"พลังดัชนี... หนทางที่ดีที่สุดคือการหกสูงด้วยนิ้วเดียวเพื่อฝึกปรือดัชนีอรหันต์ แต่ยามนี้พลังดัชนีของเ้ายังอ่อนด้อยเกินไป ให้ฝึกตามเคล็ดวิชาฝ่ามือทรายเหล็กไปก่อน นี่คือถุงมือไหมฟ้า เ้าสวมมันไว้ ฝึกพลังดัชนีต้องระมัดระวังเป็ที่สุด อย่าได้ทำลายิัและกล้ามเนื้อบนฝ่ามือเด็ดขาด" จ้าวยุนซิงโยนถุงมือไหมฟ้าที่ตระเตรียมไว้แต่แรกให้แก่ฉินอวี่
ฉินอวี่รับถุงมือไหมฟ้ามาสวมใส่อย่างลิงโลด
"นี่คือทรายขาวจากชายหาด เ้าจงใช้สองมือทิ่มแทงลงไปให้สุดแรง ทิ่มลงไปไม่หยุดยั้ง จนกว่าข้าจะสั่งให้หยุดจึงจะหยุดได้" จ้าวยุนซิงชี้ไปยังทรายขาวในหม้อเหล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลแล้วออกคำสั่ง
"ขอรับ ท่านอาจารย์!"
ฉินอวี่กลับมองการฝึกโหดหินนี้เป็เพียงเกม ทว่าความจริงแล้วเรียวขาของเขาปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ต้องกัดฟันข่มความเ็ป เดินตรงไปที่หม้อเหล็กซึ่งห่างออกไปสิบกว่าก้าว ฉินอวี่สวมถุงมือไหมฟ้ากระชับมั่น แล้วเริ่มทิ่มแทงฝ่ามือลงไปในทรายไม่ยั้ง ทุกครั้งที่ออกแรงล้วนพยายามกดลึกให้ถึงก้นหม้อ
"อ๊าก!"
ฉินอวี่เผลอหลุดเสียงครางออกมาแ่เบา แม้จะมีถุงมือไหมฟ้าคอยปกป้องนิ้วมือ แต่มันทำหน้าที่เพียงช่วยกันไม่ให้เม็ดทรายััถูกนิ้วโดยตรงเท่านั้น ทว่ายามที่ทิ่มแทงลงไป แรงต้านทานย่อมกระทำต่อฝ่ามืออย่างแท้จริง
การทิ่มแทงด้วยความเร็วสูง กอปรกับแรงต้านจากทรายขาว ส่งผลให้นิ้วของฉินอวี่เริ่มเ็ปเจียนตาย ฉินอวี่แอบลดความลึกในการทิ่มแทงลง เดิมทีต้องทิ่มให้ถึงก้นหม้อ แต่ยามนี้เขากดลงไปเพียงครึ่งเดียวก็ดึงมือออก เช่นนี้ช่วยผ่อนคลายได้มากโข
"ทิ่มให้ถึงก้น อย่าได้อู้งาน"
จ้าวยุนซิงกล่าวเสียงเย็นเยียบ
หัวใจของฉินอวี่กระตุกวูบ ได้แต่กัดฟันยืนหยัดกระทำต่อไป
แม้ฉินอวี่จะชื่นชอบความรู้สึกของการก้าวข้ามขีดจำกัด แต่นิ้วทั้งสิบเชื่อมโยงถึงหัวใจ ความเ็ประลอกแล้วระลอกเล่าจากปลายนิ้วทำให้เขาทรมานเหลือแสน อย่างไรเสียเขาก็เป็เพียงเด็กน้อยวัยแปดขวบ ซ้ำยังเป็ถึงบุตรชายคนที่สามของเจิ้นตงอ๋อง ฐานะสูงส่งเทียมฟ้า ในอดีตไหนเลยจะเคยพานพบความยากลำบากเพียงนี้
"ฉึก!"
มือทิ่มแทงลงไปจนถึงก้นหม้ออย่างรุนแรง ความเ็ปแล่นพล่านจนฉินอวี่น้ำตาไหลพรากอย่างสุดกลั้น
จ้าวยุนซิงจ้องมองด้วยสายตาเ็า มองดูเด็กน้อยวัยแปดขวบเบื้องหน้าที่น้ำตานองหน้า กัดฟันเบิกตาโพลงทิ่มแทงทรายไม่หยุด จ้าวยุนซิงดูไร้ซึ่งความเมตตาปรานี ยังคงเคี่ยวกรำศิษย์ตัวน้อยต่อไปไม่ลดละ...
ทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ก็จำต้องทิ่มแทงต่อไป
......
การฝึกฝนผ่านพ้นไปครึ่งปี การเคี่ยวกรำตนเองทุกเมื่อเชื่อวัน ผนวกกับปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ส่งผลให้เรือนร่างของฉินอวี่กำยำแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากนัก
ใต้สายน้ำตกแห่งหนึ่งในเทือกเขาตงหลาน
"ย้าก!"
จ้าวยุนซิงะโเตะเพียงครั้งเดียว ถึงกับส่งหินั์หลายก้อนร่วงหล่นลงไปใต้เกลียวคลื่นน้ำตก เพียงชั่วครู่ ใต้น้ำตกก็ปรากฏพื้นที่ซึ่งก่อตัวจากหินั์หลายก้อนเรียงตัวกันพอให้คนยืนได้ สายน้ำตกเทกระหน่ำลงมาจากที่สูง ฟาดกระทบลงบนพื้นผิวศิลา สาดกระเซ็นเป็ฝอยน้ำสีขาวนับไม่ถ้วน
"สองขามั่นคงดุจขุนเขา เคลื่อนไหวดุจสายฟ้าฟาด น้ำตกแห่งนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ลุกนั่งมานานขนาดนี้ ด้วยพลังขาของเ้า น่าจะยืนตั้งท่าม้าใต้น้ำตกนี้ได้อย่างมั่นคง" จ้าวยุนซิงชี้ไปที่หินเขียวแล้วกล่าว "ขึ้นไปยืนบนนั้น ต้องยืนให้มั่น"
"ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก?" ฉินอวี่แหงนมองน้ำตกที่พุ่งทะยานลงมาจากที่สูงลิบ แรงกระแทกมหาศาลนั้นฟาดฟันลงบนหินผาจนส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท น้ำตกขนาดนี้ยังเรียกว่าไม่ใหญ่อีกหรือ? แล้วน้ำตกแบบไหนถึงจะเรียกว่าใหญ่?
ผ่านการฝึกลุกนั่งมาครึ่งปี บัดนี้กล้ามเนื้อขาของฉินอวี่แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนไม่รู้กี่เท่าทวีคูณ
"ขอรับ!" ฉินอวี่ค่อยๆ ก้าวขึ้นไปยืนบนหินเขียวทันที สายน้ำตกพุ่งโถมลงมา บริเวณขอบหินเขียวได้รับแรงกดดันไม่มากนัก ฉินอวี่ยืนตั้งท่าม้าอยู่ริมโขดหิน ยังพอจะต้านทานแรงกดดันนั้นได้ค่อนข้างสบาย
"ไปยืนตรงกลาง" จ้าวยุนซิงสั่งเสียงเฉียบขาด
ฉินอวี่จนปัญญา ได้แต่ค่อยๆ ขยับเท้า เคลื่อนกายไปทางกึ่งกลาง ยิ่งเข้าใกล้จุดศูนย์กลาง แรงกระแทกของกระแสน้ำก็ยิ่งมหาศาล ฉินอวี่รู้สึกว่าร่างกายเริ่มโอนเอนเสียหลัก แต่เขายังจำต้องฝ่าฟันไปให้ถึงตำแหน่งตรงกลาง
"แย่แล้ว!"
ฉินอวี่รู้สึกร่างกายวูบไหว สองเท้ายันไม่อยู่ ร่างพลันถูกกระแสน้ำซัดร่วงหล่นลงไปในทะเลสาบทันที
"ทำต่อ!" จ้าวยุนซิงกล่าวเรียบๆ
......
ฟ้ามืดมิด ฉินอวี่นอนแช่กายในบ่อน้ำพุร้อน หรี่ตาลงอย่างสบายอารมณ์ ทุกวันการได้แช่กายในน้ำพุร้อนคือก้าวย่างแห่งความสุขที่สุดของฉินอวี่ ในอดีตอาจยังไม่รู้สึกถึงเพียงนี้ แต่ยามนี้ต้องฝึกฝนจนถึงขีดจำกัดทุกวี่วัน พอได้หย่อนกายลงน้ำพุร้อน กล้ามเนื้อทั่วร่างจะบังเกิดความรู้สึกปวดเมื่อยปนชาหนึบ ซึ่งมันช่างสุขสมยิ่งนัก
เสี่ยวเฮยผ่านไปครึ่งปีเพิ่งจะเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อย เพียงแต่บนศีรษะของมันกลับมีขนสีทองปรากฏขึ้นแซมขนสีดำขลับ ส่วนอื่นๆ ยังคงดำสนิทดังเดิม ความเร็วในการเติบโตของเสี่ยวเฮยนั้นเชื่องช้ากว่าอินทรีทั่วไปมาก ขณะนี้เสี่ยวเฮยก็กำลังเดินเตาะแตะไปมาอยู่ริมขอบบ่อน้ำพุ
ฉินอวี่หลับใหลไปแล้ว... หลับไปทั้งที่ยังแช่อยู่ในน้ำพุร้อน
ทุกวันในยามทิวาเขาต้องตรากตรำฝึกฝน ครั้นถึงยามราตรีต้องแช่น้ำพุร้อนถึงสามชั่วยาม เขาถึงกับติดตั้งเก้าอี้นอนไว้ในบ่อ ยามแช่น้ำก็ผล็อยหลับไปในนั้นเลย รอจนถึง่ดึกสงัด ให้ยอดฝีมือแพทย์เวิงเสวียนมาช่วยนวดเฟ้นและทายาเหล้า ตอนนั้นฉินอวี่ถึงจะได้ตื่นมาอ่านตำรา
เรียกได้ว่า เขาไม่ยอมปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไปแม้แต่นิดเดียว
ริมบ่อน้ำพุร้อน พลันปรากฏเงาร่างสองสาย นั่นคือเหลียนเหยียนและจ้าวยุนซิง ทั้งสองกำลังจ้องมองฉินอวี่ที่หลับสนิท
"เสี่ยวอวี่ยังอายุไม่ถึงเก้าขวบ ยังเป็เพียงเด็กน้อยอยู่แท้ๆ" มองดูคราบน้ำลายใสที่มุมปากฉินอวี่ และใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสานั้น หัวใจของเหลียนเหยียนก็เจ็บแปลบด้วยความเวทนาสงสาร เลี้ยงดูฉินอวี่มาแต่เล็กแต่น้อย เหลียนเหยียนมองฉินอวี่ประหนึ่งหลานในไส้ของตนเองไปแล้ว
จ้าวยุนซิงเผยรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง มองฉินอวี่แล้วพยักหน้า "เสี่ยวอวี่เขาเป็เด็กที่เข้มแข็งมาก การฝึกที่ข้ามอบให้เขาคือขีดจำกัดที่แท้จริงของเขาอย่างแน่นอน หากเกินขีดจำกัดนี้ ร่างกายเขาคงพังทลาย แต่เขากลับสามารถยืนหยัดผ่านมาได้... ในอดีตท่านอ๋องให้ข้าฝึกทหาร ข้าจัดการฝึกฝนขีดจำกัดในกองทัพนับแสนนาย ให้ถึงขีดจำกัดของทหารปกติ แต่คนที่ยืนหยัดได้ครบหนึ่งปี มีเพียงหนึ่งพันคนเท่านั้น"
การฝึกทหารคราวนั้นของจ้าวยุนซิง หลักๆ แล้วทหารทั่วไปย่อมไม่อาจได้รับประทานอาหารยาอันล้ำค่าเฉกเช่นฉินอวี่ ไม่ได้แช่น้ำพุร้อนคลายความเหนื่อยล้า และยังไม่มียอดฝีมือแพทย์คอยปรนนิบัตินวดเฟ้นให้
ทว่า...
ทหารเ่าั้ล้วนเป็ผู้ใหญ่ แต่ฉินอวี่เป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กคนหนึ่งกลับสามารถกัดฟันยืนหยัดมาได้ถึงเพียงนี้ นี่ทำให้จ้าวยุนซิงประหลาดใจและภาคภูมิใจอย่างแท้จริง
มองดูท่าทางหลับสนิทของฉินอวี่ เหลียนเหยียนและจ้าวยุนซิงต่างอมยิ้มแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ฉินอวี่ยังคงหลับใหล หาได้ล่วงรู้ว่ามีคนมาเยือน ริมฝีปากเล็กๆ เผยอขึ้นเล็กน้อย บนใบหน้าฉายรอยยิ้มหวานแห่งความสุข เส้นสายน้ำลายที่มุมปากใสกระจ่างดุจแก้ว
บางที... ในความฝัน เขาคงกำลังอยู่กับเสด็จพ่อของเขา
เสด็จพ่อ... เกือบสองปีแล้วที่ไม่มาหาเลยสักครา
......
ฝึกวิ่งแบกน้ำหนัก ฝึกลุกนั่งแบกน้ำหนัก ฝึกท่าม้าใต้น้ำตก ฝึกะเิพลังต่อเนื่องต้านแรงต้าน ฝึกหมัดในน้ำต้านแรงน้ำ สวมชุดถ่วงน้ำหนักทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน ฝึกความยืดหยุ่น ฝึกพลังดัชนี ฝึกปฏิกิริยาตอบสนอง ฝึกความเร็ว...
สารพัดวิธีการฝึกฝน จ้าวยุนซิงเคี่ยวกรำฉินอวี่อย่างรอบด้านตามหลักเกณฑ์ที่เคร่งครัด ฉินอวี่เองก็จมดิ่งอยู่ในการฝึกของจ้าวยุนซิง ทะลายขีดจำกัดร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทักษะทางกายภาพก็รุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนึ่งปีต่อมา
ฉินอวี่ในวัยเก้าขวบสวมกางเกงขายาว เปลือยท่อนบน กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขามิได้ปูดโปนจนน่าเกลียด แต่เป็ทรงเพรียวลมที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ ราวกับเสือดาวหนุ่มตัวหนึ่ง
"ฉินอวี่ จิตใจของเ้าเข้มแข็งมาก การฝึกฝนขีดจำกัดสิ่งอื่นไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีจิตใจที่แกร่งกล้า" จ้าวยุนซิงมองฉินอวี่ ส่งยิ้มให้ฉินอวี่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน "อาจารย์ต้องกลับกองทัพแล้ว จงจำไว้... ขีดจำกัด ท้าทายขีดจำกัด ก้าวข้ามขีดจำกัด ขอเพียงเ้าพยายามต่อไป สักวันเ้าจะประสบความสำเร็จ"
ฉินอวี่จ้องมองอาจารย์เบื้องหน้า หนึ่งปีมานี้ ฉินอวี่ถึงขั้นเคยแอบโกรธเคืองความไร้หัวใจของอาจารย์ ทุกครั้งฉินอวี่ต้องหลั่งน้ำตาไปฝึกไปไม่หยุดหย่อน แต่วันนี้เมื่อได้เห็นรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจบนใบหน้าอาจารย์ จู่ๆ เขาก็เข้าใจทุกอย่าง
"ท่านอาจารย์ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน" ฉินอวี่มองจ้าวยุนซิง กล่าววาจาอย่างหนักแน่น
จ้าวยุนซิงยิ้มพยักหน้า จากนั้นหันหลังขวับ ก้าวยาวๆ เดินจากไป ออกจากอวิ๋นอู้ซานจวงไปโดยไม่เหลียวหลัง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของพยัคฆ์เพลิง ขอบตาของฉินอวี่แดงระเรื่อ ฉินอวี่ตระหนักดีว่า นับั้แ่วันนี้ไป...
เขาจะต้องแบกรับการฝึกฝนตนเองเพียงลำพังแล้ว