“หา!” แทนอ้าปากค้างเมื่อได้ยินแต่เมื่อเขาเห็นบลานซ์เก็บดาบและเรียกซัมมอนกลับก็แน่ใจว่าที่พูดนั่นไม่ใช่ล้อเล่น
“แต่นี่มันบอสนะเฮ้ย! จัดการมันได้นายน่าจะเลเวลขึ้นเพียบ แถมของที่ดรอปก็น่าจะไม่ธรรมดา”แทนยังพยายามโน้มน้าวเพื่อนของเขา ความโลภของแทนมากกว่าความเมตตา
แน่ล่ะ...คนปกติก็เป็กันอย่างนี้
“ปล่อยมันไปเถอะเ้าตัวสีอ่อนนั่นน่าจะเป็ลูกของมัน” บลานซ์พูดเสียงเรียบพร้อมกับทำท่าไล่เ้าหมาป่าทมิฬให้หนีไป
“แต่มันก็แค่โปรแกรมนะเฮ้ย!”แทนยังโวยวาย
แต่ไม่ทันเสียแล้วไม่ใช่ไม่ทันเพราะเ้าหมาป่าทมิฬหนีไปแต่ที่ไม่ทันนั้นก็เพราะว่าเงื่อนไขของเควสแอเรียป่าดำได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วเสียงแจ้งจากระบบจึงดังขึ้น
ผู้เล่นบลานซ์และแทนไทยเคลียร์เควส‘จิตเมตตา’ ด้วยการโจมตีบอสหมาป่าทมิฬจนใกล้ตาย แต่ไม่ลงมือสังหาร ตัดสินใจปล่อยบอสไปทำให้เงื่อนไขการ์ดแอเรียป่าดำถูกเคลียร์ เพลเยอร์บลานซ์ได้รับการ์ดแอเรียของป่าดำการ์ดแอเรียระดับ H
ผู้เล่นบลานซ์ได้รับการ์ดแอเรีย‘ป่าดำ’ ระดับH 1 ใบและเป็เ้าของจุดพักแรมในเขตป่าดำ รายได้ 10 %ของจุดพักแรมจะถูกโอนเข้าบัญชีดิจิตอลของผู้เล่นโดยอัตโนมัติ
สิ้นสุดเสียงนั้นเสียงปกติของระบบที่จะดังขึ้นหลังจบการต่อสู้ก็ดังขึ้นตามมา
ผู้เล่นแทนไทยและบลานซ์ได้รับค่าประสบการณ์จากการกำจัดหมาป่าดำ50 ตัวและชนะบอสลับ หมาป่าทมิฬ ได้รับการ์ดหมาป่าดำ ระดับ 3 ดาว 9 ใบได้รับการ์ดหมาป่าทมิฬ ระดับ 5 ดาว 1 ใบ ได้รับเขี้ยวหมาป่า 32 ชิ้น ได้รับเงิน 43,045 กิล จำนวน 12,250 หน่วย ผู้เล่นแทนไทยเลเวลเลื่อนระดับเป็ 28ผู้เล่นบลานซ์เลเวลลื่อนระดับเป็19
“เฮ้ย!” แทนะโพร้อมกับตาเบิกกว้าง ส่วนบลานซ์ยังยืนงงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
“การ์ดแอเรีย...”บลานซ์พึมพำส่วนแทนวิ่งเข้ามาคล้องคอเพื่อนที่สูงกว่าตัวเองเกือบสิบเิเ
“ไหนๆ เอามาดูๆการ์ดแอเรียนั่นน่ะ” แทนพูดเสียงร้อนลน
“ตรงนี้น่ะนะ” บลานซ์พูดพร้อมกับมองไปรอบตัว แทนเองก็มองตาม ทำให้เขารู้ตัวว่ายังอยู่ในป่าดำแต่เมื่อมองไปทางทิศตะวันตก พวกเขาทั้งสองก็มองเห็นบ้านหลังเล็กๆที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“นั่นมันอะไรกัน”แทนพูดขึ้นก่อน
“น่าจะเป็ที่พักแรมที่ระบบแจ้งว่าเรา”บลานซ์ตอบพร้อมกับเดินนำไปที่นั่น...
บ้านไม้สองชั้นหลังไม่ใหญ่นักอยู่อยู่ตรงหน้าแทนและบลานซ์มันมีรั้วล้อมรอบอย่างดี ทั้งสองคนเดินตรงเข้าไปยังเขตของที่พักแรมหลังจากนั้นแทนก็เปิดประตูไม้เข้าไป และที่รอพวกเขาอยู่ด้านในเป็ชายหัวล้านไว้หนวดและเครายืนอยู่ด้านใน
“สวัสดีครับมาสเตอร์”ชายคนนั้นทัก
บลานซ์ใที่ถูกเรียกแบบนั้นเขามองหน้าแทนซึ่งก็เห็นเพื่อนของเขาทำหน้ายิ้มๆ “เรียกผมบลานซ์ก็ได้ครับ” เขาพูด
“ขอประทานโทษครับมาสเตอร์แต่ Npc แบบผมต้องทำตามที่โปรแกรมมาครับ” ชายคนนั้นตอบ
“Npc?” แทนทวนคำ
“ครับ...ผมเป็ Npc”ชายหัวล้านตอบ ก่อนจะพูดต่อไป “500 กิลครับ”
“ห้าร้อยกิล? เงินอะไร” แทนขมวดคิ้วถามเสียงขุ่น
“ค่าพักแรมครับ”
“เฮ้ย! พวกฉันเป็คนแอเรียนี้นะ!” แทนโวยวาย
ชายหัวล้านส่ายหัวไปมา“มาสเตอร์บลานซ์ครับที่เป็เ้าของแอเรีย”
แทนชะงักทันทีเขามองหน้าบลานซ์ที่ทำหน้าแหยอยู่ข้างๆ “เอาน่าๆ เดี๋ยวฉันจ่ายให้” เขาพูดพร้อมกับจะจัดการจ่ายเงิน
“พอๆๆๆ ห้าร้อยฉันจ่ายเอง”แทนพูดพร้อมกับจ่ายเงินไป 500 กิลแต่เมื่อจ่ายไปแล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วมองหน้าเพื่อนของเขาอีกครั้ง
มีรายรับจากค่ายพักแรมในแอเรียป่าดำเงินรายได้เข้าบัญชีอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 50 กิล หาก้าให้มีการแจ้งทุกครั้งกรุณากดตกลงหากไม่้ากดไม่ตกลง
เสียงจากระบบดังขึ้นแต่แทนที่อยู่ใกล้ๆ และเป็ปาร์ตี้เดียวกันได้ยินชัดเจนส่วนบลานซ์ที่เป็เ้าของแอเรียเอื้อมมือไปกดไม่ตกลงเขาค่อนข้างรำคาญอะไรจุกจิกแบบนี้ และหลังจากนั้นก็หันไปยิ้มแหยกันแทนอีกครั้ง
“เออ...ฉันมันไม่มีเมตตาไม่ใช่เ้าของแอเรีย...” เขาพูดน้ำเสียงประชดประชัน “มานี่เลย เอาการ์ดแอเรียนั่นมาให้ฉันดูเลย”แทนพูดพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะใกล้ๆ ตามด้วยนั่งไขว่ห้างถอนหายใจยาว
บลานซ์ที่มองเห็นเริ่มยิ้มได้เขาเดินไปนั่งตรงหน้าแทน ก่อนที่จะเรียกการ์ดแอเรียป่าดำออกมาพร้อมกับยื่นมันให้กับเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“นายเอาไปสิ” เขาว่า
แทนหรี่ตามอง“ไม่เอาอ่ะมันกระจอกไปสำหรับฉัน ต้องเทพกว่านี้” เขาว่าบลานซ์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามส่ายหัวพร้อมกับอมยิ้มเขารู้ว่าที่แทนพูดมานั้นเป็แค่ว่าไม่อยากได้การ์ดที่เขาได้มา
“เอ้ย...! ไหงมันเป็งี้ล่ะ” แทนที่ดูการ์ดป่าดำอยู่พูดขึ้นเมื่อเห็นรายละเอียดบนการ์ดเพราะมันไม่เหมือนการ์ดธรรมดามันแบ่งเป็สามช่อง และมีรายละเอียดทั้งมอนสเตอร์เวทมนต์ และอุปกรณ์สวมใส่

“การ์ดแอเรียไม่เหมือนการ์ดธรรมดา”เสียงบลานซ์ว่า “การ์ดแอเรียจะสุ่มผลที่ได้ออกมาเองมีสามแบบ มอนสเตอร์ คาถา และอวตาร”
แทนเลิกคิ้วประหลาดใจ“แปลว่าเราไมรู้ว่าจะได้แบบไหน?”
“อือใช่” บลานซ์ตอบเสียงเรียบ “แต่ที่แน่ๆแต่ละอย่างให้ผลเหนือกว่าการ์ดธรรมดามาก” เขาเสริม
“เดี๋ยวๆๆๆๆ” แทนยื่นมือไปด้านหน้า “แล้วไอ้อวตารนี่มันคืออะไร”
“แปลงร่าง” บลานซ์ตอบสั้นๆ
“แปลงร่าง?” แทนทวนคำ
“ใช่...แปลงร่างไม่ใช่แปลงบน...”
เมื่อแทนได้ยินมุกของบลานซ์ถึงกับนิ่งอึ้งแม้กระทั่ง Npc ประจำที่นี่ก็หรี่ตามองมาสเตอร์ของตนเอง“บลานซ์...” แทนเรียกชื่อเพื่อนของเขา “ฉันว่านายไม่เหมาะจะเล่นมุก สาบานด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญ”
บลานซ์ทำหน้าผิดหวัง“งั้นเหรอ...” หน้าตาเขาดูหงอยไปนิดๆ “อวตารก็คือการเปลี่ยนร่างเพลเยอร์น่ะเปลี่ยนร่างเป็ร่างที่มีพลังมหาศาลตามการ์ดแอเรียแต่ละที่” บลานซ์อธิบาย
“แล้วทำไมมันไม่เขียนว่าแปลงเป็อะไร”แทนขมวดคิ้วถาม
“มันจะต่างกันไปไม่มีใครบอกได้ว่าเกิดจากอะไรบ้าง แต่ว่ากันว่าร่างของอวตารนั้นอาชีพ สายทักษะมีผลการร่างที่จะเปลี่ยนไป” บลานซ์ตอบเสียงเนิบ “ว่าแต่ฉันไม่เหมาะกับเล่นมุกจริงๆ รึ” เขายังไม่เลิก
แทนทำเป็ไม่ได้ยินประโยคหลังเขาพูดถึงร่างอวตารต่อ “แปลว่าถ้าแต่ละคนต่อให้ครองการ์ดใบเดียวกันก็จะมีอวตารคนละร่าง?”
บลานซ์พยักหน้ารับและเมื่อแทนเห็นแบบนั้นเขาก็เข้าใจเื่อวตารที่ว่า “แปลว่าต้องลองถึงจะรู้ว่าเป็ร่างแบบไหนสินะ”เขาว่า
“อือใช่...” เสียงบลานซ์ตอบกลับ
“แล้วใบนี้ระดับ H แปลว่ากระจอกอะดิ” แทนพูด เล่นเอาชายหัวล้านที่เป็Npc ที่รับหน้าที่เฝ้าที่นี่ต้องหันขวับมามอง
“การ์ดแอเรียแค่ระดับ H ก็เหนือกว่าการ์ดระดับ 10 ดาวแล้วครับ” Npc คนนั้นว่า
“ระบบเขาให้ยุ่งเื่ที่คนอื่นเขาคุยกันได้ด้วยรึ”แทนกัดไปหนึ่งดอก เพราะเขายังเจ็บใจที่โดนเก็บเงินค่าเข้าพัก Npcคนนั้นนิ่งไปทันที ก่อนจะสงบปากสงบคำทำหน้าที่ตัวเองต่อไป
“แต่ก็ขอบใจนะที่บอก”แทนพูดเมื่อเห็นสีหน้าของ Npc ไม่ดีนักเพราะจริงๆ เขาแค่้าพูดแหย่เล่นเท่านั้น ไม่ได้โกรธจริงจังอะไรประโยคที่เขาพูดทำให้ Npc คนนั้นโค้งให้แล้วแจ้งชื่อของตัวเอง
“ขอบคุณครับเรียกผมว่าวิลสันก็ได้ครับ” เขาพูด “แต่ถึงอย่างไรท่านก็ยังต้องจ่ายค่าพักแรมเหมือนเดิม”
แทนได้ฟังอย่างนั้นก็ยิ้มพร้อมส่ายหัว“ได้ๆ ห้าร้อยฉันจ่ายให้นายได้น่าไม่ต้องกังวล” เขาพูดพร้อมทำมือว่าไม่เป็อะไรแล้วหันมาสนใจกับการ์ดในมือของเขาต่อ
“ถ้าขายจะได้สักกี่ตัง”แทนถามบลานซ์ ซึ่งคนถูกถามเบ้ปากเพราะไม่รู้มูลค่าของมันเขาหันไปถามวิลสันทันที
“คุณวิลสันครับถ้าขายน่าจะได้เท่าไรครับ” บลานซ์ถาม
“ห้าแสนกิลไม่ต่ำกว่านี้ครับ”วิลสันว่า “แต่ผมแนะนำได้แค่ว่าอย่าขายจะดีกว่าครับ เพราะเมื่อการ์ดแอเรียปรากฏแล้ว จะไม่มีใบเดียวกันปรากฏอีกแปลง่ายๆ ว่ามันมีใบเดียวในโลกครับ”
“ห้าแสน!” แทนเสียงดัง “นี่มันระดับ H ยังได้ห้าแสนแล้วถ้าพวกระดับ A ล่ะ”
“ตามข้อมูลที่ทราบมีเพียงระดับC เท่านั้นครับที่เคยมีการขาย และราคาก็อยู่ที่ห้าสิบสองล้าน”วิลสันตอบขณะเช็ดแก้วทรงสูง
ครั้งนี้แทนไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาส่งการ์ดคืนให้กับบลานซ์ ก่อนจะพูดออกมา “อยากดูเสียแล้วสิว่ามันเจ๋งขนาดไหน” แทนพูด “ต่อไปเราก็ไปเมืองที่มีงานประลองได้แล้วสินะ นายก็เลเวลจะยี่สิบแล้วนี่ตบมอนตามทางไปสักสิบยี่สิบตัวก็น่าจะเลเวลยี่สิบแล้ว”
บลานซ์เลิกคิ้วเขาลืมไปเลยว่าตัวเองเลเวล 19 แล้ว “นั่นสิ ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้เข้าร่วมงานนี้ทัน งั้นเราเตรียมตัว จัดเด็คใหม่แล้วไปกันเลยดีกว่า”
แทนสแยะยิ้มดูเ้าเล่ห์“เดี๋ยวก่อนเรามีเื่ต้องทำก่อนไป” เขาพูดไปนั่งจัดเด็คใหม่ไปบอกได้อย่างเดียว เื่ที่จะทำดูจากสีหน้า และแววตา…
...ไม่ใช่เื่ดีแน่ๆน่าจะเป็เื่ที่มีความเกรียนสูง
ร้านเหล้าประจำเมืองรินเดอร์เวลเสียงดังหนวกหูแขกที่มาใช้บริการหลายโต๊ะได้แต่จำใจทนสภาพที่ว่าคนกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันเสียงดังแบบไม่เกรงใจคนอื่นแม้แต่น้อย
“แล้วเอ็งคิดดูนะ ไอ้เด็กใหม่คนตะกี้มันทำท่าใพอเห็นดาเมจที่ข้าซัดมันเข้าไปหน้าตามันอุบาทว์สุดๆ ข้าขอบอก” อัศวินในชุดเกราะสีทองแดงหน้าตาคุ้นๆคุยถึงวีรกรรมตบเด็กให้ลูกน้องอีกสามสี่คนฟัง
เ้าคนหนึ่งเสนอหน้าเข้ามากลางวงก่อนจะพูดจาฟังแล้วระคายหูพาลลงต่ำไประคายอวัยวะเบื้องต่ำตามไปด้วย“ฝุดๆบอกได้แค่เน้...” เ้านั่นพูดพร้อมทำสีหน้าประกอบ “ตอนลูกเพ่ไฝว้กับมันนะ อย่างกะอัศวินในเื่กลาดิเอเตอร์ เท่สาด...”
เ้าอัศวินหัวหน้ากลุ่มมองหน้าลูกน้องตัวเองพร้อมขมวดคิ้ว“ไฝ?ฝุดๆ? ภาษาอะไรของเอ็งวะ” เขาพูดก่อนจะกระดกเบียร์ไปครึ่งเหยือก
“โหเพ่...ไม่ทันหมัยเลยอ่ะวัยรุ่นเดี๋ยวเน้เขาพูดเง้ล่ะ ‘ไฝว้’ ก็คือไปสู้จัดเต็มไงครับ‘ฝุดๆ’ ก็มาจากสุดๆ” เ้าเด็กภาษานรกบอก “พูดแบบเน้...อ่ะ สาวหลงเพ่”
ประโยคสุดท้ายทำเอาคนในชุดเกราะอัศวินตาโต“หญิงติดจริงหรือฟะ”เสียงถามจริงจัง
“ผมฤาจะกล้าโกหกลูกเพ่ที่เคารพ”เ้าลูกน้องคนนั้นตอบสีหน้าเหมือนกำลังเมาเบียร์
“ไฝ ฝุดๆ” เ้าอัศวินนั่นลองพูดตามแต่เมื่อจบประโยคนิ้วชี้ของเ้าลูกน้องคนเดิมก็ส่ายไปมา
“มะช่าย มะช่าย ‘ไฝว้’ เพ่ มันต้องออกแอกเซนท์ของ วอแหวนด้วย”
“ไฝว้” เ้าลูกพี่ลองใหม่คราวนี้เป็นิ้วโป้งที่ยื่นออกมา
“กดไลค์เลยครับเพ่”เ้าลูกน้องคนเดิมว่ามันทำให้สีหน้าเ้าอัศวินเกราะทองแดงหน้าปลาบู่ยิ้มกว้างตามด้วยเสียงหัวเราะของคนที่เหลือ
“รำคาญว่ะ!” คนที่เปิดประตูเข้ามาะโเสียงดังจะใครเสียอีกล่ะ ก็พ่อแทนไทยจอมคิดแค้นน่ะสิ
คนทั้งร้านหันมามองที่เขาซึ่งมีบลานซ์ยืนอยู่ข้างๆทุกคนที่ว่าต้องเน้นที่พวกกลุ่มอัศวินคู่แค้นนั่นเมื่อตัวหัวหน้าเห็นหน้าแทนก็ทำท่าขำแบบโอเวอร์
“แก...! ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ได้เมียเป็กอบลินยังไอ้น้อง”เ้านั่นพูดกวนโมโห
แต่ดูเหมือนแทนจะไม่ได้สนใจเขายิ้มปากกว้างก่อนจะพูดต่อ “ปากอย่างนี้น่าฝากรองเท้าไว้ข้างใน”
แค่นั้นล่ะเ้าอัศวินคู่แค้นทุบโต๊ะเสียงดัง“วอนแล้วไหมล่ะไหนมา ‘ไฝว์’ กันให้ ‘ฝุดๆ’ เป็ไง” เ้านั่นว่า
แทนกับบลานซ์หรี่ตาทำคอยืดเขาเหมือนจะฟังเ้าอัศวินนั่นไม่รู้เื่ “มาจากเผ่าไหนเนี่ย” บลานซ์พูดขึ้นตามด้วยส่ายหัว “ภาษายังพูดไม่ชัด จบประถมมาจากที่ไหน ครูอายเขาตายเลย”
“อยากลองก็มา คราวที่แล้วไม่เข็ดดี...! ครั้งนี้จะตบเด็กฉลองเลเวลสิบสี่เสียหน่อย” อัศวินคนนั่นพูดพร้อมกับเปิดระบบต่อสู้
แทนทำหน้าหวาดกลัวใช้นิ้วมือจิกไปที่ปาก“กลัวจัง...”แต่มือของเขาไม่ได้กลัวอย่างที่ปากว่า มันจัดการเปิดฉากต่อสู้ทันที...
และดูเหมือนเ้าอัศวินนี่จะโชคร้ายกว่าปกติเพราะการ์ดหมาป่าทมิฬขึ้นมาเป็หนึ่งในเจ็ดใบแรกพร้อมกับวิหคประกายแสง...
“ซัมมอน! ซัมมอน!” เมื่อสิ้นเสียงของแทนก็ปรากฏร่างของสัตว์อสูรทั้งสองวิหคประกายแสงและหมาป่าทมิฬปรากฏร่างขึ้นที่ด้านหน้าส่วนเื่ที่เ้าอัศวินนั่นจะเรียกใช้การ์ดอะไรบ้างน่าจะไม่ต้องไปสนใจ
“1,980!”
“751!”
วิหคประกายแสงและหมาป่าทมิฬโจมตีเข้าไปพร้อมกันส่วนผลที่ได้ก็เอวังในบัดดล...ตายไม่ต้องสืบแทนยืนมองเ้าอัศวินคู่แค้นที่ลงไปกองอยู่กับพื้น
“จำได้ว่ามีคนเคยบอกว่า...กระจอกอย่าซ่า” เขาพูดกลั้วหัวเราะและท่าทางพอใจกับเื่ที่ทำลงไป
โต๊ะและสิ่งของในร้านกระจุยกระจายตู้เก็บเหล้าพังไม่มีชิ้นดี ทุกคนในร้านอยู่ในภาวะตกตะลึงแค่วิหคประกายแสงที่เลเวลสูงก็ว่าสุดๆ แล้ว ยังมาเจอการ์ดหมาป่าทมิฬเข้าไปอีกทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงอะไรออกมาสักแอะ มีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่ดังขึ้นและมันก็ทำให้แทนต้องใกลัวมากกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆ ที่เขาพบมา
ผู้เล่นแทนไทยสร้างความเสียหายให้กับร้านของNpc ระบบจะทำการยึดเงินจำนวน 12,412 กิล...
แทนตาเหลือกเมื่อได้ยินเสียงนั้น
“ม่าย………! ม่ายน้า..........!”
เสียงเขาโหยหวนส่วนบลานซ์เอามือกุมหน้าแล้วส่ายหัวกับเื่ที่เกิดขึ้น
“สามพันสอง...”แทนพูดกับบลานซ์ขณะเตรียมเดินทางออกจากเมืองเริ่มต้น “เหลือเงินแค่นี้เองฉัน” เขาว่า
บลานซ์แอบแตะยิ้มก่อนจะพูดออกไป“ฉันมีอยู่หนึ่งหมื่นแปดพันกิลได้มั้งไม่ได้ใช้อะไรเท่าไร นายมาใช้กับฉันก็ได้ยังไงก็ปาร์ตี้เดียวกัน”
แทนตวัดสายตาใส่เพื่อนของเขาก่อนจะเดินนำไปบนถนนสายหลักสู่มหานครคัลเดีย เมืองใหญ่ที่สุดในละแวกนี้แถมยังเป็สถานที่ซึ่งจะจัดการประลองเพื่อชิงการ์ดแอเรียปราสาทคัลเดียอีกด้วย
“เกาะผู้หญิงกินก็อุบาทว์แล้วนะ นี่นายจะให้ฉันเกาะผู้ชายเลยเรอะ!” เขาพูดพร้อมส่ายหัวไปมา ส่วนบลานซ์ที่ได้
ยินไม่มีปฏิกิริยาอะไรเขาคาดไว้แล้วว่าแทนต้องตอบกลับมาว่าไม่รับแน่นอน
“ชายกับชายนั้นเหนือชายนะฉันเคยได้ยินมา” บลานซ์รีบเดินตามมาแล้วพูดหน้านิ่ง
แทนเผลอะโออกห่างจากบลานซ์อย่างรวดเร็วเขาย่อตัวลงและมองเพื่อนร่วมทางด้วยสายตาหวาดระแวง “อย่าเข้ามานะเว้ย! ไม่งั้นมีถีบ!” ชายหนุ่มละล่ำละลักพูด
บลานซ์จ้องเขม็งไปที่แทนเขาทำสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเผลอยิ้มออกมา “ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ดูท่าครั้งนี้มุกฉันจะได้ผลนะ ล้อเล่นๆ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ
แต่ดูเหมือนแทนจะไม่เลิกระแวงง่ายๆเขายังยืนรักษาระยะ “ฉันว่าเราอยู่ห่างๆ กันดีกว่า ตอนนี้ฉันรู้สึกไปปลอดภัย” แทนว่า
บลานซ์เบิกตากว้างพร้อมกับเดินไปหาเพื่อนของเขา“เฮ้ย…! ก็บอกว่าฉันล้อเล่นไง! ฉันไม่ใช่พวกแบบนั้น!”แทนะโหนีไกลยิ่งกว่ากบเหรียญทองโอลิมปิกเขายังไม่แน่ใจเพื่อนของตัวเอง
“คนเรามันต้องมีบางส่วนในใจถึงจะพูดอะไรออกมา”แทนวพูดสายตายังจ้องมองบลานซ์อย่างละเอียด
บลานซ์ส่ายหัวก่อนถอนหายใจ“อะไรของนายไอ้ฉันก็แค่จะลองปล่อยมุก” เขาว่า “นายนี่ที่จะบ้า...”บลานซ์พูดก่อนจะเตรียมตัวเพื่อปะทะกับมอนสเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าแทนเองก็รู้เห็นมอนสเตอร์ฝูงนั้น เขาเลิกไร้สาระเตรียมตัวเข้าสู้กับศัตรูที่ตรงเข้ามา
ห้านาทีผ่านไปมอนสเตอร์เลเวล 13 จำนวนเจ็ดตัวก็ถูกจัดการอย่างง่ายดายการ์ดและของที่ได้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับแทนและบลานซ์กว่าที่พวกเขาจะถึงเมืองคัลเดียก็ต้องเจอกับพวกเลเวลประมาณนี้อีกนับสิบกลุ่มและก่อนที่จะเข้าประตูเมืองแค่ไม่นาน บลานซ์ก็เลเวลเลื่อนขึ้นเป็ 20
“ยี่สิบแล้วสิ...”บลานซ์พูดเสียงเรียบพร้อมมองดูหน้าจอสถานะของเขาส่วนแทนนั้นเลเวลไม่ขยับอยู่แล้ว เพราะเลเวลขนาดเขาจัดการมอนสเตอร์ต่ำชั้นกว่าขนาดนี้จะได้ค่าประสบการณ์น้อยจนถึงน้อยมาก
“แน่ใจนะว่าไม่ใช่”เสียงแทนถามเพื่อนของเขาที่กำลังเปิดหน้าจอสถานะบลานซ์หรี่ตาหันมามองแทนอย่างสงสัย
“แน่ใจอะไรรึ...”เขาถาม
“ชายเหนือชายไงพวกฝรั่งยิ่งชอบเป็กันอยู่”
บลานซ์หัวเราะพรืด... “บ้าแล้วนายยังติดใจเื่นั้นอยู่อีกรึ สบายใจได้ ฉันชอบผู้หญิง เคยมีแฟนแล้วด้วย”เขาตอบ มันทำให้แทนต้องประหลาดใจ
“นาย? มีแฟน?” แทนชี้ไปที่บลานซ์ที่อยู่ในชุดเกราะ “บ้าแล้ววววววว!” เขาหัวเราะลั่นก่อนจะหยุดลงเหมือนเหยียบเบรกตอนความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“ไม่ใช่ว่าลองคบผู้หญิงแล้วไม่ใช่ทางนะ”แทนสีหน้าจริงจัง
บลานซ์ถอนหายใจพร้อมส่ายหัวตามด้วยเดินห่อไหล่เข้าประตูเมืองคัลเดียไปพร้อมกับบ่นเบาๆ “ต่อไปจะไม่เอามุกนี้มาเล่นอีกแล้วไม่เล่นอีกแน่ๆ”
แทนเดินเข้าเมืองตามบลานซ์แบบหวาดๆจริงๆ มันมีสาเหตุที่ทำให้แทนเป็แบบนี้ ตอนอยู่นอกเกมเขาเคยมีประสบการณ์อันโหดร้ายกับเพื่อนชายหัวใจหญิงมาก่อนแต่เื่ที่ว่าจบลงในทันทีที่เขามองเห็นปราสาทคัลเดีย...
“บ่ะจะเฮ้ย!”เสียงเขาอุทานไม่เป็ภาษา
บลานซ์หันมองหน้าเพื่อนของเขาที่มีลีลาคล้ายบ้านนอกเข้ากรุง“ใเลยสินะ”เขาพูดพร้อมแตะยิ้ม
แทนผงกหัวรับหงึกๆพร้อมกับมองไปรอบๆ เมืองคัลเดียมีปราสาทสีขาวงดงามตั้งอยู่บนเนินเขากลางเมืองรายล้อมด้วยบ้านเรือนที่มีหลังคาเป็สีฟ้าและตัวบ้านเป็สีขาวเพียงเท่านั้น ส่วนทางด้านทิศเหนือเป็มหาวิหารสำหรับสายอาชีพนักบวชใช้ทำพิธีและเลื่อนขั้นแต่ที่ดึงดูดสายตาของแทนไว้ได้ติบหนึบก็คงเป็ที่นั่น…
...โคลอสเซียมขนาดยักษที่สร้างด้วยอิฐสีงาช้าง
“นี่มันไม่น่าจะอยู่โลกเดียวกับเมืองที่เราออกมาแล้วนะเมืองอะไรชื่อฉันยังลืมๆ ไปแล้วเลย” แทนยังมองไปรอบตัวพร้อมกับชื่นชมความงดงามของที่นั่น
บลานซ์มองเพื่อนของเขาพร้อมกับยิ้มเหมือนรู้อยู่แล้วว่าต้องเจออาการแบบนี้เขากำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง
“โอ๊ย!”
บางอย่างกระแทกมาที่หลังของเขาบลานซ์รีบหันไปดู พร้อมๆ กับแทนที่ได้ยินเสียงเกราะของเพื่อนกระทบกับอะไรสักอย่าง
“ขอโทษฮะ...”เสียงเล็กๆ จากผู้เล่นผมสั้นสีน้ำตาลตัวเล็กเอ่ยขึ้นผู้เล่นคนนั้นแต่งตัวด้วยชุดกางเกงขายาวและเสื้อเชิ้ตแขนยาวดูเรียบร้อย “ผมรีบไปหน่อยฮะ”
“ไม่เป็ไร” บลานซ์ที่เกือบหน้าคะมำตอบกลับไป
“พวกคุณมาร่วมงานประลองใช่ไหมฮะ”
“ใช่แล้วล่ะพวกเรามาเพื่อเื่นั้น” บลานซ์พูดในขณะที่แทนขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย
“รับผมไว้ในกลุ่มคุณได้ไหมฮะ!”หน้าเนียนๆ กับปากสีแดงพูดกับบลานซ์
“ต้องถามเพื่อนฉันก่อนนะ”บลานซ์ตอบพร้อมกับหันไปมองหน้าแทนที่กำลังเดินตรงเข้ามา “รับเ้าน้องชายนี่เข้ากลุ่มเราได้ไหม”
แทนไม่ตอบอะไรเขายื่นมือมาห้ามบลานซ์ แล้วตัวเองก็ตรงไปที่เ้าเด็กคนนั้น “บลานซ์เอ้ย...”เขาพูดเสียงสูง “พ่อพระเอกละครหลังข่าว”เขาพูดเื่ที่บลานซ์ไม่เข้าใจก่อนจะยื่นมือไปจับที่หน้าอกของผู้เล่นตัวเล็กตรงหน้า
“ว้ายยยยยย!”เสียงแหววพร้อมกับท่าะโกอดอกทำให้รู้ทันทีว่านั่นเป็ผู้หญิง “ไอ้ลามก!”
“หา...?” บลานซ์อ้าปากหวอ
“ถึงได้บอกว่าพ่อพระเอกละครหลังข่าวไงผู้หญิงปลอมเป็ผู้ชายแบบนี้คนทั่วโลกเขารู้กันหมด นอกจากตัวเ้าพระเอกนั่นล่ะ”แทนสาธยาย
หลังจากนั้นหน้าเขาก็ปลิวด้วยแรงตบ…!