋อก็สงสัยเพราะว่าเธอยังไม่คุยกันอย่างเปิดอกกับเทียนเลย
“ ที่...ที่... ข้าจากมา” เทียนพูดได้แค่นี้ ร่างของเทียนก็ค่อย ๆ สลายหายไปในอากาศทันที
“ อาจารย์ “ เด็กน้อยทั้งสองร้องไห้ ส่งเสียงร้องหาเทียนที่หายไปแล้ว
“ ไม่ว่าท่านอยู่ที่ไหน ข้าจะตามหาท่านให้เจอให้ได้” เทพธิดาฉางเอ๋อเอ่ยออกมาเบา ๆ
เทียนกลับมาสู่สำนักเทพอักษรสวรรค์ หน้าตัวอักษรเซียน ทำให้เทียนรู้สึกว่าในห้วงทะเลจิต ของเทียนปรากฎร่างตัวอ่อนสีทอง นอนนิ่งๆ อยู่ในนั้นเทียนไม่รู้ว่ามันคืออะไร ขณะนั้นเอง ร่างของปรมาจารย์ เจียงมู่ฉิน ปรากฎขึ้นมา
“ อาจารย์” เทียนทำความเคารพทันที
“ เจ้าทำภารกิจแรกสำเร็จ ทำให้ตัวอ่อนเซียนของเจ้ากำเนิดขึ้นมาแล้ว”
“ ตัวอ่อนเซียน?”
“ ใช่แล้ว ศิลาอักษรเซียน จะเลือกคนที่มีความสามารถและส่งไปที่ต่างๆ เพื่อทดสอบ หากเจ้า ทำภารกิจสำเร็จ จิตเซียนของเจ้า ก็จะเริ่มกำเนิดขึ้นมา ตอนนี้เป็นเพียงตัวอ่อนเซียนเท่านั้น คงต้องรอให้เจ้าทำภารกิจจนกว่าร่างเซียนกำเนิดจนสมบูรณ์ เมื่อนั้น เจ้าก็จะกลายเป็นเซียนอย่างแท้จริง” อาจารย์ เจียงมู่ฉินอธิบาย
“ แล้วข้าต้องทำภารกิจกี่ครั้ง ร่างเซียนของข้าถึงจะกำเนิดอย่างสมบูรณ์”
“ ไม่มีใครรู้ ขึ้นอยู่กับภารกิจ มีบางคนทำภารกิจเดียวก็เป็นเซียนไปเลย คือพวกพระถังซัมจั๋ง กับลูกศิษย์ทั้งสาม อัญเชิญพระไตรปิฏก กลับมาก็ได้เป็นเซียนกันทุกคน”
“ อาจารย์แล้วข้า จะต้องมาทำภารกิจได้อีกเมื่อไร”
“ คงต้องรอจนกว่า อักษรเซียนจะส่งสัญญาณไปเรียกเจ้า สมัยของข้าต้องทำภารกิจกว่า 20 ครั้ง 20 ปี ถึงจะสำเร็จบรรลุขั้นเซียนได้ “ เทียนฟังจบก็ตกใจ
“ ต้องรอนานขนาดนั้นเชียวหรือ?...”